Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 73 — คนที่ยังส่งคำสั่ง

Share

บทที่ 73 — คนที่ยังส่งคำสั่ง

last update publish date: 2026-10-22 23:53:44

“ป้ายเป็นของจริงขอรับ”

ศิษย์หอวินัยวางสมุดลงข้างป้ายไม้ที่ยึดได้

หลินเยว่ซียืนอยู่ริมโต๊ะกับโม่หลิงยวน ส่วนเจ้าสำนักเปิดหน้าที่คั่นไว้ รายชื่อผู้ติดตามคณะประลองเรียงอยู่ใต้ตรารับรอง แต่ตรงชื่อเจ้าของป้ายกลับมีหมึกแดงขีดทับ

“เจ้าของแจ้งหายตั้งแต่เมื่อวาน” ศิษย์กล่าวต่อ “ตอนนี้พักอยู่ในเรือนรับรอง มีพยานยืนยันว่าไม่ได้ออกไปช่วงเกิดเหตุ”

หลิงยวนพลิกป้ายดูด้านหลัง

“เรียกเขามาถามว่าใครเข้าถึงสัมภาระได้บ้าง อย่าเพิ่งกล่าวหา”

“ขอรับ”

เยว่ซีมองรอยเลือดแห้งตามขอบไม้

คนถือมันอาจหวังใช้ผ่านด่านหลังโจมตีขบวน หรืออาจเตรียมเข้ามาก่อนหน้านั้นแล้ว

แต่ป้ายเพียงชิ้นเดียวตอบไม่ได้

นางจึงหันไปหาม้วนกระดาษบนโต๊ะ

“แล้วภาพของข้าเล่าเจ้าคะ”

ผู้อาวุโสสวี่เลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้

“กระดาษส่วนเก่าถูกตัดจากสมุดแล้วนำมาต่อใหม่ ข้อความด้านข้างเพิ่งเติมภายหลัง คนเขียนอย่างน้อยสองคน”

เยี่ยจื้อหยวนใช้นิ้วชี้ตำแหน่งหมึกแดงโดยไม่แตะเนื้อกระดาษ

“เส้นเหล่านี้เขียนทับทางเดินปราณเดิม บางจุดถึงกับฝืนให้พลังไหลสวนกัน”

เยว่ซีไล่สายตาตามเส้น

วงแดงอยู่บริเวณอก ท้องน้อย และข้อมือ

นางจำความขมของยาที่มู่เฉิงเจ๋อเคยให้ได้ แต่จำไม่ได้ว่าเขาจับข้อมือตรวจนานเท่าใด หรือเขียนสิ่งใดหลังจากนั้น

ความทรงจำที่นางเคยคิดว่าเป็นการรักษา ถูกคนอื่นเก็บไว้บนกระดาษราวกับผลทดลอง

“เขาต้องการรู้ว่าข้าทนได้เพียงใดหรือ”

เยี่ยจื้อหยวนมองนาง

“ส่วนที่เขียนเพิ่มกำลังหาวิธีดึงพลังออกมา แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าวิธีนี้ใช้ได้”

หลิงยวนเลื่อนกระดาษอีกแผ่นมาข้างกัน

เป็นบัญชีที่ยึดจากเฉินซู่ มีรหัสสั้น ๆ ตรงมุมล่างเหมือนกับรหัสท้ายภาพร่าง

“ให้เผยเหวินซูดูสองตำแหน่งนี้”

เจ้าสำนักพยักหน้า

ก่อนศิษย์จะรับคำสั่งออกไป เสียงฝีเท้าเร่งร้อนก็ดังจากระเบียง

“คนเจ็บฟื้นแล้วขอรับ เขาบอกว่าได้ยินคำสั่งตอนถูกโจมตี!”

⸻

อาจารย์ฉินยอมให้ถามเพียงไม่กี่ประโยค

ชายบนเตียงหายใจติดขัด แขนข้างหนึ่งพันผ้าจนถึงหัวไหล่ เมื่อเห็นเจ้าสำนัก เขาพยายามยันตัวลุก แต่ถูกอาจารย์ฉินกดกลับทันที

“นอนพูด ข้าไม่ได้เย็บแผลไว้ให้เจ้าฉีกเล่น”

ชายผู้นั้นจึงนอนลงตามเดิม

หลิงยวนยืนข้างเตียง

“เจ้าจำอะไรได้”

“ตอนพวกมันค้นหีบ…ข้าได้ยินคนหนึ่งบอกว่า ต้องส่งของก่อนเรือออกยามโหย่ว”

“เรือที่ใด”

“ไม่ได้พูดขอรับ แต่คนสั่งมีแผลตรงคาง เขาใช้มีดคู่ ด้ามพันเชือกแดง”

เยว่ซีส่งน้ำให้ผู้ช่วยรักษา ก่อนถอยไปยืนพ้นทาง

ชายบนเตียงหลับตา พยายามนึกต่อ

“พอหาไม่พบ เขาให้คนกลับไปรายงาน แล้วสั่งอีกสองคน…ตามรถพวกข้ามา”

ห้องเงียบลงทันที

หลิงยวนหันไปยังหัวหน้าหอวินัย

“ตรวจแนวป่าริมทางที่รถผ่าน อย่าออกตามลำพัง ส่งคนแจ้งด่านให้จับตาผู้เดินทางที่เปลี่ยนทิศกะทันหัน”

เจ้าสำนักสั่งเพิ่มกำลังรอบเรือนรักษา แล้วให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องกลับไปทำหน้าที่ตามเดิม

ไม่มีใครเปิดประตูวิ่งออกไปตามเสียงอย่างไร้จุดหมาย

แต่เยว่ซีรู้สึกได้ว่าทั้งเรือนเปลี่ยนไปแล้ว

เสียงฝีเท้าที่เคยรีบร้อนค่อยลงเป็นจังหวะ ผู้คุมย้ายตำแหน่งยืน หน้าต่างฝั่งป่าถูกปิดทีละบาน

หลิงยวนเดินมาหานาง

“วันนี้เจ้าฝึกมามากแล้ว อยู่ช่วยด้านใน อย่าฝืนใช้ปราณ”

เยว่ซีมองมือที่พันผ้าของตน

“ข้ายังยกถ้วยน้ำได้”

“เช่นนั้นยกถ้วยน้ำ”

นางพยักหน้า ก่อนจับชายแขนเสื้อเขาไว้ครู่หนึ่ง

“ท่านก็อย่าให้เขาต้องเตรียมเตียงเพิ่ม”

หลิงยวนก้มมองมือนาง แล้วตอบเบา ๆ

“ข้าจะกลับมารับเจ้าไปกินข้าว”

⸻

เผยเหวินซูถูกนำมาที่ห้องด้านหลังเรือนรักษาเพื่อดูของที่ยึดมา

ห่วงผนึกยังอยู่ครบ ผู้คุมสองคนยืนประกบโต๊ะ อีกคนเฝ้าประตู เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเข้าไปดูคนเจ็บหรือแตะหลักฐานโดยพลการ

เพียงเห็นรหัสที่คัดแยกไว้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยน

“ของชุดนี้ยังส่งไม่ถึงผู้ซื้อ”

หัวหน้าหอวินัยขยับเข้ามา

“เหตุใด”

“ขีดท้ายหมายถึงให้คนกลางตรวจรับก่อน หากส่งสำเร็จแล้วจะมีตราซ้ำอีกด้าน”

เขาขอให้พลิกกระดาษ

ด้านหลังว่างเปล่า

หลิงยวนถามทันที

“คนกลางใช้ที่ใดรับของ”

“เปลี่ยนตามเส้นทาง แต่รหัสนี้ใช้กับการขนทางน้ำ”

“วันนี้มีเรือออกยามโหย่ว”

เผยเหวินซูเงยหน้า

“ท่าเรือข้างโรงสีเก่าหรือไม่”

“เรากำลังถามเจ้า”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนชี้ตัวอักษรเล็กใต้รหัส

“ตรงนี้เป็นจุดรับของ ข้าเคยใช้โรงสีนั้นส่งหีบยาให้เซี่ยจิ้งเหิงสองครั้ง ทางน้ำด้านหน้าเปิดโล่ง แต่มีประตูขนข้าวอยู่หลังอาคาร คนรับของมักเข้าทางนั้น”

หลิงยวนให้ศิษย์กางแผนที่

เผยเหวินซูระบุตำแหน่ง แล้วหยุดตรงคลองแคบหลังโรงสี

“ถ้าจะจับ ต้องมีคนคุมสะพานนี้ เรือเล็กผ่านได้ แต่เรือใหญ่ผ่านไม่ได้”

“มีอะไรอีก”

“คนคุมเรือชื่อเถียนลู่ ใช้มีดคู่ มีรอยแผลใต้คาง”

หัวหน้าหอวินัยหันมองหลิงยวนทันที

รายละเอียดตรงกับคนเจ็บ โดยยังไม่มีใครบอกเผยเหวินซูเรื่องอาวุธหรือรอยแผล

หลิงยวนเก็บแผนที่

“คำให้การส่วนนี้ลงบันทึกไว้ ส่งคนตรวจท่าเรือก่อนเข้าใกล้”

เผยเหวินซูเรียกเขาไว้

“อย่าให้เถียนลู่ลงเรือ”

หลิงยวนหันกลับมา

“เขาวางน้ำมันไว้ใต้พื้นเรือ หากหนีไม่พ้นจะเผาทั้งของทั้งคน ข้าเคยเห็นเขาทำ”

ผู้จดคำให้การเงยหน้าขึ้น

“เมื่อใด”

เผยเหวินซูมองพู่กันในมือคนผู้นั้น

“ข้าจะบอกสถานที่กับรายชื่อคนที่อยู่ด้วย”

เขาก้มหน้าลง

“รวมทั้งส่วนที่ข้าไม่ได้ห้าม”

⸻

ก่อนผู้คุมพากลับ เผยเหวินซูต้องรอให้ทางเดินด้านนอกว่าง

หน้าประตูมีผู้ช่วยรักษากำลังเปลี่ยนผ้าให้ศิษย์ที่บาดเจ็บแขน เยว่ซียืนถือถาดอยู่ข้าง ๆ พอชายผู้นั้นจะยกมือขึ้นเอง นางก็รีบกดผ้าสะอาดลงแทน

“อย่าเพิ่งขยับ เลือดยังซึมอยู่”

เผยเหวินซูหยุดมอง

เสียงพูดรอบตัวพลันห่างออกไป

เขาเห็นมืออีกคู่หนึ่งในความทรงจำ นิ้วเปื้อนเลือดกำผ้ากดอยู่ข้างเอว หลังคาศาลารั่วจนฝนหยดลงข้างรองเท้า เด็กสาวที่ไม่รู้จักชื่อเขาตอนนั้นกำลังดุด้วยน้ำเสียงเช่นเดียวกัน

เก็บเงินไปเถิด เลือดท่านยังไม่หยุดเลย

“เดินได้แล้ว”

ผู้คุมเรียก

เผยเหวินซูกะพริบตา

เยว่ซีเงยขึ้นพอดี นางเห็นเขาอยู่ตรงประตู จึงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันกลับไปช่วยคนเจ็บต่อ

ไม่มีแววจำได้อยู่ในดวงตานั้น

เขาขยับตามผู้คุม เสียงโซ่สั้นกระทบห่วงตรงเอวเบา ๆ

เมื่อพ้นระเบียง เผยเหวินซูก้มมองมือตนเอง

ครั้งหนึ่งนางเคยช่วยเขาโดยไม่ถามชื่อ

แต่ภายหลัง เมื่อรู้ชื่อของนางแล้ว เขากลับยังเลือกทำสิ่งที่ทำลงไป

เขาไม่มีคำแก้ตัวให้ภาพนั้น

⸻

ท่าเรือข้างโรงสีเก่ามีเรือจอดอยู่สองลำ

ลำใหญ่บรรทุกกระสอบข้าว ส่วนเรือเล็กผูกใต้สะพานไม้ คนงานสามคนกำลังกลิ้งถังลงไป ขณะที่ชายมีแผลใต้คางยืนด่าคนผู้หนึ่งอยู่หน้าประตูโรงสี

“ข้าบอกให้เอากลับมา!”

“พวกมันขึ้นเขาไปแล้ว หอวินัยตรวจทุกทาง จะให้ข้าบุกเข้าไปหรือ!”

เถียนลู่ตบอีกฝ่ายจนเซ

“เช่นนั้นเจ้าก็ไปอธิบายเองว่าเหตุใดถึงปล่อยของหลุดมือ”

เขาหันมาสั่งคนงานให้เร่งยกถัง

ทันใดนั้น เชือกที่ผูกหัวเรือก็ขาด

เรือเล็กขยับออกจากท่า

เถียนลู่ชักมีดทั้งสองเล่มทันที

โม่หลิงยวนก้าวออกจากเงาโรงสี กระบี่ในมือยังไม่เปื้อนเลือด

“วางอาวุธ”

เถียนลู่ไม่ตอบ

มีดซ้ายพุ่งเข้าหาหน้าอก ส่วนมีดขวาฟันต่ำหมายตัดขา หลิงยวนเบี่ยงคมแรกด้วยสันกระบี่ แล้วก้าวข้ามแนวมีดล่าง เข้าประชิดจนอีกฝ่ายต้องถอย

เถียนลู่หมุนตัวถีบกระสอบข้าวใส่

กระสอบแตกกลางอากาศ

เมล็ดข้าวกระจายบดบังสายตา แต่คมกระบี่สีเงินอมฟ้ากลับลอดผ่านตรงช่องระหว่างแขนทั้งสอง

เชือกแดงที่ด้ามมีดขาดสะบั้น

เลือดไหลจากหลังมือเถียนลู่

เขาทิ้งมีดข้างหนึ่งแล้วพุ่งไปทางน้ำ

เรือเล็กที่ควรจอดรอกลับลอยห่างออกไปแล้ว บนฝั่งอีกด้าน ศิษย์หอวินัยกำลังลากมันเข้าหาแนวอาคม

เถียนลู่หยุดกึก

ด้านหลังโรงสีมีเสียงอาวุธกระทบกัน ตามด้วยเสียงสั่งให้หมอบ คนของเขาที่หวังหนีทางประตูขนข้าวถูกกำลังอีกชุดสกัดไว้

“เผยเหวินซูบอกพวกเจ้า?”

หลิงยวนไม่ตอบคำถาม

เถียนลู่กัดฟัน ล้วงมือเข้าอกเสื้อ

กระบี่ฟันผ่านข้อมือก่อนของในมือจะถูกโยนออกมา

กระบอกจุดไฟตกลงบนพื้นไม้ หลิงยวนเหยียบมันไว้พร้อมกระแทกด้ามกระบี่เข้ากลางอกเถียนลู่

ชายผู้นั้นกระเด็นชนเสา

มีดเล่มสุดท้ายหลุดจากมือ

แต่เขากลับยิ้มทั้งที่เลือดกบปาก

“คิดว่าจับข้าแล้วจะ—”

รอยดำเส้นหนึ่งแล่นขึ้นจากคอเสื้อ

หลิงยวนเข้าถึงตัวก่อนเขาจะพูดจบ ฝ่ามือกดลงใต้กระดูกไหปลาร้า ปราณสีเงินอมฟ้าแผ่ปิดรอยดำไว้ เถียนลู่เกร็งทั้งร่างแล้วกรีดร้อง

สิ่งใต้ผิวหนังดิ้นพล่านราวกับกำลังหาทางหนี

“ห่วงผนึก!”

ศิษย์หอวินัยส่งมาให้ทันที

หลิงยวนตรึงแขนทั้งสอง ก่อนผนึกจุดที่ปราณดำพยายามไหลขึ้นคอ

เถียนลู่ทรุดฮวบ หอบจนไหล่สั่น

เขายังมีชีวิต

และคราวนี้รอยยิ้มของเขาหายไปแล้ว

⸻

ใต้พื้นเรือมีน้ำมันจริง

สองถังถูกผูกติดกับไม้ค้ำ หากไฟลุกขึ้น คนที่อยู่ในเรือคงกระโดดหนีไม่ทันทั้งหมด

ศิษย์หอวินัยพบชายคนงานสองคนถูกมัดอยู่ในโรงสี ทั้งคู่ถูกบังคับให้ช่วยบรรทุกของ เมื่อปล่อยเชือกออก ชายคนหนึ่งถึงกับทรุดลงร้องไห้

หลิงยวนให้คนพาออกไปก่อนตรวจห้องด้านใน

บนโต๊ะมีเงินหนึ่งถุง รายการขนของ และกระดาษที่ถูกฉีกครึ่ง

ส่วนที่เหลือระบุสิ่งที่ต้องส่งเพียงสองอย่าง

สำเนาบันทึกยา

ชื่อผู้ที่เคยเห็นอาการหลังรับยา

หลิงยวนอ่านแล้วพับเก็บแยก

คนเหล่านี้ไม่ได้ต้องการภาพเส้นปราณเพียงอย่างเดียว

พวกมันกำลังตามหาคนที่อธิบายภาพนั้นได้

ศิษย์คนหนึ่งวิ่งเข้ามา

“พบคนซ่อนอยู่ใต้ท้องเรือใหญ่ขอรับ ไม่มีอาวุธ เขาบอกว่ามารับของตามคำสั่ง”

“แยกสอบจากเถียนลู่”

“เขายืนยันว่าเฉินซู่เป็นคนจ้าง”

หลิงยวนหันไปมอง

“จ้างเมื่อใด”

“เมื่อคืนขอรับ”

เฉินซู่ถูกคุมขังอยู่ในชิงเสวียนตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว

หลิงยวนก้าวออกจากโรงสีทันที

⸻

เมื่อเถียนลู่ถูกนำกลับถึงสำนัก ฟ้าก็มืดลงแล้ว

อาจารย์ฉินตรวจร่างกายเขาโดยมีเยี่ยจื้อหยวนยืนอยู่ข้างเตียง ผนึกสีเงินอมฟ้ายังคงกดรอยดำไว้ใต้คอเสื้อ

เยว่ซียืนรออยู่นอกห้องกับเสี่ยวถัง นางไม่ได้เข้าไปยุ่งกับผู้ต้องหา แต่เห็นท่านเยี่ยออกมาเรียกผู้คุมเพิ่ม

“ปราณที่ฝังอยู่พยายามทำลายชีพจรเมื่อเขาถูกจับ ต้องเฝ้าไว้จนกว่าจะถอนออกได้”

หลิงยวนถาม

“เขากระตุ้นเองหรือไม่”

“ยังตอบไม่ได้ ต้องรอให้เขามีสติพอจะสอบ”

ผู้อาวุโสสวี่รับถุงสิ่งของจากหอวินัยไปตรวจ ส่วนเจ้าสำนักเรียกหัวหน้าชุดเข้าไปฟังผลทันที

เยว่ซีมองรอยเลือดบนแขนเสื้อหลิงยวน

เขายกแขนให้นางดูเสียก่อน

“ไม่ใช่เลือดข้า”

“ข้ายังไม่ได้ถาม”

“เจ้ามองจนจะทะลุผ้าแล้ว”

นางถอนหายใจ ก่อนส่งห่ออาหารให้

“ข้าวเย็นหมดแล้ว”

“เจ้ากินหรือยัง”

“ยายให้กินก่อน ข้าไม่ได้รอจนหิว”

หลิงยวนรับห่อไป

เสี่ยวถังยืนอยู่ด้านหลังเยว่ซี ทำท่าจะพูด แต่ถูกเพื่อนหันมองเสียก่อน

นางจึงเปลี่ยนเป็นยกถาดเปล่าขึ้น

“ข้าจะเอาของไปคืนครัว”

พอเดินผ่านหลิงยวน เสี่ยวถังก็กล่าวเบา ๆ

“นางเปิดดูทางเดินทุกครั้งที่มีเสียงฝีเท้า”

“เสี่ยวถัง!”

เพื่อนเร่งเดินทันที

หลิงยวนมองเยว่ซี รอยเหนื่อยบนใบหน้าคลายลงเล็กน้อย

นางยกนิ้วชี้ห่ออาหาร

“กินก่อนเถิด เดี๋ยวต้องเข้าไปประชุมอีก”

คราวนี้เขาทำตามโดยไม่แหย่ต่อ

เยว่ซีนั่งลงข้างกัน เว้นที่ให้ศิษย์ซึ่งเดินเข้าออกผ่านได้สะดวก ทั้งคู่มีเวลาเพียงครู่เดียวใต้แสงตะเกียง แต่เมื่อเห็นเขากินได้ตามปกติ ความตึงที่นางเก็บไว้ตั้งแต่บ่ายก็ค่อยลดลง

แล้วเสียงเรียกจากห้องประชุมก็ดังขึ้น

⸻

ผู้รับของที่ซ่อนในเรือใหญ่ไม่ได้พบเฉินซู่ด้วยตนเอง

เขารับงานจากคนส่งสารพร้อมเงินมัดจำ และจดหมายประทับตราส่วนตัวของรองเจ้าสำนักฉางเยวี่ย

จดหมายถูกนำมาวางกลางโต๊ะ

ด้านล่างลงวันที่เมื่อคืน

เจ้าสำนักชิงเสวียนตรวจบันทึกคุมขังแล้ว เฉินซู่ถูกเฝ้าตลอดเวลา ไม่มีจดหมายเข้าออก ไม่มีผู้ใดพบเขานอกการสอบสวน

“มีคนใช้ชื่อเขาสั่งงานต่อ” หัวหน้าหอวินัยกล่าว

หลิงยวนวางสำเนาคำให้การของเผยเหวินซูลงข้างจดหมาย

“และยังใช้เส้นทางส่งของเดิมได้ คนผู้นั้นรู้จักเครือข่ายมากกว่าผู้รับจ้างทั่วไป”

เจ้าสำนักมองรายชื่อคนที่จับได้จากโรงสี

วันนี้พวกเขาช่วยคนงานออกมา จับผู้โจมตีได้ และยึดของก่อนออกจากท่าเรือ

แต่ผู้ที่จ่ายเงินยังอยู่ข้างนอก

“คำเตือนเรื่องเรือกับทางหนีตรวจตรงทั้งหมดหรือ”

“ตรงขอรับ” หัวหน้าชุดตอบ “หากไม่รู้เรื่องน้ำมัน เราคงขึ้นเรือไปพร้อมพวกมัน”

เจ้าสำนักเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

“รวบรวมข้อมูลที่เผยเหวินซูให้แล้วตรวจยืนยันได้ แยกจากสิ่งที่ยังเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง พรุ่งนี้ข้าจะหารือกับผู้อาวุโส”

ยังไม่มีคำสั่งปล่อยตัว

แต่ชื่อของเผยเหวินซูไม่ได้อยู่บนโต๊ะในฐานะนักโทษที่รอสอบเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว

⸻

ยามดึก จดหมายฉบับนั้นถูกนำไปให้เฉินซู่ดู

เขานั่งอยู่หลังโต๊ะหิน ห่วงผนึกกดข้อมือไว้ เมื่อเห็นตราส่วนตัว สีหน้ากลับไม่แสดงความประหลาดใจ

หลิงยวนสังเกตทุกการเปลี่ยนแปลง

“ใครใช้ตรานี้แทนเจ้าได้”

เฉินซู่มองวันที่บนกระดาษ

“ข้าถูกขังอยู่ที่นี่”

“ข้าถามว่าใครใช้ได้”

เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“เจ้าคิดว่าพอจับคนถือเงินได้ คนที่อยากซื้อจะเลิกซื้อหรือ”

หลิงยวนวางป้ายผ่านทางที่พบระหว่างโจมตีลงข้างจดหมาย

รอยยิ้มของเฉินซู่ชะงักไปนิดเดียว

เพียงนิดเดียวก็พอแล้ว

“เจ้ารู้จักคนที่ใช้มัน”

เฉินซู่ไม่ตอบ

หลิงยวนเลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงข้าม

“เถียนลู่ยังไม่ตาย คนรับของก็อยู่กับเรา เจ้าจะรอให้ทั้งสองพูดก่อนก็ได้”

ครั้งนี้เฉินซู่เงียบอยู่นาน

ไกลออกไป เสียงค้อนยังดังจากลานประลอง ศิษย์กำลังเร่งติดป้ายชื่อสำนักก่อนแขกชุดใหญ่จะมาถึงในวันรุ่งขึ้น

เฉินซู่เหลือบไปทางหน้าต่างสูง แล้วหัวเราะเบา ๆ

“เชิญแขกขึ้นเขาต่อเถิด”

หลิงยวนมองเขาโดยไม่ขยับ

เฉินซู่ก้มลงดูตราของตนเองบนกระดาษ

“ข้าเองก็อยากรู้ว่า เมื่อพวกเจ้าพบคนส่งคำสั่งแล้ว จะกล้าจับเขาเหมือนที่จับข้าหรือไม่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 83 — คมกระบี่ใต้แสงเงิน

    รอยร้าวแล่นออกจากปลายรองเท้าของชายกลางลานกระบี่เล่มกว้างฟันลงพร้อมแรงปราณที่กดอากาศจนเกิดเสียงครางต่ำโม่หลิงยวนก้าวเฉียงออกคมกระบี่เฉียดชายเสื้อขาวก่อนกระแทกพื้น ฝุ่นพุ่งขึ้นเป็นแนว ทว่าเจ้าของกระบี่กลับพลิกข้อมือทันที ใช้แรงจากการฟันกวาดย้อนเข้าหาช่วงเอวเขาไม่ได้ช้าอย่างที่รูปร่างอาวุธทำให้คิดหลิงยวนชักกระบี่ออกจากฝักประกายสีเงินอมฟ้าปรากฏเพียงวูบเดียวเคร้ง!กระบี่ทั้งสองกระทบกันกลางอากาศฝุ่นที่ลอยอยู่ถูกแรงปะทะผลักออกเป็นวง กระแทกม่านอาคมรอบลานจนเกิดระลอกแสงหลินเยว่ซีขยับนั่งตรงนางตั้งใจว่าจะมองเท้าของเขาแต่ตอนนี้แทบมองมือไม่ทันแล้วชายผู้ถือกระบี่หนักก้าวตาม แรงปราณแผ่แนบคมจนกระบี่ดูหนาขึ้นอีกชั้น ทุกครั้งที่ฟัน เขาใช้ทั้งไหล่ เอว และแรงส่งจากขาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีจังหวะหยุดให้สวนง่าย ๆหลิงยวนรับกระบี่หนึ่งครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นเบี่ยงอีกสองครั้งเท้าของเขาเลื่อนผ่านรอยร้าวบนพื้นไม่เหยียบซ้ำตำแหน่งเดิมเลย“เขากำลังบีบศิษย์พี่โม่ให้ถอย” เสี่ยวถังกระซิบจ้าวเฉิงมองลานโดยไม่กะพริบตา“ดูปลายกระบี่อีกฝ่าย”เยว่ซีทำตามแม้ชายผู้นั้นจะเป็นฝ่ายรุก แต่ทุกครั้งหลังปะทะ ปลายกระบี่ข

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 82 — กระบี่ของคนที่รู้จักกัน

    “วันนี้ข้าไม่ช่วยเจ้าคิดวิธีรับปราณดิน” เหยียนอวี้หนิงกล่าวขณะวางกระบอกน้ำลงบนโต๊ะตรวจอาวุธ หลินเยว่ซีเงยหน้าจากการรัดปลายแขนเสื้อ “ข้าก็ยังไม่ได้ถาม” “เมื่อครู่เจ้ามองมือข้า” “สายรัดเจ้าหลวม” อวี้หนิงก้มลงดู ปมตรงข้อมือคลายจริง ๆ นางจึงดึงมันให้แน่นขึ้น ก่อนเหลือบมองเยว่ซีอย่างระแวง “เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจทำให้ข้ามัวแต่กังวลเรื่องอื่น” เยว่ซีหัวเราะ “หากข้าจะทำเช่นนั้น ข้าคงรอให้เจ้าเดินขึ้นลานก่อน” ผู้ดูแลกระแอมเบา ๆ แล้วเลื่อนถาดอาวุธคืนให้ทั้งสอง “ตรวจเรียบร้อย รอฟังเรียกชื่อ อวี้หนิงรับกระบี่ขึ้นมา รอยยิ้มเมื่อครู่ค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงสายตาจริงจังที่เยว่ซีคุ้นเคยจากลานฝึก วันนี้ไม่มีใครจะเคาะกระบี่ไม้แล้วบอกให้เริ่มใหม่ ผู้ชนะมีได้เพียงคนเดียว ⸻ การประลองของทั้งสองถูกจัดในช่วงบ่ายของวันถัดมา เยว่ซีได้พักเต็มคืน แผลเหนือข้อศอกปิดดีและผ่านการตรวจแล้ว แต่ก่อนปล่อยให้นางมา อาจารย์ฉินยังย้ำว่าหากแผลเปิดต้องให้ผู้รักษาดูทันทีหลังจบ นางรับคำโดยไม่ต่อรอง ใต้ชายคาข้างลาน เสี่ยวถังถือฝักกระบี่รออยู่ ส่วนจ้าวเฉิงพิงเสา มองผู้ชมที่เริ่มเข้ามาจับจองที่นั่ง “วันนี้ข้าลำบาก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 81 — คนที่ถูกนับวัน

    “เขาชื่อหูเซิ่ง”เผยเหวินซูวางพู่กันลงข้างภาพมือที่นิ้วก้อยขาดไปข้อหนึ่ง“เคยรับคนจากเรือนพักของเซี่ยจิ้งเหิงไปส่งยังโรงยาหลายแห่ง ข้าเป็นผู้จ่ายค่าเดินทางให้เขา”โม่หลิงยวนเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง“คนที่ถูกส่งไปเป็นใคร”“คนป่วย คนที่มีปราณแต่ควบคุมไม่ได้ บางคนถูกบอกว่าจะได้รับการรักษาโดยไม่เสียเงิน”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาถูกนำไปทำอะไร”เผยเหวินซูมองกระดาษตรงหน้า“ตอนแรกข้าเห็นเพียงรายการยา ต่อมาจึงพบว่ามีการจดจำนวนวันที่ทนยาได้”“แล้ว?”“ข้ายังจ่ายเงินให้เขาต่อ”ผู้จดคำให้การก้มลงเขียนในห้องไม่มีผู้ใดช่วยพูดให้ประโยคนั้นเบาลงหลิงยวนเปิดบันทึกที่ยึดมาได้จากโรงยาแห่งเก่าของเซี่ยจิ้งเหิง วางหน้าที่มีตัวเลขเรียงกันตรงหน้าเขา“โรงยาที่เถียนลู่บอกยังเปิดอยู่ คนของเราไปถึงแล้ว แต่ห้องด้านหน้ามีเพียงคนงานกับยาทั่วไป ผู้ป่วยถูกย้ายออกไปก่อนหน้านั้น”เผยเหวินซูรีบเลื่อนสายตาตามแผนที่“โรงยาอยู่ริมทางขึ้นเขาหรือ”“ใช่”“มีเรือนอบสมุนไพรด้านหลังหรือไม่”หลิงยวนหันไปหาศิษย์ที่นำรายงานมา“มีขอรับ คนงานบอกว่าเลิกใช้แล้ว ประตูถูกปิดตาย”เผยเหวินซูชี้ทางเล็กซึ่งผ่านหลังโรงยา“หูเซิ่งไม่ชอบขนคนผ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 80 — จังหวะที่สายลมต้องหยุด

    กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สามมันตกลงบนพื้นลานฝึก ห่างจากปลายรองเท้าโม่หลิงยวนไม่ถึงคืบนางมองมือว่างของตน ก่อนเงยหน้ามองเขา“ข้าบอกให้ท่านลองปัด มิได้บอกให้เอาไปทั้งเล่ม”“ข้าใช้แรงน้อยกว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว”หลิงยวนก้มเก็บกระบี่ส่งคืนเยว่ซีรับมาอย่างจำใจนางไม่ได้ตั้งใจฝึกหนักก่อนวันประลอง เพียงอยากรู้ว่าแผนในสมุดจะทำได้จริงหรือไม่ แต่พอลองใช้กับคนตรงหน้า กระบี่กลับหลุดมือทุกครั้งก่อนถึงจังหวะที่นางต้องการหลิงยวนชี้ตำแหน่งที่นางยืน“เจ้ามัวแต่รอให้เขาเข้ามาตรงนี้”“ถ้าเขาไม่เข้ามา ข้าก็เปลี่ยนตำแหน่งได้”“เมื่อครู่เจ้าเปลี่ยนหรือไม่”เยว่ซีเงียบนางรอจริง ๆรอจนเขามีเวลาปัดกระบี่หลุดจากมือหลิงยวนวางกระบี่ของตนลง“แผนช่วยให้เจ้ารู้ว่าจะทำอะไร แต่คนตรงหน้าจะไม่เดินตามเส้นที่เจ้าวาดทุกครั้ง”เยว่ซีมองรอยรองเท้าบนพื้น ก่อนใช้ปลายกระบี่ไม้ลบจุดที่ขีดไว้“อีกครั้งเจ้าค่ะ”“ครั้งสุดท้าย”นางพยักหน้าคราวนี้เมื่อหลิงยวนขยับเข้ามา เยว่ซีไม่รอให้เขาถึงตำแหน่งเดิม นางก้าวเฉียงออก ใช้กระบี่ขวางทางมือของเขาก่อน แล้วจึงหมุนตัวไปอีกด้านหลิงยวนยกข้อมือรับกระบี่ไม้ของนางยังถูกก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 79 — ทางที่ต้องเลือกเอง

    แสงขาวซึ่งดับไปครึ่งวงกลับสว่างขึ้นจากอีกด้านเสี่ยวถังกดแผ่นอาคมลงในตำแหน่งใหม่ ก่อนเลื่อนแผ่นข้างตะเกียงเข้ามาปิดทางเดิมปราณที่ถูกส่งย้อนกลับกระแทกแนวป้องกันดังปะทุเปลวไฟเอนจนแทบแนบปากตะเกียงแต่ยังไม่ดับหญิงสาวฝั่งตรงข้ามเงยหน้ามองนางเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประลอง ก่อนขยับแผ่นไม้สองชิ้นแยกออกจากกันแสงของเสี่ยวถังถูกบังคับให้เลี้ยวอีกครั้งคราวนี้นางไม่รีบตามไปแก้เสี่ยวถังมองนิ้วของคู่ต่อสู้ทุกครั้งที่นางส่งปราณเข้าเส้นกลาง อีกฝ่ายจะหมุนแผ่นทางขวาก่อน แล้วจึงเลื่อนแผ่นทางซ้ายมารับหากโจมตีทางเดิมอีก ผลก็คงไม่ต่างกันนางถอนปราณจากเส้นกลางจนเหลือเพียงแสงบาง ๆแล้วส่งพลังส่วนใหญ่ไปตามขอบวงเสียงฮือดังขึ้นเมื่อเส้นแสงแยกออกเป็นสองทางหญิงสาวอีกฝั่งเลื่อนแผ่นมาขวางทางด้านข้างทันทีเสี่ยวถังรอจังหวะนั้นอยู่แล้วนางกดฝ่ามือลงบนฐานเส้นกลางสว่างวาบ!ปราณพุ่งผ่านช่องที่เพิ่งเปิด ตรงเข้าหาตะเกียงฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วเยว่ซีเผลอก้าวเข้าใกล้แนวกั้นแสงไปถึงแล้ว!ทว่าหญิงสาวฝั่งตรงข้ามยกแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งขึ้น พลิกด้านแล้ววางขวางหน้าตะเกียงปราณของเสี่ยวถังแตกออกเป็นประกายเล็กเปลวไฟของอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 78 — กระบี่ที่ช้ากว่าหัวใจ

    “เจ็บหรือไม่”อาจารย์ฉินกดนิ้วลงเหนือข้อมือจ้าวเฉิง ก่อนให้เขาหมุนแขนออกด้านข้าง“ไม่ขอรับ”“ออกแรงต้านมือข้า”จ้าวเฉิงทำตามคราวนี้อาจารย์ฉินตรวจอยู่นานกว่าเดิม ทั้งให้กำมือ เหยียดนิ้ว และยกกระบี่ค้างในระดับไหล่ เมื่อไม่พบอาการที่ต้องห้ามลงประลอง จึงคืนป้ายให้“ลงได้ หากมีอาการเจ็บแปลบหรือชา ให้หยุด”จ้าวเฉิงรับป้ายมา“วันนี้ท่านพูดเพียงเท่านี้หรือ”อาจารย์ฉินเก็บสมุด“เจ้าอยากฟังเพิ่ม?”“ไม่ขอรับ เท่านี้จำได้ครบพอดี”เขารีบคำนับแล้วเดินออกจากเรือนตรวจหลินเยว่ซีกับเสี่ยวถังรออยู่ใต้ชายคา คนหนึ่งถือห่ออาหาร อีกคนถือกระบี่ของเขา ทันทีที่เห็นป้ายผ่านตรวจ เสี่ยวถังก็ยิ้มออกมา“ทันคู่ที่สามแน่นอน”จ้าวเฉิงยื่นมือรับกระบี่เยว่ซีส่งห่ออาหารให้แทน“กินก่อน”“ข้าต้องใช้มือข้างนี้ถือกระบี่”“เช่นนั้นข้าจะเก็บอาหารกลับ”เขาคว้าห่อไว้ทันที“เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ อย่าเพิ่งตัดสินใจเร็ว”เสี่ยวถังหัวเราะแล้วคืนกระบี่ให้เขาอีกข้างเมื่อทั้งสามเดินมาถึงทางแยก โม่หลิงยวนยืนรออยู่แล้วสายตาของเขาเลื่อนผ่านป้ายในมือจ้าวเฉิง ก่อนหยุดตรงกระบี่“ลองชักออกแล้วเก็บกลับ”จ้าวเฉิงวางห่ออาหารไว้บนขอบกำแพง ทำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status