Teilen

บทที่ 5

last update Veröffentlichungsdatum: 03.04.2025 19:00:36

เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆ

อืม... ปิ่นเงินแปดอัน ปิ่นทองหกอัน ปิ่นหยกสี่อัน ชุดเครื่องประดับเงินสองชุด ชุดเครื่องประดับทองสองชุด ต่างหูหยกหนึ่งคู่ ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่

เอ๊ะ!! เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดง 

“ปิ่นเงินหนึ่งอัน ปิ่นหยกหนึ่งอัน ต่างหูหยกหนึ่งคู่ เอาไว้เท่านี้พอ ที่เหลือเจ้าเอาไปขายซะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า ของพวกนี้มีไว้นางก็ไม่ได้ใช้ ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเงินเตรียมไว้ดีกว่า

“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!!!! ของพวกนี้ต้องเก็บไว้เป็นสินเดิม หากคุณหนูแต่งงานออกไปแล้วไม่มีสินเดิมจะถูกครอบครัวฝ่ายชายรังแกเอานะเจ้าคะ” สี่เสวี่ยตกใจกับท่าที่ของคุณหนูของนาง ตั้งแต่ชนเสาคราวนั้นคุณหนูของนางก็ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะยังใจดีกับนาง แต่ท่าทางเฉยเมยตลอดเวลานั้นก็ราวกับเป็นคนละคน หรือคุณหนูของนางจะเสียใจมากจนปิดกั้นตัวเอง ไม่อยากแต่งงานไปแล้วกันแน่

แต่สุดท้ายสี่เสวี่ยก็ทนทานการรบเร้าจากซูเจินจูไม่ไหว วันต่อมาขณะที่ซูเจินจูเข้าไปที่ร้านผ้านั้น สี่เสวี่ยก็นำเครื่องประดับไปขายยังร้านเครื่องประดับหวันจูเป่า

ปิ่นเงินเจ็ดอัน อันละสามตำลึง ปิ่นทองหกอันอันละสิบห้าตำลึง ปิ่นหยกสามอันอันละสามสิบตำลึง ชุดเครื่องประดับเงินชุดเล็กสองชุด ชุดละยี่สิบตำลึง ชุดเครื่องประดับทองชุดเล็กสองชุด ชุดละสามสิบตำลึง ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่ สี่สิบตำลึง ทั้งหมด ทั้งหมดสามร้อยสี่สิบเอ็ดตำลึง

“รบกวนเถ้าแก่เนี้ยจ่ายเป็นตั๋วเงินได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ได้ๆ นี่ตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงสามใบ ตำลึงทองสี่ก้อน ตำลึงเงินหนึ่งก้อน เจ้านับดูก่อน”

“ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยเจ้าค่ะ” หลังนับเงินเสร็จสี่เสวี่ยก็เก็บเงินอย่างระมัดระวัง

หลังออกจากร้านหวันจู่เป่า สี่เสวี่ยก็ตรงไปที่ร้านเฉินอีเตี้ยน

เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดงที่ซูเจินจูให้ซี่เสวี่ยนำมาขายนั้น เป็นเสื้อคลุมของซูเจินจูยามเป็นเด็ก บัดดี้เมื่อโตขึ้นชุดคลุมนี้ก็ใส่ไม่ได้อีก ร้านเฉินอีเตี้ยนให้ราคาเสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดงเจ็ดสิบตำลึง

“ตั๋วเงินห้าสิบตำลึงหนึ่งใบ ตำลึงทองสองก้อน แม่นางนับดูก่อน”

“ขอบคุณหลงจู๊เจ้าค่ะ”

สี่เสวี่ยเก็บเงินอย่างระมันระวังก่อนที่จะกลับไปหาซูเจินจูที่ร้านผ้าซูเตี้ยน วันนี้คุณหนูใหญ่ซูหนี่ย์ต้องการใช้รถม้า ซูเจินจูจึงต้องเดินกลับบ้าน สี่เสวี่ยกลัวว่าจะกลับถึงบ้านเย็นจนเกินไปจึงเร่งฝีเท้ามากขึ้น

เมื่อมาถึงร้านก็พบว่าคุณหนูของตนรออยู่แล้วเมื่อซูเจินจูเก็บเงินที่ได้จากสี่เสวี่ยเรียบร้อยทั้งสองก็เดินกลับบ้าน ระหว่างทางกลับสี่เสวี่ยก็บอกเรื่องราคาของต่างๆ ขณะที่ทั้งสองเดินออกจากเขตร้านค้าเข้าสู่เขตที่อยู่อาศัยที่เงียบสงบก็สังเกตุเห็นอันธพาลสองคนกำลังเดินเข้ามาหาพวกนาง ทางสายนี้มีเพียงถนนเส้นเดียวไม่สามารถอ้อมไปทางอื่นได้ ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะจูงสี่เสวี่ยหันกลับ ก็มีอันธพาลสามคนเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังพวกนาง

 “พวกเจ้าต้องการอะไร” สี่เสวี่ยที่อยู่ในอาการตกใจจนขาสั่น ถามอันธพาลตรงหน้า ในขณะเดียวกันก็ดึงซูเจินจูไปไว้ข้างหลังนาง ตอนนี้ในหัวนางคิดว่าตอนที่นางเอาเครื่องประดับของคุณหนูไปขาย คนพวกนี้ต้องตามนางมาแน่ๆ

 “แม่นางน้อย ดูท่าว่าเราจะมีวาสนาต่อกัน แค่เห็นเจ้าครั้งแรกข้าก็อยากจะอุ้มเจ้ากลับบ้านเสียแล้ว”

เสียงโห่ร้อง สนับสนุนจากอันธพาลทั้งสี่คนดังขึ้นคล้ายกับว่าประโยคแทะโลมเพียงประโยคเดียวนั้นทำให้พวกมันเพลิดเพลินได้อย่างง่ายดาย

ซูเจินจูขมวดคิ้วเล็กน้อย บังเอิญเหรอ คนพวกนี้มาดักอยู่ตามทางที่นางต้องกลับบ้าน คนผ่านไปผ่านมามากมาย กลับมั่นหมายเจาะจงที่จะเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังนางไว้เช่นนี้ พวกมันตามสี่เสวี่ยมาตอนนำของไปขายหรือจะมีใครส่งคนพวกนี้มาเพื่อทำลายชื่อเสียงของนางกัน

“ถอยไปนะ พะ พะ พวกเจ้า กล้าดียังไงมาทำตัวต่ำช้าในเมือง ไม่เห็นกฏหมายอยู่ในสายตาหรือยังไง” สี่เสวี่ยหันมากระชิบให้ซูเจินจูรีบวิ่งหนีไป นางจะขัดขวางไอ้พวกชั่วนี่ไว้เอง

หนึ่งในอันธพาลที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าถุยก้านดอกหญ้าที่คาบไว้ในปากก่อนจะเดินเข้ากระชากสี่เสวี่ย แต่เมื่อจับลงบนข้อมือของสี่เสวี่ย ข้อมือของมันกลับถูกซูเจินจูคว้าเอาไว้ เพียงซูเจินจูกระชากเบาๆมือของชายคนนั้นก็ห้อยลงมาและไม่สามารถบังคับข้อมือของตนเองได้อีกต่อไป ยังไม่ทันได้ตั้งสติก็มีเท้าข้างหนึ่งลอยมาถีบที่อกจนทำให้หงายหลังไถลไปจนถึงที่ที่ชายอีกสี่คนยืนอยู่ ร่างที่ถูกถีบอย่างไม่ทันรู้ตัวลงไปนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น พอได้สติกลับมาก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ถลึงตามองเด็กสาวสองคนที่ยืนอยู่ที่เดิม

“บัดซบ!! นังสารเลว เจ้ากล้าถีบบิดา บิดาจะฆ่าเจ้า” ชายคนนั้นวิ่งเข้าไปหาซูเจินจูอย่างลืมความเจ็บปวดที่มือ ซูเจินจูกระตุกยิ้มเบาๆก่อนจะกระโดดออกมาขวางหน้าสี่เสวี่ยเอาไว้  หมัดที่ดูรุนแรงและรวดเร็วถูกชกออกมาตั้งใจให้ถูกหน้าของเด็กสาวที่บังอาจถีบตนกลับต้องผิดหวัง แขนเล็กๆที่ดูไร้เรี่ยวแรงของซูเจินจูคว้าหมัดที่ชกออกมา ก่อนจะบิดแขนข้างนั้นอ้อมไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ได้ยินเพียงเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ ชายคนนั้นเจ็บจนหน้าซีดเผือดแข้งขาอ่อนแรงจนล้มลงถลาไปอีกฝั่งไม่มีแรงแม้กระทั่งจะลุกขึ้นมา

“หึ รนหาที่ตาย” ซูเจินจูสบทขึ้นเบาๆ

ซูเจินจูเอื้อมมือไปบีบคอใช้แรงเพียงเล็กน้อยบังคับให้มันเงยหน้าขึ้น

“ใครใช้ให้พวกเจ้ามา” ซูเจินจูถาม

“ไม่มี ไม่มีใครจ้างพวกข้า” เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการซูเจินจูจึงออกแรงบีบคอแรงขึ้นเล็กน้อย

“หากเจ้ากล้าหลอกข้า ข้าจะถลกหนังเจ้า” เสียงของซูเจินจูเย็นชาจนทำให้คนฟังหนาวเหน็บ สัมผัสจากมือเล็กๆที่ดูไม่น่าจะมีแรงนั่นกดลงมาที่คอเขาแรงขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้เขาแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว หันกลับไปมองคนที่เขาพามาด้วยพบว่าทั้งสี่คนไม่ได้อยู่ตรงนั้น ความกลัวตายล้นทะลักเข้ามาพร้อมอากาศที่เหมือนจะเบาบางจนเขาเริ่มหายใจไม่ได้

“ขะ ขะ ข้า บอกแล้ว”

“พูดมา”

“แม่นางอิงเถา แม่นางอิงเถาจ้างข้าสิบตำลึงให้ฉุดเจ้าไปขายที่หอนางโลม”

“อ่อ งั้นหรือ” ซูเจินจูเลิกคิ้วขึ้นจองมองคนที่ตกอยู่ในเงื้อมมือตน ก่อนจะปล่อยมือออกและลุกขึ้นช้าๆ มุมปากยกขึ้นดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มนั้นทำให้เดาไม่ออกว่านางเชื่อหรือไม่เชื่อคำพูดของเขา สายยาเย็นชานั้นทำให้เขายิ่งไม่มั่นใจว่าจะเปลี่ยนจากเชื่อหรือไม่ชื่อ เป็นฆ่าหรือไม่ฆ่าหรือไม่

“แม่นาง แม่นางโปรดเชื่อข้า ข้าพูดความจริง แม่นางยกโทษให้ข้าด้วย” ความกลัวตายทำให้เขาไม่สนว่าการคุกเข่าร้องขอชีวิตจะทำให้ดูอับอายหรือไม่ หน้าผากที่เริ่มปรากฏเลือดหลังจากโขกศรีษะไปที่พื้นอย่างรวดเร็ว ปากร้องขอชีวิตไม่หยุด

“ไปซะ”

“พี่อิงเถา สาวใช้ของคุณหนูใหญ่หรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นเห็นการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านแผ่นหลังซูเจินจู ทำให้ไม่ได้เห็นสายยาเย็นชาสุดลึกล้ำของคุณหนูของนาง แม้สี่เสวี่ยจะแปลกใจที่คุณหนูของตนทุบตีจนอันธพาล แต่การทีคุณหนูทุบตีผู้อื่นก็ดีกว่าถูกผู้อื่นทุบตีมากนัก เมื่อเป็นเรื่องดี รู้ว่าดีก็พอ ไม่จำเป็นต้องสงสัยเรื่องดีๆที่เกิดขึ้น

“ไม่รู้สิ รอดูไปก่อนเถอะ”

“ทำไมคุณหนูไม่จับคนพวกนั้นไปให้ทางการล่ะเจ้าคะ”

“อืม ข้าลืม” นางลืมไปจริงๆว่านางจับคนพวนั้นไปแจ้งทางการได้ แต่หากไปแจ้งจริงๆเรื่องราวนี้ก็คงถูกชาวบ้านเล่าต่อกันไป นางที่กำลังมีข่าวเสียหายก็คงถูกน้ำลายของชาวบ้านถ่มรดจนจมน้ำลายตายเป็นแน่

“….”

“ช่างเถอะ หากวันใดข้ามั่นใจว่าอิงเถาคือผู้ที่ต้องการขายข้าให้หอนางโลมจริงๆ ข้าจะเป็นคนจับนางไปขายที่หอนางโลมเอง” ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไหร่แต่ซูเจินจูก็ยังคงชอบที่จะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างเงียบๆ เพื่อที่นางจะได้ใช้ชีวิตที่สงบสุข ไม่ต้องวุ่นวายกับใคร และไม่ต้องมีใครมาวุ่นวายกับนางมากนัก

“ไม่สำเร็จ ไม่สำเร็จได้ยังไง เจ้าว่าพวกอันธพาลนั่นเก่งนักไม่ใช่เหรอ” ซูหนี่ย์ที่กำลังรอฟังข่าวแผดเสียงขึ้นอย่างกระทันหันจนทำให้อิงเถา อิงชุ่ย ตัวสั่นอยู่กับพื้น

“บ่าวก็ไม่รู้เจ้าค่ะ เมื่อบ่าวไปถึงที่นัดก็ไม่เจอใคร ถามคนแถวนั้นได้ความว่า เจ้านั่นมือหัก แขนหัก หัวแตก นอนรักษาตัวอยู่โรงหมอเจ้าค่ะ”

“เหอะ ก็คงไปมีเรื่องกับใครมา จนมาฉุดนังเจินจูไม่ได้ เจ้าไปเอาเงินมัดจำห้าตำลึงคืนมา”

“บ่าวไปขอเงินคืนแล้วเจ้าค่ะคุณหนู แต่ว่า ..แต่พวกมันบอกว่าใช้จ่ายค่ารักษาไปหมดแล้ว” อิงเถาเสียงอ่อน นางไม่ได้รู้จักพวกอันธพาลนี้มากนัก นางเองก็กลัวคนพวกนี้ หากให้นางไปสร้างปัญหาจนปัญหามาถึงตัวนาง นางยอมให้คุณหนูใหญ่ทุบตีเสียดีกว่า

“งั้นก็หักเอาจากเงินเดือนพวกเจ้าแล้วกัน” อิงเถาได้เงินเดือนจากคุณหนูเดือนละหนึ่งตำลึง หากต้องหักจากเงินเดือนของนางก็เท่ากับว่าครึ่งปีที่เหลือนางจะไม่ได้รับเงินอีกแล้ว

“...”

สองวันต่อมา ที่เรือนของซูเจินจู

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูใหญ่ส่งพี่อิงชุ่ยมาเป็นสาวใช้ให้คุณหนูเจ้าคะ”

“ส่งกลับไป”

.

..

“คุณหนูเจ้าค่ะ พี่อิงชุ่ยมาอีกแล้วค่ะ บอกว่าถ้านางไม่ได้อยู่รับใช้คุณหนู กลับไปจะถูกคุณหนูใหญ่ตีจนตายเจ้าค่ะ”

“ให้นางกลับไป นางจะเป็นหรือตายไม่เกี่ยวกับข้า” เห้อ แค่อยู่อย่างสงบๆไม่ได้หรือไงนะ นางเองก็ไม่ใช่ผู้พิทักษ์ความยุติธรรม ไม่ใช่คนดีที่ยื่นมือช่วยเหลือคนอื่นจนตัวเองต้องลำบากใจ ยิ่งคนที่ถูกส่งมาเพื่อสร้างความลำบากให้นาง นางไม่มีความจำเป็นต้องรับเอาไว้

“เหอะ ในเมื่อนางไม่รับน้ำชา ต่อไปข้าก็จะส่งยาพิษ” ซูหนี่ย์เกลียดซูเจินจูจนแทบอยากจะกระชากนางออกมาสับเป็นชิ้นๆ ให้นางลิ้มรสความทรมานจนตาย นังแพศยา อย่าได้หวังจะอยู่รวมแผ่นดินกับข้าเลย ข้าจะต้องทำลายเจ้า หากนังตัวอัปลักษณ์นี่ยังอยู่ความหวังที่นางกับคุณชายหลินจะได้ครองคู่กันก็ริบหรี่นัก!!

ซูหนี่ย์เรียกสาวใช้ทั้งสองมาช่วยนางวางแผนเล่นงานเจินจู หลังจากนายบ่าวปรึกษากันอยู่สักพักก็ตกลงกันได้ว่า นางจะชวนนังแพศยานั่นไปชมดอกไม้แล้วให้อันธพาลกลุ่มหนึ่งมาฉุดเจินจูไปรังแก กว่าคนของนางจะเข้ามาแจ้งคนของทางการในเมือง เจินจูก็คงจะเสียหายหมดสิ้นแล้ว เมื่อเรื่องถึงทางการ ก็ไม่มีทางที่จะเป็นความลับ เมื่อคิดถึงแผนการที่ไร้ช่องโหว่ ซูหนี่ย์ก็ลืมความอับอายก่อนหน้านี้ เข้านอนด้วยหัวใจที่เป็นสุข

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   183

    ฮูหยินผู้เฒ่าหยางที่ได้ยินว่าผู้ครองแคว้นเสด็จก็ทิ้งเรื่องรบกวนจิตใจลุกขึ้นเดินนำเหล่าหญิงสาวมายังโถงกลางเพื่อเข้าเฝ้าผู้ครองแคว้นคนใหม่อย่างหน้าชื่นตาบาน ดูเอาเถอะ แม้แต่งานแต่งของเหล่าองค์ชาย ผู้ครองแคว้นยังไม่ไปเสียด้วยซ้ำ แต่กับตระกูลหยางของนางได้รับเกียรตินี้ช่างเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลหยางของนางจริงๆ“ถวายบังคม ฝ่ายบาท!!”“ลุกขึ้น ลุกขึ้น ทำตัวกันตามสบายเถอะ ท่านปู่หยาง ท่านย่าหยาง ลุกขึ้นๆ วันนี้ข้าเพียงนำของขวัญมามอบให้เท่านั้น แต่เห็นทีว่าข้าจะมาช้าไปเสียหน่อยจึงไม่ได้เจอเจ้าสาวของท่านแม่ทัพหยางเสียแล้ว”“เป็นกระหม่อมจัดงานเร็วเกินไปเองพ่ะย่ะค่ะ ไม่คิดว่าการเดินทางจะเร็วกว่าที่คาดเอาไว้มาก”“เช่นนั้นเอาไว้ว่างๆก็พาฮูหยินของเจ้าไปพูดคุยกับพระชายาของข้าในวังแล้วกัน” ผู้ครองแคว้นที่มาถึงงานช้าได้แต่เสียดายที่ไม่ได้เจอซูเจินจูด้วยตนเอง นึกย้อนไปแล้วยังคิดเสียดายหากไม่เข้าใจผิดว่าแม่นางเฟยอวี่คือดวู๋เยี่ยฮวาและรู้ว่าผู้ที่นามดวู๋เยี่ยฮวาคือคุณหนูซู เขาคงรีบรับตัวนางเข้าไปเป็นสนมของเขาเสียตั้งนานแล้ว แต่ช่างเถอะนางแต่งให้แม่ทัพหยางก็ยังเป็นของเขาอยู่ดี ดีเสียอีกที่หากวันนึงนางเกิดผิ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   182

    ขณะเดียวกัน งานเลี้ยงในจวนตระกูลหยางก็ถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งอยู่ในโถงกลางสำหรับบุรุษ และอีกฝั่งสำหรับสตรีคือฝั่งศาลาในสวนเหล่าบุรุษล้วนเคารพนายท่านผู้เฒ่าหยางในฐานะทายาทของสหายร่วมรบและก่อตั้งแคว้นหนานของผู้ครองแคว้นคนแรก ร่วมถึงการช่วยเหลือให้ผู้ครองแคว้นคนปัจจุบันขึ้นครองแคว้นได้ยิ่งทำให้ขุนนางมากมายไม่กล้ามองข้ามอำนาจของตระกูลหยางสุราคารวะที่นอกเหนือจากคารวะนายท่านผู้เฒ่าหยางยังถูกยกคารวะเจ้าบ่าวไม่ขาดสาย การสนทนาของเหล่าบุรุษหนีไม่พ้นเรื่องบ้านเมืองและแนะนำบุตรชายที่ติดตามมาด้วยเพื่อฝากฝังทำความรู้จักไว้เป็นเส้นสายในภายภาคหน้าสิ่งที่ดูแปลกขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็นคือบางคนกลับสนใจชุดของหยางหย่งเจิ้งจนได้รู้ว่าต่อไปผ้าชนิดนี้จะมีขายที่ร้านผ้าซูเตี้ยนที่เป็นตระกูลเดิมของเจ้าสาวที่มาของเจ้าสาวที่เป็นเพียงบุตรีของฮูหยินรองอีกทั้งบ้านเดิมเป็นเพียงตระกูลการค้าไม่ถูกพูดถึงในคราแรกอันนับว่าเป็นการให้เกียรติแก่ตระกูลหยางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อเป็นตระกูลการค้าที่ค้าขายผ้าชื่อดังอีกทั้งยังมีสัญญาค้าขายกับวังหลวงย่อมแตกต่างออกไป หยางหย่งเจิ้งที่รู้ตื้นลึกหนาบางย่อมไม่ต้องการให

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   181

    ยามเมื่อขบวนเจ้าสาวเดินทางมาถึงหน้าจวนตระกูลหยาง เสียงโห่ร้องต้องรับและเสียงประทัดก็ดังขึ้น หยางหย่งเจิ้งรีบลงจากม้ามาประคองซูเจินจูที่ยังสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้ลงจากเกี้ยวชุดผ้าไหมหยกสีแดงสดทับด้วยชุดไหมโปร่งลายเป็ดยวนยางที่ปักด้วยไหมบ่มกลิ่นหอมหมื่นลี้ปรากฏแก่สายตาหญิงสาวที่ติดตามขบวนเจ้าสาวมาอย่างชัดเจน เสียงชื่นชมความงามของชุดเจ้าสาวทำให้สี่เสวี่ยที่เพิ่งลงจากรถม้ายิ้มไม่หุบ ประตูหน้าจวนมีกองไฟหนึ่งกองสำหรับให้เจ้าสาวก้าวผ่าน กองไฟที่ว่าเป็นเพียงก้อนถ่านว่าวางเรียงเอาไว้ให้เจ้าสาวก้าวผ่านถือเป็นการก้าวผ่านสิ่งอัปมงคลต่างๆก่อนเข้าจวนสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนที่ติดตามมารับหน้าที่แจงเงินพวงแปดสิบแปดอีแปะแก่บ่าวไพร่ที่มายืนรอต้อนรับรวมไปถึงทหารที่ยืนอยู่บริเวณรอบจวนด้วยจวนตระกูลหยางเป็นเรือนขนาดใหญ่ ยามที่ซูเจินจูเดินผ่านประตูจวนเข้ามาแล้ว กองไฟจะถูกเก็บออกเพื่อให้ขบวนรถม้าได้นำสินเดิมและสินสอดของบ่าวสาวเข้าเรือนการอวดสินสอดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตระกูลพ่อค้าเท่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่าหยางมีคำสั่งให้วางเรียนสินสอดและสินเดิมเอาไว้ที่ลานหินของจวนตระกูลหยาง หนึ่งคือแสดงให้ขุนนางชั้นสูงที่มาไ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   180

    ฮูหยินรองมี่ซิ่นเดินมายังเรือนของซูเจินจูด้วยความร้อนใจจนร้องไห้ออกมา นี่มันอะไรกัน งานแต่งงานที่ไหนกันที่เจ้าสาวไม่ได้สวมชุดเจ้าสาว ตระกูลหยางอะไรกันเหตุใดจึงรังแกบุตรสาวนางเช่นนี้แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่นางคิด ซูเจินจูที่แต่งชุดเจ้าสาวเสร็จเรียบร้อยยืนอยู่กลางห้อง มี่ซิ่นมองบุตรสาวตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ตอนนี้นางเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าใช่บุตรสาวของนางจริงหรือไม่ ความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงที่บุตรสาวของนางไม่เคยมีกลับสะท้อนออกมาจากทั้งใบหน้าและแววตา หรือเทพองค์ใดให้พรความกล้าหาญแก่อาจูมาเป็นการแลกเปลี่ยนที่นางเสียสละตนเองออกไปทำการค้าแลกกับที่ยืนในบ้านตระกูลซูของมารดากัน“อาจู ข้านึกว่าตระกูลหยางยังไม่ส่งชุดแต่งงานมาให้เจ้าเสียอีก”“ท่านเลยเดินร้องไห้เข้ามาหาข้าหรือเจ้าคะ ท่านแม่ ชุดแต่งงานจากตระกูลหยางยังมาไม่ถึงเจ้าค่ะ ชุดนี้สี่เสวี่ยเป็นคนตัดเย็บให้ข้า ข้าเห็นว่าหากรอชุดนานไปกว่านี้คงทำให้เสียฤกษ์ได้ตระกูลหยางเองก็คงคิดแบบเดียวกัน ในเมื่อฤกษ์ยามสำคัญข้าจึงใส่ชุดนี้แทนเจ้าค่ะ”“ดีแล้วอาจู เจ้าทำถูกแล้ว ฤกษ์ยามมงคลล้วนสำคัญมาก เสี่ยวเหลียนเอาผ้าแดงกับเครื่อ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   179

    เมื่อถึงวันงานเสียงคนงานในบ้านซูลุกขึ้นมาจัดเตรียมงานกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฮูหยินรองมี่ซิ่นส่งอู๋เหมยมาปลุกสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนให้พาซูเจินจูลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพียงไม่นานหลังจากนั้นฮูหยินรองมี่ซิ่นก็เดินเข้าเรือนของซูเจินจูมาพร้อมหญิงสาววัยกลางคนหนึ่งคน“อาจู ข้าพาสี่เหนียงมาหวีผมให้เจ้า พวกเจ้าแกะผมอาจูออกเดี๋ยวนี วันสำคัญให้พวกเจ้าหวีกันเองได้รึ แกะออกให้หมดเชียว”สี่เหนียงที่ฮูหยินรองมี่ซิ่นพามาคือสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีวาสนาครบ อันได้แก่ในบ้านพ่อแม่ยังอยู่ สามีภรรยารักใคร่ มีทั้งลูกชายลูกสาว พี่น้องปรองดองกลมเกลียวโดยให้นางมาเป็นผู้กวาดเกี้ยว จุดธูปในเกี้ยวและวางกระจกในเกี้ยวสำหรับฮูหยินรองมี่ซิ่นที่ต้องเป็นผู้เกล้าผมให้บุตรสาวกลับไม่ได้มีหน้าตามากพอที่จะเป็นเกียรติให้แก่ตระกูลหยางได้ อย่างน้อยตำแหน่งฮูหยินรองอันต้อยต่ำนี้ก็ได้แต่หลีกทางให้สี่เหนียงผู้มีวาสนาพร้อมเกล้าผมให้ซูเจินจูด้วยหวังเพียงให้บุตรสาวได้กลายเป็นผู้มีวาสนาพร้อมเฉกเช่นเดียวกันกับสี่เหนียงเท่านั้นเมื่อเกล้าผมเสร็จสิ้น ฮูหยินรองมี่ซิ่นก็พาสี่เหนียงออกจากห้องไปเพราะซูเจินจูจำเป็นต้องรอชุดแต่งงานจากตระกูลซูดัง

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   178

    ข่าวสำคัญอีกข่าวหนึ่งที่จะลืมไม่ได้คือเรื่องเกี่ยวกับฮูหยินผู้เฒ่าหยางและร้านตัดเย็บชุดแต่งงานของคุณหนู“เถ้าแก่เนี้ย พวกเราจะใช้ผ้าพวกนี้ตัดเย็บชุดเจ้าสาวให้ว่าที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพหยางจริงๆหรือเจ้าคะ ข้าว่ามันจะเสียชื่อร้านของท่านเสียเปล่าๆ”“จะให้ข้าขัดคำสั่งฮูหยินผู้เฒ่าหรืออย่างไรเล่า ไม่ใช่แค่ฮูหยินผู้เฒ่านะแม้แต่คุณหนูรองลี่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย”“คุณหนูลี่ผู้นี้ไม่ใช่ว่าถูกจับไปสอบสวนเรื่องกบฏด้วยหรือเจ้าคะ”“ใช่ที่ไหน คนที่ถูกจับไปคือคุณหนูสามลี่รุ่ยเซียงที่ให้ที่หลบซ่อนแก่พระชายาขององค์ชายหกต่างหาก”“หากเป็นชาวบ้านอย่างเราๆ ให้ที่หลบหนีนักโทษกบฏคงไม่พ้นโทษตาย นี่ไม่เพียงรอดชีวิตแม้แต่โทษสักนิดยังไม่มีนะเจ้าคะ”“เพราะเช่นนั้น เจ้ายังจะให้ข้าขัดคำสั่งพวกนางอีกรึ เอาเถอะถึงผ้าจะหยาบแต่เย็บให้ดีเสียหน่อยก็คงไม่เป็นไร อีกอย่างคุณหนูสี่ซูก็มาจากในอำเภออีกทั้งตระกูลของนางยังเป็นแค่ตระกูลการค้าถึงนางจะไม่พอใจก็คงไม่กล้าพูดอะไรหรอก”“คงไม่กล้าไม่พอใจเสียด้วยซ้ำเจ้าค่ะ ได้แต่งเข้าตระกูลหยางก็เป็นวาสนาของนางแล้ว หากกล้าไม่พอใจจนท่านแม่ทัพหยางระอานางเองนั่นแหละที่จะถูกทิ้งไว้เป็นเพียงไม้

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 10

    เมื่อไปถึงหมู่บ้านจั๋วมู่ ซูเจินจูพาหัวหน้าหมู่บ้านจั๋วมู่กับชาวบ้านอีกสามคนขึ้นไปดูต้นไม้ที่นางต้องการ“กลิ่นดอกไม้ที่เราได้กลิ่นกันมาจากต้นไม้พวกนี้หรือ” หลังจากที่มาถึงที่ กลิ่นหอมอบอวนทำให้ชาวบ้านแปลกใจ ใจนึงก็คิดว

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 9

    “คุณชายหลินกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นซูเจินจูเดินเข้าเรือนมาก็รีบออกมาหาทันที“กลับไปแล้ว สี่เสวี่ยเจ้าไปเอาเงินข้าออกมานับเร็ว ดูสิว่าข้าเหลือเงินเท่าไหร่”“นับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ วัน

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 8

    เมื่อถึงวันนัด อิงเถากลับมารายงานซูหนี่ย์ว่าซูเจินจูออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเฉิน ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ซูหนี่ย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ออกไปพบคุณชายหลินเพียงลำพังด้านซูเจินจูที่ออกจากบ้านมานั้น นางออกจากอำเภอเหอ ผ่านตำบลจี๋หลง และต

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 7

    “เอ่อ.. เป็นตระกูลไฉ มาขอหมั้นคุณหนูสี่ให้นายน้อยไฉตงชุนเจ้าค่ะ” อิงชุ่ยพูดเสียงเบาด้วยรู้ว่าคุณหนูใหญ่เกลียดคุณหนูสี่ และยังไม่สามารถวางอุบายรังแกนางได้สำเร็จสักครั้ง“เจ้าว่าอะไรนะ ขอหมั้นนังจิ้งจอกนั่น!! นังแพศยา เตียงคุณ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status