พิมดาวคนนี้ร้ายกว่าผีอีกนะเธอ

พิมดาวคนนี้ร้ายกว่าผีอีกนะเธอ

last updateDernière mise à jour : 2026-04-02
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
6Chapitres
197Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ทุกคืนฉันจะนั่งเขียนนิยายอยู่ริมหน้าต่าง จนกระทั่ง...เขาคนนั้นทำเอาฉันไม่เป็นอันทำอะไร

Voir plus

Chapitre 1

สี่แยก

"รู้ไหมบ้านนี้นะ...."

"หยุด!! อย่า อย่าพูด ยิ่งตอนที่เราเดินผ่าน"

"โอ๊ย พวกลื้อสองคนพูดไปเถอะป่านนี้เด็กนั่นไปเกิดใหม่แล้วมั้ง เห็นตาลุงซอยเจ็ดเขาว่าอีโดนมีดปักอกเชียว"

อ่าม่าคนที่ดัดผมเป็นลอนพูดพร้อมทำท่าห่อไหล่ด้วยอาการสยอง

"ใช่ และอย่างนี้พวกลื้อยังจะพูดถึงกันอีก ไปๆ รีบไปใกล้มืดแล้ว"

เฮ้อ........

พิมดาวถอนหายใจเบาๆ ถึงแม้ว่านางจะอยู่บนชั้นสองของตัวบ้านแต่ประโยคเหล่านี้ก็ยังคงได้ยินเสมอ

"มีดปักโพ่ง...พูดกันทุกวันแต่ก็เดินผ่านกันทุกวัน"

เธอบนพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะเปิดโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าพร้อมกับเชื่อมต่อคีย์บอร์ดลายน่ารักที่มักส่งเสียงต๊อกแต๊กจนเกิดความสุขใจเล็กๆ ในแต่ละค่ำคืน คนร่างบางดวงตากลมโตที่มักอยู่ในเสื้อไหมพรมคอเต่าฮัมเพลงเบาๆ 

ทุกค่ำคืนพิมดาววัยยังสาวจะมานั่งที่โต๊ะตัวนี้เนื่องด้วยหลายเหตุผล เหตุผลหนึ่งที่เธอเลือกคือมันอยู่ชั้นสองและติดหน้าต่างและเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นสวนไม้ประดับข้างบ้านและถ้ามองเลยไปอีกก็จะเห็นถนนของหมู่บ้านที่อาม่าปากมากสามคนเพิ่งเดินผ่านไปนั่นคือเหตุผลข้อที่หนึ่ง

ส่วนเหตุผลข้อสองที่เธอเลือกจะนั่งเขียนหนังสือที่มุมนี้ก็เพราะสี่แยกของหมู่บ้านซึ่งอยู่เยื้องกับตัวบ้าน สำหรับพิมดาวแล้วสี่แยกแห่งนี้เป็นไฮไลท์ของเธอในแต่ละค่ำคืน บางคืนมันก็ไม่มีอะไรแต่บางคืนมันก็มี เช่นคืนพระใหญ่แบบเช่นคืนนี้ 

คนร่างบางผมยาวสีน้ำตาลนั่งเท้าคางมองสี่พร้อมคำถาม

"ใครจะเป็นเหยื่อ"

"ใครจะเป็นเหยื่อของเจ้าสิ่งนั้น"

ตากลมของนางมองไปยังเสาไฟที่อยู่มุมของบ้านร้างตรงสี่แยก อันที่จริงทุกบ้านที่อยู่ตรงหัวมุมของสี่แยกนี้ล้วนร้างทั้งสิ้น ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้วแสงไฟสีขาวให้ความสว่างตามหน้าที่อย่างภาคภูมิ

"เจ้าหลอดไฟ เจ้าจะต้องเข้มแข็งนะ คืนนี้อย่าได้ดับเป็นอันขาดฉันไม่อยากเห็นใครเป็นเหยื่อของมันอีกแล้ว"

คนผมน้ำตาลพูดกับตัวเองจากนั้นก็เริ่มก้มหน้าพิมพ์งานพร้อมกลับตอบข้อความของเพื่อนฝูงร่วมวงการที่มักจะมีชีวิตชีวาในยามค่ำคืน 

ชีวิตของพิมพ์ดาวจะเริ่มต้นตั้งแต่หกโมงเย็นจนไปสิ้นสุดที่หกโมงเช้า เธอใช้ชีวิตเช่นนี้มาทุกวันจนเกิดข่าวลือมากมาย บ้างก็ว่าบ้านหลังใหญ่หลังนี้เจ้าของบ้านได้ตายไปแล้วและแสงไฟที่ชั้นสองตรงหน้าต่างก็คือความเฮี้ยนของนาง บ้างก็ว่าเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นพวกสติไม่ดีที่ถูกขังอยู่ในบ้านแต่ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรข้อเท็จจริงหนึ่งที่ชัด

ไม่มีใครเห็นพิมดาวมาหลายปีแล้ว

สามทุ่มสี่สิบห้า พิมดาวเหลือบมองเวลาที่หน้าจอโน๊ตบุ๊คคู่ใจ

"ใกล้แล้วสินะ"

เธอพูดพร้อมกับมองไปนอกหน้าต่างตรงสี่แยกที่แสงไฟยังคงทำหน้าที่เข้มแข็ง

"อย่าดับนะเจ้าหลอดไฟ"

จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ งานของเธอมีหลายอย่างทั้งเขียนนิยายเพื่อแลกรายได้อันน้อยนิดแต่สุขใจมหาศาลทั้งทำรูปขายในเวบไซค์ออนไลน์จนมีรายได้หลายแสนด้วยเหตุนี้เธอจึงมีชีวิตอยู่แต่ในบ้านจนแทบจะไม่มีใครเห็นตัวเธอ

"เงินอยู่ในอากาศ"

พิมดาวพูดถึงคำๆ หนึ่งที่จำมาจากหนัง

"หนี้ก็อยู่ในอากาศด้วย"

เธอพูดอีกครั้งเมื่อหันไปมองข้าวของกองใหญ่ที่เธอสั่งซื้อออนไลน์จนไม่มีที่จะเก็บ

ถึงนักอ่านที่รักไรท์กำลังเขียนนิยายเรื่องใหม่ซึ่งไร้ท์ก็ไม่รู้ว่าจะจบแบบไหนฝากเป็นกำลังไตเอ้ยใจให้ไร้ท์ด้วย

เธอทวนทุกคำที่เธอพิมออกมาเป็นเสียงด้วยความภาคภูมิ

สี่ทุ่มครึ่ง เสียงเตือน ปี๊บๆ ๆ จากโทรศัพท์แจ้งเตือน พิมดาวมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้งสถานที่เดียวที่คนร่างบางมองคือสี่แยกเล็กๆ ที่บ้านทั้งสี่มุมของถนนเป็นบ้านร้าง

"เริ่มแล้ว แสงไฟอ่อนลงหน่อยแล้ว"

แสงไฟสีขาวที่เคยให้ความสว่างเป็นวงกว้างจนเห็นทั้งสี่แยกเริ่มจางลง จากที่เคยคลุมถนนทั้งสีเส้นที่มาตัดกันตอนนี้ความสว่างเหลือเพียงให้เห็นแค่สามเส้นแล้ว

พิมดาวถอนหายใจเบาๆ จากนั้นยกสองมือขึ้นพนมพร้อมหลับตา

"ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ค่ำคืนนี้อย่ามีใครผ่านแยกนั้นเลย"

แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ตอบรับคำขอของเธออย่างทันท่วงที เสียงเครื่องของมอไซค์ดังมาจากทางท้ายหมู่บ้านในคำคืนอันเงียบสงัดเสียงของมันได้ยินชัดเจนจนพิมดาวคาดการณ์ทิศทางได้ถูก เธอหลับตานึกภาพได้เลยว่ามันผ่านป้อมยามท้ายหมู่บ้านมาแล้วและกำลังจะมาถึงสามแยก ถ้าเลี้ยวซ้ายจากสามแยกและตามทางมาเรื่อยๆก็จะมาถึงสี่แยกปริศนาของเธอ

"เลี้ยวขวา ขอร้องเถอะเลี้ยวขวา"

พิมดาวพูดพร้อมเงี่ยหูฟังอย่างใจจดใจจ่อ จากนั้นก็ต้องฟุ๊บหน้าลงกับโต๊ะ ผู้โชคร้ายในค่ำคืนนี้ปรากฏตัวแล้ว พิมดาวหลับตานึกถึงภาพคนแล้วคนเล่าที่เธอเห็นว่าหายเข้าไปในเงามืดของสี่แยกและไม่มีใครเคยได้กลับออกมาอีกเลย

ไม่เคยมีใครพบศพหรือร่องรอยใดๆ แค่คนๆหนึ่งหายไปเฉยๆ เคยมีบ้างที่มีญาติของคนพวกนั้นมาตามหาเพราะเป็นจุดที่สัญญาณโทรศัพท์ของคนเล่านั้นปรากฏเป็นจุดสุดท้าย

สี่แยกของไอ้แขนยาว พิมดาวให้คำนิยามของมันเพราะเธอแทบจะเป็นผู้เดียวที่จับสังเกตุมันในแต่ละค่ำคืน มันมักมาประจำการที่แยกนี้ในคืนที่มีความพิเศษเช่นคืนวันพระใหญ่ เสียงมอไซค์คันเดิมไล่มาตามทางหลังจากเงียบไปเหมือนอาการลังเลว่ามาถูกทางหรือไม่ พิมดาวคาดว่าอีกไม่กี่วินาทีเขาคนนั้นก็จะผ่านข้างบ้านเธอและไปยังสี่แยกดังกล่าว

ถ้าโชคดีก็ผ่านไปได้เฉยๆแต่ถ้าโชคร้ายก็จะหายไปเลย ไอ้แขนยาวมักเอาคนโชคร้ายพวกนั้นหายไปในความมืดของมุมใดมุมหนึ่งที่ไฟส่องไปไม่ถึง ตัวมันสูงสองเมตรกว่าใช้ผ้าขี้ริ้วสีมอๆ ห่อหุ้มร่างแต่ที่โดดเด่นคือแขนยาวที่มีแต่หนังหุ้มกระดูก ใบหน้าซูบตอบเส้นผมแทบไม่มีดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำ

ในที่สุดสิ่งที่พิมดาวไม่ได้รอคอยก็มาถึงเมื่อเสียงเครื่องยนต์ดังครืดต่ำๆ คล้ายคนขับกำลังชะลอความเร็วแล้วปล่อยรถไหลผ่านข้างตัวบ้านเธอ ตัวรถเป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์ใช้งานท้ายรถติดกล่องส่งของทรงสี่เหลี่ยมใบใหญ่ พิมดาวมองผ่านหน้าต่างลงไปยังไรเดอร์ส่งของผู้กำลังจะโชคร้าย เขาคนนี้เหมือนกับอีกหลายคนที่เคยเห็นมาเขากำลังจะหายไปในความมืด แต่แล้วตากลมของเธอก็ต้องขมวดเพ่ง

ไรเดอร์คนนี้สวมใส่เครื่องแบบที่แตกต่างมันไม่ใช่ยูนิฟอร์มของคนส่งของดังเช่นคนอื่นแต่มันเป็นเสื้อยืดที่มีตราสัญลักษณ์ของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งและเธอคุ้นตามันเป็นอย่างดีเพราะมันเป็นตราของมหาลัยที่เธอจบมาเอง

"เฮ้ย !! น้องคนนี้เอง ไรเดอร์ที่มาส่งของบ้านเราประจำ"

คนตากลมพูดกับตัวเองพร้อมกับมองรุ่นน้องร่างใหญ่ที่กำลังเคลื่อนรถผ่านข้างบ้านเธอไปอย่างช้าๆ เขาคงชะลอความเร็วเพราะเห็นว่าในเวลานี้มันดึกแล้วการขับขี่เสียงดังจึงเป็นเรื่องไม่ควรแต่อีกสิ่งที่เขาไม่ควรเช่นกันคือการมุ่งตรงไปยังความมืดบริเวณสี่แยกที่อยู่เบื้องหน้า ตอนนี้ไฟทางเข้มแข็งของพิมดาวมันเริ่มอ่อนแรงลงกว่าเดิม จนความสว่างของมันเหลือเพียงแค่สองแยกเท่านั้นและแน่นอนรุ่นน้องที่มาส่งของบ้านเธอประจำจะต้องผ่านความมืดที่ไอ้ผีร้ายแขนยาวเฝ้ารออยู่

"น้อง!!"

คนร่างบางชะโงกหน้าตะโกนสุดเสียง

"น้อง อย่าไปทางนั้น"

รุ่นน้องร่างใหญ่หันหลังกลับมาก่อนที่จะค่อยๆหายเข้าไปในความมืดของสี่แยก พิมดาวกลั้นหายใจลุ้นระทึกนางหวังเล็กๆว่าเขาจะไปโผล่ในความสว่างของแยกซอยถัดไป ตากลมของเธอมองไปยังเสาไฟที่อยู่ไกลออกไปด้วยหวังว่าจะได้เห็นเขาอีกครั้ง เขาที่เธอแอบมองผ่านหน้าต่างบ่อยๆ

.

.

"หายไปแล้ว"

พิมดาวพูดกับตัวเองพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้

"อีกคนแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีอยู่จริง"

ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่เขาหันมาแต่มันก็เข้าไปในความทรงจำอันชัดเจนจนเธอคิดว่าไม่น่าเรียกเขาเลย ใบหน้าเรียวผมแสกกลางยาวเกือบถึงบ่าและหล่อเหลาเอาการ

มือเล็กของคนร่างบางกำแน่น

'พิมดาวเธอจะทำอะไรได้เธอเป็นแค่นักเขียนนะ'

คนร่างบางเตือนสติตัวเอง

'ก็ถ้าฉันไม่ทำก็ไม่มีใครทำแล้ว อีกอย่างนี่ก็นานแล้วนะที่ไม่ได้..'

สติตัวเองเถียงกลับ

'งั้น....'

'งั้นอะไรพิมดาว'

'ไฟฉายหลายๆ อันแล้วออกไปเอาเขามา'

'ฉันรักเธอพิมดาว เป็นอันว่าเราทั้งคู่เห็นตรงกันแล้วนะ'

หลังจากถกเถียงกับตัวเองจนเสร็จสิ้นคนร่างบางก็หันไปมองกองพัสดุกองใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
6
สี่แยก
"รู้ไหมบ้านนี้นะ....""หยุด!! อย่า อย่าพูด ยิ่งตอนที่เราเดินผ่าน""โอ๊ย พวกลื้อสองคนพูดไปเถอะป่านนี้เด็กนั่นไปเกิดใหม่แล้วมั้ง เห็นตาลุงซอยเจ็ดเขาว่าอีโดนมีดปักอกเชียว"อ่าม่าคนที่ดัดผมเป็นลอนพูดพร้อมทำท่าห่อไหล่ด้วยอาการสยอง"ใช่ และอย่างนี้พวกลื้อยังจะพูดถึงกันอีก ไปๆ รีบไปใกล้มืดแล้ว"เฮ้อ........พิมดาวถอนหายใจเบาๆ ถึงแม้ว่านางจะอยู่บนชั้นสองของตัวบ้านแต่ประโยคเหล่านี้ก็ยังคงได้ยินเสมอ"มีดปักโพ่ง...พูดกันทุกวันแต่ก็เดินผ่านกันทุกวัน"เธอบนพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะเปิดโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าพร้อมกับเชื่อมต่อคีย์บอร์ดลายน่ารักที่มักส่งเสียงต๊อกแต๊กจนเกิดความสุขใจเล็กๆ ในแต่ละค่ำคืน คนร่างบางดวงตากลมโตที่มักอยู่ในเสื้อไหมพรมคอเต่าฮัมเพลงเบาๆ ทุกค่ำคืนพิมดาววัยยังสาวจะมานั่งที่โต๊ะตัวนี้เนื่องด้วยหลายเหตุผล เหตุผลหนึ่งที่เธอเลือกคือมันอยู่ชั้นสองและติดหน้าต่างและเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นสวนไม้ประดับข้างบ้านและถ้ามองเลยไปอีกก็จะเห็นถนนของหมู่บ้านที่อาม่าปากมากสามคนเพิ่งเดินผ่านไปนั่นคือเหตุผลข้อที่หนึ่งส่วนเหตุผลข้อสองที่เธอเลือกจะนั่งเขียนหนังสือที่มุมนี้ก็เพราะสี่แยกของหมู่บ้านซึ
Read More
พิมดาว
ประโยชน์ของการซื้อของออนไลน์โดยไม่คิดมันก็มีเช่นกัน เมื่อเธอค้นพบว่าในห้องเธอมีไฟฉายแอลอีดีที่สว่างเวอร์อยู่มากมายก่ายกอง แต่ถึงอย่างนั้นคนร่างบางก็เลือกที่จะพกมันไว้เพียงสามอันเพราะเธอก็ไม่รู้จะเอามันไว้ที่ไหนได้บ้าง กระเป๋ากระโปรงซ้ายหนึ่งอันขวาหนึ่งอันและในมืออีกหนึ่งอัน หลังจากตรวจตราแล้วว่าทุกอันเปิดติด การก้าวเท้าออกจากบ้านครั้งแรกในรอบหลายเดือนก็ได้เกิดขึ้น ถ้าในยามนี้อาม่าสามคนนั้นเดินมาพบเธอเข้าก็คงช็อคตาตั้งเป็นแน่ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นประตูอัลลอยสีเขียวติ้ง.....เสียงข้อความโทรศัพท์ก็ดังขึ้นคุณพิมจะออกไปจริงๆหรือครับพิมดาวอ่านข้อความจากนั้นก็หันหน้าไปยังทิศทางของป้อมยามท้ายหมู่บ้าน ลุงกำพลรปภประจำหมู่บ้านคงเห็นเธอผ่านกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ตามพื้นที่สาธารณะติ้ง.....ผมห้ามเขาแล้วแต่เขาบอกว่าต้องไปส่งของที่ซอยเจ็ดให้ถึงมือข้อความที่สองของลุงกำพลทำเอาเธอมีสีหน้าสลด รุ่นน้องของเธอคงถึงฆาตแล้วจริงๆ เธอแหงนหน้าไปทางกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งที่ติดอยู่กับเสาไฟซึ่งไม่ห่างจากบ้านเธอนักจากนั้นก็เปิดๆ ปิดๆ ไฟฉายในมือ เพื่อส่งสัญญาณว่าไม่ต้องห่วงเพราะเธอมีไฟฉายมาด้วยติ้ง.....ระวังด้วยนะคร
Read More
ซื่อบื้อ
ทันทีที่พิมดาวเข้ามายังตัวบ้านได้นางก็รีบวิ่งตรงไปยังห้องข้างบันไดพร้อมกับสับสวิทช์ในแผงคัทเอ้าท์ทุกอัน เสียงดังฮึ่งๆ ถูกส่งมาจากหลายทิศทางของบ้านหลังใหญ่ ไฟทุกดวงในบ้านสว่างและบางดวงเกินกว่าจะเรียกได้ว่าสว่างเพราะมันเป็นแสงจร้าของสปอร์ตไลท์ที่ติดไว้มุมสูงรอบตัวบ้าน สวนไม้ประดับรอบตัวบ้านเห็นชัดขึ้นทันตาแม้ยามนี้จะห้าทุ่มกว่าแล้วก็ตามรุ่นน้องร่างใหญ่ที่อยู่ในเสื้อยืดมหาลัยมองห้องโถงที่มีพื้นหินอ่อนขัดจนเป็นมันแต่กลับไร้เฟอร์นิเจอร์สักชิ้น จะมีก็เพียงแค่โซฟาสีฟ้าเพียงตัวเดียวเท่านั้น เขามองสำรวจรอบทิศทางด้วยความแปลกใจ"พี่อยู่คนเดียว มาตามพี่ขึ้นมา ห้องทำงานพี่อยู่ชั้นสองเราต้องหลบในบ้านพี่จนกว่า..""จนกว่าอะไรครับ"คนร่างบางตากลมมองค้อนขวับเมื่อเขาถามและนางก็โพล่งขึ้นมาแบบไม่มีบริบท"นี่เราจะไม่บอกชื่อพี่จริงเหรอ ที่มหาลัยไม่ได้สอนหรือไงเดี๋ยวมาตราฐานตกต่ำขนาดนี้แล้วเหรอ แล้วอาจารย์มงคลล่ะได้เรียนกับเขาไหม ปกติปีหนึ่งทุกคนต้องลงวิชาเขา"ไรเดอร์ร่างใหญ่อ้าปากข้างเขายกมือขึ้นลูบผมแบบงงๆ ที่อยู่ๆ ก็โดนต่อว่าขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยและในจังหวะที่เขากำลังจะอธิบาย คนร่างบางที่อยู่ในเสื
Read More
โสด
เป็นอีกครั้งที่รุ่นน้องร่างใหญ่ต้องอยู่ในสีหน้ามึนงงเขายกมือขึ้นมาลูบผมด้วยอาการทำตัวไม่ถูก เขาไม่เข้าใจจริงๆ ตั้งแต่ที่เขาเจอรุ่นพี่ผู้นี้ก็โดนว่าซื้อบื้อมาสองครั้งแล้วเขาซื่อบื้อตรงไหนแล้วยังไงและเหมือนเธอก็จะจับสังเกตุความงุงงงของเขาออก"พอเปิดประตูห้องไป ฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องไม้ตายถ้าไอ้แขนยาวเริ่มกินแสงไฟที่ทางขึ้นเมื่อไหร่ให้เราไปที่ห้องนั้น จำไว้นะว่าห้องตรงข้ามเท่านั้นไม่ใช่ห้องที่อยู่ด้านซ้าย""ห้องตรงข้าม"เขาทวนคำพยายามจดจำ"ใช่ห้องตรงข้าม อย่าไปห้องด้านซ้ายเด็ดขาด""ทำไมเหรอครับ""ห้องด้านซ้ายเป็นห้องนอนพี่""อ่อ....ครับ""ใช่เข้าใจใช่ไหม มันไม่ได้ล็อคด้วย"เขาพยักหน้ารับว่าเข้าใจถึงแม้จะงงกับคำว่าไม่ได้ล็อค"ซื่อบื้อ!!"และก็เป็นอีกครั้งที่คำนี้หลุดมา จากนั้นก็เป็นเช่นเดิมทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบเสียงต๊อกๆ ของแป้นพิมพ์เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เขาเอาแต่ครุ่นคิดว่าค่ำคืนเช่นนี้มันเกิดขึ้นกับเขาได้ไงเขาแค่อยากหารายได้เสริมหลังเลิกเรียนจึงมาขับรถส่งของ อีกทั้งหมู่บ้านนี้เขาก็เคยเข้าออกมานับครั้งไม่ถ้วนไม่ว่าจะดึกดื่นค่ำคืนเพียงใดก็ไม่เคยมีครั้งไหนจะโชคร้ายที่เจอเจ้าผีร้ายร่างใ
Read More
คนซื่อบื้อ
หลังจากได้ไฟฉายกันมาคนละสองสามกระบอกคนร่างบางที่อยู่ในเสื้อแขนยาวคอเต่าก็มายืนที่ประตูทำท่าจะบิดลุกบิดโดยมีไรเดอร์ร่างใหญ่ที่ยืนถือไฟฉายในท่าเตรียมพร้อมอยู่ด้านหลัง ตากลมของคนงามหันมามองด้วยภาษากายที่สื่อว่าพร้อมยัง"เอาเลยครับพี่""ซื่อบื้อ"ตอนนี้เขาเองเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคำว่าซื่อบื้อของพิมดาวมันหมายถึงสิ่งใดหรือบางทีมันอาจเป็นแค่ประโยคทักทายหรือคำพูดติดปากของนางเท่านั้นแอ็ด.......เสียงประตูไม้สักเลื่อนออกทั้งหมดค่อยๆ ก้าวเท้ามายังชั้นลอยของชั้นสองจากนั้นก็หันหน้ามองลงไปตามราวบันใด บันไดไม้ขัดมันทอดตัวยาวจากชั้นสองสู่ชั้นลอยก่อนถึงชั้นหนึ่ง ราวบันใดไม้สีวอลนัตสะท้อนกับแสงสปอร์ตไลท์อันกระทัดรัดที่ติดผนังของชั้นลอยและตรงนี้เองที่ไรเดอร์ผู้โชคร้ายได้เห็นสิ่งเกือบจะกลืนกินชีวิตเขาอีกครั้งร่างสูงชะลูดจนศีรษะเกือบชนเพดานห่มผ้าขี้ริ้วสีหม่นยาวลงมาถึงข้อเท้า ปลายผ้าสั่นไหวพริ้วไปมาราวกับมีชีวิตของตัวเอง ใบหน้าที่โผล่พ้นผืนผ้าคือผิวหนังซูบผอมติดกระดูกจนเห็นโหนกแก้มแหลมคม มันไม่ได้ยืนในความมืดแต่มันทำให้ความสว่างจากแสงสปอร์ตไลท์หายเข้าไปในผิวหนัง ทุกครั้งครั้งที่มันพยายามก้าวเท้าไปข้างหน
Read More
เกี่ยวพัน (จบ)
พีทแหงนหน้าขึ้นมองเพดาน เขามองดูความสว่างของหลอดไฟแอลอีดีที่อยู่กลางห้อง ไฟดวงนี้ก็เหมือนไฟดวงอื่นๆในบ้านมันไม่ได้สว่างอะไรมากนัก จากนั้นก็หันไปมองผนังด้านซ้ายที่มีประตูเชื่อมกับห้องนอนของคนที่ชอบเรียกเขาว่าซื่อบื้อ เสียงใสๆ เงียบไประยะนึงแล้ว เขาถอนหายใจออกมาเพื่อระบายความกลัดกลุ้มต่อมาก็หันไปมองผนังด้านขวาด้านนี้มีสวิทช์ไฟอยู่สี่อันซึ่งคงเป็นของสปอร์ตไลท์ที่ติดอยู่มุมห้องทั้งสี่ด้าน ความเป็นความตายของเขาขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ระยะห่างเพียงสามสี่ก้าวสำหรับคนร่างใหญ่แบบพีททำให้เขามั่นใจว่าถ้ามันเข้ามาเมื่อไหร่เขาพุ่งตัวไปสับสวิทช์ทันแน่นอน แต่ถ้าจะให้ดีควรรอให้มันเข้ามาเกือบถึงกลางห้องแล้วค่อยเปิดสปร์ตไลท์น่าใจได้ผลมากที่สุดใช้แสงทำให้มันอ่อนแรงจากทั้งสี่ทิศทางพีทกำหนดแผนการคร่าวๆอยู่ในใจ'ซื่อบื้อ'คำนี้แว่วมาในหัวเขาอีกครั้งแกร็ก !!แกร็ก !!เสียงแรกที่ทำลายความเงียบมาคือเสียงลูกบิดของประตูหน้าห้อง พีทสูดลมหายใจเข้าลึกตาเสียวสีเข้มจับจ้องที่ประตูไม่วางตา ตอนแรกเขานึกว่ามันจะหายตัวเข้ามาด้วยซ้ำแต่ที่ไหนได้มันยังจัดว่าเป็นผีร้ายที่เข้าตามตรอกออกทางประตู และแค่เพียงมันบิดลูกบิดวงรัศมีของ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status