LOGINรอยร้าวแล่นออกจากปลายรองเท้าของชายกลางลานกระบี่เล่มกว้างฟันลงพร้อมแรงปราณที่กดอากาศจนเกิดเสียงครางต่ำโม่หลิงยวนก้าวเฉียงออกคมกระบี่เฉียดชายเสื้อขาวก่อนกระแทกพื้น ฝุ่นพุ่งขึ้นเป็นแนว ทว่าเจ้าของกระบี่กลับพลิกข้อมือทันที ใช้แรงจากการฟันกวาดย้อนเข้าหาช่วงเอวเขาไม่ได้ช้าอย่างที่รูปร่างอาวุธทำให้คิดหลิงยวนชักกระบี่ออกจากฝักประกายสีเงินอมฟ้าปรากฏเพียงวูบเดียวเคร้ง!กระบี่ทั้งสองกระทบกันกลางอากาศฝุ่นที่ลอยอยู่ถูกแรงปะทะผลักออกเป็นวง กระแทกม่านอาคมรอบลานจนเกิดระลอกแสงหลินเยว่ซีขยับนั่งตรงนางตั้งใจว่าจะมองเท้าของเขาแต่ตอนนี้แทบมองมือไม่ทันแล้วชายผู้ถือกระบี่หนักก้าวตาม แรงปราณแผ่แนบคมจนกระบี่ดูหนาขึ้นอีกชั้น ทุกครั้งที่ฟัน เขาใช้ทั้งไหล่ เอว และแรงส่งจากขาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีจังหวะหยุดให้สวนง่าย ๆหลิงยวนรับกระบี่หนึ่งครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นเบี่ยงอีกสองครั้งเท้าของเขาเลื่อนผ่านรอยร้าวบนพื้นไม่เหยียบซ้ำตำแหน่งเดิมเลย“เขากำลังบีบศิษย์พี่โม่ให้ถอย” เสี่ยวถังกระซิบจ้าวเฉิงมองลานโดยไม่กะพริบตา“ดูปลายกระบี่อีกฝ่าย”เยว่ซีทำตามแม้ชายผู้นั้นจะเป็นฝ่ายรุก แต่ทุกครั้งหลังปะทะ ปลายกระบี่ข
“วันนี้ข้าไม่ช่วยเจ้าคิดวิธีรับปราณดิน” เหยียนอวี้หนิงกล่าวขณะวางกระบอกน้ำลงบนโต๊ะตรวจอาวุธ หลินเยว่ซีเงยหน้าจากการรัดปลายแขนเสื้อ “ข้าก็ยังไม่ได้ถาม” “เมื่อครู่เจ้ามองมือข้า” “สายรัดเจ้าหลวม” อวี้หนิงก้มลงดู ปมตรงข้อมือคลายจริง ๆ นางจึงดึงมันให้แน่นขึ้น ก่อนเหลือบมองเยว่ซีอย่างระแวง “เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจทำให้ข้ามัวแต่กังวลเรื่องอื่น” เยว่ซีหัวเราะ “หากข้าจะทำเช่นนั้น ข้าคงรอให้เจ้าเดินขึ้นลานก่อน” ผู้ดูแลกระแอมเบา ๆ แล้วเลื่อนถาดอาวุธคืนให้ทั้งสอง “ตรวจเรียบร้อย รอฟังเรียกชื่อ อวี้หนิงรับกระบี่ขึ้นมา รอยยิ้มเมื่อครู่ค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงสายตาจริงจังที่เยว่ซีคุ้นเคยจากลานฝึก วันนี้ไม่มีใครจะเคาะกระบี่ไม้แล้วบอกให้เริ่มใหม่ ผู้ชนะมีได้เพียงคนเดียว ⸻ การประลองของทั้งสองถูกจัดในช่วงบ่ายของวันถัดมา เยว่ซีได้พักเต็มคืน แผลเหนือข้อศอกปิดดีและผ่านการตรวจแล้ว แต่ก่อนปล่อยให้นางมา อาจารย์ฉินยังย้ำว่าหากแผลเปิดต้องให้ผู้รักษาดูทันทีหลังจบ นางรับคำโดยไม่ต่อรอง ใต้ชายคาข้างลาน เสี่ยวถังถือฝักกระบี่รออยู่ ส่วนจ้าวเฉิงพิงเสา มองผู้ชมที่เริ่มเข้ามาจับจองที่นั่ง “วันนี้ข้าลำบาก
“เขาชื่อหูเซิ่ง”เผยเหวินซูวางพู่กันลงข้างภาพมือที่นิ้วก้อยขาดไปข้อหนึ่ง“เคยรับคนจากเรือนพักของเซี่ยจิ้งเหิงไปส่งยังโรงยาหลายแห่ง ข้าเป็นผู้จ่ายค่าเดินทางให้เขา”โม่หลิงยวนเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง“คนที่ถูกส่งไปเป็นใคร”“คนป่วย คนที่มีปราณแต่ควบคุมไม่ได้ บางคนถูกบอกว่าจะได้รับการรักษาโดยไม่เสียเงิน”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาถูกนำไปทำอะไร”เผยเหวินซูมองกระดาษตรงหน้า“ตอนแรกข้าเห็นเพียงรายการยา ต่อมาจึงพบว่ามีการจดจำนวนวันที่ทนยาได้”“แล้ว?”“ข้ายังจ่ายเงินให้เขาต่อ”ผู้จดคำให้การก้มลงเขียนในห้องไม่มีผู้ใดช่วยพูดให้ประโยคนั้นเบาลงหลิงยวนเปิดบันทึกที่ยึดมาได้จากโรงยาแห่งเก่าของเซี่ยจิ้งเหิง วางหน้าที่มีตัวเลขเรียงกันตรงหน้าเขา“โรงยาที่เถียนลู่บอกยังเปิดอยู่ คนของเราไปถึงแล้ว แต่ห้องด้านหน้ามีเพียงคนงานกับยาทั่วไป ผู้ป่วยถูกย้ายออกไปก่อนหน้านั้น”เผยเหวินซูรีบเลื่อนสายตาตามแผนที่“โรงยาอยู่ริมทางขึ้นเขาหรือ”“ใช่”“มีเรือนอบสมุนไพรด้านหลังหรือไม่”หลิงยวนหันไปหาศิษย์ที่นำรายงานมา“มีขอรับ คนงานบอกว่าเลิกใช้แล้ว ประตูถูกปิดตาย”เผยเหวินซูชี้ทางเล็กซึ่งผ่านหลังโรงยา“หูเซิ่งไม่ชอบขนคนผ
กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สามมันตกลงบนพื้นลานฝึก ห่างจากปลายรองเท้าโม่หลิงยวนไม่ถึงคืบนางมองมือว่างของตน ก่อนเงยหน้ามองเขา“ข้าบอกให้ท่านลองปัด มิได้บอกให้เอาไปทั้งเล่ม”“ข้าใช้แรงน้อยกว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว”หลิงยวนก้มเก็บกระบี่ส่งคืนเยว่ซีรับมาอย่างจำใจนางไม่ได้ตั้งใจฝึกหนักก่อนวันประลอง เพียงอยากรู้ว่าแผนในสมุดจะทำได้จริงหรือไม่ แต่พอลองใช้กับคนตรงหน้า กระบี่กลับหลุดมือทุกครั้งก่อนถึงจังหวะที่นางต้องการหลิงยวนชี้ตำแหน่งที่นางยืน“เจ้ามัวแต่รอให้เขาเข้ามาตรงนี้”“ถ้าเขาไม่เข้ามา ข้าก็เปลี่ยนตำแหน่งได้”“เมื่อครู่เจ้าเปลี่ยนหรือไม่”เยว่ซีเงียบนางรอจริง ๆรอจนเขามีเวลาปัดกระบี่หลุดจากมือหลิงยวนวางกระบี่ของตนลง“แผนช่วยให้เจ้ารู้ว่าจะทำอะไร แต่คนตรงหน้าจะไม่เดินตามเส้นที่เจ้าวาดทุกครั้ง”เยว่ซีมองรอยรองเท้าบนพื้น ก่อนใช้ปลายกระบี่ไม้ลบจุดที่ขีดไว้“อีกครั้งเจ้าค่ะ”“ครั้งสุดท้าย”นางพยักหน้าคราวนี้เมื่อหลิงยวนขยับเข้ามา เยว่ซีไม่รอให้เขาถึงตำแหน่งเดิม นางก้าวเฉียงออก ใช้กระบี่ขวางทางมือของเขาก่อน แล้วจึงหมุนตัวไปอีกด้านหลิงยวนยกข้อมือรับกระบี่ไม้ของนางยังถูกก
แสงขาวซึ่งดับไปครึ่งวงกลับสว่างขึ้นจากอีกด้านเสี่ยวถังกดแผ่นอาคมลงในตำแหน่งใหม่ ก่อนเลื่อนแผ่นข้างตะเกียงเข้ามาปิดทางเดิมปราณที่ถูกส่งย้อนกลับกระแทกแนวป้องกันดังปะทุเปลวไฟเอนจนแทบแนบปากตะเกียงแต่ยังไม่ดับหญิงสาวฝั่งตรงข้ามเงยหน้ามองนางเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประลอง ก่อนขยับแผ่นไม้สองชิ้นแยกออกจากกันแสงของเสี่ยวถังถูกบังคับให้เลี้ยวอีกครั้งคราวนี้นางไม่รีบตามไปแก้เสี่ยวถังมองนิ้วของคู่ต่อสู้ทุกครั้งที่นางส่งปราณเข้าเส้นกลาง อีกฝ่ายจะหมุนแผ่นทางขวาก่อน แล้วจึงเลื่อนแผ่นทางซ้ายมารับหากโจมตีทางเดิมอีก ผลก็คงไม่ต่างกันนางถอนปราณจากเส้นกลางจนเหลือเพียงแสงบาง ๆแล้วส่งพลังส่วนใหญ่ไปตามขอบวงเสียงฮือดังขึ้นเมื่อเส้นแสงแยกออกเป็นสองทางหญิงสาวอีกฝั่งเลื่อนแผ่นมาขวางทางด้านข้างทันทีเสี่ยวถังรอจังหวะนั้นอยู่แล้วนางกดฝ่ามือลงบนฐานเส้นกลางสว่างวาบ!ปราณพุ่งผ่านช่องที่เพิ่งเปิด ตรงเข้าหาตะเกียงฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วเยว่ซีเผลอก้าวเข้าใกล้แนวกั้นแสงไปถึงแล้ว!ทว่าหญิงสาวฝั่งตรงข้ามยกแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งขึ้น พลิกด้านแล้ววางขวางหน้าตะเกียงปราณของเสี่ยวถังแตกออกเป็นประกายเล็กเปลวไฟของอ
“เจ็บหรือไม่”อาจารย์ฉินกดนิ้วลงเหนือข้อมือจ้าวเฉิง ก่อนให้เขาหมุนแขนออกด้านข้าง“ไม่ขอรับ”“ออกแรงต้านมือข้า”จ้าวเฉิงทำตามคราวนี้อาจารย์ฉินตรวจอยู่นานกว่าเดิม ทั้งให้กำมือ เหยียดนิ้ว และยกกระบี่ค้างในระดับไหล่ เมื่อไม่พบอาการที่ต้องห้ามลงประลอง จึงคืนป้ายให้“ลงได้ หากมีอาการเจ็บแปลบหรือชา ให้หยุด”จ้าวเฉิงรับป้ายมา“วันนี้ท่านพูดเพียงเท่านี้หรือ”อาจารย์ฉินเก็บสมุด“เจ้าอยากฟังเพิ่ม?”“ไม่ขอรับ เท่านี้จำได้ครบพอดี”เขารีบคำนับแล้วเดินออกจากเรือนตรวจหลินเยว่ซีกับเสี่ยวถังรออยู่ใต้ชายคา คนหนึ่งถือห่ออาหาร อีกคนถือกระบี่ของเขา ทันทีที่เห็นป้ายผ่านตรวจ เสี่ยวถังก็ยิ้มออกมา“ทันคู่ที่สามแน่นอน”จ้าวเฉิงยื่นมือรับกระบี่เยว่ซีส่งห่ออาหารให้แทน“กินก่อน”“ข้าต้องใช้มือข้างนี้ถือกระบี่”“เช่นนั้นข้าจะเก็บอาหารกลับ”เขาคว้าห่อไว้ทันที“เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ อย่าเพิ่งตัดสินใจเร็ว”เสี่ยวถังหัวเราะแล้วคืนกระบี่ให้เขาอีกข้างเมื่อทั้งสามเดินมาถึงทางแยก โม่หลิงยวนยืนรออยู่แล้วสายตาของเขาเลื่อนผ่านป้ายในมือจ้าวเฉิง ก่อนหยุดตรงกระบี่“ลองชักออกแล้วเก็บกลับ”จ้าวเฉิงวางห่ออาหารไว้บนขอบกำแพง ทำ







