تسجيل الدخولแสงแดดช่วงบ่ายคล้อยทอดเงายาวผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามาในห้องหนังสือส่วนตัวของตึกฝรั่งริมน้ำ แม่บุษนั่งอ่านตำราเรียนเล่มหนาอยู่หน้าโต๊ะไม้สักขัดมัน บนโต๊ะเต็มไปด้วยสมุดบันทึกและกระดาษรายงานที่เธอพยายามขีดเขียนทบทวนเนื้อหาบทเรียนของโรงเรียนมิชชันนารีมาตลอดช่วงบ่าย
ทว่าสมองอันปราดเปรื่องที่เคยเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว กลับติดขัดและมึนงงอย่างกะทันหันเมื่อเจอเข้ากับหัวข้อเรื่องระบบการจัดเก็บภาษีอากรตามสนธิสัญญาการค้า รายละเอียดทางกฎหมายและการค้าสำเภาต่างชาติช่างซับซ้อนเกินกว่าที่เด็กสาววัยสะพรั่งจะทำความเข้าใจได้ด้วยตนเอง
ในจังหวะนั้นเอง แม่บัวผู้เป็นพี่สาวในชุดเสื้อลูกไม้แขนพองนุ่งโจงกระเบนสีกลีบบัวก็ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเร่งรีบ มือเรียวถือพัดขนนกเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ
"แม่บุษ... พี่คงอยู่ช่วยหนูดูการบ้านไม่ได้เสียแล้วล่ะจ๊ะ พอดีมีคนจากวังหลวงส่งข่าวว่า เจ้านายท่านทรงมีรับสั่งด่วนให้พี่เข้าไปเข้าเฝ้าเรื่องงานแปลเอกสารเจรจาค้าขายกับชาวต่างชาติ..."
แม่บุษเงยหน้าขึ้นจากสมุดด้วยความตกใจเล็กน้อย "อ้าว... คุณพี่จะรีบออกไปตอนนี้เลยหรือเจ้าคะ?"
"ใช่จ้ะ พี่ต้องรีบออกเดินทางเดี๋ยวนี้" แม่บัวเดินเข้ามาลูบผมน้องสาวอย่างอ่อนโยนด้วยความเอ็นดู "หากทำการบ้านวิชาใดยากและติดขัดนัก รอก่อนเถิด... รอให้คุณพี่เขยกลับจากราชการที่กระทรวงเสียก่อน แล้วค่อยถือตำราไปเอ่ยซักถามท่านนะจ๊ะ"
เมื่อได้ยินคำแนะนำนั้น แม่บุษก็รีบส่ายหัวเจือแววตื่นตระหนกขึ้นมาทันที เธอรีบปฏิเสธพัลวันด้วยความเกรงใจและหวาดหวั่นในใจลึกๆ
"โอ๊ะ... ไม่เอาดอกเจ้าค่ะคุณพี่! บุษเกรงว่าจะเป็นการรบกวนคุณพี่เขยเปล่าๆ อีกอย่าง... คุณหลวงงานราชการรัดตัวกลับมาก็คงเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว ให้บุษนั่งงมทำความเข้าใจเองไปก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ"
แม่บัวหัวเราะเบาๆ กับท่าทางเกรงอกเกรงใจของน้องสาว เธอย่อตัวลงนั่งข้างๆ แล้วเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"จะเกรงอกเกรงใจไปไยเล่าแม่บุษ คนในครอบครัวเดียวกันแท้ๆ อีกอย่างคุณหลวงท่านก็เปรียบเสมือนพี่ชายของน้องนั่นแหละหนา"
แม่บัวยิ้มละไม เอ่ยชื่นชมสามีด้วยความภาคภูมิใจ "อีกประการหนึ่ง คุณหลวงท่านเคยติดตามเสด็จเจ้านายไปศึกษาเล่าเรียนวิชาการไกลถึงประเทศอังกฤษเชียวนะ ทั้งเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชอย่างถ่องแท้ และยังติดตามข่าวคราวบ้านเมืองรวมถึงเรื่องเศรษฐกิจการค้าจากหนังสือพิมพ์ต่างชาติอยู่ทุกเช้า เรื่องภาษีเรือหรือกฎหมายการค้าต่างประเทศแค่นี้... สำหรับคุณท่านแล้วถือเป็นเรื่องง่ายดายนัก รับรองว่าท่านอธิบายให้หนูฟังได้อย่างละเอียดแม่นยำยิ่งกว่าตำราเล่มไหนๆ แน่นอนจ้ะ"
คำพูดของพี่สาวทำให้แม่บุษนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับพี่เขยตามลำพังเลยแม้แต่น้อย แต่ครั้นจะปฏิเสธดื้อๆ ก็เกรงว่าพี่สาวจะสงสัยผิดสังเกต
แม่บุษจึงได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ สองมือประสานกันแน่นบนตัก ก่อนจะพยักหน้ารับคำเสียงเบาหวิว
"เจ้าค่ะ... ถ้าเช่นนั้น... บุษจะรอปรึกษาคุณพี่เขยเมื่อท่านกลับมาเจ้าค่ะ"
ช่วงบ่ายคล้อย คุณหลวงเดชในชุดราชปะแตนสะอาดตาลงจากรถ ทันทีที่ก้าวขึ้นตึก บ่าวไพร่ก็รีบก้มหน้ารายงานทันที“คุณหลวงกลับมาแล้ว”"คุณบัวเล่า ข้าไม่เห็นลงมาต้อนรับ" คุณหลวงเดชเอ่ยถามพลางปลดหมวกและถุงมือส่งให้บ่าวรับใช้"เรียนคุณหลวง บ่าวในวังส่งข่าวช่วงเที่ยง คุณบัวจึงเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวแล้วนั่งรถไปเข้าเฝ้าแล้วเจ้าค่ะ" บ่าวรายงานด้วยความนอบน้อมคุณหลวงเดชพยักหน้ารับทราบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบเรือน ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังห้องหนังสือส่วนตัว ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไป เขากลับต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบร่างบอบบางของแม่บุษ นั่งถือตำราเรียนเล่มหนาอยู่หน้าโต๊ะทำงานของตนเด็กสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู เธอรีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก สองมือประสานกันไว้แน่นหน้าท้อง กิริยารีบร้อนและดวงตากลมโตที่ฉายแววหวาดหวั่นทำให้อดนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนไม่ได้คุณหลวงเดชหยุดยืนนิ่งที่หน้าประตู ดวงตาคมกริบพิจารณาร่างอรชรในชุดเสื้อลูกไม้และโจงกระเบนสีอ่อนอย่างพินิจพิจารณา มุมปากหยักหนายกยิ้มขึ้นบางเบาด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ก่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล
แสงแดดช่วงบ่ายคล้อยทอดเงายาวผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามาในห้องหนังสือส่วนตัวของตึกฝรั่งริมน้ำ แม่บุษนั่งอ่านตำราเรียนเล่มหนาอยู่หน้าโต๊ะไม้สักขัดมัน บนโต๊ะเต็มไปด้วยสมุดบันทึกและกระดาษรายงานที่เธอพยายามขีดเขียนทบทวนเนื้อหาบทเรียนของโรงเรียนมิชชันนารีมาตลอดช่วงบ่ายทว่าสมองอันปราดเปรื่องที่เคยเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว กลับติดขัดและมึนงงอย่างกะทันหันเมื่อเจอเข้ากับหัวข้อเรื่องระบบการจัดเก็บภาษีอากรตามสนธิสัญญาการค้า รายละเอียดทางกฎหมายและการค้าสำเภาต่างชาติช่างซับซ้อนเกินกว่าที่เด็กสาววัยสะพรั่งจะทำความเข้าใจได้ด้วยตนเองในจังหวะนั้นเอง แม่บัวผู้เป็นพี่สาวในชุดเสื้อลูกไม้แขนพองนุ่งโจงกระเบนสีกลีบบัวก็ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเร่งรีบ มือเรียวถือพัดขนนกเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ"แม่บุษ... พี่คงอยู่ช่วยหนูดูการบ้านไม่ได้เสียแล้วล่ะจ๊ะ พอดีมีคนจากวังหลวงส่งข่าวว่า เจ้านายท่านทรงมีรับสั่งด่วนให้พี่เข้าไปเข้าเฝ้าเรื่องงานแปลเอกสารเจรจาค้าขายกับชาวต่างชาติ..."แม่บุษเงยหน้าขึ้นจากสมุดด้วยความตกใจเล็กน้อย "อ้าว... คุณพี่จะรีบออกไปตอนนี้เลยหรือเจ้าคะ?""ใช่จ้ะ พี่ต้องรีบออกเดินทางเดี๋ยวนี้" แม
บทที่ 2 ความจงใจของพี่เขยแสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบผิวน้ำเจ้าพระยา ระเบียงตึกฝรั่งหลังงามอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟคั่วและอาหารเช้าสไตล์ตะวันตก โต๊ะอาหารไม้มะค่าตัวยาวถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต ทว่าแม่บุษอึดอัดและหัวใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะทันทีที่ก้าวเข้ามาสมทบที่โต๊ะอาหาร แม่บุษพยายามก้มหน้ากอดอกสำรวมกิริยา พยายามหลบเลี่ยงสายตาและซ่อนความเขินอายจากเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ในขณะที่หัวใจของเธอร้อนรุ่ม คุณหลวงเดชกลับนั่งจิบกาแฟด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ใบหน้าคมคายราบเรียบราวกับไม่มีเรื่องใดๆ เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนแม้แต่น้อย"แม่บุษ... ช่วงนี้การเรียนที่โรงเรียนมิชชันนารีเป็นอย่างไรบ้างเล่า?" คุณหลวงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ ทว่าแฝงความนุ่มนวลชวนฟังตามประสาผู้หลักผู้ใหญ่ "ได้เพื่อนใหม่หรือยัง หรือมีครูท่านใดเข้มงวดเป็นพิเศษหรือไม่"ขณะเดียวกัน แม่บัว ผู้เป็นพี่สาวที่นั่งเคียงข้างสามี ก็หันมาส่งยิ้มอ่อนหวานให้น้องสาว พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความเอ็นดู "จริงสิแม่บุษ พี่เพิ่งให้ช่างตัดเสื้อตัดเสื้อลูกไม้ชุดใหม่ให้ ลองใส่ดูแล้วหรือยัง พอดีตัวดีอยู่หรือไม่"แม่บุษสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกถามถึง สองมือเรียวปร
สองขาแยกออกกว้างและกระตุกครางขณะใช้นิ้วสำเร็จความใคร่ให้ตนเองแจะๆๆๆๆ“อ๊ะ อ๊าๆ อ๊าๆๆ”ขณะที่แม่บุษกำลังใช้นิ้วเรียวขยับถูไถกลีบสาวเพื่อคลายกระสัน ท่ามกลางเสียงครางกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบกันอันดุดันของคนทั้งคู่ จู่ๆ ดวงตาคมกริบของคุณหลวงเดช หันมาสบเข้ากับดวงตาของน้องเมียที่แอบมองอยู่หลังประตูพอดี!แม่บุษสะดุ้งเฮือก หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สมองร่ำร้องให้ถอยหนี ทว่าความตื่นเต้นเร้าใจจนถึงขีดสุดกลับฉุดรั้งเธอไว้ สายตาที่สบกันผ่านความมืดสลัวราวกับมีแรงดึงดูดประหลาด แทนที่จะถอยหนี แม่บุษกลับยิ่งเม้มปากแน่นแล้วขยับนิ้วเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นและแรงขึ้นตามจังหวะเย่อลึงค์ของคุณหลวงป้าบ! ป้าบ!! ป้าบ!!“อ๊า!!... อื้ออ... คุณพี่ขา... น้องไม่ไหวแล้ว... อ๊ะ! อ๊ะ! น้ำ ห จะแตกแล้ว อ๊าาา...!”เสียงครางระงมของแม่บัวดังลั่นด้วยความเสียวซ่านสะท้านทรวง เมื่อคุณหลวงเดชเร่งจังหวะตอกกระหน่ำใส่เป็นชุดสุดท้ายพร้อมกับคำรามต่ำในลำคอด้วยความเร่าร้อน ทั้งคู่ปลดปล่อยความสุขสมออกมาพร้อมกันพรวดด... พรวดด...แม่บัวหวีดร้องเฮือกใหญ่ ร่างกายกระตุกเกร็งรับหยาดน้ำกามอุ่นร้อนที่แต
บทที่ 1 จุดเปลี่ยน ยามดึกสงัดของค่ำคืนนี้ สายลมหนาวปลายฤดูพัดผ่านระเบียงตึกฝรั่งริมน้ำ ทว่าบรรยากาศภายในห้องนอนของแม่บุษกลับร้อนระอุราวกับมีกองเพลิงสุมอก เสียงครางระคนเสียงเตียงไม้เอี๊ยดอ๊าดที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนของผู้เป็นพี่สาวและพี่เขยในคืนนี้ ช่างดังกระเส่าและดุดันกว่าทุกค่ำคืนที่ผ่านมาแม่บุษนอนพลิกตัวไปมาบนฟูกด้วยความกระวนกระวาย เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและเนินอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกกดทับไว้มาหลายสัปดาห์ บัดนี้อยากรู้อยากเห็นเป็นฝ่ายชนะเด็กสาวตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด ย่องด้วยปลายเท้าเปลือยเปล่าไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนใหญ่ที่ปิดสนิท ทว่ากลอนประตูไม้ไม่ได้ปิดสนิทดี มีรอยแง้มกว้างราวคืบหนึ่งที่เปิดช่องให้แสงสลัวๆ ลอดออกมา“อ๊ะ อ๊าาา”เสียงของคุณพี่บัวช่างเร่าร้อนและสุขสมนัก เมื่อเด็กสาวชะโงกหน้าเข้าไปมองผ่านรอยแง้มนั้น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้เธอถึงกับเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกกลางเตียงนอนกว้าง แม่บัวผู้เป็นพี่สาวผู้แสนเรียบร้อยและอ่อนหวาน บัดนี้กำลังอยู่ในท่วงท่าคว่ำกายรองรับแรงกระแทกอันดุดัน สะโ
**คำเตือน**-นิยายนามปากกา ศศิชา เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก-ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี-เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*****************นามปากกาศศิชา เป็นงานแนว PWP เน้นฉากเน้ด วางขายใน MEB หมวดรักผู้ใหญ่ ต้องยืนยันบัตรประชาชนก่อนถึงจะซื้อได้นะคะ*****************บทนำแสงแดดสายสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกสีสไตล์ตะวันตกกระทบพื้นไม้สักขัดมันภายในห้องพักครู โรงเรียนมิชชันนารีแห่งพระนคร บรรยากาศเงียบสงบ หอมกลิ่นชาอังกฤษและกระดาษตำรา ทว่าใจของแม่บุษกลับล่องลอยไปไกล ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงไม้บรรทัดเคาะโต๊ะเบาๆ ของมิสซิสแอนเดอร์สัน ครูใหญ่ชาวต่างชาติ"แม่บุษ... แม่บุษจ๊ะ?"เสียงเรียกที่ดังขึ้นซ้ำๆ ทำให้เด็กสาวสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตที่เจือแววเหม่อลอยกะพริบปริบๆ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงด้วยความตกใจ รีบประสานมือไว้บนตักตามกิริยาอันเรียบร้อยที่ได้รับการอบรมมามิสซิสแอนเดอร์สันวางปากกาขนนกในมือลง ถอนหายใจเบาๆ ด้วยความเอ็นดูระคนเป็นห่วง เธอมองเด็กสาวตรงหน้าผู้เพิ่งย้ายจากหัวเมืองเหนือเข้ามาพักในพระนคร







