LOGINขาเรียวยาวก้าวเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว แพทย์สาวรู้ว่าเขากำลังมีเรื่องไม่สบายใจจึงเลือกที่จะเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อนั่งลงตรงเบาะด้านข้าง
"หมอมีอะไรอยากระบายหรือเปล่าคะ"
"เปล่าครับ ผมสบายดี"
"ค่ะ ทางปารีสโทรมาคอนเฟิร์มแล้วนะคะ คุณหมอโอเคใช่ไหมคะ"
"ครับ ขอบคุณหมอแพรวที่จัดการทุกอย่างให้"
เขาเอ่ยขอบคุณแพทย์สาวที่คอยดูแลเรื่องต่าง ๆ ให้เขามาโดยตลอด จะว่าเป็นผู้ช่วยเลขาของเขาก็ว่าได้เลย
"แพรวยินดีค่ะ แค่หมอโอเค แพรวก็สบายใจ" แพทย์หนุ่มยิ้มให้อย่างขอบคุณ แต่ทว่าก็รู้ในความคิดของแพทย์สาวเป็นอย่างดี
"ครับ" เขาเอ่ยบอกเธอแค่นั้นเพราะจากนั้นก็เหมือนว่าจะใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ทั้งที่คนนั่งด้านข้างสนใจเขา แต่เขาเอาแต่ใจลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ไม่นานเขาก็บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศษ อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์เป็นการอบรมสัมมนาของแพทย์ในโรงพยาบาลของเขา ในฐานะผู้บริหารก็คงต้องเป็นแบบอย่างให้แพทย์คนอื่น ๆ
แม้ว่าอายุของเขาจะไม่ได้มากมาย แต่ด้วยเพราะเขาเรียนเก่งมาตั้งแต่เด็ก ซ้ำครอบครัวเขาก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงพยาบาล เขาจึงเรียนและจบหลักสูตรเฉพาะทางเป็นศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือด
เขาเป็นทั้งหมอและเป็นผู้บริหารที่ดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่นั่นคือสิ่งที่ทุกคนเห็นไม่ใช่ทั้งหมดที่เขาเป็น เอาเป็นว่าถ้าเขาอยากเปิดเผยแค่ไหน ทุกคนก็จะมีสิทธิ์รู้แค่นั้น
"วันนี้ทุกคนพักได้เลยนะครับ ไว้พรุ่งนี้เรามาลุยกันต่อ" เขาเอ่ยบอกแพทย์คนอื่น ๆ เมื่อมาถึงโรงแรมแล้ว คงมีคนอยากไปทำธุระส่วนตัวอีกมากเขาจึงอยากให้เวลา
"ค่ะ งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่ห้องสัมมนาเลยนะคะ"
"ครับ" เขาเอ่ยบอกแพทย์คนอื่น ๆ ก่อนจะยิ้มให้แล้วเดินไปยังห้องพักของเขา แต่ทว่าในตอนที่เขาสแกนคีย์การ์ดเปิดประตูก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้น
"เราไปเดินเล่นดีไหมคะ" เขาหันกลับไปมองดูคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แม้ในใจอยากปฏิเสธ แต่ทว่าก็จะดูเสียมารยาทเกินไปหรือเปล่า
"หมอแพรวอยากไปเหรอครับ"
"ค่ะ หลังจากพรุ่งนี้ไปเราคงไม่ค่อยว่าง ไปเดินเล่นกันนะคะ"
"ครับ งั้นผมขอเวลาสักครู่นะครับ เสร็จแล้วผมไปหาที่ห้องครับ" แพรวนภายิ้มตอบให้เขาก่อนจะเดินไปยังห้องข้าง ๆ ซึ่งเป็นห้องของเธอ
"จะไปเที่ยวด้วยกันเหรอคะหมอ"
"ใช่ครับ ไปด้วยกันไหม" เขาเอ่ยถามเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ตอนนี้ยิ้มเหมือนแซวเขาอยู่
"ไม่เป็นไรค่ะ พวกเรายังอยากเป็นหมอ ไม่อยากเป็น กขค ค่ะ" กลุ่มแพทย์สาวเอ่ยแซวจนแพรวนภาที่กำลังจะเดินเข้าห้องหันมายิ้มให้อย่างเขินอาย
"งื้อ หน้าแดง เขินเหรอคะหมอแพรว ไม่ต้องเขินหรอกค่ะ คนกันเองทั้งนั้น" ว่าแล้วพวกเขาก็เดินจากไปยังห้องของตัวเอง ก่อนที่แพทย์สาวจะยืนมองดูคิมหันต์เดินเข้าห้องไป
ถ้าเขาสนใจเธอสักนิดเหมือนที่คนพวกนั้นว่าก็ดีสิ แต่ไม่เป็นไร วันนี้แหละเธอจะบอกกับเขา จะบอกให้เขารู้ทุกอย่าง ไหน ๆ โอกาสก็มาถึงขนาดนี้แล้ว เธอก็จะลองมันสักตั้ง
"วันนี้อากาศที่นี่ดีจังเลยนะคะ หมอว่าไหม" แพทย์สาวที่กำลังเดินสูดอากาศเย็นสบายจากสายลมที่พัดผ่านมาจากแม่น้ำ อากาศที่นี่ดีมากจริง ๆ
ปารีสเป็นเหมือนเมืองในฝันของคู่รักหลาย ๆ คู่ ที่อยากสร้างความทรงจำที่ดีต่อกัน
"ครับ" แพทย์หนุ่มเอ่ยตอบคนที่เดินอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงเหมือนเช่นเคย แต่ทว่าใบหน้าที่ยิ้มแย้มของแพทย์สาวก็ค่อย ๆ จางลงเมื่อหันไปมองดูเขา
ทั้งที่เขาและเธอต่างเดินมาด้วยกัน แต่เหมือนว่าจิตใจของเขายังคงล่องลอยไปไกล ไม่ได้สนใจอยากจะเดินอยู่ตรงนี้มากนัก
ใจหนึ่งเธอก็อยากจะบอกความรู้สึกกับเขา แต่ทว่าหากบอกกับเขาไปแล้ว เขาไม่ได้คิดเหมือนกัน แล้วเธอกับเขาจะมองหน้ากันติดไหม
แม้เธอรู้ว่าตอนนี้เขาไม่มีใคร แต่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอจะพูด เขาจะโอเคหรือเปล่า
ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนเขากำลังเป็นกังวลอะไรบางอย่าง เขาดูแปลกไปตั้งแต่เริ่มมาที่นี่ หรือว่าที่นี่มีอะไรทำให้เขารู้สึกไม่ดี
"ดูหมอไม่ค่อยสดชื่นเลยนะคะ"
"เหรอครับ พอดีผมปวดหัวนิดหน่อยน่ะครับ สงสัยคงนั่งเครื่องนานเกินไป" เขาเอ่ยบอกเธอไปเพราะไม่รู้ว่าต้องตอบแบบไหนดี
"แพรวรบกวนเวลาพักผ่อนของหมอไหมคะเนี่ย"
"เปล่าหรอกครับ แค่นี้ผมสบายมาก" เขายิ้มบาง ๆ เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกไม่ดี ที่จริงเขาจะปฏิเสธเธอก็ได้ แต่ทว่าเขาเองก็อยากออกมาเดินเล่นเพื่อคิดอะไรหลาย ๆ อย่างเช่นกัน
"หมอคะ คือว่าแพรวมีเรื่องอยากจะบอกกับหมอ" เขาหันไปมองดูเธอก่อนจะพยักหน้าให้
"มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"อ้อ ไม่ได้สำคัญอะไรหรอกค่ะ แค่อยากให้หมอรู้เท่านั้นเอง" แพทย์หนุ่มมองดูคนข้าง ๆ อย่างนึกสงสัย แล้วรอฟังสิ่งที่เธอกำลังจะบอกเขา
"คือว่าแพรวอยากบอกหมอว่า แพรว..." ในขณะที่เขาตั้งใจฟังสิ่งที่แพทย์สาวกำลังจะพูด ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ครืดดดด
"หมอรับโทรศัพท์ก่อนก็ได้ค่ะ" เธอเอ่ยบอกเขาเพราะตอนนี้มือเล็กที่บีบจับกันเย็นเฉียบ มันทั้งตื่นเต้นและกล้า ๆ กลัว ๆ
"ครับ" เขาพยักหน้าให้ก่อนจะเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับแล้วเดินห่างออกไปเพื่อรับสาย
"มาหามามี้ไหมคะ" คนที่นอนซบไหล่พ่อกะพริบตาปริบ ๆ มองดูก่อนจะหันหน้าไปอีกทางทันที"อ้าว""หึ สงสัยงอนที่ไม่ให้กินนม" คิมหันต์เอ่ยบอกก่อนจะลูบหลังลูกสาวด้วยความเอ็นดู เด็กน้อยวัยขวบเศษตอนนี้ดูโตไวมาก เผลอแป๊บก็เดินเตาะแตะได้แล้ว"มามา หม่ำ ๆ" มีเสียงของเด็กน้อยที่กำลังเอ่ยขึ้นอย่างน่าเอ็นดู จนแม็กซ์เวลที่ได้ยินก็รีบดึงกระเป๋าที่วางอยู่ข้าง ๆ ออกแล้วหยิบขวดนมขึ้นมาทันที"เอานมไหม" มาเบลที่เห็นก็รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แม็กซ์เวลจะรีบดึงฝาครอบจุกนมออก แล้วยื่นให้น้องสาวทันทีสองสามีภรรยามองดูลูกทั้งสองด้วยอบอุ่นใจ หากมาเบลโตมาพี่ชายคงจะรักน้องสาวมากแน่ ๆ ดูตอนนี้สิ พอมาเบลได้นมปุ๊บก็นอนลงบนตักของพ่อทันทีก่อนจะมีพี่ชายนั่งมองดูอยู่ใกล้ ๆ"อร่อยไหม" เสียงเล็กเอ่ยถามน้องสาว แต่มาเบลก็ทำเพียงแค่กะพริบตาปริบ ๆ เพราะในปากเล็กยังคงดื่มนมเลยพูดอะไรไม่ได้บรรยากาศของครอบครัวที่ดูอบอุ่นทำให้คนที่นั่งอยู่ไม่ไกลอบอุ่นหัวใจไปด้วยกว่าพวกเขาจะมีวันนี้ได้มันไม่ง่ายเลยจริง ๆไม่นานพวกเขาก็กลับมาถึงพี่พักในตอนเย็น บรรยากาศที่นี่ตอนค่ำเริ่มหนาวเย็น แต่ทว่าก็ยังคงไม่ได้หนาวจัด คงเป็นปลายฤดูฝนต้นหนาวที่
-หลายปีต่อมา-"แม็กซ์ครับ เหนื่อยไหม อยากดื่มน้ำหรือเปล่าครับ" เสียงของมิลินเอ่ยถามลูกชายที่ตอนนี้กำลังเดินเที่ยวอย่างสนุกสนาน เขาดูมีความสุขมากในตอนที่ได้ออกมาเที่ยวข้างนอก"ไม่ครับ" ตอนนี้แม็กซ์เวลดูโตขึ้นมากกว่าเดิม หลังจากที่ต้องให้พ่ออุ้มบ่อย ๆ แต่พอมีน้องเขาก็เริ่มจะเดินเองมากขึ้น"มาเบลอยากดื่มน้ำไหมคะ" เสียงของคนเป็นพ่อเอ่ยถามเด็กตัวน้อย ๆ ที่เขาอุ้มอยู่ในอก ลูกสาวตัวน้อยของเขาส่ายหน้าไปมาเพื่อเป็นการตอบกลับ มิลินมองดูคนตรงหน้าแล้วอมยิ้ม เธอจับหมวกใบเล็ก ๆ ของลูกน้อยให้เข้าที่เข้าทางมากกว่าเดิม"เหนื่อยไหมคะ" มือหนาเลื่อนไปลูบผมของภรรยาที่รักก่อนที่มิลินจะส่ายหน้าไปมา วันนี้เขาพาเด็กมาเที่ยวต่างจังหวัด โซนภาคเหนือในช่วงอากาศหนาวถือว่าบรรยากาศดีมากเลยก็ว่าได้พอเดินมาได้สักระยะเธอก็รู้สึกเหนื่อยพอประมาณ มิลินเหลือบไปเห็นร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตำแหน่งที่พวกเธอยืนอยู่ จึงเลือกเอ่ยบอกกับสามีไป"เข้าไปนั่งพักในร้านก่อนไหมคะ" "ได้ค่ะ งั้นเราไปกินขนมกันดีกว่า" คิมหันต์เอ่ยตอบภรรยาก่อนจะหันมาพูดกับลูกสาวตัวน้อยของเขา จากนั้นก็ขยับไปจับมือลูกชายคนโตด้วยความรักความเอ็นด
หลังจากเลือกของขวัญได้แล้วมิลินก็ออกไปรับลูกชายที่โรงเรียก แต่ก็ไม่ลืมโทรไปหาสามีสุดที่รัก บอกให้เขารีบกลับมาทานข้าวที่บ้านเย็นนี้"เย็นนี้กลับบ้านเร็วหน่อยนะคะ"(ค่ะ วันนี้มีอะไรหรือเปล่าหืม) เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ทว่าเจ้าตัวคงลืมไปแล้วมั้งว่าวันนี้เป็นวันเกิด"ลูกอยากทานข้าวกับพ่อพ่อครับ" มิลินเอ่ยบอกปลายสายก่อนจะได้ยินเสียงของมาเฟียหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ช่วงหลังมานี่เขากลับบ้านดึกประจำ ทำให้เจอกับลูกน้อยลง อาศัยเจอกันในตอนเช้าเอาเสียมากกว่า(ได้เลยค่ะ พี่จะรีบกลับนะคะ พี่ทำงานก่อนนะ)"ค่ะ""มามี๊ครับ ไหนมามี๊บอกว่าจะไปซื้อเค้กให้พ่อพ่อ" แม็กซ์เวลเอ่ยถามแม่ด้วยความสงสัย แต่ทว่ามิลินน่าจะลืมบอกกับลูกชายไปเพราะเธอแวะซื้อมาเรียร้อยแล้ว"มามี้ซื้อมาเรียบร้อยครับ เราไปรอเซอร์ไพรส์วันเกิดพ่อพ่อเลยนะครับ" "โอเคครับ" ลูกชายตัวน้อยเอ่ยบอกคนเป็นแม่ก่อนจะยิ้มให้เธอบาง ๆ มือเล็กเลื่อนไปลูบผมของลูกชายเบา ๆ ก่อนที่แม็กซ์เวลจะเลื่อนขยับเข้ามาใกล้ ๆ"น้องน้องไปเซอร์ไพรส์วันเกิดพ่อพ่อกันนะ" เด็กน้อยจับที่ท้องของแม่เบา ๆ ก่อนจะกระซิบบอกให้คนที่อยู่ในท้องรับรู้ "เมื่อไหร่น้องจะมาสักทีครับ""
-ปัจจุบัน-มิลินมองดูหน้าของเขาแล้วยิ้ม ในที่สุดพวกเราก็มีวันนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มันพอดีกับทั้งสองคนแม้เรื่องราวของเธอกับเขาจะผ่านความยากลำบากมาสักเท่าไร แต่เธอยังคงรู้สึกดีใจที่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนเขาก็ยังรักเธอไม่เคยเปลี่ยนไปเลย"ขอบคุณที่พี่รักลินมาตลอด" บางทีเรื่องราวความรักของแต่ละคน มันก็อาจจะต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์อะไรหลายอย่างที่ต่างกันออกไป "พี่รักลินนะ รักลินคนเดียวมาตลอด จะเมื่อสิบปีที่แล้วหรือตอนนี้ พี่ก็รักลินเหมือนเดิม""อื้อ สิบปีที่ไหน เราคบกันแค่เจ็บปีเอง ไม่ใช่เหรอ" มิลินมองหน้าเขาอย่างนึกสงสัย แต่ทว่าสามีของเธอกลับยิ้ม แม้เรื่องนี้เขาจะไม่เคยบอกให้เธอรู้ แต่เขารู้ดีมาตลอดว่าเขารักเธอมาตั้งนาน นานกว่าที่เธอคิดเสียอีก"ก็แอบรักเด็กดื้อที่ชอบวิ่งตามกลับบ้านด้วยทุกวัน""หืม อย่าพูดเล่นสิ""พูดจริง" เขาพูดจริงงั้นเหรอ แล้วทำไมเขาถึงไม่เคยบอกให้เธอรู้"แต่พี่ไม่เคยบอกลินเลย""พี่ชายตัวดีหวงขนาดนั้น ใครจะกล้าบอก มีหวังตอนนั้นถ้าไอ้มิลรู้ได้ฆ่าพี่พอดี" มิลินรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย ตลอดเวลาที่เขาเทียวรับเทียวส่งเธอไปมาโรงเรียนแทนพี่ชาย เขาไม่แสดงอาการอะไรเลยแม้แต่น้อย มีแค่
-หลายวันต่อมา-สุดท้ายมิลินก็ตัดสินใจมาเป็นอย่างดีแล้ว เธอมองดูคนรักที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวอย่างขะมักเขม้น ถามว่าเขาดีกับเธอไหม บอกเลยว่าเขาดีกับเธอมาก เขาดูแลเธอดีทุกอย่าง และเธอเองก็รักเขามากเช่นกัน แต่ทว่านอกจากความรัก ก็มีสิ่งอื่นที่สำคัญมากกว่า เวลาในตอนนี้ของพวกเขา มันอาจจะไม่เหมาะที่เธอกับเขาจะรักกันได้หากว่าไม่มีเธอสักคน บางทีเรื่องหมั้นหมายกับมะปรางก็อาจจะเป็นเรื่องที่เขาควรทำมากที่สุด"มาแล้วค่ะ" มีเสียงของคนตัวสูงเดินถือชามเข้ามาใกล้เธอจานอาหารถูกเขาวางไว้ตรงหน้าเธอ ทำให้มิลินพลางคิดไปในใจ แม้ว่ามันอาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เธอกับเขาจะได้อยู่ด้วยกัน แต่เธอก็คิดว่ามันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับเรื่องนี้"น่ากินจัง" มิลินยิ้มให้เขาปกติเหมือนเช่นเคย เธอทำราวกับว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น เธอรู้ดีว่าเขารักเธอมาก แต่ทว่านอกจากความรักของคนสองคน ก็ยังมีอะไรอีกมากมายที่เธอไม่สามารถเพิกเฉยต่อมันได้เธอเคยได้ยินแม่ของมาเฟียหนุ่มข่มขู่เขามาตลอด โดยใช้เรื่องของเธอมาเป็นข้อต่อรองให้เขาทำนั่นทำนี่ บางครั้งเธอก็แกล้งทำเป็นไม่รับรู้ แต่บางทีมันก็เจ็บที่เห็นว่าความรักของเธอ มันกำลังสร้างรอ
-หลายเดือนต่อมา-"วันนี้อยากกินอะไรคะ" เสียงของคนตัวสูงเอ่ยถามมิลิน ตอนนี้ทั้งสองกำลังเดินอยู่บนห้างสรรพสินค้า เพราะเป็นวันหยุดของเธอเลยอยากออกมาเดินชอปปิ้งตามประสาวัยรุ่นแต่ทว่าแฟนสุดที่รักของเธอก็ไม่อยากอยู่ห้องคนเดียวก็เลยต้องออกมาด้วย"กินอะไรดีน้า""ถ้าไม่รู้จะกินอะไร กินพี่ก็ได้นะคะ พี่พร้อมให้หนูกิน""อื้อ ลามก พูดอะไรของพี่เนี่ย คนบ้า" ชีวิตของพวกเขาราบรื่นและเป็นไปอย่างปกติสุขจนกระทั่งที่ทั้งสองคนเดินเข้าไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่งก็บังเอิญเจอเข้ากับแม่ของมาเฟียหนุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ"ไง ฉันโทรหาแกสายแทบไหม้ ทำไมแกไม่รับ" เสียงของแม่มาเฟียหนุ่มเอ่ยขึ้นราวกับว่าไม่สบอารมณ์ ยิ่งใบหน้าของแม่เขาตอนนี้แสดงท่าทีที่ไม่พอใจมิลินเลยสักนิด"ไม่เห็น แม่มีอะไรด่วนหรือเปล่า ถ้าไม่รีบไว้คุยกันที่บ้าน" เขาไม่อยากจะคุยกับแม่ต่อหน้าของมิลิน หากเธอรู้ว่าแม่ไม่ยอมให้เขาถอนหมั้นกับมะปราง มิลินจะไม่มีทางให้อภัยเขาอย่างแน่นอน"นี่ใคร เด็กใหม่แกเหรอ""แม่" ทั้งที่แม่รู้แก่ใจว่ามิลินเป็นใคร แต่ทว่าที่พูดแบบนั้นออกมาคงอยากทำร้ายจิตใจของมิลินมากกว่า"แล้วทำไมปล่อยให้คู่หมั้นแกต้องไปกินข้าวคนเดียว แล้วแกกั







