แชร์

บทที่ 81 — คนที่ถูกนับวัน

ผู้เขียน: อวี้จวิน (玉君)
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-23 14:18:46

“เขาชื่อหูเซิ่ง”

เผยเหวินซูวางพู่กันลงข้างภาพมือที่นิ้วก้อยขาดไปข้อหนึ่ง

“เคยรับคนจากเรือนพักของเซี่ยจิ้งเหิงไปส่งยังโรงยาหลายแห่ง ข้าเป็นผู้จ่ายค่าเดินทางให้เขา”

โม่หลิงยวนเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง

“คนที่ถูกส่งไปเป็นใคร”

“คนป่วย คนที่มีปราณแต่ควบคุมไม่ได้ บางคนถูกบอกว่าจะได้รับการรักษาโดยไม่เสียเงิน”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาถูกนำไปทำอะไร”

เผยเหวินซูมองกระดาษตรงหน้า

“ตอนแรกข้าเห็นเพียงรายการยา ต่อมาจึงพบว่ามีการจดจำนวนวันที่ทนยาได้”

“แล้ว?”

“ข้ายังจ่ายเงินให้เขาต่อ”

ผู้จดคำให้การก้มลงเขียน

ในห้องไม่มีผู้ใดช่วยพูดให้ประโยคนั้นเบาลง

หลิงยวนเปิดบันทึกที่ยึดมาได้จากโรงยาแห่งเก่าของเซี่ยจิ้งเหิง วางหน้าที่มีตัวเลขเรียงกันตรงหน้าเขา

“โรงยาที่เถียนลู่บอกยังเปิดอยู่ คนของเราไปถึงแล้ว แต่ห้องด้านหน้ามีเพียงคนงานกับยาทั่วไป ผู้ป่วยถูกย้ายออกไปก่อนหน้านั้น”

เผยเหวินซูรีบเลื่อนสายตาตามแผนที่

“โรงยาอยู่ริมทางขึ้นเขาหรือ”

“ใช่”

“มีเรือนอบสมุนไพรด้านหลังหรือไม่”

หลิงยวนหันไปหาศิษย์ที่นำรายงานมา

“มีขอรับ คนงานบอกว่าเลิกใช้แล้ว ประตูถูกปิดตาย”

เผยเหวินซูชี้ทางเล็กซึ่งผ่านหลังโรงยา

“หูเซิ่งไม่ชอบขนคนผ่านประตูหน้า หากต้องย้ายคนที่เดินเองไม่ไหว เขาจะใช้ทางขนฟืน ข้าจำได้ว่าเคยจ่ายค่าซ่อมล้อรถเพราะทางนั้นเป็นหลุม”

หลิงยวนลุกขึ้นทันที

“ส่งข่าวให้ตรวจเรือนอบกับทางขนฟืน ข้าจะตามไป”

โซ่ข้อมือเผยเหวินซูขยับดังขึ้น

“หากพบคนที่มีแถบผ้าสีเหลืองผูกข้อมือ อย่าให้คนงานพาไปแยกไว้”

หลิงยวนหยุดตรงประตู

“เหตุใด”

เผยเหวินซูเงยหน้า

“เป็นเครื่องหมายว่าถึงวันที่ต้องรับยาครั้งถัดไปแล้ว”

⸻

โรงยาอยู่ตรงเชิงเขาฝั่งตะวันตก ห่างจากด่านนอกของชิงเสวียนไม่ถึงครึ่งชั่วยามเมื่อใช้วิชาตัวเบา

หลิงยวนมาถึงขณะศิษย์หอวินัยกำลังเปิดประตูเรือนอบ

ไม้เก่าถูกตอกปิดจากด้านนอก แต่ตะปูบางตัวเพิ่งมีรอยถูกถอนแล้วตอกกลับ

ผู้อาวุโสที่คุมการตรวจยืนอยู่ข้างประตู

“พบรอยล้อใหม่หลังเรือน ข้าให้คนไปปิดปลายทางแล้ว”

หลิงยวนมองร่องล้อบนดิน

รอยหนึ่งลึกกว่าอีกข้าง

รถคันนั้นบรรทุกหนัก และเพิ่งออกไปไม่นาน

เขาก้าวเข้าไปในเรือนอบ

ด้านในมีกระสอบสมุนไพรวางซ้อนกันจนเกือบถึงคาน กลิ่นใบยาแห้งฉุนจัด แต่ใต้กลิ่นนั้นมีความชื้นอับของผ้าปูที่นอน

หลิงยวนหยุดฟัง

เสียงบางอย่างดังมาจากหลังกองกระสอบ

ครืด

แล้วเงียบไป

เขายกมือห้ามศิษย์ที่กำลังจะเรียก ก่อนเดินอ้อมไปอีกด้าน

ชายคนหนึ่งนอนอยู่บนแคร่เตี้ย ผ้าคลุมเลื่อนลงมากองตรงเอว ข้อมือผูกแถบผ้าสีเหลือง ปลายนิ้วขูดพื้นเป็นรอย

ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นคนเข้ามา

“ข้า…ยังเดินได้”

หลิงยวนคุกเข่าลง

“ข้ามาจากชิงเสวียน”

ชายผู้นั้นยังพยายามลุก

“อย่าเอาข้าไป ข้ายังทำงานได้”

เสียงล้อรถดังขึ้นนอกเรือน

หลิงยวนหันมองทางประตูหลังทันที

“ให้ผู้รักษาเข้ามา อย่าเคลื่อนเขาจนกว่าจะตรวจ”

เขาลุกแล้วพุ่งออกไป

⸻

รถขนฟืนคันหนึ่งกำลังเลี้ยวผ่านทางแคบระหว่างกำแพงกับร่องน้ำ

คนขับหวดแส้ลงข้างม้าเมื่อเห็นศิษย์ชิงเสวียนปรากฏตรงปลายทาง

บนรถมีกิ่งไม้กองสูง คลุมผ้าหยาบไว้ครึ่งหนึ่ง

หลิงยวนลงจากหลังคาเรือนข้างทาง ตัดหน้ารถในระยะไม่กี่ก้าว

คนขับกระชากบังเหียน

ชายซึ่งนั่งอยู่ข้างท้ายรถลุกขึ้นทันที

มือขวาของเขาขาดนิ้วก้อยไปข้อหนึ่ง

หูเซิ่ง

เขาไม่ชักอาวุธเข้าหาหลิงยวน

กลับยกขวดดินเผาเล็กขึ้นเหนือกองฟืนแล้วเหวี่ยงลง!

ปราณสีเงินอมฟ้าพุ่งผ่านอากาศ

ขวดถูกปัดออกจากรถ แตกกับกำแพงด้านข้าง ของเหลวสีคล้ำไหลลงตามรอยอิฐ

หูเซิ่งกระโดดหนีในจังหวะเดียวกัน

หลิงยวนไม่ได้ตามตัวเขาทันที

ชายหนุ่มตวัดกระบี่ตัดเชือกที่รัดกิ่งไม้บนรถ ก่อนใช้ฝ่ามือผลักกองฟืนออกด้านข้าง

ใต้ผ้าหยาบมีคนอยู่สามคน

หญิงคนหนึ่งหมดสติ อีกสองคนถูกมัดมือและอุดปาก

คนขับรถชักมีดหันกลับมา แต่ศิษย์หอวินัยเข้าถึงแล้ว กระบี่สองเล่มกดแขนเขาลงกับที่นั่ง

“พาคนออกจากรถ!”

หลิงยวนสั่ง ก่อนหมุนตัวรับของแหลมที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง

เคร้ง!

ตะขอเหล็กเกี่ยวคมกระบี่ของเขาไว้

หูเซิ่งยืนอยู่ปากทางแคบ มือซ้ายกำโซ่ มือขวาถือมีดสั้น

ปลายทางอีกด้านมีผู้อาวุโสชิงเสวียนขวางอยู่แล้ว

เขาถูกล้อม

⸻

หูเซิ่งกระชากโซ่สุดแรง หวังดึงกระบี่หลิงยวนให้เปิดทาง

หลิงยวนกลับก้าวเข้าหา

แรงที่อีกฝ่ายดึงจึงพาเขาเข้าประชิดเร็วกว่าคาด

มีดสั้นแทงสวนขึ้นมา

หลิงยวนเอียงไหล่หลบ คมมีดผ่านชายแขนเสื้อไป ก่อนเขาจะใช้ด้ามกระบี่กระแทกข้อมือขวาของหูเซิ่ง

เสียงกระดูกลั่นดังสั้น ๆ

มีดหลุดจากมือ

หูเซิ่งคำราม เหวี่ยงโซ่พันเข้าหาคอเขา

แสงสีเงินอมฟ้าแล่นตามคมกระบี่

ข้อโซ่ขาดกระเด็น

หลิงยวนหมุนกระบี่กลับ ปลายคมหยุดตรงลำคออีกฝ่าย

“คุกเข่า”

หูเซิ่งถอยจนหลังชนกำแพง

ดวงตาของเขาเลื่อนไปยังรถขนฟืน ซึ่งศิษย์กำลังอุ้มคนหมดสติลงมา

“พวกเจ้าช่วยพวกมันไม่ได้หรอก”

มือซ้ายของเขาขยับเข้าหาชายโครง

หลิงยวนเห็นก่อนนิ้วจะถึงเสื้อ

เขาจับข้อมือบิดขึ้น กระแทกตัวหูเซิ่งเข้ากำแพง แล้วกดอักขระผนึกลงตรงหัวไหล่

ชายผู้นั้นทรุดลงทันที

ผู้อาวุโสเข้ามารับช่วง ตรึงแขนทั้งสองด้วยห่วงผนึก

หลิงยวนเปิดชายเสื้อบริเวณที่อีกฝ่ายพยายามแตะ

มีถุงยาเล็กเย็บติดอยู่ด้านใน

เขาส่งให้ผู้คุมเก็บแยกไว้ ก่อนหันไปดูคนบนรถ

หญิงที่หมดสติเริ่มชัก

แถบผ้าสีเหลืองบนข้อมือสั่นตามแขน

“ท่านผู้อาวุโส คุมตัวคนร้ายกลับแยกทาง ข้าจะพาคนเจ็บไปเรือนรักษา”

หูเซิ่งเงยหน้าขึ้นจากพื้น

“เมื่อยาในตัวหมด พวกมันจะขอเองว่าอยากกลับมาหาข้า!”

หลิงยวนหยุดมองเขาเพียงครั้งเดียว

“เจ้าจะไม่มีโอกาสยื่นยาให้ใครอีก”

⸻

ยามบ่าย เรือนรักษาด้านในถูกเปิดรับผู้ป่วยทั้งสี่คน

เสียงระฆังจากลานประลองยังดังมาตามลม แต่ในเรือนมีเพียงคำสั่งสั้น ๆ ของเสิ่นซูเหอและอาจารย์ฉิน

เยว่ซีมาถึงพร้อมยายหวังกับเสี่ยวถัง หลังได้รับแจ้งให้ช่วยเตรียมน้ำสะอาดและผ้าปูสำหรับเตียงที่เพิ่มขึ้น

นางไม่ได้เข้าไปขวางผู้รักษา

เพียงช่วยพับผ้า วางถ้วย และพาหญิงที่ยังเดินไหวไปนั่งในห้องข้างกันตามที่ได้รับมอบหมาย

หญิงผู้นั้นกำชายเสื้อเยว่ซีไว้แน่น

“เขาจะเอาข้ากลับไปหรือไม่”

“ตอนนี้ท่านอยู่ในชิงเสวียนแล้ว”

“ข้าติดเงินเขา”

เยว่ซีหยุดมือ

“ใครบอกท่าน”

“คนที่ให้ยา ตอนแรกเขาบอกไม่คิดเงิน แต่พอข้าหยุดกินแล้วเจ็บ เขาก็บอกว่าค่ายาทั้งหมดเป็นหนี้”

หญิงผู้นั้นพูดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

“ข้ายังไม่ได้ทำงานใช้คืน พวกเขาจะมาพาตัวข้า—”

“คนที่พาท่านขึ้นรถถูกจับแล้ว”

เยว่ซีนั่งลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกัน

“หากมีผู้ใดมาพูดเรื่องหนี้ ท่านเรียกผู้คุมหน้าประตูได้ ไม่ต้องไปกับเขา”

หญิงผู้นั้นหันมองประตู

ศิษย์หอวินัยยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

มือที่กำเสื้อนางค่อย ๆ คลายลง

เยว่ซีจึงเลื่อนถ้วยน้ำเข้าใกล้ แต่ยังไม่ทันยื่นให้ เสียงของตกก็ดังมาจากห้องด้านใน

ตามด้วยเสียงร้องเจ็บ

หญิงตรงหน้าสะดุ้งจนยกมือปิดหู

“อย่าให้เขากินอีก” นางพูด “กินแล้วเงียบ แต่คราวหน้าจะเจ็บกว่าเดิม”

เยว่ซีส่งถ้วยให้เสี่ยวถัง แล้วรีบไปบอกผู้รักษาทันที

⸻

หญิงบนเตียงกลางกำลังเกร็งจนผ้าปูย่น

อาจารย์ฉินประคองแขนไว้ ขณะที่เสิ่นซูเหอตรวจชีพจรอีกข้าง

เยี่ยจื้อหยวนยืนอยู่ปลายเตียง มองรอยคล้ำที่ค่อย ๆ เคลื่อนจากข้อมือขึ้นไปตามแขน

หลิงยวนเข้ามาถึงพอดี

“ขวดยาที่พบอยู่กับผู้อาวุโสสวี่แล้ว”

“ในร่างนางมีปราณมารเกาะอยู่กับทางเดินปราณ” เยี่ยจื้อหยวนกล่าว “เมื่อไม่ได้รับยา สิ่งที่ถูกกดไว้จึงเริ่มต้าน”

หญิงบนเตียงพลันลืมตา

นางพยายามลุก มือคว้าไปยังถ้วยยาที่วางบนโต๊ะข้างเตียง

“ให้ข้า…”

เสิ่นซูเหอเลื่อนถ้วยออก

“นั่นไม่ใช่ยาที่เจ้าต้องการ”

หญิงผู้นั้นไม่ได้ฟัง

รอยคล้ำพุ่งถึงข้อพับแขน แรงปราณกระแทกออกจนขาโต๊ะครูดพื้น

หลิงยวนยกมือขึ้น

ม่านสีเงินอมฟ้ากั้นระหว่างเตียงกับคนด้านนอก รับแรงกระแทกไว้ทั้งหมด

เยว่ซีซึ่งเพิ่งมาถึงประตูรีบถอยให้ทางผู้รักษา ก่อนบอกคำพูดของหญิงอีกห้อง

เสิ่นซูเหอพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

“ขอบใจ ไปอยู่กับนางก่อน”

เยว่ซีหันกลับทันที

คราวนี้นางไม่ต้องช่วยด้วยการใช้พลัง

คนที่นั่งตัวสั่นอยู่ห้องข้างกันยังต้องการใครสักคนอยู่ด้วย

⸻

ผู้อาวุโสสวี่มาถึงพร้อมถาดที่วางขวดดินเผาสามใบ

“ไม่ใช่ยาชนิดเดียวกันทั้งหมด” เขาบอก “สองใบมีตะกอนสีเดียวกับที่พบในถ้วยของเถียนลู่ อีกใบต่างออกไป”

อาจารย์ฉินรับไปตรวจแล้วเรียกผู้ช่วยมาเตรียมของ

เยี่ยจื้อหยวนมองหลิงยวน

“ข้าจะตรึงส่วนที่อยู่ในแขน เจ้าปิดทางขึ้นหัวไหล่ อย่ากดให้มันย้อนเข้าลำตัว”

หลิงยวนวางสองนิ้วเหนือหัวไหล่หญิงบนเตียง

แสงสีเงินอมฟ้าปรากฏเป็นแนวบาง

เยี่ยจื้อหยวนลงอักขระที่ข้อมือ

รอยคล้ำหยุดเคลื่อน

แต่เพียงครู่เดียว มันก็หดกลับรวดเร็วราวกับจะหนีลงสู่นิ้วมือ

“มันกำลังหาทางออก” ผู้อาวุโสสวี่กล่าว

หลิงยวนลดสายตาลง

นิ้วของหญิงผู้นั้นจิกผ้าปูเตียงแน่น ตรงใต้เล็บมีเงาคล้ำซึมออกมา

เขาหมุนฝ่ามือ เปลี่ยนแนวผนึกให้ล้อมปลายแขนไว้

เงาดำนั้นชนแสงแล้วหดกลับ

หญิงบนเตียงร้องออกมา

เสิ่นซูเหอเรียกชื่อนางซ้ำตามที่สอบถามไว้ระหว่างทาง

“มองข้า หายใจตามข้า อย่าเกร็งแขน”

อาจารย์ฉินลงเข็มอย่างรวดเร็ว

แรงดิ้นค่อย ๆ ลดลง

เหงื่อผุดบนหน้าผากหลิงยวน แต่แนวผนึกของเขาไม่สั่น

เยี่ยจื้อหยวนกดอักขระสุดท้ายลง

รอยคล้ำหยุดอยู่ใต้ข้อศอก

ห้องเงียบลงจนได้ยินเสียงหอบของผู้ป่วย

อาจารย์ฉินตรวจชีพจรอีกครั้ง แล้วกล่าว

“พ้นช่วงอันตรายก่อน แต่ยังต้องเฝ้าตลอดคืน”

ไม่มีใครพูดว่ารักษาหายแล้ว

ทว่าเมื่อหญิงบนเตียงคลายมือจากผ้าปู ทุกคนก็ได้ผ่อนลมหายใจเป็นครั้งแรก

⸻

เยว่ซีออกมาจากห้องข้างเมื่อเสี่ยวถังเข้าไปนั่งแทน

หลิงยวนยืนล้างมืออยู่ปลายระเบียง

นางเดินไปหยุดข้างเขา

“ทั้งสี่คนเป็นอย่างไรบ้าง”

“สองคนอาการคงที่ อีกสองคนยังต้องดูใกล้ชิด”

เขาเหลือบมองผ้าพันแขนนาง

“แผลเจ้าเปียกหรือไม่”

เยว่ซีส่ายหน้า

“ข้าทำตามที่อาจารย์เสิ่นให้ทำ ไม่ได้ยกของหนัก”

หลิงยวนปิดฝากระบอกน้ำ

นางมองมือเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบผ้าแห้งส่งให้

“วันนี้ท่านบอกว่าจะตามไปกินข้าว”

เขาชะงัก

เยว่ซีชี้ไปยังม้านั่งข้างเสา

ยายหวังวางห่ออาหารไว้ตรงนั้นแล้ว

“ยายเปลี่ยนห่อใหม่ให้ บอกว่าของเดิมเย็นหมดแล้ว”

หลิงยวนมองอาหาร ก่อนหันกลับมาหานาง

“เจ้ากินแล้วหรือ”

“กินแล้ว และถ้าท่านจะบอกให้ข้ากลับไปพัก ข้าจะไปหลังเห็นท่านกินคำแรก”

เขารับห่ออาหารมาเปิด

เยว่ซียืนกอดอกมองจริง ๆ

หลิงยวนจึงหยิบขนมแป้งไส้ผักขึ้นกัดหนึ่งคำ

นางพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วหมุนตัวจะเดิน

“เยว่ซี”

นางหันกลับ

เขากลืนอาหาร ก่อนพูด

“วันนี้เจ้าช่วยได้มาก”

เยว่ซีเหลือบมองประตูห้องผู้ป่วย

“นางยังกลัวอยู่เลย”

“แต่ยอมปล่อยมือจากประตูแล้ว”

ตอนถูกพามาถึง หญิงผู้นั้นเกาะกรอบประตูแน่น ไม่ยอมเข้าห้องเพราะคิดว่าจะถูกขังอีก

เยว่ซีเพิ่งนึกถึงเรื่องนั้น

นางยิ้มบาง ๆ

“เสี่ยวถังอยู่กับนางแล้ว ข้าจะให้ยายกลับไปพักก่อน”

หลิงยวนพยักหน้า

คราวนี้เมื่อเยว่ซีเดินจากไป เขานั่งลงกินอาหารจนหมดห่อ

⸻

เผยเหวินซูถูกนำมาสอบเพิ่มเติมในช่วงเย็น

ผู้คุมวางสำเนารายการที่พบในโรงยาตรงหน้าเขา โดยปิดข้อมูลของผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นไว้

“อ่านเครื่องหมายเหล่านี้”

เขาไล่สายตาทีละบรรทัด

จุดหนึ่งจุด ขีดสองขีด วงกลมที่ถูกระบายทึบ

พอถึงบรรทัดสุดท้าย มือของเขาหยุด

“คนสี่คนนี้พบแล้วหรือ”

“กำลังรักษา”

เผยเหวินซูหลับตาลงชั่วครู่

ก่อนจะหยิบพู่กัน เขาถามขึ้น

“หูเซิ่งยังมีชีวิต?”

“ถูกคุมตัวอยู่”

เขาพยักหน้า แล้วเริ่มเขียนคำอธิบาย

เครื่องหมายแต่ละชนิดระบุจำนวนครั้งที่รับยา อาการหลังรับ และคนที่ต้องย้ายไปยังที่อื่น

บางส่วนเขารู้แน่

บางส่วนเขาเขียนกำกับไว้ว่าไม่เคยเห็นมาก่อน

เมื่อถึงช่องหมายเหตุ เผยเหวินซูหยุดอีกครั้ง

เขาจำวิธีเว้นระยะตัวอักษรนี้ได้

แต่ไม่ได้รีบเอ่ยชื่อ

“ขอเทียบกับบัญชีที่ข้าให้ไว้ก่อนหน้า หน้าเกี่ยวกับการส่งยาไปเรือนตะวันออก”

ผู้คุมมองเขา

“เจ้าพบอะไร”

เผยเหวินซูแตะตรงเครื่องหมายท้ายบรรทัด

“หากตรงกัน ข้าจะบอกได้ว่าของชุดนี้มาจากคลังใด แต่ข้าไม่ต้องการให้พวกท่านตามคนผิดเพราะข้าจำคลาดเคลื่อน”

เขาก้มลงเขียนส่วนที่ยืนยันได้ต่อ

เสียงโซ่เลื่อนบนโต๊ะดังเบา ๆ

เขายังเป็นนักโทษ

และทุกบรรทัดที่กำลังอธิบาย ก็ย้ำว่าในอดีตเขาเคยช่วยให้เรื่องเช่นนี้ดำเนินต่อมาอย่างไร

⸻

เมื่อแสงเย็นส่องถึงลานประลอง รายชื่อรอบถัดไปถูกนำมาติดบนกระดานใหญ่

เยว่ซีเดินมาพร้อมเสี่ยวถัง หลังส่งยายหวังกลับเรือนแล้ว

จ้าวเฉิงยืนรออยู่ก่อน

เขามองกระดาน แล้วหันมามองนางด้วยสีหน้าแปลก ๆ

“เจ้ามาอ่านเองเถิด”

เยว่ซีขยับเข้าไป

ชื่อของนางอยู่ในช่องด้านซ้าย

ช่องตรงข้ามเขียนว่า—

เหยียนอวี้หนิง

เสี่ยวถังเงียบไปทันที

เสียงฝีเท้าหยุดด้านหลัง

อวี้หนิงมาถึงพร้อมป้ายผ่านรอบในมือ นางอ่านประกาศจนจบ ก่อนหันมาสบตาเยว่ซี

ทั้งสองมองกันอยู่ครู่หนึ่ง

จ้าวเฉิงขยับออกจากระหว่างคนทั้งคู่โดยไม่ต้องมีใครบอก

อวี้หนิงเป็นฝ่ายพูดก่อน

“คราวนี้ข้าจะไม่บอกก่อนว่าจะโจมตีข้างไหน”

เยว่ซีมองกระบี่ที่เอวนาง

คนตรงหน้ารู้ว่านางยกไหล่เมื่อใดก่อนเปลี่ยนปราณ รู้ว่าถอยด้านใดช้ากว่า และเคยตีกระบี่นางหลุดมือมาแล้วหลายครั้ง

เยว่ซีเองก็เคยยืนอยู่หลังอวี้หนิง ฝากทางด้านหลังให้ดูแล และเรียนรู้จังหวะเข้าประชิดของอีกฝ่ายจากระยะใกล้ที่สุด

นางยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง

“ข้าก็คงไม่ยืนรอให้เจ้าบอก”

อวี้หนิงยิ้มตอบ

“ดี”

นางเก็บป้ายเข้าชายแขนเสื้อ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

“บนลาน หากข้าเห็นช่อง ข้าจะเข้า”

“ข้าก็เหมือนกัน”

ไม่มีคำขอให้ออมมือ

ทั้งสองยืนมองชื่อที่อยู่ตรงข้ามกันอีกครั้ง

การร่วมฝึกทำให้พวกนางเริ่มไว้ใจกัน

แต่ในรอบหน้า ความรู้ทุกอย่างที่เคยใช้ช่วยกัน จะถูกนำมาใช้หาทางเอาชนะอีกฝ่าย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 84 — สายตานอกลานประลอง

    จ้าวเฉิงเพิ่งกล่าวว่า “คราวนี้ข้าจะไม่ถอย” ได้ไม่ทันขาดคำ กระบี่ไม้ก็แตะลงตรงกลางอกเขาเขาก้มมองปลายกระบี่ ก่อนเงยหน้ามองโม่หลิงยวน“ข้ายังพูดไม่จบ”“ตอนประลองไม่มีผู้ใดรอเจ้าพูดจบ”เสียงหัวเราะดังจากขั้นบันไดหลินเยว่ซีรีบยกสมุดขึ้นบังหน้า แต่จ้าวเฉิงเห็นแล้ว“จดให้ครบด้วยว่าข้าเสียเปรียบเพราะกำลังสนทนา”เสี่ยวถังชะโงกมองสมุดในมือเพื่อน“นางเขียนว่า ‘อย่าพูดมากก่อนฟัน’”“เยว่ซี!”นางหัวเราะจนต้องลดสมุดลงหลิงยวนถอยกลับไปยืนตำแหน่งเดิม ปลายกระบี่ไม้ชี้พื้น วันนี้เขาตั้งใจแสดงจังหวะเข้าประชิดที่เยว่ซีสงสัยจากการประลองเมื่อวาน จ้าวเฉิงซึ่งขอร่วมดูจึงถูกเรียกมาถือกระบี่อีกเล่ม“คราวนี้ข้าจะช้าลง” หลิงยวนบอก “เจ้าฟันตามปกติ ไม่ต้องส่งปราณ”จ้าวเฉิงตั้งท่าใหม่กระบี่ไม้ฟันเฉียงลงจากหัวไหล่ หลิงยวนก้าวเข้าไปในจังหวะที่แขนอีกฝ่ายกำลังเหยียด พลิกข้อมือรับใกล้โคนกระบี่ แล้วเบี่ยงตัวออกจากแนวฟันการเคลื่อนไหวหยุดค้างตรงนั้นปลายกระบี่ของจ้าวเฉิงเลยผ่านข้างเอวเขา ขณะที่กระบี่ของเขาจ่ออยู่ใต้แขนจ้าวเฉิงแล้วเยว่ซีเดินเข้าไปมองใกล้ ๆ“ท่านไม่ได้รอรับคม แต่เข้าไปก่อนที่เขาจะเหยียดแขนสุด”“ถ้ารอจนสุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 83 — คมกระบี่ใต้แสงเงิน

    รอยร้าวแล่นออกจากปลายรองเท้าของชายกลางลานกระบี่เล่มกว้างฟันลงพร้อมแรงปราณที่กดอากาศจนเกิดเสียงครางต่ำโม่หลิงยวนก้าวเฉียงออกคมกระบี่เฉียดชายเสื้อขาวก่อนกระแทกพื้น ฝุ่นพุ่งขึ้นเป็นแนว ทว่าเจ้าของกระบี่กลับพลิกข้อมือทันที ใช้แรงจากการฟันกวาดย้อนเข้าหาช่วงเอวเขาไม่ได้ช้าอย่างที่รูปร่างอาวุธทำให้คิดหลิงยวนชักกระบี่ออกจากฝักประกายสีเงินอมฟ้าปรากฏเพียงวูบเดียวเคร้ง!กระบี่ทั้งสองกระทบกันกลางอากาศฝุ่นที่ลอยอยู่ถูกแรงปะทะผลักออกเป็นวง กระแทกม่านอาคมรอบลานจนเกิดระลอกแสงหลินเยว่ซีขยับนั่งตรงนางตั้งใจว่าจะมองเท้าของเขาแต่ตอนนี้แทบมองมือไม่ทันแล้วชายผู้ถือกระบี่หนักก้าวตาม แรงปราณแผ่แนบคมจนกระบี่ดูหนาขึ้นอีกชั้น ทุกครั้งที่ฟัน เขาใช้ทั้งไหล่ เอว และแรงส่งจากขาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีจังหวะหยุดให้สวนง่าย ๆหลิงยวนรับกระบี่หนึ่งครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นเบี่ยงอีกสองครั้งเท้าของเขาเลื่อนผ่านรอยร้าวบนพื้นไม่เหยียบซ้ำตำแหน่งเดิมเลย“เขากำลังบีบศิษย์พี่โม่ให้ถอย” เสี่ยวถังกระซิบจ้าวเฉิงมองลานโดยไม่กะพริบตา“ดูปลายกระบี่อีกฝ่าย”เยว่ซีทำตามแม้ชายผู้นั้นจะเป็นฝ่ายรุก แต่ทุกครั้งหลังปะทะ ปลายกระบี่ข

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 82 — กระบี่ของคนที่รู้จักกัน

    “วันนี้ข้าไม่ช่วยเจ้าคิดวิธีรับปราณดิน” เหยียนอวี้หนิงกล่าวขณะวางกระบอกน้ำลงบนโต๊ะตรวจอาวุธ หลินเยว่ซีเงยหน้าจากการรัดปลายแขนเสื้อ “ข้าก็ยังไม่ได้ถาม” “เมื่อครู่เจ้ามองมือข้า” “สายรัดเจ้าหลวม” อวี้หนิงก้มลงดู ปมตรงข้อมือคลายจริง ๆ นางจึงดึงมันให้แน่นขึ้น ก่อนเหลือบมองเยว่ซีอย่างระแวง “เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจทำให้ข้ามัวแต่กังวลเรื่องอื่น” เยว่ซีหัวเราะ “หากข้าจะทำเช่นนั้น ข้าคงรอให้เจ้าเดินขึ้นลานก่อน” ผู้ดูแลกระแอมเบา ๆ แล้วเลื่อนถาดอาวุธคืนให้ทั้งสอง “ตรวจเรียบร้อย รอฟังเรียกชื่อ อวี้หนิงรับกระบี่ขึ้นมา รอยยิ้มเมื่อครู่ค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงสายตาจริงจังที่เยว่ซีคุ้นเคยจากลานฝึก วันนี้ไม่มีใครจะเคาะกระบี่ไม้แล้วบอกให้เริ่มใหม่ ผู้ชนะมีได้เพียงคนเดียว ⸻ การประลองของทั้งสองถูกจัดในช่วงบ่ายของวันถัดมา เยว่ซีได้พักเต็มคืน แผลเหนือข้อศอกปิดดีและผ่านการตรวจแล้ว แต่ก่อนปล่อยให้นางมา อาจารย์ฉินยังย้ำว่าหากแผลเปิดต้องให้ผู้รักษาดูทันทีหลังจบ นางรับคำโดยไม่ต่อรอง ใต้ชายคาข้างลาน เสี่ยวถังถือฝักกระบี่รออยู่ ส่วนจ้าวเฉิงพิงเสา มองผู้ชมที่เริ่มเข้ามาจับจองที่นั่ง “วันนี้ข้าลำบาก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 81 — คนที่ถูกนับวัน

    “เขาชื่อหูเซิ่ง”เผยเหวินซูวางพู่กันลงข้างภาพมือที่นิ้วก้อยขาดไปข้อหนึ่ง“เคยรับคนจากเรือนพักของเซี่ยจิ้งเหิงไปส่งยังโรงยาหลายแห่ง ข้าเป็นผู้จ่ายค่าเดินทางให้เขา”โม่หลิงยวนเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง“คนที่ถูกส่งไปเป็นใคร”“คนป่วย คนที่มีปราณแต่ควบคุมไม่ได้ บางคนถูกบอกว่าจะได้รับการรักษาโดยไม่เสียเงิน”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาถูกนำไปทำอะไร”เผยเหวินซูมองกระดาษตรงหน้า“ตอนแรกข้าเห็นเพียงรายการยา ต่อมาจึงพบว่ามีการจดจำนวนวันที่ทนยาได้”“แล้ว?”“ข้ายังจ่ายเงินให้เขาต่อ”ผู้จดคำให้การก้มลงเขียนในห้องไม่มีผู้ใดช่วยพูดให้ประโยคนั้นเบาลงหลิงยวนเปิดบันทึกที่ยึดมาได้จากโรงยาแห่งเก่าของเซี่ยจิ้งเหิง วางหน้าที่มีตัวเลขเรียงกันตรงหน้าเขา“โรงยาที่เถียนลู่บอกยังเปิดอยู่ คนของเราไปถึงแล้ว แต่ห้องด้านหน้ามีเพียงคนงานกับยาทั่วไป ผู้ป่วยถูกย้ายออกไปก่อนหน้านั้น”เผยเหวินซูรีบเลื่อนสายตาตามแผนที่“โรงยาอยู่ริมทางขึ้นเขาหรือ”“ใช่”“มีเรือนอบสมุนไพรด้านหลังหรือไม่”หลิงยวนหันไปหาศิษย์ที่นำรายงานมา“มีขอรับ คนงานบอกว่าเลิกใช้แล้ว ประตูถูกปิดตาย”เผยเหวินซูชี้ทางเล็กซึ่งผ่านหลังโรงยา“หูเซิ่งไม่ชอบขนคนผ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 80 — จังหวะที่สายลมต้องหยุด

    กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สามมันตกลงบนพื้นลานฝึก ห่างจากปลายรองเท้าโม่หลิงยวนไม่ถึงคืบนางมองมือว่างของตน ก่อนเงยหน้ามองเขา“ข้าบอกให้ท่านลองปัด มิได้บอกให้เอาไปทั้งเล่ม”“ข้าใช้แรงน้อยกว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว”หลิงยวนก้มเก็บกระบี่ส่งคืนเยว่ซีรับมาอย่างจำใจนางไม่ได้ตั้งใจฝึกหนักก่อนวันประลอง เพียงอยากรู้ว่าแผนในสมุดจะทำได้จริงหรือไม่ แต่พอลองใช้กับคนตรงหน้า กระบี่กลับหลุดมือทุกครั้งก่อนถึงจังหวะที่นางต้องการหลิงยวนชี้ตำแหน่งที่นางยืน“เจ้ามัวแต่รอให้เขาเข้ามาตรงนี้”“ถ้าเขาไม่เข้ามา ข้าก็เปลี่ยนตำแหน่งได้”“เมื่อครู่เจ้าเปลี่ยนหรือไม่”เยว่ซีเงียบนางรอจริง ๆรอจนเขามีเวลาปัดกระบี่หลุดจากมือหลิงยวนวางกระบี่ของตนลง“แผนช่วยให้เจ้ารู้ว่าจะทำอะไร แต่คนตรงหน้าจะไม่เดินตามเส้นที่เจ้าวาดทุกครั้ง”เยว่ซีมองรอยรองเท้าบนพื้น ก่อนใช้ปลายกระบี่ไม้ลบจุดที่ขีดไว้“อีกครั้งเจ้าค่ะ”“ครั้งสุดท้าย”นางพยักหน้าคราวนี้เมื่อหลิงยวนขยับเข้ามา เยว่ซีไม่รอให้เขาถึงตำแหน่งเดิม นางก้าวเฉียงออก ใช้กระบี่ขวางทางมือของเขาก่อน แล้วจึงหมุนตัวไปอีกด้านหลิงยวนยกข้อมือรับกระบี่ไม้ของนางยังถูกก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 79 — ทางที่ต้องเลือกเอง

    แสงขาวซึ่งดับไปครึ่งวงกลับสว่างขึ้นจากอีกด้านเสี่ยวถังกดแผ่นอาคมลงในตำแหน่งใหม่ ก่อนเลื่อนแผ่นข้างตะเกียงเข้ามาปิดทางเดิมปราณที่ถูกส่งย้อนกลับกระแทกแนวป้องกันดังปะทุเปลวไฟเอนจนแทบแนบปากตะเกียงแต่ยังไม่ดับหญิงสาวฝั่งตรงข้ามเงยหน้ามองนางเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประลอง ก่อนขยับแผ่นไม้สองชิ้นแยกออกจากกันแสงของเสี่ยวถังถูกบังคับให้เลี้ยวอีกครั้งคราวนี้นางไม่รีบตามไปแก้เสี่ยวถังมองนิ้วของคู่ต่อสู้ทุกครั้งที่นางส่งปราณเข้าเส้นกลาง อีกฝ่ายจะหมุนแผ่นทางขวาก่อน แล้วจึงเลื่อนแผ่นทางซ้ายมารับหากโจมตีทางเดิมอีก ผลก็คงไม่ต่างกันนางถอนปราณจากเส้นกลางจนเหลือเพียงแสงบาง ๆแล้วส่งพลังส่วนใหญ่ไปตามขอบวงเสียงฮือดังขึ้นเมื่อเส้นแสงแยกออกเป็นสองทางหญิงสาวอีกฝั่งเลื่อนแผ่นมาขวางทางด้านข้างทันทีเสี่ยวถังรอจังหวะนั้นอยู่แล้วนางกดฝ่ามือลงบนฐานเส้นกลางสว่างวาบ!ปราณพุ่งผ่านช่องที่เพิ่งเปิด ตรงเข้าหาตะเกียงฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วเยว่ซีเผลอก้าวเข้าใกล้แนวกั้นแสงไปถึงแล้ว!ทว่าหญิงสาวฝั่งตรงข้ามยกแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งขึ้น พลิกด้านแล้ววางขวางหน้าตะเกียงปราณของเสี่ยวถังแตกออกเป็นประกายเล็กเปลวไฟของอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status