Accueil / โรแมนติก / พิศวาสล่ามรัก / ตอนที่ 10 กลับบ้าน

Partager

ตอนที่ 10 กลับบ้าน

last update Date de publication: 2025-02-12 20:45:42

 

          หลังจากอยู่ที่โรงพยาบาลมาถึงสองเดือน เฝือกที่แขนและที่ขาก็ถูกถอดออกแต่ยังต้องใส่อุปกรณ์พยุงข้อเท้าไว้ พอนฤดลฝึกเดินด้วยไม้เท้าคล่อง  หมอก็อนุญาตให้เขากลับบ้านได้ แต่แทนที่เขาจะกลับบ้านชายหนุ่มกลับตรงไปประชุมที่บริษัทก่อน ทำให้มีนาก็ต้องตามไปรอที่บริษัทด้วยเพราะหมอกำชับกับเธอมาว่าต้องคอยระวังไม่ให้ชายหนุ่มลงน้ำหนักที่เท้าซ้าย หญิงสาวจึงตามติดเขาตลอดเพราะกลัวเขาจะเผลอลงน้ำหนัก

          กว่านฤดลจะประชุมเสร็จมีนาก็นั่งสัปหงกไปแล้วหลายรอบ

          “มีนา” เสียงทุ้มเรียกคนที่กำลังหลับฝันดีอยู่บนโซฟา

          “ประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ”

          “เสร็จแล้ว ดูท่าทางเธอจะง่วงมากเลยนะ ฉันบอกให้ไปรอที่บ้านก็ไม่เชื่อ”

          “ก็มีนามีหน้าที่ดูคุณดลจนกว่าจะหายสนิทนี่คะ แล้วคุณดลจะกลับบ้านเลยไหมหรือไปไหนต่อคะ”

          “ก็ต้องรีบกลับบ้านสิ ตอนนี้ฉันหิวมากคิดถึงกับข้าวฝีมือป้าแขด้วย”

          “เดินไหวไหมคะ” เพราะดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ชินกับไม้เท้าสักเท่าไหร่เธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่พอเสนอให้ใช้รถเข็นนั่งชายหนุ่มก็ไม่ยอม

          “ไหวสิ แต่อาจช้าหน่อย มีนาเอาไอแพดกับแฟ้มที่วางบนโต๊ะมาด้วยนะ”

          “ได้ค่ะ” มีนารวบแฟ้มที่วางบนโต๊ะและไอแพดมากอดไว้จากนั้นก็รีบเดินนำหน้าเขาไปเปิดลิฟต์โดยมีสายตาของพนักงานหลานคนมองตามด้วยความสงสัย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเข้ามาในบริษัทกับเขา แต่ก่อนหน้านี้เธอก็เคยมาบ้างแต่ส่วนใหญ่จะไปที่ห้องของคุณดลฤดีมากกว่า

          “มีนา อยากเปลี่ยนใจมาเป็นเลขาฉันไหม”

          “ไม่ดีกว่าค่ะ มีนาอยากเป็นครู” หญิงสาวตอบขณะกดปิดลิฟต์

          “แล้วจะเป็นครูที่โรงเรียนฉันหรือจะไปสอบเป็นข้าราชการล่ะ”

          “มีนายังไม่รู้เลยค่ะ”

          “ถึงจะได้ทุนเรียนแต่เราก็ไม่ได้บังคับนะว่าจะต้องกลับมาสอนที่โรงเรียนของเรา รุ่นก่อนๆ ที่ได้ทุนก็ไปสอบเป็นข้าราชการตั้งหลายคน แต่ก็มีบางคนที่เลือกจะทำงานที่โรงเรียนเลย”

          “เหลืออีกสองปีนะคะ มีนาถึงจะเรียนจบนะคะ เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยคิดก็ได้นี่คะ”

          “แต่ก็เธอก็ต้องวางแผน ถ้าคิดว่าจะสอบก็ต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ รู้ไหม”

          “ค่ะคุณดล”

          ทั้งสองคนคุยกันตั้งใจในลิฟต์จนกระทั่งเดินออกมาที่ประตูทางออกซึ่งตอนนี้น้าชัยขับรถมารออยู่แล้ว

          นฤดลมาถึงบ้านหลังใหญ่ทันเวลาอาหารเย็นพอดี เขาทานอาหารกับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน ส่วนมีนานั้นไปทานกับเด็กรับใช้คนอื่นในครัว

          “มีนา พี่จะแนะนำให้มีนารู้จักนะ นี่พงษ์สามีพี่ คงเคยเจอกันมาบ้างแล้ว”

          “สวัสดีค่ะพี่พงษ์ มีนาเคยเจอหลายครั้งแล้วค่ะ แต่ไม่เคยได้คุยกันเลย”

          “สวัสดีจ้ะมีนา” สมพงษ์ทักทาย เขาเคยไปที่ร้านของมีนากับชบาอยู่หลายครั้งก็เลยคุ้นหน้าอยู่บ้าง

          “ส่วนคนนี้ชื่อส้มโอ น่าจะอายุเท่ากับมีนา แล้วก็สุดท้ายชื่อพี่รัตน์จ้ะ”

          “สวัสดีค่ะพี่รัตน์ สวัสดีจ้ะส้มโอ มีนาขอฝากตัวด้วยนะ”

          “มีนาจะมาอยู่กับพวกเราที่นี่เหรอ”

          “ค่ะพี่รัตน์ มีนาจะดูแลคุณดลและก็ช่วยงานบ้านที่นี่จ้ะ” มีนาบอกไปตามความเข้าใจของตน

          “มีนาเข้าใจผิดแล้ว คุณผู้หญิงบอกว่ามีนาจะมาดูแลคุณดลกับช่วยงานเอกสารคุณผู้หญิงกับคุณฤดีนะ ไม่ได้มาทำงานบ้าน”

          “งานพวกนั้นคงไม่เยอะหรอกมั้งคะ มีนาอยากช่วย หรือจะให้มีนาช่วยป้าแขทำครัวก็ได้นะ”

          “อย่าเพิ่งคิดเลยว่าจะช่วยอะไรกันบ้าง เดี๋ยวกินข้าวเสร็จคุณท่านเรียกพวกเราทุกคนไปรวมตัวกันที่ห้องรับแขก” ป้าแขที่เดินเข้ามาทีหลังบอกกับทุกคน ก่อนที่เธอจะมานั่งทาอาหารเย็นด้วย

          หลังเจ้านายทานอาหารอิ่มแล้วทุกคนก็ช่วยกันเก็บกวาดก่อนจะมารวมตัวกันที่ห้องรับแขกโดยมีสมาชิกในบ้านอยู่กันครบ

          “ที่ฉันเรียกทุกคนมาวันนี้ก็อยากจะบอกทุกคนว่าจากนี้มีคุณดลลูกชายฉันจะกลับมาอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ฉันสั่งห้ามใครเข้าไปวุ่นวายที่นั่นยกเว้นว่าเจ้าของบ้านจะอนุญาต” คุณดวงกมลบอกกับทุกคนเพราะรู้นิสัยของลูกชายตนเองดี

          “แล้วใครจะทำความสะอาดล่ะคะ”

          “มีนาเองค่ะ”

          “มีนาจะทำความสะอาดเฉพาะวันที่คุณดลอยู่บ้าน แต่ถ้าวันไหนต้องออกไปข้างนอกก็จะให้ส้มโอกับรัตน์เข้าไปทำนะ”

          “ค่ะคุณฤดี”

          “มีนาจะพักที่นี่กับเรานานไหมคะ” ส้มโอถามเพราะเห็นว่าหญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันก็น่าจะเป็นเพื่อนกันได้

          “ก็คงนานพอสมควร”

“ให้มีนานอนกับส้มโอก็ได้นะคะ”

“มีนาจะนอนที่บ้านหลังเล็กกับคุณดล เพราะยังต้องทำแผลและดูแลคุณดลจนกว่าจะหายดี เอาล่ะ คืนนี้ดึกแล้วแยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว”

“ค่ะคุณผู้หญิง”

          คนอื่นต่างพากันออกไปจากห้องรับแขก ตอนนี้จึงเหลือแค่สมาชิกในครอบครัวและมีนาที่นั่งอยู่บนพื้นพรม

          “มีนา ป้ารับมีนาเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะลูกหลาน ถ้ามีใครทำให้อึดอัดใจ ไม่สบายใจก็บอก อยากได้อะไรเพิ่มก็บอกนะ มีนาต้องไปนอนที่บ้านหลังเล็กกับคุณดลสองคน คิดว่าตัวเองอยู่ได้ไหม”

          “ได้ค่ะ”

          “ลูกชายลุงอาจจะเอาแต่ใจไปบ้าง บางครั้งก็อาจพูดจาไม่เข้าหู หนูก็อย่าถือสาเลยนะ”

          “ค่ะคุณลุง”

          “พ่อมองผมในแง่ร้ายเกินไปแล้วครับ ผมอยู่โรงพยาบาลกับมีนามาสองเดือนผมยังไม่เคยดุมีนาสักครั้ง ไม่เชื่อคุณพ่อก็ลองถามเธอดูสิ”

          “ว่าไงมีนา เขาดุเธอบ้างไหม”

          “ไม่นะคะ คุณดลไม่เคยดุมีนาเลยค่ะ แต่ชอบทำหน้าบึ้งแล้วก็ชอบดุเลขาเวลาที่เธอเอางานให้ช้าค่ะ” พ่อบิดาของชายหนุ่มเปิดโอกาสหญิงสาวก็เลยรีบฟ้องเพราะเธอสงสารที่เลขาของเขามักจะโดนดุอยู่บ่อยครั้ง      

          “เรื่องนั้นลุงรู้อยู่แล้วล่ะ คุณนุชเธอก็ชินแล้ว” บิดาของชายหนุ่มหมายถึงปรียานุชซึ่งทำงานเป็นเลขาของนฤดลมานานหลายปี

          “ไม่โดนดุก็ดีแล้วนะมีนา แต่ถ้าเขาดุ เวลาที่มีนาทำแผลให้เขามีนาก็เอาคืนได้นะ ป้าไม่ว่าหรอก”

          “แม่ครับให้ท้ายกันอย่างนี้ถ้าเกิดมีนาแค้นแล้วทำแผลผมแรงๆ ขึ้นมาล่ะ แผลผมก็ไม่หายสักที”

          “พูดถึงแผล พี่ว่าจะถามดลอยู่เหมือนกันว่าสนใจอยากจะปลูกถ่ายผิวหนังไหม” ธนวัฒน์ถามน้องชายของภรรยา

          “ไม่ละครับพี่วัฒน์ แผลมันอยู่ข้างในมีใครเห็นหรอก”

          “มันก็จริงนะ แผลอยู่ข้างใน แต่ไม่กลัวว่าสาวๆ จะเห็นแล้วตกใจกลัวเหรอครับ”

          “คงไม่หรอกมั้งครับ มีนายังไม่กลัวเลย จริงไหมมีนา” เขาหันมาถามเพราะมีนาเป็นคนที่เห็นแผลของเขามากกว่าใคร อาจจะมากกว่าตัวเอาเองด้วยซ้ำ

          “ตอนแรกมีนาก็กลัวนะนะ แต่ไม่ได้กลัวแผล แต่กลัวคุณดลจะเจ็บมากกว่า แผลมันใหญ่และก็ใช้เวลาทำนานมาก”

          “แต่มีนาก็เก่งนะทำแผลคล่องแล้ว พยาบาลยังชมให้ป้าฟังเลย”

          “แม่ครับ นั้นมันตอนหลังๆ นี่ครับ วันแรกที่ทำ มือสั่นเหงื่อตก ปกติพยาบาลทำก็ไม่เกินยี่สิบนาที แต่มีนาทำเกือบชั่วโมง”

          “ก็มีนากลัวคุณดลเจ็บ” หญิงสาวเถียง

          “ป้าว่าลูกชายป้าคงด้านชาไปแล้วล่ะ ต่อไปมีนาไม่ต้องเบามือนะ”

          “ไม่ดีมั้งครับแม่ อีกนิดเดียวแผลก็จะหายสนิทแล้ว ถ้าทำแรงแผลอักเสบขึ้นมาจะยุ่งเอานะครับ”  นฤดลรีบหาเหตุผลมาอ้างเพราะกลัวว่ามีนาจะทำอย่างที่มารดาแนะนำจริงๆ

          คุยกันอีกไม่นานทุกคนแยกย้ายกันขึ้นห้อง ส่วนมีนาก็พานฤดลเดินมายังบ้านหลังเล็กทางด้านหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้มีนาก็เอาของใช้ส่วนตัวจากบ้านมาเก็บไว้ที่นี่บ้างแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พิศวาสล่ามรัก   ตอนที่ 37 ถ้าง่ายแต่แรกก็จบ (ตอนจบ)

    “ไม่ค่ะ ยังไงพิมพ์ก็ไม่หย่า”“แต่ผมไม่อยากยื้ออีกต่อไปแล้วนะ คุณไม่มีความสุข ผมก็ไม่มีความสุข”“คุณจะรีบหย่าแล้วไปหาเด็กนั่นเหรอคะ เราคุยกันแล้วนี่ดลว่าเราจะแต่งงานกันสองปี ถึงตอนนั้นคุณค่อยมาคุยเรื่องหย่าดีกว่าไหมคะ”“ถ้าคุณไม่ยอมหย่าผมจะฟ้องหย่า”“คิดดีแล้วเหรอคะดล คุณจะเอาความสุขส่วนตัวมาแลกกับชื่อเสียงของครอบครัวเหรอคะ”“คุณคงคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าแต่บางครั้งไพ่มันก็เปลี่ยนได้นะพิมพ์”“หมายความว่ายังไงคะ”“ผมมีหลักฐานที่จะฟ้องหย่าคุณได้ ถ้าคุณไม่ยอมจบแบบเงียบๆ”“ถ้าคุณคิดว่ามันคุ้มกับชื่อเสียงก็เอาสิคะ ถ้าคุณฟ้องหย่าพิมพ์ก็จะบอกเรื่องของคุณให้ทุกคนรู้ พิมพ์คงได้รับความเห็นใจมากๆ ใครจะคิดล่ะคะว่าคุณนฤดลที่แสนจะเพอร์เฟกต์จะมีอีหนูซ่อนไว้”“เรื่องแบบนี้ผู้ชายก็มีกันทั้งนั้น แต่ถ้าคนอื่นรู้ว่าคุณก็หนีสามีไปแต่งงานละ มันจะน่าสนใจกว่าไหม”“ดลหมายถึงอะไร” พิมพ์ปภัสเริ่มร้อนตัว“เรื่องที่คุณพาผู้ชายเข้ามาที่บ้าน ผมไม่ว่าอะไรเลยเพราะมันเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่ที่คุณควงกันไปเที่ยวต่างประเทศแล้วไปแต่งงานที่นู่น คุณคิดเหรอว่ามันเป็นความลับ”“ดลพูดเรื่องอะไรคะ” พิมพ์ปภัสคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจ

  • พิศวาสล่ามรัก   ตอนที่ 36 เบื้องหลังการแต่งงาน

    ดลฤดีกลับมาถึงเมืองไทยก็รีบเข้าไปคุยเรื่องสำคัญกับมารดาทันทีโดยที่ยังไม่ทันจะเอากระเป๋าเดินทางไปเก็บ“เรื่องด่วนอะไรกันหรือว่ามีนาเป็นอะไร” คุณดวงกมลถามลูกสาวขณะที่ถูกเร่งให้เดินเข้ามาในห้องทำงานของบิดาซึ่งตอนนี้เจ้าของห้องนั้นไปรดน้ำกล้วยไม้อยู่ที่เรือนเพาะชำ“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับมีนาค่ะ มีนาสบายดีทุกอย่างไม่มีปัญหา”“แล้วมันเรื่องด่วนอะไรกันล่ะ”“แม่นั่งก่อนนะคะ”พอให้มารดานั่งและหายาดมมาไว้ใกล้ตัวแล้วก็รีบเล่าเรื่องที่ตัวเองไปเจอมา ทั้งเรื่องที่โรงแรมและเรื่องที่ร้านอาหารในเวกัส“ตาฝาดไปหรือเปล่าลูก เมื่อวานแม่ยังคุยกับน้องอยู่เลย น้องบอกว่าออกมาทานข้าวกับเมียเขา”“แต่ฤดีมีรูปนะคะ นี่ค่ะ” เธอส่งทั้งรูปทั้งคลิปให้มารดาดูซึ่งทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ก็ชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่พิมพ์ปภัส“แม่ไม่เข้าใจ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยัยไง ตอนแต่งงานก็เห็นว่ารักกันดี นี่ลูกชายแม่กำลังโดนหลอกใช่ไหม” หญิงสูงวัยถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า“ฤดีว่าแม่ลองเรียกน้องเข้ามาที่บ้านดีไหม”“แม่ไม่อยากเห็นน้องต้องเสียใจอีกเลย เวรกรรมอะไรกันนะถึงได้มาเจอเรื่องแบบนี้”“แม่ไม่อยากให้น้องรู

  • พิศวาสล่ามรัก   ตอนที่ 35 ความลับที่เวกัส

    มีนาเดินทางมาถึงอเมริกาได้หลายวันแล้ว หญิงสาวเข้าพักที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนสอนภาษา ส่วนดลฤดีนั้นพักที่โรงแรมใกล้ๆ เพราะอยากให้มีนาลองใช้ชีวิตคนเดียวระหว่างนี้เธอกับสามีก็ไปดูงานที่โรงเรียนซึ่งใช้เป็นต้นแบบในการจัดการเรียนการสอน ก่อนที่จะพากันไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ“พี่วัฒน์คะ”“ครับ”“ฤดีว่าเห็นคนรู้จักนะคะ แต่พี่อย่าเพิ่งหันไปนะคะ นั่งนิ่งๆ ก่อนเดี๋ยวเขาจะรู้ตัวค่ะ”“ให้พี่นั่งนิ่งแล้วพี่จะรู้ได้ยังไงว่าใช่คนรู้จักของเราไหม” ธนวัฒน์ถามภรรยาอย่างไม่เข้าใจ เพราะถ้าเขาไม่หันไปดูแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าใช่คนที่ตนเองรู้จักไหม“เชื่อฤดีนะคะ นั่งอยู่แบบนี้ก่อน” ดลฤดีบอกสามีจากนั้นเธอก็ยกโทรศัพท์ขึ้นเหมือนกำลังถ่ายรูปของธนวัฒน์ แต่ทว่าเธอกำลังซูมกล้องไปไกลกว่านั้นหญิงสาวนึกขอบคุณโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่สามารถซูมได้มากจนเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนที่เธอเห็นนั้นใช่คนที่เธอรู้จักไหมดลฤดีกดถ่ายรูป จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นโหมดถ่ายวิดีโอจนกระทั่งเธอคนนั้นเดินหายเข้าไปในลิฟต์“พี่วัฒน์ดูนี่นะคะ” เธอส่งโทรศัพท์ให้สามีดูภาพที่ตนเองถ่ายไว้“นี่มันน้องพิมพ์นี่ครับ ผมไม่รู้เลยว่าเธอมาเที่ยว

  • พิศวาสล่ามรัก   ตอนที่ 34 ตัดเยื่อเหลือใย

    นฤดลแอบมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาอยากคุยกับเธอแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เขาคิดว่าระยะเวลาที่ผ่านมานานเกินครึ่งปีนั้นจะทำให้ความรู้สึกที่มีต่อมีนาลดน้อยลงแต่มันกลับตรงกันข้ามเพราะเขายังรักและคิดถึงเธออาจจะมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อลองเปรียบเทียบกับครั้งที่ตัวเองตามหาพิมพ์ปภัสไม่เจอมันต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งๆ ที่ตนเองแต่งงานไปแล้วและควรมีความสุขกับคนรักที่รอคอย แต่ในทุกๆ วันในใจของเขายังคงนึกถึงช่วงเวลาที่ตนเองมีความสุขกับมีนาอยู่ตลอด“พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนมีนารอก่อนนะ”“ค่ะพี่ฤดี” มีนานั่งรอดลฤดีที่ห้องรับแขกขณะที่คนอื่นก็ต่างก็กลับห้องของตัวเองไปกันหมดแล้ว“มีนาสบายดีไหม” ในที่สุดเขาก็เปิดปากถาม“ค่ะ คุณดลล่ะคะ”“พี่สบายดี” เขายังแทนตัวเองเหมือนเดิมขณะที่อีกคนนั้นเปลี่ยนสรรพนามไป“แม่บอกว่าปิดเทอมใหญ่มีนาจะไปเรียนภาษาเหรอ” เขาพยายามจะชวนเธอคุย อย่างน้อยตอนนี้ก็อยู่ที่บ้านของตนเองมันไม่ได้น่าเกลียดอะไรถ้าจะพูดคุยกันบ้าง“ค่ะ”“มีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้นะ”“ขอบคุณค่ะ”“มีนายังโกรธพี่อยู่เหรอ”“เปล่าค่ะ”“แต่เหมือนมีนาไม่อยากคุยกับพี่เลยนะ” เพราะการถามคำตอบคำแบบนี้ไม่ใช่นิสัยของหญิงสาวท

  • พิศวาสล่ามรัก   ตอนที่ 33 ชีวิตที่ต้องก้าวไปข้างหน้า

    ทางด้านมีนาที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 3 หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจใครอื่น แม้จะมีคนเข้ามาจีบแต่มีนาก็ปิดตายหัวใจ เธอทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างหนักและวางแผนเอาไว้แล้วว่าถ้าเรียนจบจะเข้าไปช่วยคุณดลฤดีทำงานที่โรงเรียน ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนที่นฤดลบริหาร แต่หญิงสาวก็ไม่คิดเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานในเมื่ออีกคนแต่งงานไปแล้วเรื่องราวของเธอกับเขาก็จบลงไปด้วย ไม่มีการติดต่อไม่ว่าจะทางโทรศัพท์ทางไลน์หรือทางข้อความ เขาและเธอทำเหมือนอยู่กันคนละโลก แม้จะเจอกันก็แค่ทักทายตามมารยาทเท่านั้นใช่ว่ามีนาจะไม่เสียใจที่ถูกเขาหลอก แต่ชีวิตของเธอจะต้องก้าวไปข้างหน้าต่อ ถ้ามัวแต่ยึดติดกับเรื่องราวที่ผิดหวังในอดีตเธอก็คงหาความสุขให้กับตนเองไม่ได้ แม้จะรักเขามากแค่ไหน แต่ถ้ามันเจ็บเธอก็ต้องยอมตัดใจ หญิงสาวคิดได้แล้วว่าการอยู่โดยไม่มีคนรักมันไม่ได้เลวร้ายเลยสักนิดมีนายังคงไปมาหาสู่ที่บ้านหลังนั้นอยู่ตลอด เพราะเธอรักและเคารพทุกคนที่นั่น อีกอย่างตอนนี้นฤดลก็ย้ายออกไปอยู่ข้างนอกกับภรรยาแล้ว เธอจึงไม่มีโอกาสได้เจอเขาบ่อยนัก“เรื่องฝึกงานมีนาตัดสินใจหรือยังว่าจะฝึกที่ไหน อาจารย์ว่ายังไงบ้าง” ดลฤดีถามขณ

  • พิศวาสล่ามรัก   ตอนที่ 32 นาฬิกาเดินช้า

    งานแต่งงานของนฤดลถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แขกที่มาร่วมงานต่างพากันชื่นชมเจ้าบ่าวเจ้าสาวว่าเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก “ดลคะ ยิ้มหน่อยสิคะ แขกมากันเยอะแล้วนะ” พิมพ์ปภัสบอกเจ้าบ่าวที่เอาแต่ทำหน้านิ่ง “ผมจะยิ้มก็ต่อเมื่อผมอยากยิ้ม คุณอย่ามาบังคับผม แค่เรื่องแต่งงานมันก็มากเกินไปแล้ว” “แต่วันนี้วันแต่งงานของเรานะคะ” “ผมว่ามันเป็นงานของคุณคนเดียวต่างหากล่ะ” นฤดลพูดพลางทำหน้าเบื่อโลกยิ่งกว่าเดิม “ดลคะ เราแต่งงานกันแล้วนะ พิมพ์ว่าดลเลิกคิดที่จะกลับไปหาเด็กมีนานั่นได้แล้ว” “ผมไม่ได้คิดถึงใครทั้งนั้น ผมก็แค่เบื่อที่จะต้องปั้นหน้าว่ามีความสุข” ที่เขาทำหน้าเบื่อก็เพราะไม่คิดว่างานแต่งของตนจะจัดใหญ่แบบนี้ “อดทนอีกนิดสิคะ เดี๋ยวก็ถึงเวลาเข้าหอแล้ว พิมพ์รับรองว่าดลจะมีความสุขและลืมผู้หญิงทุกคนอย่างแน่นอน” พิมพ์ปภัสกล่าวอย่างมั่นใจ เธอจะต้องทำให้นฤดลลืมผู้หญิงที่ชื่อมีนาให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะถึงกำหนดที่เขากับเธอตกลงกันไว้ “ผมบอกเหรอครับว่าจะทำเรื่องแบบนั้นกับคุณ” “ดลค่ะ คุณเป็นผู้ชายนะ จะอดทนได้แค่ไหนกั

  • พิศวาสล่ามรัก   ตอนที่ 14 มันเป็นเรื่องธรรมชาติ

    เมื่อช่วยจนนฤดลได้ปลดปล่อยออกมาแล้วมีนาก็รีบลงจากเตียงของเขาและกลับมายังห้องของตนเอง หลังจากล้างมือที่เลอะไปด้วยคราบสีขาวขุ่นแล้วหญิงสาวก็ล้มตัวลงนอน แต่ใช่ว่าข่มตาหลับลงได้ เพราะภาพความใหญ่โตและใบหน้าของเขายามสุขสมยังคงติดอยู่ในความทรงจำ มีนาเข้าใจดีว่าเป็นธรรมชาติของผู้ชายที่ต

  • พิศวาสล่ามรัก   ตอนที่ 13 ช่วยฉันหน่อยนะ

    เช้านี้มีนาไม่ได้ทานอาหารในครัวเหมือนกับเมื่อวานเย็นคุณดวงกมลมองเธอเป็นเหมือนกับลูกหลานคนหนึ่ง ถึงแม้มีนาอยากจะนั่งทานในครัวมากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่กล้าขัดใจเจ้าของบ้าน “มีนาเป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนหลับสบายไหม” “สบายค่ะพี่ฤดี เตียงที่นี่นุ่มกว่าโรงพยาบาลตั้งเยอะค่ะ”

  • พิศวาสล่ามรัก   ตอนที่ 12 ยิ่งใกล้ยิ่งหวั่นไหว

    มีนารีบขึ้นไปนอนอีกฝั่งหนึ่งของเตียงอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้หญิงสาวนอนไม่หลับถึงแม่ว่าเตียงนอนจะนุ่มและน่านอนกว่าโซฟาที่โรงพยาบาลหลายเท่า แต่เพราะเธอไม่ชินที่ต้องนอนคนเดียว เนื่องจากที่ผ่านมาสองเดือนเธอมีอีกคนหนึ่งนอนอยู่ด้วยในห้อง หญิงสาวจึงออกมาเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องของนฤดล พ

  • พิศวาสล่ามรัก   ตอนที่ 11 เคยชินหรือมีใจ

    กลับมาถึงบ้านหลังเล็กมีนาก็ช่วยนฤดลแกะอุปกรณ์ประคองข้อเท้าและผ้าที่พันไว้โดยรอบออกก่อนจะพาเขาเดินมาส่งที่หน้าห้องน้ำ โดยเธอเตรียมเก้าอี้และผ้าเช็ดตัวรอไว้แล้ว “คุณดลห้ามให้แผลโดนน้ำนะคะ” หญิงสาวย้ำกับเขาอีกครั้งเพราะตอนนี้แผลของชายหนุ่มใกล้จะหายดีแล้ว แต่หมอก็สั่งไว้ว่าห้ามโดนน้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status