Início / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 71 — กระบี่ที่ไม่ยอมหลีกทาง

Compartilhar

บทที่ 71 — กระบี่ที่ไม่ยอมหลีกทาง

last update Data de publicação: 2026-10-22 23:04:52

น้ำหยุดอยู่ห่างปลายเท้าหลินเยว่ซีไม่ถึงคืบ

สันดินผุดขึ้นขวางทาง ก่อนกระบี่ไม้จะฟันผ่านตำแหน่งที่ศีรษะนางเคยอยู่

เยว่ซีย่อตัวหลบ

ช้าไปครึ่งจังหวะ

ปลายกระบี่อีกฝ่ายเปลี่ยนจากฟันเป็นกด กระแทกไหล่จนเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น

“หนึ่งแต้ม”

ผู้ดูแลลานฝึกเคาะไม้ลงกับโต๊ะ

เหยียนอวี้หนิงถอนกระบี่กลับ

“ข้าบอกแล้วว่าจะปิดทางน้ำ”

เยว่ซีกัดฟันลุกขึ้น ความเจ็บตรงหัวไหล่แล่นลงถึงข้อศอก นางขยับแขนตรวจดู ก่อนยกกระบี่ใหม่

“ข้าก็ได้ยิน”

“แต่ยังทำเหมือนข้าไม่ได้บอก”

อวี้หนิงไม่ได้ยิ้มเยาะ นางเพียงถอยกลับไปยืนหลังเส้นเริ่มต้น ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด

นั่นทำให้เยว่ซีเถียงไม่ออกยิ่งกว่าเดิม

รอบลานมีศิษย์ต่างกลุ่มยืนรอการฝึกประมือ บางคนจับคู่ซ้อมข้อมือ บางคนกำลังฟังผู้ดูแลอธิบายกติกา กระบี่ทุกเล่มเป็นไม้ ห้ามโจมตีดวงตาและลำคอ ห้ามใช้ปราณกระแทกจุดสำคัญ เมื่อผู้ดูแลสั่งหยุดต้องถอนมือทันที

เยว่ซีเหลือบมองพื้น

ตรงกลางเป็นแผ่นหินแห้ง ด้านข้างมีร่องดินกับน้ำที่อนุญาตให้ใช้ในการฝึก

เมื่อคืนหลิงยวนให้นางลองรับกระบี่บนพื้นแห้งแล้ว

นางรับได้หลายครั้ง

แต่เขาไม่ได้ทำให้พื้นใต้เท้าขยับพร้อมกับกระบี่ที่แทงเข้ามา

“พร้อมหรือยัง” ผู้ดูแลถาม

เยว่ซีหันกลับไป

“พร้อมเจ้าค่ะ”

สิ้นคำ นางก็เป็นฝ่ายก้าวเข้าหา

⸻

ครั้งนี้เยว่ซีไม่เรียกน้ำ

นางฟันเฉียงเข้าหาข้อมืออวี้หนิง แล้วเปลี่ยนมุมทันทีเมื่ออีกฝ่ายยกกระบี่รับ

เสียงไม้กระทบกันดังสองครั้งติด

อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าว

เยว่ซีตาม

พื้นใต้รองเท้าขวาพลันนูนขึ้น

นางจำได้แล้ว!

เยว่ซีถอนเท้าก่อนสันดินจะยกสูง ทว่าการถอนนั้นทำให้ช่วงตัวเปิด กระบี่อวี้หนิงพุ่งตรงเข้าหาชายโครง

นางบิดข้อมือปัดทัน

แรงกระแทกสะเทือนถึงหัวไหล่ที่เพิ่งถูกตี

ปลายนิ้วชาไปวูบหนึ่ง

อวี้หนิงไม่ปล่อยโอกาส นางก้าวประชิด กดกระบี่เยว่ซีลงแล้วใช้ไหล่เบียดให้เสียหลัก

เยว่ซีเซออกด้านข้าง

ขอบลานอยู่ใกล้เพียงสองก้าว

นางเห็นเถาเล็กในร่องดิน จึงส่งปราณเข้าไปทันที

เถาพุ่งพันข้อเท้าอวี้หนิงได้จริง

แต่ฝ่ายนั้นกลับเหยียบลง

ดินรอบรากอัดแน่น เถาซึ่งเพิ่งยืดออกถูกตรึงติดพื้น อวี้หนิงตวัดกระบี่ตัดส่วนที่พันข้อเท้า ก่อนปลายกระบี่จะหยุดตรงหน้าอกเยว่ซี

“สองแต้ม”

รอบนี้มีเสียงพึมพำจากศิษย์ที่ดูอยู่

“ปราณไม้ถูกดินกดรากไว้ก็ไปต่อไม่ได้สินะ”

“ต้องดึงก่อนนางลงเท้า”

เยว่ซีหอบเบา ๆ

นางมองเถาที่ขาด แล้วมองปลายกระบี่ตรงหน้า

อวี้หนิงลดแขนลง

“เจ้ามองหาน้ำกับต้นไม้ทุกครั้งก่อนใช้ปราณ”

เยว่ซีเงยหน้า

“ข้าย่อมต้องรู้ว่ามันอยู่ที่ใด”

“ข้าจึงรู้ด้วยว่าเจ้าจะใช้สิ่งใด”

คำตอบนั้นทำให้นางนิ่ง

อวี้หนิงหันไปหยิบผ้าเช็ดมือจากขอบลาน ขณะเดียวกันสายตาก็เลยผ่านไหล่เยว่ซีไป

โม่หลิงยวนเพิ่งมาถึง

เขาหยุดอยู่ข้างผู้ดูแล ไม่ได้เรียกนางออกจากการฝึก เพียงมองรอยฝุ่นตรงเข่ากับท่าที่นางถือกระบี่

อวี้หนิงกำผ้าแน่นขึ้นเล็กน้อย

“เมื่อวานศิษย์พี่โม่ฝึกให้เจ้าทั้งเช้า”

เยว่ซีหันกลับมา

“ใช่”

“ข้าขอให้เขาช่วยดูท่ากระบี่เมื่อเดือนก่อน ได้คำแก้เพียงสามประโยค”

น้ำเสียงนั้นเรียบ แต่ความหมายไม่ได้เรียบตาม

เยว่ซีเหลือบไปทางหลิงยวน ก่อนตอบ

“หากเจ้าคิดว่าข้าไม่ควรได้ฝึกกับเขา เจ้าพูดตรง ๆ ได้”

อวี้หนิงสบตานาง

“ข้าคิดว่าโอกาสเช่นนั้นควรทำให้เจ้าสู้ได้ดีกว่านี้”

ความร้อนแล่นขึ้นถึงใบหน้าเยว่ซี

คราวนี้มิใช่เพราะเหนื่อย

ผู้ดูแลเคาะโต๊ะ

“พักครึ่งก้านธูป แล้วกลับมาต่อ”

เยว่ซีเกือบเอ่ยว่าตนยังไหว

แต่เมื่อคลายนิ้ว มือกลับสั่นจนเห็นได้ชัด

นางจึงเก็บคำพูดลงไป แล้วเดินออกจากลาน

⸻

เสี่ยวถังส่งกระบอกน้ำให้ทันที

“ดื่มก่อน”

เยว่ซีรับมา กินไปสองอึกแล้วนั่งลงบนม้านั่ง

จ้าวเฉิงขยับตะกร้าผ้าข้างตัวออกให้

“หากเจ้าอยากระบาย ข้ายินดีฟัง แต่ขออย่างหนึ่ง”

“อะไร”

“อย่าใช้ข้าแทนกระสอบฝึก”

เยว่ซีมองแขนที่ยังพันผ้าของเขา

“ข้าไม่ตีคนเจ็บ”

“ดี เช่นนั้นวันนี้ข้าพูดได้เต็มที่”

นางยกกระบอกน้ำขึ้นทำท่าจะเทใส่

จ้าวเฉิงรีบเลื่อนตัวหนี เสี่ยวถังหัวเราะ ก่อนยื่นผ้าเย็นให้เยว่ซีประคบหัวไหล่

หลิงยวนเดินเข้ามานั่งยองตรงหน้า

“ยกแขน”

เยว่ซีทำตาม

เขาแตะรอบตำแหน่งที่ถูกตี ถามว่าชาหรือเจ็บตรงไหน ก่อนปล่อยมือ

“กล้ามเนื้อช้ำเล็กน้อย ถ้าเริ่มปวดจนยกไม่ขึ้น ให้หยุด”

“ข้ายังจับกระบี่ได้”

“ข้าเห็น”

นางเงียบไป แล้วลดเสียงลง

“ข้าแพ้สองครั้งแล้ว”

หลิงยวนมองเข้าไปในลาน อวี้หนิงกำลังลองขยับเท้าบนรอยดินที่ตนสร้างไว้

“นางฝึกเช่นนี้มาหลายปี”

“ท่านจะบอกว่าแพ้เป็นเรื่องธรรมดาหรือ”

“ข้าจะถามว่าเจ้ารู้หรือยังว่าแพ้ตรงไหน”

เยว่ซีก้มมองกระบี่บนตัก

ครั้งแรกนางมัวแต่ส่งน้ำ

ครั้งที่สองนางคิดถึงเท้า พอรับกระบี่ก็คิดถึงแขน พอจะใช้เถาก็มองหาราก

ทุกอย่างแยกจากกันหมด

แต่อวี้หนิงกดดินพร้อมก้าวเท้า และก้าวเท้าพร้อมแทงกระบี่

เยว่ซีวางผ้าเย็นลง

“ข้าเอาแต่ตามสิ่งที่นางทำ”

หลิงยวนไม่ได้ตอบแทน

นางจึงมองรอยเท้าในลานอีกครั้ง

อวี้หนิงยืนห่างร่องดิน แต่ทุกครั้งที่เรียกปราณ ส้นเท้าซ้ายจะกดพื้นก่อน

เล็กน้อยมาก

หากไม่ได้หยุดมองจากข้างนอก เยว่ซีคงไม่ทันเห็น

“อีกอย่าง…” นางพึมพำ “นางต้องออกแรงเหมือนกัน”

จ้าวเฉิงพยักหน้าไปทางกระบี่บนตักนาง

“และเจ้ามีสิ่งนั้นอยู่ อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นไม้เท้าระหว่างคิดเรื่องปราณ”

เยว่ซีหันไปมอง

“เจ้าดูออกตั้งแต่เมื่อใด”

“ตั้งแต่เจ้าถือมันค้าง แล้วจ้องน้ำราวกับรอให้น้ำสงสาร”

เสี่ยวถังหลุดหัวเราะ

เยว่ซีใช้ผ้าเย็นฟาดเข่าจ้าวเฉิงเบา ๆ

“เมื่อครู่บอกว่าจะไม่ตีคนเจ็บมิใช่หรือ”

“เข่าเจ้าไม่ได้เจ็บ”

เขาอ้าปาก แล้วหุบลงอย่างยอมจำนน

เสียงผู้ดูแลเรียกจากลาน

เยว่ซีลุกขึ้น ก่อนหันมาหาหลิงยวนอีกครั้ง

“รอบนี้ไม่ต้องบอกข้าว่าควรทำอย่างไร”

เขายื่นกระบี่ที่นางลืมไว้บนม้านั่งให้

“เช่นนั้นเอาสิ่งนี้ไปก่อน”

เสี่ยวถังหัวเราะจนต้องยกมือปิดปาก

เยว่ซีรับกระบี่ หน้าแดงขึ้นอีกหน

หลิงยวนลดเสียงลงพอให้นางได้ยินคนเดียว

“ข้ารอดูอยู่”

เพียงเท่านั้น ความแน่นในอกนางก็คลายออกเล็กน้อย

⸻

อวี้หนิงมองเยว่ซีเดินกลับเข้าลาน

จากตรงนี้นางเห็นชัดว่าศิษย์พี่โม่มองตามอีกฝ่ายอย่างไร

เขาเคยตรวจท่ากระบี่ให้นางจริง

บอกให้ลดศอก หมุนสะโพก และอย่าทิ้งน้ำหนักไว้ข้างหลัง

สามประโยคนั้นช่วยให้นางแก้สิ่งที่ติดขัดมาหลายเดือน

นางจำได้ทุกคำ

แต่เขาคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยพูดกับนางเมื่อใด

“จะเริ่มหรือยัง”

เสียงเยว่ซีดึงนางกลับมา

อวี้หนิงยกกระบี่

“คราวนี้เจ้าคิดจะใช้สิ่งใด”

“เจ้าลองดูเอง”

ผู้ดูแลให้สัญญาณ

อวี้หนิงก้าวเข้าหาทันที

เยว่ซีไม่ถอยตรง นางเฉียงออกข้าง รับกระบี่ด้วยมุมที่ไม่ต้องชนแรงทั้งหมด แล้วแทงสวนไปยังต้นแขน

อวี้หนิงบิดตัวหลบ

ส้นเท้าซ้ายกดลง

เยว่ซีเห็น

นางขยับก่อนพื้นจะยก ทว่าครั้งนี้ไม่ได้ถอนหนี กลับก้าวผ่านแนวที่คาดว่าจะนูน เข้าประชิดเสียเอง

อวี้หนิงเลิกคิ้วเล็กน้อย

กระบี่สองเล่มปะทะดังลั่น

เยว่ซีเจ็บไหล่จนต้องกัดฟัน แต่ยังดันปลายกระบี่ให้พ้นลำตัว ก่อนหมุนออกไปทางร่องน้ำ

อวี้หนิงตามติด

นางไม่ปล่อยให้เยว่ซีตั้งระยะเรียกปราณ

หนึ่งฟัน

หนึ่งแทง

เยว่ซีปัดได้ครั้งแรก ครั้งที่สองเฉียดแขนเสื้อจนผ้าสะบัด

เสียงเชียร์จากข้างลานดังขึ้น

“อย่าถอยเข้ามุม!”

เยว่ซีได้ยิน แต่เท้าของนางยังถอย

อวี้หนิงเห็นร่องน้ำอยู่ข้างหลังอีกฝ่าย จึงกดปราณลงดิน

สันดินยกขวางทางน้ำเหมือนครั้งแรก

ทว่าเยว่ซีไม่ได้เรียกน้ำ

นางฟันกระบี่เต็มแรงเข้าหาข้อมืออวี้หนิงในจังหวะที่เท้าซ้ายอีกฝ่ายปักน้ำหนักอยู่

อวี้หนิงต้องยกกระบี่รับ

ไม้กระแทกกันจนฝ่ามือเยว่ซีชา

นางไม่หยุด

เถาเล็กจากขอบร่องพุ่งขึ้นพันปลายกระบี่อวี้หนิงเพียงหนึ่งรอบ

อวี้หนิงพลิกข้อมือจะตัดมัน

เยว่ซีปล่อยปราณทันที

เถาคลายลงก่อนถูกตัด แรงที่อวี้หนิงเตรียมใช้จึงพากระบี่เลยไปเล็กน้อย

ช่องว่างเปิดตรงหัวไหล่

เยว่ซีแทงเข้าไป

ปลายกระบี่แตะผ้าแล้ว!

แต่ในจังหวะเดียวกัน ดินใต้เท้านางยกขึ้น

เยว่ซีเสียหลัก กระบี่อวี้หนิงกลับมาจ่อชายโครง ขณะที่นางทรุดลงข้างหนึ่ง

“หยุด!”

ทั้งคู่ถอนมือพร้อมกัน

ลานเงียบไปชั่วครู่

ผู้ดูแลเดินเข้ามาตรวจตำแหน่ง ก่อนกล่าว

“หลินเยว่ซีแตะไหล่ได้ก่อนหนึ่งแต้ม เหยียนอวี้หนิงสวนถึงชายโครงตามมา หากเป็นการต่อสู้จริง เจ้าแลกบาดแผลกัน”

เยว่ซีนั่งหอบอยู่บนพื้น

นางมองหัวไหล่อวี้หนิง

รอยฝุ่นจากปลายกระบี่ติดอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

อวี้หนิงก้มลงมองตาม แล้วหันกลับมา

“เจ้ายอมให้ข้าต้อนเข้าร่องน้ำ”

“หากข้าวิ่งไปเฉย ๆ เจ้าคงไม่ตาม”

“เจ้าคิดว่าข้าจะปิดน้ำอีก”

“เจ้าบอกข้าเอง”

อวี้หนิงนิ่งไป

จ้าวเฉิงที่ข้างลานไอออกมาหนึ่งครั้ง ไม่สำเร็จนักในการซ่อนเสียงหัวเราะ

อวี้หนิงปรายตามอง ก่อนยื่นมือให้คนบนพื้น

เยว่ซีจับมือนั้นลุกขึ้น

ทันทีที่ยืนได้ อวี้หนิงก็ปล่อย

“แต่เจ้าทิ้งเท้าไว้ที่เดิม”

“ข้าเห็นกระบี่ถึงแล้วจึงเผลอหยุด”

“ถ้าไม่หยุด ข้าอาจต้องถอย”

เยว่ซีเงยหน้าขึ้น

อวี้หนิงเบือนหน้าไปเสียก่อน

“แค่ครั้งนี้”

⸻

เมื่อจบช่วงฝึก เยว่ซีแพ้อีกสองรอบ

รอบหนึ่งถูกตีข้อมือจนกระบี่หลุด

อีกรอบก้าวข้ามสันดินได้ แต่โดนอวี้หนิงใช้ท่ากระบี่ธรรมดากวาดขา

ตอนผู้ดูแลสั่งเลิก นางจึงมีทั้งฝุ่นบนเสื้อ รอยแดงบนแขน และความรู้สึกว่าทั่วร่างหนักกว่าตอนเช้าเท่าตัว

แต่คราวนี้นางมองออกแล้วว่าอีกฝ่ายเริ่มโจมตีจากตรงไหน

บางครั้งยังหลบไม่ทัน

อย่างน้อยก็ไม่ได้ถูกตีโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทุกครั้ง

เยว่ซีเดินไปล้างมือข้างรางน้ำ

อวี้หนิงอยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว

นางกำลังล้างดินออกจากสายรัดข้อมือ ข้างตัวมีตลับยาวางอยู่

เยว่ซีเปิดก๊อกไม้ น้ำเย็นไหลผ่านรอยถลอกบนฝ่ามือจนต้องสูดหายใจ

“เจ้าจับด้ามแน่นเกินไป” อวี้หนิงกล่าว

“ถ้าจับหลวม เจ้าก็ตีหลุด”

“จับให้มั่นกับบีบจนมือแข็งไม่เหมือนกัน”

นางหยิบกระบี่ขึ้น สาธิตการคลายนิ้วสองนิ้วแล้วกำกลับ

เยว่ซีลองตาม

อวี้หนิงใช้กระบี่ตนเคาะด้ามอีกฝ่ายเบา ๆ

คราวนี้ข้อมือเยว่ซีขยับรับแรงได้

นางทดลองอีกครั้ง ก่อนกล่าว

“ขอบใจ”

“ข้าไม่อยากเสียเวลารอเจ้าเก็บกระบี่ทุกครั้ง”

เยว่ซีมองนาง แล้วหลุดยิ้ม

อวี้หนิงขมวดคิ้ว

“ยิ้มอะไร”

“ไม่มีอะไร”

อีกฝ่ายปิดตลับยาแรงกว่าจำเป็นนิดหนึ่ง

เยว่ซีเห็นรอยแดงตรงหัวไหล่นาง จึงถาม

“เจ็บหรือไม่”

“กระบี่ไม้ก็ทำให้เจ็บได้”

“ข้าขอโทษ เมื่อครู่ข้า—”

“อย่าขอโทษที่ตีถูก”

อวี้หนิงเงยหน้าสบตา

“ข้าไม่ได้ขอโทษเจ้าทุกครั้งที่ชนะเช่นกัน”

เยว่ซีค่อย ๆ พยักหน้า

“ได้”

อวี้หนิงเก็บของเข้าห่อ ก่อนมองเลยไปยังหลิงยวนซึ่งกำลังพูดกับผู้ดูแล

แววตานางอ่อนลงเพียงชั่วขณะ

เยว่ซีทันเห็น แต่ไม่ได้เอ่ยถาม

เมื่ออวี้หนิงหันกลับมา น้ำเสียงก็แข็งเหมือนเดิมแล้ว

“ข้ายังคิดว่าเจ้าได้รับโอกาสมากกว่าคนอื่น”

เยว่ซีจับผ้าเช็ดมือไว้

คราวนี้นางไม่ได้รีบเถียง

“ข้ารู้ว่ามีคนช่วยข้ามาก”

นางมองกระบี่ของตน

“แต่เวลายืนในลาน ข้าก็ต้องรับกระบี่เจ้าเอง”

อวี้หนิงเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนหยิบห่อผ้าขึ้นพาดแขน

“พรุ่งนี้มาถึงก่อนยามเฉิน”

เยว่ซีเงยหน้า

“ผู้ดูแลยังไม่ได้จัดคู่”

“ข้าจะขอเอง”

“เหตุใด”

อวี้หนิงปรายตามองรอยฝุ่นบนไหล่ตน

“ข้ายังอยากรู้ว่า หากข้าไม่ยกดินขวางน้ำ เจ้าจะทำอย่างไร”

นางเดินไปแล้วสองก้าว ก่อนหยุด

“และมือต้องทายา คืนนี้อย่าฝึกจนแตกเพิ่ม”

เยว่ซีมองตาม จนเสี่ยวถังเข้ามาสะกิดแขน

“นางชวนเจ้าซ้อมอีกหรือ”

“อืม”

“เมื่อเช้าข้าคิดว่านางไม่ชอบเจ้าเสียอีก”

เยว่ซีก้มมองฝ่ามือ แล้วหัวเราะเบา ๆ

“ข้าคิดว่าตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยชอบ”

⸻

หลิงยวนรออยู่ใต้ร่มไม้ข้างทางออก

เยว่ซีเดินเข้าไปหา ยกกระบี่ให้เขาดูราวกับเป็นหลักฐาน

“วันนี้ข้าตีถูกหนึ่งครั้ง”

“ข้าเห็น”

“แต่แพ้หลายครั้ง”

“ข้าก็เห็น”

นางหรี่ตา

“ท่านเลือกพูดเฉพาะครึ่งแรกก็ได้”

เขารับกระบี่ไปถือ แล้วหยิบห่อยาจากแขนเสื้อออกมา

“มือ”

เยว่ซียื่นให้โดยดี

หลิงยวนทายาบาง ๆ รอบรอยถลอก แรงแตะเบาจนต่างจากการรับกระบี่เมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

นางมองใบหน้าที่ก้มอยู่ตรงหน้า แล้วถาม

“เมื่อก่อนท่านเคยแพ้จนไม่อยากจับกระบี่อีกหรือไม่”

“เคยแพ้”

“แล้วไม่อยากจับอีกหรือไม่”

เขาเงยหน้ามองนาง

“อยากจับให้เร็วกว่าเดิม”

เยว่ซียิ้มออกมา

“ตอนนี้ข้าก็รู้สึกเช่นนั้น”

หลิงยวนพันผ้าบางรอบฝ่ามือให้เสร็จ แล้วเก็บยา

“เช่นนั้นกินข้าวก่อน”

“ข้ายังไม่ได้บอกว่าจะฝึกต่อเสียหน่อย”

“เจ้ามองลานสามครั้งแล้ว”

นางหันกลับมาทันที

เขายกมือปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่ข้างมวยผมนางออก

เยว่ซีชะงัก

“มีอีกหรือไม่”

“มีฝุ่น”

“ตรงไหน”

หลิงยวนมองนางตั้งแต่ปลายผมถึงชายเสื้อ

“หลายแห่ง”

นางตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยมือข้างที่ไม่เจ็บ

เสียงหัวเราะของจ้าวเฉิงดังจากด้านหลัง

“ศิษย์พี่โม่ ข้าช่วยยืนยันได้ วันนี้นางเก็บพื้นลานมาครบทุกด้านแล้ว”

เยว่ซีหันขวับ

จ้าวเฉิงยกตะกร้าอาหารขึ้นบัง

“เสี่ยวถังเป็นคนฝากข้าถือ อย่าทำหก”

“เจ้าซ่อนอยู่หลังข้าวเที่ยงหรือ”

“สิ่งใดป้องกันชีวิตได้ ข้าย่อมใช้”

เสี่ยวถังส่ายหน้าแล้วดึงตะกร้าคืน

เยว่ซีหัวเราะ ก่อนเดินตามเพื่อนไป

จ้าวเฉิงมองผ้าพันมือที่หลิงยวนเพิ่งผูกให้ ปลายเงื่อนเล็กอยู่ด้านนอกเพื่อไม่ให้กดฝ่ามือเวลานางจับของ

เขาล้วงมือเข้าแขนเสื้อ

ตลับยาที่เตรียมมาตั้งแต่เช้ายังอยู่ตรงนั้น

ชายหนุ่มแตะมันครู่หนึ่ง แล้วปล่อยมือ

“ช้าหน่อย!” เขาเรียกตาม “คนถือกระบี่เมื่อครู่มีแรงเหลือ คนยืนดูอย่างข้าหิวจนเดินไม่ไหวแล้ว”

เยว่ซีหันมาหัวเราะใส่เขา

จ้าวเฉิงจึงยิ้มตาม แล้วเร่งฝีเท้า

⸻

ก่อนพ้นประตูลาน เสียงผู้ดูแลเรียกทุกคนไว้

ศิษย์คนหนึ่งเพิ่งนำประกาศใหม่มาส่ง

“พรุ่งนี้เปลี่ยนการฝึกช่วงท้าย เป็นการรักษาธงร่วมกันสองคน ฝ่ายเข้าชิงสามคน ใช้กระบี่กับปราณตามข้อจำกัดเดิม”

เสียงพูดคุยดังขึ้นทันที

เยว่ซีหยุดเดิน

ผู้ดูแลกางรายชื่อ ก่อนอ่านคู่แรก

“เหยียนอวี้หนิง หลินเยว่ซี ฝ่ายรักษาธง”

จ้าวเฉิงเลิกคิ้ว

“เมื่อครู่ยังตีเจ้าล้มอยู่เลย พรุ่งนี้ต้องยืนข้างกันแล้วหรือ”

อวี้หนิงเดินกลับมาจากอีกฟากลาน

นางรับป้ายคู่ฝึกจากผู้ดูแล แล้วหยุดตรงหน้าเยว่ซี

“ข้ามีข้อเดียว”

“อะไร”

“อย่าปล่อยให้ธงหลุด เพราะมัวแต่มองว่าศิษย์พี่โม่ยืนอยู่ตรงไหน”

เสี่ยวถังกลั้นหัวเราะไม่ทัน

ใบหน้าเยว่ซีร้อนวูบ แต่ยังยื่นมือไปรับป้ายอีกอัน

“เช่นนั้นเจ้าก็อย่ายกดินปิดทางน้ำของข้า”

อวี้หนิงมองนางอยู่ชั่วครู่

มุมปากขยับขึ้นน้อยมาก

“เจ้าต้องบอกให้ทันว่าจะใช้ทางไหน”

เยว่ซีพลิกป้ายในมือ

บนแผ่นไม้มีอักษรคำว่า ร่วม สลักไว้กลางแผ่น

นางเงยหน้าสบตาคนที่เพิ่งตีตนล้มหลายครั้ง

“คราวนี้ข้าจะบอก”

อวี้หนิงพยักหน้า แล้วชี้ไปยังลานอีกฝั่ง

ศิษย์สามคนกำลังรออยู่ คนหนึ่งถือกระบี่ อีกคนหมุนแผ่นอาคมระหว่างนิ้ว ส่วนคนสุดท้ายเพิ่งใช้ปราณลมดึงธงฝึกหลุดจากเสาโดยไม่ก้าวเข้าใกล้

เยว่ซีหยุดยิ้ม

ธงผืนนั้นลอยไปตกอยู่ในมือเจ้าของปราณลมอย่างง่ายดาย

อวี้หนิงลดเสียงลง

“เพราะพรุ่งนี้ หากเรายังเอาแต่ขัดกัน ธงคงหลุดก่อนเจ้าจะได้เรียกน้ำเสียอีก”

เยว่ซีมองคู่ต่อสู้ทั้งสาม ก่อนกำป้ายไม้แน่นขึ้น

คราวนี้นางไม่ได้มองหาหลิงยวน

นางกำลังมองเสาธง

และคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้มันหลุดไปจากมือพวกนาง

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    “ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลังเสี่ยวถังเห็นตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตกแต่แสงนั้นขยับเศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนูปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี“เยว่ซี!”นางหันตามเสียงเรียกไม่ทันมือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศแสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกันแต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขนนางก้าวเข้าขวางไปแล้วเสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้นร่างเพื่อนชะงักเยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนางตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆแล้วเลือดก็ซึมออกมาคมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าขอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

    จ้าวเฉิงถอนกระบี่จากพื้นแล้วฟันซ้ำเส้นดำขาดออกตรงหน้าขั้นบันได ปลายด้านหนึ่งบิดเกร็ง ก่อนสลายเป็นควันเมื่อผู้อาวุโสสวี่ตบแผ่นผนึกลงทับอีกด้านยังเลื้อยต่อมันอ้อมปลายกระบี่ ผ่านใต้ราวไม้ แล้วพุ่งขึ้นไปหาเยว่ซี!นางขยับหลบพร้อมเสี่ยวถังเงาดำเฉี่ยวชายเสื้อคลุม ปักเข้ากับเสาไม้ด้านหลังจนเกิดรอยไหม้ยาว“เข้าห้อง!”เสิ่นซูเหอเปิดประตูรับเยว่ซีถอยเข้าไป แต่ยังไม่ทันพ้นธรณี เงาที่เกาะเสาก็สะบัดตัวกลับมาอีกครั้งผู้อาวุโสสวี่ปาแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเข้าขวางแสงอาคมกระแทกมันหลุดจากเสาจ้าวเฉิงฟันลงทันทีคราวนี้เขาไม่ถอนกระบี่ ปราณจากคมกดเส้นดำนั้นติดกับพื้น ขณะที่ผู้อาวุโสสวี่เข้าครอบด้วยกล่องผนึกเสียงขูดแหลมดังอยู่ใต้ฝาแล้วเงียบลง“ถอยจากบันไดให้หมด!”ผู้คุมรีบกันคนออกจากระเบียงเยว่ซีหยุดอยู่ในประตู มือข้างหนึ่งยังจับแขนเสี่ยวถังแน่นเส้นดำถูกจับแล้วแต่ด้านนอก เสียงกระแทกจากร่างใหญ่กลับดังถี่ขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่น⸻หลิงยวนลากปลายกระบี่ผ่านขอบวงผนึกอักขระสีเงินอมฟ้าเชื่อมเข้าหากัน ปิดช่องสุดท้ายที่เงามารพยายามแทงออกมา“รับช่วงด้านนี้”เจ้าสำนักก้าวเข้าประจำตำแหน่งแทนทันทีหลิงยวนพุ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 90 — ประตูที่ต้องเปิดค้างไว้

    หลิงยวนฟันกระบี่ผ่านข้อมือสีดำแขนของมันขาดออกจากร่างก่อนมือที่กำคอผู้เคราะห์ร้ายจะร่วงถึงพื้น เขาก็คว้าตัวชายผู้นั้นดึงออกมา แล้วถอยพ้นเงาที่ตวัดสวนขึ้นจากรอยแตกกลางอกเสียงหวีดแหลมกรีดผ่านทางเดินเงาสีคล้ำกระโจนตามเจ้าสำนักกระแทกฝ่ามือลงม่านอาคมตั้งขวางระหว่างมันกับคนทั้งสอง แรงปะทะทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็นแนวยาว ทว่าแสงยังไม่ดับ“พาคนออก!”อาจารย์ฉินกับผู้ช่วยเข้ารับชายที่หมดสติ หลิงยวนกดแผ่นผนึกปิดรอยคล้ำตรงอกให้ ก่อนหมุนตัวกลับไปหาเงามารมันยืนอยู่หลังม่านสูงกว่าคนเกือบครึ่งตัว ส่วนล่างยังเป็นเส้นดำพันกันไม่หยุด ใบหน้าไร้ดวงตา มีเพียงรอยแยกยาวซึ่งเปิดออกช้า ๆแขนข้างที่ถูกตัดกำลังก่อตัวใหม่หลิงยวนก้าวเข้าหากระบี่สีเงินอมฟ้าฟันลงอีกครั้ง คราวนี้คมปราณผ่านกลางลำตัว แยกเงานั้นออกเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งถูกเผาสลายทันทีอีกส่วนกลับแนบลงกับพื้น พุ่งไปตามรอยแตกใต้ม่านป้องกันเยี่ยจื้อหยวนปักแผ่นผนึกสกัดไว้ก่อนมันถึงรั้วหอรักษาพื้นสว่างวาบเงาดำหดกลับราวกับถูกไฟลวก“มันออกจากร่างแล้ว!” เขาตะโกน “ปิดทางใต้พื้นด้วย!”ผู้อาวุโสสองคนแยกไปคนละด้าน กระบี่ปักลงตรงรอยต่อแผ่นหิน อักขระแผ่ออกเป็

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

    หินใต้เท้าศิษย์ผู้นั้นยกตัวขึ้นก่อนหยดสีดำจะถึงรองเท้าเขาเสียหลักหงายหลังเหยียนอวี้หนิงคว้าคอเสื้อแล้วกระชากออกจากลาน ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่ฟันลงตรงรอยต่อพื้นแผ่นหินพลิกขึ้นสิ่งสีดำกระแทกด้านล่างของมัน ก่อนถูกประกบไว้ระหว่างหินสองแผ่นเสียงขูดดังแกรก ๆ อยู่ข้างใน“อย่าเข้าใกล้พื้นตรงนั้น!”อวี้หนิงผลักศิษย์ที่ช่วยไว้ไปทางประตู แล้วหันกลับมาหาชายผู้ใช้กระบี่หนักเขายังคุกเข่าอยู่มือข้างหนึ่งกำข้อมือตนเองแน่นจนเลือดซึมระหว่างนิ้ว ดวงตาจับอยู่ที่แผ่นหินซึ่งกำลังสั่น“นั่น…ออกมาจากข้าหรือ”อวี้หนิงไม่ตอบคำถามนั้น“อย่าฝืนเดินปราณ ผู้รักษากำลังมา”ชายผู้นั้นหอบหายใจเขาพยายามพยักหน้า แต่ทันใดนั้นแขนขวาก็กระตุก กระบี่หนักที่ตกอยู่ข้างตัวครูดพื้นเข้าหามือนิ้วของเขาคว้าด้ามไว้อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าวชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นบนลานประลอง“หลบ!”กระบี่หนักฟาดลงมา!นางกระโดดออกด้านข้างพื้นหินระเบิดเป็นเศษแหลม สันดินพุ่งตามแนวกระบี่ไปกระแทกเสาระเบียงจนไม้แตกร้าวเสียงร้องดังจากในเรือนมีคนยังออกมาไม่หมดอวี้หนิงเปลี่ยนทิศทันที นางยกกำแพงหินเตี้ยขวางเศษไม้ ก่อนต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 88 — อ้อมแขนที่ไม่ต้องฝืนเข้มแข็ง

    ผู้คุมเห็นรอยนูนใต้ผิวหนังของชายชุดม่วงก่อนมันจะเลื่อนพ้นข้อมือเขาถอยทันที“แขนเจ้าเป็นอะไร!”ชายชุดม่วงคว้ามือเขาเสียงกระดูกลั่นดังกรอบ ผู้คุมกัดฟัน ใช้กระบี่ในมืออีกข้างฟันสวน คนร้ายเบี่ยงตัวหลบแล้วดึงเขาเข้าหารอยแผลตรงนิ้วปริออกเส้นสีคล้ำพุ่งจากแผลเข้าหาข้อมือผู้คุม!แสงสีเงินอมฟ้าตัดผ่านช่องประตูในจังหวะนั้นเส้นคล้ำขาดกลางอากาศโม่หลิงยวนคว้าคอเสื้อผู้คุมดึงออกมา ก่อนใช้ฝ่ามือผลักเขาไปยังศิษย์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง“พาออกไป ปิดประตูเรือนข้างเคียง!”ชายชุดม่วงถอยหนึ่งก้าวรอยยิ้มสุภาพที่เคยใช้ต่อหน้าคนทั้งสนามหายไปแล้ว“เร็วดี”หลิงยวนไม่ตอบกระบี่ในมือฟันตรงเข้าหาแขนข้างที่มีรอยคล้ำชายผู้นั้นกระแทกโต๊ะขึ้นขวาง ไม้แตกกระจาย คมกระบี่ตัดผ่านกลางโต๊ะแล้วเฉือนแขนเสื้อสีม่วงขาดถึงข้อศอกใต้ผ้ามีเส้นดำคดอยู่ตามท่อนแขนมันเคลื่อนไหวหลิงยวนเห็นชัดว่าบางช่วงสวนทางกับการเต้นของเส้นเลือดชายชุดม่วงพลิกฝ่ามือปราณสีคล้ำพุ่งออกจากแผล กวาดเศษไม้ทั้งหมดเข้าใส่ประตูหลิงยวนยกกระบี่ขึ้นตั้งม่านสีเงินอมฟ้ากางรับ เศษไม้กระแทกแล้วตกลง ขณะที่เจ้าของเรือนรับรองพุ่งเข้าหาหน้าต่างอีกฝั่งม่านผนึกสว่าง

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status