แชร์

บทที่ 24

ผู้เขียน: มินซอลทัง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-16 02:03:35

เพิ่งรู้ตัวว่าโทรศัพท์แบตหมดไปตั้งแต่ตอนอยู่ในห้าง ฉันกลับมาถึงบ้านจึงเพิ่งมีโอกาสได้ชาร์จ ถือว่าโชคดีนะเนี่ยะของขวัญที่ตัดสินใจให้คิรันมาส่ง ไม่อย่างนั้นคงใช้ชีวิตลำบากแน่เลย

“ยังไงเนี่ยะเรา ทำไมอยู่ ๆ ถึงกลับมานอนที่บ้าน” หลังจากลงมานั่งทานอาหารกันพร้อมหน้า แม่ของฉันก็เปิดประเด็นขึ้นทันที เพราะช่วงนี้ฉํนก็ยังไม่ปิดเทอม นอกจากนี้ยังไม่ใช่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์อีกต่างหาก จึงไม่แปลกที่พวกท่านจะสงสัยว่าทำไมฉันจึงกลับมาที่บ้านอย่างกะทันหัน

“หนูอกหัก...” ฉันบอกไปตามตรง ก่อนจะตักอาหารเช้าทาน เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉันบอก พ่อกับแม่ก็ต่างหันมองหน้ากันด้วยความตกใจ

“อะไรกัน ลูกสาวพ่อสวยขนาดนี้ ยังมีคนกล้ามาหักอกอีกเหรอ ใครมันช่างกล้า!”

“นี่ พอเลย...ความรักมันวัดกันที่ตรงสวยหล่อหรือไงล่ะ” แม่ใช้มือฟาดลงบนไหล่ของพ่อที่แกล้งทำท่าขึงขัง เรียกรอยยิ้มจากฉันอย่างช่วยไม่ได้

“หนูก็ว่าอย่างนั้นแหละ ชอบมาตั้งนาน...แต่ไม่เคยชนะใจเขาเลยค่ะ” ฉันพยายามดึงสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด หมือนกับว่าแค่พูดไปอย่างนั้น แต่ความจริงแล้วฉันจริงจังกับมันมาก

“ไม่เป็นไรลูก ไม่ชนะใจเขาแต่ก็ชนะใจพ่อนะ...ลูกเป็นของขวัญของพ่อกับแม่เสมอ”

“ขอบคุณค่ะ” ฉันน้ำตาคลอ แต่ก็พยายามกลั้นต่อไปเพื่อไม่ให้บรรยากาศในช่วงเช้าของวันนี้ดูอึมครึมแทนที่จะสดใส

หลังจากทานข้าวเสร็จ ขณะที่พ่อกำลังจะไปส่งฉันขึ้นรถไฟฟ้าก็มีเสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้นเสียก่อน

“อ้าว เข้ามาก่อนสิลูก” หลังจากได้ยินแม่เชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนให้เข้ามานั่งข้างใน ฉันก็รู้สึกตะหงิดใจว่าอาจเป็นคนรู้จัก เพราะแม่ดูยินดีต้อนรับเป็นอย่างมาก “เมื่อวานกลับมาบ้านเหรอ?”

“ใช่ครับ พอดีผมกลับมานอนที่บ้าน”

“แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยังลูก ทานข้าวเช้าก่อนไหม”

“ไม่เป็นไรครับ พอดีผมมารับของขวัญไปคณะด้วยกัน”

และแล้วฉันก็คิดถูก...เพราะฉันจำเสียงนี้ได้เป็นอย่างดี

“อ้าว พอดีเลยเนี่ยะ อาว่าจะออกไปส่งตรงสถานีรถไฟฟ้าอยู่พอดี ฝากเซจิด้วยนะ” พ่อฉันเองก็ยินดีต้อนรับเสียเหลือเกิน มีแต่ฉันเนี่ยะแหละที่เหลือบมองเขาก่อนจะปรายตาไปทางอื่นแทน หลังจากเรื่องเมื่อวาน บอกตามตรงว่าฉันไม่ค่อยอยากสู้หน้าเขาสักเท่าไหร่

“ไม่ต้องห่วงครับอานพ” พี่เซจิว่าพลางเอื้อมมือมาดึงกระเป๋าผ้าของฉันไปถือไว้

“ของขวัญ ไปสิลูก เดี๋ยวสายนะ” พ่อบอกพลางดันตัวฉันไปหาพี่เซจิ ส่วนฉันที่ไม่อยากทำให้เรื่องราวเป็นประเด็นขึ้นมาก็ได้แต่ยอมทำตามอย่างว่าง่าย

หลังจากหนุ่มสาวออกไปจากบ้าน นพเกล้า ซึ่งเป็นพ่อของของขวัญก็ขมวดคิ้วขึ้นมา ก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้ฉุกคิดอะไร แต่พอมานึกดูแล้วกลับรู้สึกแปลกอย่างไรชอบกล

“นี่คุณ...ทำไมกลายเป็นเซจิมาที่รับของขวัญแทนที่จะเป็นเจ้าเซนโตะล่ะ”

พราวฟ้าเองก็อดสงสัยไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้มีข้อกังขาอะไร “เอาเถอะหน่า ใครมารับก็เหมือนกันแหละ ต่างก็เป็นลูกชายของยัยน้ำเหมือนกันทั้งนั้น”

“เหรอ? แต่ผมว่าบรรยากาศมันแปลก ๆ นะ” ว่าพลางเดินไปแง้มม่านตรงประตูออกเพื่อสังเกตท่าทางของทั้งสอง เมื่อเห็นว่าเซจิเปิดประตูรถให้ลูกสาวของเขาด้วยก็ยิ่งมีท่าทางแปลกมใจเข้าไปใหญ่

“คุณเห็นไหม! ปกติเซจิทำแบบนี้เหรอ!?”

“ปกติเซจิก็เป็นเด็กมารยาทดี ทำแบบนี้ก็ไม่ได้น่าแปลกตรงไหนหนิ” พราวฟ้ากล่าวเชยชมก่อนจะมองสามีด้วยสายตาประหลาดใจ

“แต่ผมว่า...มัน...เหมือนมีซัมติงแปลก ๆ”

“เลิกคิดไร้สาระได้แล้ว” พราวฟ้าบอกสามีตัวเองแล้วเดินไปจัดการงานภายในครัวต่อ

ระหว่างทางไปมหาลัย ฉันนั่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรกับพี่เซจิเลยสักคำ ไม่แม้แต่จะหันมองหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่ในทางกลับกัน พี่เซจิกลับเป็นฝ่ายหันมองและสังเกตท่าทางของฉันอยู่ตลอด ทีแบบนี้แล้วทำมาสนใจ!

“ทำไมเมื่อคืนไม่ยอมตอบไลน์?”

“แบตหมดค่ะ เพิ่งชาร์จตอนกลับถึงบ้าน”

“แล้ว...ไม่อยากถามอะไรเลยเหรอ?” พี่เซจิพูดขึ้นแล้วหันมองหน้าฉันขณะที่รถกำลังจอดติดสัญญาณไฟจราจร

“ถามอะไรเหรอคะ?”

“....”

“ถ้าพี่หมายถึงเรื่องเมื่อวาน มันก็ไม่ใช่เรื่องของน้องอยู่แล้ว ทำไมน้องต้องถามล่ะ แล้วถ้าถามไป พี่ก็คงจะบอกว่า ‘ไม่ใช่เรื่องของเธอ’ อีกเหมือนเคยนั่นแหละ” ถึงจะยอมพูดกับเขาแต่ฉันก็ยังไม่หันมองหน้า

“....”

“คนฉลาดอย่างพี่น่าจะรู้ดีว่าน้องคิดยังไง แต่พี่ก็แสดงออกชัดเจนแล้วว่ายังไงน้องก็ไม่มีหวัง ใช่ไหมล่ะ”

“นี่...”

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” เมื่อรถมาจอดลงที่ลานคณะ ฉันก็กล่าวขอบคุณแล้วลงจากรถของพี่เซจิทันที

@Seiji Talk

สาเหตุที่ผมถามเธออกไปแบบนั้น เพราะหากเป็นเมื่อก่อน ของขวัญคงถามขึ้นมาแล้ว ส่วนใหญ่เธอจะทำตัวอยากรู้อยากเห็นเรื่องของผมเป็นพิเศษ ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมเธอถึงทำตัวแบบนั้น แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่เธอบอกกับผมเมื่อสักครู่แล้ว ก็ทำเอาไปต่อไม่เป็นเลยทีเดียว

ว่าแต่...ทำไมตอนนี้ผมถึงอยากให้เธอถามล่ะ...ขอแค่ถามขึ้นมาผมก็พร้อมจะเล่าให้เธอฟังอย่างไม่บ่ายเบี่ยง ได้ทุกเรื่องเลย...

หลังจากของขวัญเดินเข้าไปในคณะจนสุดสายตา ผมก็ลงจากรถแล้วเดินตามเข้าไปเหมือนกัน แต่ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงเช้า ผมยังไม่มีเรียนในตอนนี้ จึงคิดว่าจะไปนั่งทานข้าวที่โรงอาหารให้เรียบร้อยก่อน และระหว่างทางผมก็บังเอิญเจอเข้ากับของขวัญอีกครั้ง ภาพที่เห็นคือ เธอกำลังพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนของตัวเองด้วยท่าทางสดใส แตกต่างจากตอนที่คุยกับผมเป็นอย่างมาก

นี่ผม...ทำอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ? ก็คงผิดจริงนั่นแหละ (. .)

“มึงชอบเขาเว้ยเพื่อน ยอมรับความจริงได้แล้ว” ผมไม่รู้เลยว่ามาร์ตินมายืนอยู่ข้างผมตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงของมันและสายตาที่มองตามผมไปจนพบเข้ากับของขวัญแล้ว

“อะไรของมึงเนี่ยะ แล้วมาทำอะไรที่คณะกู”

“กูแวะมากินข้าว ก็คณะมึงกับข้าวอร่อยอะ”

“มึงก็รีบไปสิวะ จะมายุ่งอะไรกับกู”

“ก็บังเอิญว่าเจอเรื่องน่าสนใจก่อนจะไปกินข้าวไง เลยหยุดรับชมนิดหน่อย” มาร์ตินว่าพลางยักคิ้วหยอกล้อ ก่อนจะหันมองไปที่ของขวัญอีกรอบหนึ่ง “ไหน มันว้าวุ่นยังไงวัยรุ่น ไหนเล่าให้หมอฟันฟังหน่อยซิ”

เฮ้อ...ไหน ๆ เพื่อนสนิทก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าอย่างนั้น...

“มึง...” ผมเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้มันฟังขณะที่กำลังเดินไปโรงอาหารด้วยกัน จากนั้นมาร์ตินก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมายกใหญ่ ก่อนจะตบเข้าที่บ่าของผม

“ไอ้คุณเซจินี่ซื่อบื้อเหลือเกินว่ะ”

“อะไรของมึง...” ผมทำหน้าฉงน อยู่ ๆ ก็มาพูดจากำกวมแบบนี้ ผมก็งงสิ

“มึงลองสังเกตตัวเองให้ดีเซจิ...เอาที่ตัวมึงเองก่อนเลย ว่ามองของขวัญเป็นน้องสาวจริงหรือเปล่า แต่จากที่กูฟังอะกูว่าไม่ใช่ ส่วนทางน้องของขวัญน่ะ น้องเขาชัดเจนมาตั้งแต่เด็กแล้ว พวกกูมองจากดาวอังคารยังรู้ มีแต่มึงอ่ะที่ซื่อบื้อ”

พูดจบมันก็ลุกขึ้นเดินเอาจานข้าวไปเก็บแล้วเดินตรงกลับไปที่คณะของตัวเอง

อะไรวะเนี่ยะ...แล้วผมต้องทำยังไงต่อล่ะ...

อีกด้านหนึ่ง หลังจากของขวัญเข้าเรียนแล้ว ชายหนุ่มคนหนึ่งก็รีบวิ่งมาหาเธอตรงโถงคณะอย่างรีบร้อน เพราะเขามีเรื่องตื่นเต้นที่อยากจะย้ำเตือนกับเธอ

“ของขวัญ...อย่าลืมนะ วันเสาร์นี้...” คิรันรีบวิ่งเข้ามาหาฉัน คงเป็นเรื่องนั้นสินะ...

“อื้ม ไม่ลืมหรอก นายพักผ่อนให้เยอะ ๆ นะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 23

    ฉันเดินอย่างล่องลอยไปทั่วห้างหลังจากปลีกวิเวกออกมาจากสองคนนั้น ในสมองตอนนี้ขาวโพลนไปหมด จึงตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปไหนต่อดี ครั้นจะกลับคอนโดก็รู้สึกว่าไม่อยากอยู่ในห้องคนเดียว“ของขวัญ...”“เอ๊ะ คิรัน นายมาได้ไงเนี่ยะ” ฉันทำเสียงแปลกใจเมื่อเห็นว่าเขามาปรากฎอยู่ตรงหน้าพอดี“มาซื้อของน่ะ แล้วของขวัญมาทำ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 22

    “ของขวัญ เราลงแข่งว่ายน้ำในงานกีฬาเฟรชชี่ด้วย” คิรันบอกฉันขณะที่เดินขึ้นไปยังห้องเลคเชอร์คณะด้วยกัน“จริงเหรอ?” นึกไม่ถึงเลยว่าคิรันจะลงแข่งว่ายน้ำ ดูไม่ออกเลยว่าถนัดทางด้านกีฬาด้วย เพราะเขาดูสุขุมเรียบร้อยมาก“ใช่ เธอจะไปเชียร์ไหม?” เขาว่าพลางส่งสายตาคาดหวัง แล้วเรื่องแบบนี้คนอย่างของขวัญจะพลาดได้

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 21

    @Seiji Talkผมค่อย ๆ ย่องเข้าห้องของตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดเสียงจนเซนโตะรู้ว่าผมไม่ได้อยู่ห้องทั้งคืน“เอ้า ตื่นแล้วเหรอ?” เซนโตะเดินออกมาพร้อมกับหยิบจานและช้อนไปทานอาหารเช้า“อ...เออ...” ทำไมอยู่ ๆ วันนี้มันถามวะ ปกติไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ“กูว่าวันนี้จะเข้าคณะสายหน่อย วิชาแรกไม่ค่อยมีอะไรเย

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 20

    ก๊อก ก๊อกฉันลืมตาขึ้นมาด้วยสภาพงัวเงียเพราะได้ยินเสียงเหมือนกับว่าใครมาเคาะประตู หรือว่าเป็นเสียงจากความฝันกันนะ ฉันรู้สึกนอนไม่เต็มอิ่มเลยสักนิด เพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับก็กลิ้งไปมาอยู่บนเตียงนานมาว่าแต่...ทำไมฉันรู้สึกว่าที่นอนมันแคบแปลก ๆ ล่ะ -_-“พี่เซจิ!” เมื่อพลิกตัวหันไปอีกด้านของเตียงก็พบว่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status