登入อัยย์ลดา
ยอมรับเลยว่าตอนที่นาตาลีโทรมาบอกว่าพี่ชายของเธอจะมาร่วมปาร์ตี้ด้วย ฉันไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าจะต้องมายืนอยู่ต่อหน้าผู้ชายที่ฮอตที่สุดเท่าที่ฉันเคยพานพบ
เพียงแรกสบตาฉันก็รู้ทันทีว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาใหญ่ นัยน์ตาสีฟ้าเจิดจ้าคู่นั้นคมกริบสั่นสะเทือนทะลุทะลวงเข้ามาในใจ ประกายระยับในดวงตายามที่เขาวาดรอยยิ้มกว้างรับกับเรือนผมสีบลอนด์เข้มหยักศกที่ปรกใบหน้า มันคือองค์ประกอบที่ทำให้ฉันแทบลืมหายใจ
ฉันปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสอดปลายนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมสลวยนั้น แล้วดึงรั้งเขาเข้ามาใกล้ ความร้อนวูบวาบในอกนี้เกิดจากส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสายตาที่หิวกระหายของเขากับวิสกี้ชั้นเลิศ รสเข้มที่เขาจงใจเติมให้ฉันครั้งแล้วครั้งเล่า
เสน่ห์อันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาปกติแล้วคือสิ่งที่ทำให้ฉันต้องถอยหนี แต่สำหรับแดเนียลมันกลับยิ่งดึงดูดให้ฉันถลำลึก
ขณะที่บทสนทนาถึงเรื่องวัยเด็กดำเนินไปแม่ก็ลุกขึ้นเริ่มเก็บจาน ฉันสังเกตเห็นและลุกตามทันทีตามความเคยชิน เอื้อมมือไปคว้าชามเปล่า แต่นาตาลีกลับคว้ามือฉันไว้ ขยิบตาให้อย่างรู้ทันพลางเหลือบมองพี่ชายที่ยังคงจ้องฉันเขม็ง รอคอยให้ฉันพูดประโยคต่อไปให้จบ ฉันยื่นชามให้นาตาลีและถอยห่างจากโต๊ะ มือยังคงกำแก้ววิสกี้ไว้มั่น
“เดี๋ยวฉันช่วยเก็บเอง” นาตาลีบอกเสียงใส “อัยย์ทำกับข้าวไว้เยอะแล้วก่อนเราจะมา ไปพักผ่อนเถอะ พาพี่แดนไปเดินดูรอบ ๆ บ้านสิ”
คำพูดนั้นทำให้แก้มของฉันร้อนผ่าว นาตาลีคงสังเกตเห็นสายตาที่เราสองคนส่งให้กัน ฉันถอยกรูดอย่างทำอะไรไม่ถูกขณะที่นาตาลีเริ่มเดินเก็บจานรอบโต๊ะ
ทว่าฉันก็ก้มหน้าลงเมื่อสัมผัสได้ถึงมืออุ่นจัดของแดเนียลที่คว้าต้นแขนและดึงให้เดินตามไปยังห้องนั่งเล่น
ฉันทำได้เพียงส่งยิ้มหวานให้น้องสาวเขาและปล่อยให้เขาจูงไป เสน่ห์ของเขามันยากเกินกว่าจะต้านทานไหว ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่สูบฉีดในกระแสเลือดกำลังคลายปมประสาทที่เคยตึงเครียดของฉันทีละน้อย
ฉันนั่งลงบนโซฟาและมองเขานั่งลงข้าง ๆ ใกล้จนรู้สึกได้ถึงไออุ่น
“คุณเรียนจบอะไรมา” เขาดูสนใจเรื่องราวของฉัน แต่สิ่งที่ฉันสนใจกลับเป็นริมฝีปากหยักลึกที่น่าลิ้มลองของเขาต่างหาก
“เอ่อ...ตอนแรกฉันเริ่มเรียนหมอน่ะค่ะ แต่พอพ่อเสียฉันก็เลยย้ายไปเรียนบริหารธุรกิจแทน หวังว่ามันจะเปิดโอกาสให้ฉันได้บ้าง” ฉันบอก “เงินบำเหน็จของพ่อยังพอจ่ายค่าบ้านได้ แต่ฉันรู้ว่าแม่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่านั้น ฉันอยากเรียนต่อปริญญาโทเหมือนนาตาลีแต่คงต้องรอไปก่อน”
“ผมนับถือคุณจริง ๆ ครับ” เขากล่าวเสียงนุ่มลง “เรื่องพ่อแม่...ผมก็เสียท่านไปเหมือนกัน ผมเข้าใจดีว่ามันรู้สึกยังไง”
ฉันเฝ้ามองเขาขณะที่สายตานั้นกวาดมองไฟประดับปีใหม่ ที่ฉันกับแม่ช่วยกันประดับไว้สำหรับงานสังสรรค์เล็ก ๆ นี้ การมีแขกมาที่บ้านก็ดีอยู่หรอก แต่การที่มีเขานั่งอยู่ใกล้ขนาดนี้มันดียิ่งกว่า
เขาหันกลับมา มือของเขาวางลงบนเข่าของฉัน เราสบตากันนิ่งงัน
“เอาล่ะ ลูก ๆ” เสียงของแม่ดังขึ้นทำลายภวังค์จนเราสองคนสะดุ้งผละออกจากกัน “เดี๋ยวแม่ว่าจะข้ามไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัดสักหน่อยนะ อยากไปไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยให้ลูกให้หลาน สามคนก็เคาท์ดาวน์สนุกกันไปนะ ในครัวมีเค้กกับไอติมนะจ๊ะ”
“ค่ะแม่ เดินทางดี ๆ นะคะ” ฉันตอบ แก้มยังร้อนผ่าว
“ขอบคุณสำหรับอาหารครับป้าณี” แดเนียลลุกขึ้นยืนและไหว้ลาแม่ของฉัน ช่างเป็นจังหวะที่ทำให้หัวใจสั่นไหว
เรามองตามร่างแม่ที่เดินจากไป สัมผัสถึงไอเย็นที่วูบเข้ามาตอนที่ประตูถูกปิดลง นาตาลีหันมามองเราสองคนยิ้ม ๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มอีกอึก และหันไปสนใจแสงไฟระยิบระยับ
ฉันขยับตัวบนโซฟาพยายามสลัดความคิดเกี่ยวกับชายผู้นี้ แต่ทุกครั้งที่ขาของเราบังเอิญเสียดสีกัน ความร้อนในช่องท้องของฉันก็ยิ่งลุกโชน
“พวกเราเล่นทายคำกันดีไหม” ฉันไม่รู้จะเสนออะไรที่ดีกว่านี้
“เอาสิ!” นาตาลีหัวเราะคิกคัก “เดี๋ยวนะ เรามีแค่สามคน รู้ล่ะ! เดี๋ยวเราผลัดกัน ฉันกับพี่แดนจะทำท่าใบ้ ส่วนเธอเป็นคนทาย เพราะฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบต้องเป็นคนทำท่า”
“ตกลงตามนั้น” ฉันหัวเราะ
เกมทายคำในวงเหล้าดำเนินไปเกือบชั่วโมง ฉันหัวเราะหนักมากจนเกือบสำลักเครื่องดื่มตอนที่แดเนียลทำท่าเลียนแบบเป็ด และจังหวะที่นาตาลีกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเล่นตาต่อไปโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เธอจึงเดินเลี่ยงเข้าไปในครัวเพื่อรับสาย
ฉันเอนกายพิงพนักโซฟาพยายามควบคุมอาการมึนเมาที่เริ่มอุ่นซ่านไปทั่วศีรษะ ไม่ได้รู้สึกสนุกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ฉันหัวเราะคิกคักกับเรื่องตลกที่เขาเพิ่งเล่าจนเผลอไถลตัวและศีรษะเอนไปพิงซบกับไหล่กว้างของเขา และยิ่งดื่มมากขึ้นฉันกับแดเนียลก็ยิ่งสัมผัสแนบชิดกันมากขึ้น
เมื่อนาตาลีเดินกลับออกมาสีหน้าครุ่นคิดของเธอทำให้ทั้งฉันและแดเนียลต้องขมวดคิ้ว
“เอ่อ...แบงค์ เพื่อนที่มหา'ลัยโทรมา” เธอบอกพลางก้มมองโทรศัพท์ “เขาบอกว่าหาบัตรโซนหน้าสุดงานเคาท์ดาวน์ที่ลานหน้าห้างให้ได้ แต่ถ้าจะไปต้องไปเดี๋ยวนี้เลย”
“น้องก็ควรไปนะ” แดเนียลพูดเหลือบตามองฉันแวบหนึ่ง “หมอนั่นพยายามสุดตัวขนาดนั้น อย่างน้อยน้องก็ควรไปสนุกหน่อย”
“ไม่รู้สิคะ” เธอนั่งลงบนเก้าอี้ “อยู่ที่นี่ก็สนุกมากแล้ว”
“เธอก็...เราอยู่ที่นี่ตลอดอยู่แล้ว ไปเถอะ ไปสนุกเถอะ!” ฉันสนับสนุน หวังว่าเพื่อนจะรับคำ
เธอยิ้มพราย เขย่งปลายเท้าขึ้นจูบปลายคางผมอย่างยั่วยวน “ฟังดูเป็นตอนจบที่เพอร์เฟกต์ที่สุดของวันนี้เลยค่ะ” “งั้นก็ไปกันเถอะครับคุณภรรยา เครื่องบินรอเราอยู่แล้ว”*********** เรากลับขึ้นไปเปลี่ยนชุดที่เพนต์เฮาส์อย่างเร่งรีบ ใจจริงผมอยากจะรวบหัวรวบหางเธอตั้งแต่ตอนนั้นเลย แต่กัปตันแจ้งมาว่ารันเวย์พร้อมแล้ว เพื่อเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ ผมพาเธอขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากดาดฟ้าตึกมุ่งหน้าตรงสู่สนามบินส่วนตัว และเมื่อเครื่องเจ็ตลำหรูทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเราสองคนก็จูงมือกันเดินหายเข้าไปในห้องนอนวีไอพีด้านหลัง ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มและเผลอหลับไปตลอดการเดินทางด้วยความอ่อนเพลีย อัยย์รู้แค่ว่าผมจะพาไปทะเล แต่เธอไม่รู้รายละเอียดหรอกว่าจุดหมายปลายทางของเราคือกรีซ และผมได้เตรียมเรือยอชต์ส่วนตัวไว้รอรับเพื่อพาเรามุ่งหน้าสู่วิลล่ากลางน้ำที่ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัว นี่คือครั้งแรกที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามลำพังจริง ๆ เมื่อเรือแล่นออกจากท่า ผมจัดการล็อกประตูห้องนอนหันกลับมาจ้องมองภรรยาของผม เธอยืนเหม่อมองเกลียวคลื่นอยู่ที่หน้าต่าง สว
แดเนียล ผมยืนรออยู่ที่หน้าซุ้มพิธี กวาดสายตามองแขกเหรื่อที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ผมรู้ดีว่าคงไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นวันนี้ วันที่เพลย์บอยอย่างผมจะยอมลงหลักปักฐานมีภรรยามีครอบครัวเป็นตัวเป็นตน ให้ตายสิ แม้แต่ตัวผมเองก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา แต่ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ มือข้างหนึ่งกุมมือมือน้อย ๆ ของน้องแทน ลูกชายสุดที่รักเอาไว้ และเฝ้ารอวินาทีที่แม่ของเขาจะเดินผ่านประตูเข้ามาอย่างใจจดใจจ่อ ตอนแรกอัยย์อยากให้น้องแทนเป็นคนเดินส่งตัวเธอ แต่เจ้าตัวเล็กกลับยืนกรานเสียงแข็งว่าเขาอยากเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนข้างพ่อมากกว่า หน้าที่อันทรงเกียรตินั้นเลยตกเป็นของป้าณีแทน ซึ่งตอนนี้ก็คือแม่ยายอย่างเป็นทางการของผม ผมแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นอัยย์ในชุดเจ้าสาว เธอตื่นเต้นกับชุดนี้มาก และเก็บเป็นความลับสุดยอดถึงขนาดยอมให้นาตาลีมารับชุดไปเก็บรักษาไว้ที่บ้านเพื่อกันไม่ให้ผมแอบเห็นก่อนวันงาน เธอบอกว่าตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ผม เสียงดนตรีบรรเลงทำนองหวานซึ้งเริ่มดังขึ้น เหล่าเพื่อนเจ้าสาวในชุดสีชมพูหม่นทยอยเดินเข้ามา ต่างก็ส่งยิ้มเอ็นดูให้น้องแทนที่
เราหัวเราะออกมาพร้อมกันเมื่อนึกย้อนไปถึงความทรงจำในอดีต ฉันมีความสุขเหลือเกิน ฉันรู้ดีว่าคนระดับเขามีทางเลือกอีกมากมาย เขาสามารถไปอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก แต่เขาเลือกที่จะอยู่ตรงนี้ เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกับฉันและลูก นี่คือสิ่งที่ฉันจะไม่มีวันลืม และจะเก็บไว้ในใจตลอดไป ทุกอย่างมันลงตัวและสมบูรณ์แบบจนความเจ็บปวดในอดีตเลือนหายไปจนหมดสิ้น “อัยย์ครับ” แดเนียลกระซิบข้างหู โน้มหน้าเข้ามาใกล้ “แม่คุณไม่อยู่บ้านแบบนี้ เรามารื้อฟื้นความหลังบนโซฟาตัวนี้เหมือนเมื่อหกปีก่อนกันหน่อยดีไหม” ฉันหัวเราะร่ากับความคิดทะลึ่งตึงตังของเขา ฉันซบหน้าลงกับอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น ไม่เคยมีที่ไหนที่ทำให้ฉันรู้สึกวางใจได้เท่ากับในอ้อมแขนของผู้ชายคนนี้อีกแล้ว แต่จู่ ๆ เขาก็ผละออก “เดี๋ยวนะ ผมมีของขวัญให้คุณ” “แต่นี่ยังไม่เที่ยงคืนเลยนะคะ” ฉันแย้งขำ ๆ “เอาน่า ผมให้คุณเปิดก่อนกล่องนึงเป็นกรณีพิเศษ” เขาเอื้อมมือไปหยิบกล่องเล็ก ๆ ที่วางซ่อนอยู่ แล้วโยนมาให้ฉันเบา ๆ ฉันรับไว้แล้วก็ต้องหลุดขำออกมา สภาพกล่องห่อด้วยกระดา
อัยย์ลดา อุ่นใจเหลือเกินที่ได้กลับมาฉลองเทศกาลปีใหม่ที่บ้านของแม่ เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปหนึ่งปีเต็มแล้วนับตั้งแต่แดเนียลกลับเข้ามาในชีวิตของเรา ฉันนึกไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าชีวิตจะมีความสุขและลงตัวไปกว่านี้ได้ยังไง หลังจากที่เราตกลงเป็นครอบครัวเดียวกัน ฉันกับน้องแทนก็ย้ายเข้าไปอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของเขา แม้ที่นั่นจะสะดวกสบายแค่ไหนแต่เราก็ยังยึดธรรมเนียมเดิมคือต้องกลับมานอนค้างที่บ้านแม่ในคืนส่งท้ายปีเก่าเพื่อรอนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา คืนนี้นาตาลีกับปัณณ์ก็มาร่วมวงด้วย บ้านตึกแถวหลังเล็กของเราเลยอัดแน่นไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ ช่วงก่อนหน้านี้ แดเนียลเพิ่งจัดงานเลี้ยงใหญ่ที่เพนต์เฮาส์ไป เขาดูมีความสุขมากที่ได้รื้อฟื้นบรรยากาศเก่า ๆ สมัยพ่อแม่เขายังอยู่ แต่วันนี้เขาเลือกที่จะมานั่งล้อมวงกินหมูกระทะฉลองปีใหม่อย่างเรียบง่ายที่บ้านแม่ยาย ฉันค่อย ๆ วางกล่องของขวัญกล่องสุดท้ายลงบนโต๊ะมุมห้องที่แม่จัดไว้สำหรับวางของขวัญปีใหม่ ปีนี้ฉันซื้อของใช้ดี ๆ ให้แม่หลายอย่าง ท่านเหนื่อยเพื่อฉันกับหลานมามาก ถึงเวลาที่ท่านต้องพักและมีความสุ
ผมเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นหนักหน่วงและดิบเถื่อน เธอยกสะโพกขึ้นรับสอดประสานกันอย่างบ้าคลั่ง ความปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งเมื่อเราสบตากัน ดวงตาของเธอฉ่ำปรือสะท้อนภาพของผม ร่างกายของเราหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน อารมณ์ที่พุ่งพล่านไต่ระดับขึ้นสู่จุดสูงสุด ผมส่งแรงกระแทกครั้งสุดท้าย ลึก และเนิ่นนาน ก่อนที่เราทั้งคู่จะถึงจุดหมายพร้อมกัน เสียงครางต่ำของผมประสานกับเสียงกรีดร้องหวานหูของเธอดังก้องไปทั่วทั้งห้อง และเมื่อพายุอารมณ์ค่อย ๆ สงบลงผมก็ทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจหนักหน่วงเคียงข้างเธอ ปล่อยให้ความเงียบที่เปี่ยมสุขโอบล้อมเราไว้ เหงื่อกาฬซึมชื้นตามไรผมและแผ่นหลัง แต่ผมกลับรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาด ผมตะแคงข้าง เท้าศีรษะมองใบหน้าหวานที่ยังคงแดงซ่านจากการร่วมรัก เธอยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบา ๆ ริมฝีปากบวมเจ่อคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะหลุดหัวเราะคิกคัก ผมโน้มตัวเข้าไปกดจูบที่ปลายจมูกรั้นของเธอด้วยความมันเขี้ยว “ไม่อยากเชื่อเลย” เธอมองตาผม พึมพำเสียงแผ่วราวกับละเมอ “มัน...ดีมากจริง ๆ” “ผมก็หาคำอื่นมาอธิบายไม่ได้เหมือนกัน” ผมหัวเราะเสียงต่ำใน
แดเนียล ริมฝีปากของเรายังคงบดเบียดแลกเปลี่ยนลมหายใจกันอย่างดูดดื่มขณะที่ผมค่อย ๆ ทาบทับร่างนุ่มนิ่มของอัยย์ลงกับผืนเตียง ผมสอดมือเข้าไปใต้ชายเสื้อยืดตัวสวยของเธอ ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ผมเฝ้าฝันถึงก่อนจะค่อย ๆ ถลกมันขึ้นดึงผ่านศีรษะเธอออกไปแล้วเหวี่ยงทิ้งลงข้างเตียงอย่างไม่ไยดี ผมเอื้อมมือไปด้านหลังปลดตะขอบราลูกไม้สีหวานด้วยความชำนาญ รั้งมันออกไปให้พ้นทาง ปล่อยให้ทรวงอกอวบอิ่มเป็นอิสระและตกอยู่ในการกอบกุมของผมเต็มสองมือ ผมผละริมฝีปากออกมาเพื่อจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงซ่านและหอบสะท้าน ใช้นิ้วหัวแม่มือบดคลึงยอดอกสีสวยที่กำลังแข็งขึงสู้มือเรียกเสียงครางแผ่วหวานจากลำคอระหง ภาพตรงหน้าสวยงามยิ่งกว่างานศิลปะชิ้นไหนในโลก ผมเลื่อนมือต่ำลงมาจัดการกับกระดุมกางเกงยีนส์ของเธอ ค่อย ๆ รูดซิป และดึงรั้งมันพร้อมกับชั้นในตัวจิ๋วผ่านสะโพกกลมกลึง รูดลงไปตามเรียวขาคู่สวยจนพ้นปลายเท้า บัดนี้อัยย์นอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่างผม ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้มช่างเป็นภาพที่ยั่วยวนและตราตรึงที่สุด เธอค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่าบนที่นอนนุ่ม ขย
ฉันยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก จ้องมองผู้มาเยือนอย่างไม่วางตา แดเนียลกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ในมือถือกระเช้าของขวัญใบยักษ์และถุงของฝากพะรุงพะรัง เขาส่งยิ้มบาง ๆ ให้ฉัน ท่าทางดูใจเย็นและสุขุม ต่างจากข้างในใจของฉันที่ร้อนรุ่มเหมือนไฟเผา ความรู้สึกตีกันวุ่นวา
แดเนียลผมกำมือที่ประสานกันแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเบาะหนังนุ่มของเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว สายตาผมเพ่งไปที่หน
อัยย์ลดาฉันสูดหายใจลึก พยายามอย่างที่สุดที่จะเข้าใจความเจ็บปวดของแดเนียล เขารู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก และถึงแม้ฉันจะไม่ได้
แดเนียลนี่เป็นเช้าวันเสาร์แรกในชีวิตที่ผมภาวนาให้ตัวเองมีงานด่วนเข้ามาจะได้เลิกฟุ้งซ่านสักที







