เข้าสู่ระบบกลวัชรมีศักดิ์เป็นลูกชายนอกสมรสของพ่อเลี้ยงเกริก บุตรชายคนเดียวของคุณย่าสมสมัย แม่เขาเป็นเพียงแม่บ้านในไร่ ถึงแม้ชาติตระกูลทางแม่จะไม่ได้ดี คุณย่าก็ให้ความรักและเลี้ยงเขามาเป็นอย่างดี ปัจจุบันคุณพ่อเกริกเสียชีวิตไปแล้ว แม่หลวง แม่แท้ๆ ของกฤตพลกับกันต์ดนัยย้ายไปอยู่ที่อื่น ส่วนแม่เขาทำงานเป็นแม่บ้านในรีสอร์ตในไร่ชา ท่านอายุมาก บอกให้ลาออกมาอยู่บ้านก็ดื้อไม่ยอมฟัง แม่เจียมตัว อยากทำงานเพื่อจะได้มีคุณค่า กลวัชรเจียมตัวตามแม่ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับงานในไร่ ช่วยงานแค่ส่วนน้อย กลวัชรไม่อยากได้สมบัติที่ไม่ใช่ของตัวเอง
“คุณย่า ผมขอเข้าไปได้ไหมครับ”
คุณย่านั่งบนพื้นไม้ ด้านหลังเป็นฟูกนอนบนแผ่นไม้กับเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่หาได้ง่าย ไร่พวกเขามีไม้จำนวนมาก
“ตากลเองเหรอ ย่านึกว่าแม่หม่อนกลับมาเสียอีก”
“ย่าหม่อนกลับบ้านนอนแล้วครับ ผมไปส่งเมื่อกี้ ย่าหม่อนบอกว่าคุณย่ากำลังทวนรายชื่อแขกกับน้องดาร์ลิ้งอยู่เหรอครับ”
กระเถิบขาเข้ามานั่งบนแผ่นปูรองนั่งจัดไว้เป็นมุมรับแขก
“ย่าเพิ่งวางสายจากน้องเมื่อกี้ จะเป็นเจ้าสาวอยู่วันพรุ่งย่าไม่อยากให้นอนดึกมาก กลัวหน้าจะหมอง ตากลมาก็ดีแล้ว ยังไม่ง่วงใช่ไหม ลองอ่านทวนรายชื่อแขกแล้วช่วยย่าคิดว่าตกหล่นใครบ้าง”
“ได้ครับ โอ้ คุณย่า! เกือบพันคน ไม่ใช่เล็กๆ แล้วนะ”
ชายหนุ่มรับกระดาษปึกใหญ่มากวาดตาอ่านลำดับหมายเลขแล้วตกใจกึ่งจะหัวเราะ ใครกัน รับปากกันต์ดนัยไว้ว่าจะจัดงานเล็กๆ
“จะให้ย่าเชิญมาหยิบมือเดียวได้ยังไง ทางเราญาติเยอะ ทางหนูดาร์ลิ้งก็เยอะเหมือนกัน พ่อเขาเป็นถึงนักการเมืองท้องถิ่น พรุ่งนี้ย่าจะให้โรงพิมพ์พิมพ์การ์ดไว้รอ ตกหล่นใครค่อยพิมพ์เพิ่ม”
กลวัชรวางกระดาษ ให้ช่วยอ่านตอนนี้จะได้นอนตอนไหน ขยับเข้าไปใกล้หญิงชราสวมกอดอ้อน “คุณย่า...”
“อะไรจ๊ะพ่อคุณ อ้อนย่าแบบนี้อยากได้อะไร ย่าให้ทั้งหมด”
“ผมไม่อยากได้อะไรจากคุณย่าแล้วครับ แค่คุณย่าส่งผมเรียนจนจบและให้ผมมีอิสระในการใช้ชีวิต ผมก็มีความสุขมากๆ ผมแค่ดีใจแทนพี่กันต์กับน้องดาร์ลิ้งที่คุณย่ารักทั้งสองคนมากขนาดนี้”
“นึกว่าเรื่องอะไร”
กอดตอบหลานชายคนเล็กที่เป็นสีสันชีวิต หากไม่มีกลวัชร ท่านคงจะเหงามากที่ต้องอยู่กับคนงาน
กฤตพลแต่งงานออกไปสร้างบ้านอยู่กับครอบครัวนอกไร่ กันต์ดนัยทำงานเป็นหมอปักหลักอยู่กรุงเทพ นานๆ จะกลับมาเยี่ยมย่าที่เชียงใหม่ เช่นเดียวกับดารินทร์ แม้หญิงสาวจะไม่ใช่หลานสาวแท้ๆ แต่ย่าสนิทกับพ่อของเธอ เมื่อเธอมีปัญหาทางบ้านแตกหักกับพ่อจึงรับมาอยู่บ้านหลังนี้ด้วยกัน เพิ่งจะแยกกันตอนที่ดารินทร์ไปเรียนกรุงเทพ หลังเรียนจบทำงานเปิดร้านดอกไม้และรับจัดอีเว้นท์อยู่ที่นั่น ยังดีที่สมัยนี้โทรศัพท์เห็นหน้ากัน พอจะทำให้คนแก่หายคิดถึงหลานๆ ได้บ้าง
“ตากลฟังย่านะลูก ย่ารักหลานเท่ากัน ตากฤต ตากันต์ น้องลิ้ง ย่าหมดห่วงในตัวสามคน เหลือตากลคนเดียว ลองตากลมีแฟนสิ วันงานแต่งย่าจะไม่ให้น้อยหน้าใคร จะเชิญแขกมาทั้งจังหวัด”
“แค่คิดก็ขนลุก รักกันเงียบๆ ก็ได้มั้งครับคุณย่า”
ขยับตัวออกจากอ้อมกอดไปนั่งห่างเสียไกล ด้วยกลัวถูกย่าสมสมัยจับแต่งงานกับใครสักคนเหมือนคู่ของกันต์ดนัยกับดารินทร์
สองคนนั้นรักกันเสียเมื่อไหร่ โตมาในบ้านหลังเดียวกัน แค่เพียงเพราะพวกเขาต่างไม่มีใคร คุณย่าโมเมจับแต่งงานกันเฉยเลย
ดีที่เป็นพี่กันต์ไม่ใช่เขา ไม่อย่างนั้นหนีออกจากบ้านไปแล้ว
“ไม่รักย่าแล้วเหรอ ถึงถอยออกไปไกลขนาดนั้น”
มันเขี้ยวจะตีหลานชาย แต่หยุดมือเพราะแพ้สายตาอ้อน
“ย่าจะยอมให้สักครั้ง แค่เรื่องคู่ครองเท่านั้นไม่ใช่เรื่องงาน หลังงานแต่งพี่ ถ้าตากลไม่ยอมเข้ามามาช่วยตากฤตทำงาน ย่าไม่ยอม พ่อเราเขายุติธรรม แบ่งสันปันส่วนธุรกิจให้ลูกทุกคน ตากลจะอ้างว่าตัวเองไม่อยากได้ไม่อยากมีไม่ได้นะ ของตัวเองทั้งนั้น ตบตาย่าเข้าไปช่วยงานนิดๆ หน่อยๆ แต่ลับหลังย่ารู้นะว่าออกไปรับงานทางอื่น พาคนไปดูที่ดิน ดูห้องเช่า ซ่อมบ้าน ซ่อมรถให้เขา ทำย่าขายหน้า”
“ผมก็ช่วยอยู่นี่ไงครับ ต้องจากคุณย่าไปกรุงเทพตั้งสามวัน”
ทำเสียงโอดครวญสำออยใส่คุณย่าที่รู้ทัน เรื่องที่เขาชอบงานไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง มากกว่าเข้ามาช่วยพี่ชายบริหารจัดการธุรกิจ
“ไม่ได้เจอกันแค่วันเดียว ย่าไม่นับวันไปวันกลับ ตากลเลิกทำงานรับจ้างได้ไหม ย่าไม่สบายใจ อยากให้จริงจังกับการสร้างตัว”
“งานสุจริตทั้งนั้น ผมกำลังสร้างตัวในแบบของผม เก็บเงินได้เยอะแล้วด้วย เอาไว้ไปขอสาว แต่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจนะครับ”
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงสดใส มโนภาพในหัวฉายม้วนฟิล์มรอยยิ้มผู้หญิงคนหนึ่งที่สดใสมากกว่าเสียงเขาหลายเท่า พลันกลวัชรหยุดหัวเราะดื้อๆ “หรือเจอ แต่เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ผมจะรักได้”
“ตากลมีเรื่องอะไรอยากเล่าให้ย่าฟังหรือเปล่า”
“ผมว่า... ผมตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งครับคุณย่า แต่เธอไม่ได้สนใจผม อึดอัดทุกครั้งที่เจอหน้าผม ผมไม่ดีเหรอครับคุณย่า”
“ไม่ใช่ตากลไม่ดี เพียงแต่เวลาที่รู้จักกันสั้นเกินไป ไม่ผิดหรอกนะ ถ้าตากลอยากดูแลหนูญาต่อจากตาปลื้ม แต่ตากลต้องให้เวลาน้องมากกว่านี้ ไม่เป็นไร ย่ารู้ว่าตากลสนใจน้องมาสักพักแล้ว”
“คุณย่า! ผมแสดงออกมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
“ใช่น่ะสิ เพิ่งรู้ตัวเหรอไง” ฟาดสักทีดีไหม ง้างฝ่ามือขึ้นแกล้งหลานชายอย่างมันเขี้ยว แต่ตีไม่ลง รักหลานมากเกินไป
“ตากลต้องเข้าใจว่าน้องอยู่กับตาปลื้มมาตั้งแต่อายุยังน้อย ถูกพ่อแม่ทิ้ง มีแค่ตาปลื้มคนเดียวคอยเลี้ยงดู ต่อให้เลี้ยงแค่ร่างกายไม่เลี้ยงหัวใจ แต่สายสัมพันธ์บางๆ เชื่อมโยงหัวใจคนทั้งสองไว้ หน้าที่ของตากลคือดูแลน้องกับลูกสาวต่อไป ทำให้น้องเห็นว่าตากลพร้อมจะดูแลน้องตลอดชีวิต ทำให้ตาปลื้มเห็น ว่าตากลจริงใจกับเมียเก่าเขาจริงๆ ถึงวันนั้นตาปลื้มอาจจะเปิดใจยอมรับให้ตากลเข้ามาเป็นพ่ออีกคนของลูกสาวเขา”
“คุณย่าไม่ว่าเหรอครับ ถ้าผมจะชอบผู้หญิงที่เคยผ่านการแต่งงาน เคยผ่านการมีลูก ร้ายกว่านั้น เธอเป็นเมียพี่ชายที่ผมรัก”
“เรื่องนี้ต้องคุยกับตาปลื้มด้วยตัวเอง คนนั้นก็หลาน คนนี้ก็หลาน ย่าพูดไม่ได้ แต่ถ้าถามย่า ย่าไม่ว่า ย่าแก่แล้วอยู่กับตากลได้ถึงร้อยปีเสียเมื่อไหร่ ตากลอยากอยู่กับใครไปตลอดชีวิตก็เลือกเอง”
“ขอบคุณครับคุณย่า ผมรักคุณย่าที่สุดเลย” ชายหนุ่มขี้อ้อนโถมกายกอดหญิงชรา ดีใจสุดชีวิตที่มีย่าแสนประเสริฐอย่างท่าน
‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก
“พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ
“ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ
ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ
“ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี
“คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล







