Share

บทที่ 5

last update Huling Na-update: 2025-04-03 19:00:36

เดือนละสิบตำลึง ปีนึงจะได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง หกปีก็จะมีเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึง ในหีบนี้เหลือเงินห้าร้อยตำลึง หักจากที่นางสั่งทำอุปกรณ์ทำผ้าห้าตำลึง ซื้อกริชเงินสี่สิบตำลึง เจินจูคนเก่านับได้ว่าประหยัดจริงๆ

อืม... ปิ่นเงินแปดอัน ปิ่นทองหกอัน ปิ่นหยกสี่อัน ชุดเครื่องประดับเงินสองชุด ชุดเครื่องประดับทองสองชุด ต่างหูหยกหนึ่งคู่ ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่

เอ๊ะ!! เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดง 

“ปิ่นเงินหนึ่งอัน ปิ่นหยกหนึ่งอัน ต่างหูหยกหนึ่งคู่ เอาไว้เท่านี้พอ ที่เหลือเจ้าเอาไปขายซะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าท่า ของพวกนี้มีไว้นางก็ไม่ได้ใช้ ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเงินเตรียมไว้ดีกว่า

“ไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู!!!! ของพวกนี้ต้องเก็บไว้เป็นสินเดิม หากคุณหนูแต่งงานออกไปแล้วไม่มีสินเดิมจะถูกครอบครัวฝ่ายชายรังแกเอานะเจ้าคะ” สี่เสวี่ยตกใจกับท่าที่ของคุณหนูของนาง ตั้งแต่ชนเสาคราวนั้นคุณหนูของนางก็ดูเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะยังใจดีกับนาง แต่ท่าทางเฉยเมยตลอดเวลานั้นก็ราวกับเป็นคนละคน หรือคุณหนูของนางจะเสียใจมากจนปิดกั้นตัวเอง ไม่อยากแต่งงานไปแล้วกันแน่

แต่สุดท้ายสี่เสวี่ยก็ทนทานการรบเร้าจากซูเจินจูไม่ไหว วันต่อมาขณะที่ซูเจินจูเข้าไปที่ร้านผ้านั้น สี่เสวี่ยก็นำเครื่องประดับไปขายยังร้านเครื่องประดับหวันจูเป่า

ปิ่นเงินเจ็ดอัน อันละสามตำลึง ปิ่นทองหกอันอันละสิบห้าตำลึง ปิ่นหยกสามอันอันละสามสิบตำลึง ชุดเครื่องประดับเงินชุดเล็กสองชุด ชุดละยี่สิบตำลึง ชุดเครื่องประดับทองชุดเล็กสองชุด ชุดละสามสิบตำลึง ต่างหูปะการังแดงหนึ่งคู่ สี่สิบตำลึง ทั้งหมด ทั้งหมดสามร้อยสี่สิบเอ็ดตำลึง

“รบกวนเถ้าแก่เนี้ยจ่ายเป็นตั๋วเงินได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ได้ๆ นี่ตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงสามใบ ตำลึงทองสี่ก้อน ตำลึงเงินหนึ่งก้อน เจ้านับดูก่อน”

“ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยเจ้าค่ะ” หลังนับเงินเสร็จสี่เสวี่ยก็เก็บเงินอย่างระมัดระวัง

หลังออกจากร้านหวันจู่เป่า สี่เสวี่ยก็ตรงไปที่ร้านเฉินอีเตี้ยน

เสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดงที่ซูเจินจูให้ซี่เสวี่ยนำมาขายนั้น เป็นเสื้อคลุมของซูเจินจูยามเป็นเด็ก บัดดี้เมื่อโตขึ้นชุดคลุมนี้ก็ใส่ไม่ได้อีก ร้านเฉินอีเตี้ยนให้ราคาเสื้อคลุมขนจิ้งจอกแดงเจ็ดสิบตำลึง

“ตั๋วเงินห้าสิบตำลึงหนึ่งใบ ตำลึงทองสองก้อน แม่นางนับดูก่อน”

“ขอบคุณหลงจู๊เจ้าค่ะ”

สี่เสวี่ยเก็บเงินอย่างระมันระวังก่อนที่จะกลับไปหาซูเจินจูที่ร้านผ้าซูเตี้ยน วันนี้คุณหนูใหญ่ซูหนี่ย์ต้องการใช้รถม้า ซูเจินจูจึงต้องเดินกลับบ้าน สี่เสวี่ยกลัวว่าจะกลับถึงบ้านเย็นจนเกินไปจึงเร่งฝีเท้ามากขึ้น

เมื่อมาถึงร้านก็พบว่าคุณหนูของตนรออยู่แล้วเมื่อซูเจินจูเก็บเงินที่ได้จากสี่เสวี่ยเรียบร้อยทั้งสองก็เดินกลับบ้าน ระหว่างทางกลับสี่เสวี่ยก็บอกเรื่องราคาของต่างๆ ขณะที่ทั้งสองเดินออกจากเขตร้านค้าเข้าสู่เขตที่อยู่อาศัยที่เงียบสงบก็สังเกตุเห็นอันธพาลสองคนกำลังเดินเข้ามาหาพวกนาง ทางสายนี้มีเพียงถนนเส้นเดียวไม่สามารถอ้อมไปทางอื่นได้ ขณะที่ซูเจินจูกำลังจะจูงสี่เสวี่ยหันกลับ ก็มีอันธพาลสามคนเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังพวกนาง

 “พวกเจ้าต้องการอะไร” สี่เสวี่ยที่อยู่ในอาการตกใจจนขาสั่น ถามอันธพาลตรงหน้า ในขณะเดียวกันก็ดึงซูเจินจูไปไว้ข้างหลังนาง ตอนนี้ในหัวนางคิดว่าตอนที่นางเอาเครื่องประดับของคุณหนูไปขาย คนพวกนี้ต้องตามนางมาแน่ๆ

 “แม่นางน้อย ดูท่าว่าเราจะมีวาสนาต่อกัน แค่เห็นเจ้าครั้งแรกข้าก็อยากจะอุ้มเจ้ากลับบ้านเสียแล้ว”

เสียงโห่ร้อง สนับสนุนจากอันธพาลทั้งสี่คนดังขึ้นคล้ายกับว่าประโยคแทะโลมเพียงประโยคเดียวนั้นทำให้พวกมันเพลิดเพลินได้อย่างง่ายดาย

ซูเจินจูขมวดคิ้วเล็กน้อย บังเอิญเหรอ คนพวกนี้มาดักอยู่ตามทางที่นางต้องกลับบ้าน คนผ่านไปผ่านมามากมาย กลับมั่นหมายเจาะจงที่จะเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังนางไว้เช่นนี้ พวกมันตามสี่เสวี่ยมาตอนนำของไปขายหรือจะมีใครส่งคนพวกนี้มาเพื่อทำลายชื่อเสียงของนางกัน

“ถอยไปนะ พะ พะ พวกเจ้า กล้าดียังไงมาทำตัวต่ำช้าในเมือง ไม่เห็นกฏหมายอยู่ในสายตาหรือยังไง” สี่เสวี่ยหันมากระชิบให้ซูเจินจูรีบวิ่งหนีไป นางจะขัดขวางไอ้พวกชั่วนี่ไว้เอง

หนึ่งในอันธพาลที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าถุยก้านดอกหญ้าที่คาบไว้ในปากก่อนจะเดินเข้ากระชากสี่เสวี่ย แต่เมื่อจับลงบนข้อมือของสี่เสวี่ย ข้อมือของมันกลับถูกซูเจินจูคว้าเอาไว้ เพียงซูเจินจูกระชากเบาๆมือของชายคนนั้นก็ห้อยลงมาและไม่สามารถบังคับข้อมือของตนเองได้อีกต่อไป ยังไม่ทันได้ตั้งสติก็มีเท้าข้างหนึ่งลอยมาถีบที่อกจนทำให้หงายหลังไถลไปจนถึงที่ที่ชายอีกสี่คนยืนอยู่ ร่างที่ถูกถีบอย่างไม่ทันรู้ตัวลงไปนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น พอได้สติกลับมาก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ถลึงตามองเด็กสาวสองคนที่ยืนอยู่ที่เดิม

“บัดซบ!! นังสารเลว เจ้ากล้าถีบบิดา บิดาจะฆ่าเจ้า” ชายคนนั้นวิ่งเข้าไปหาซูเจินจูอย่างลืมความเจ็บปวดที่มือ ซูเจินจูกระตุกยิ้มเบาๆก่อนจะกระโดดออกมาขวางหน้าสี่เสวี่ยเอาไว้  หมัดที่ดูรุนแรงและรวดเร็วถูกชกออกมาตั้งใจให้ถูกหน้าของเด็กสาวที่บังอาจถีบตนกลับต้องผิดหวัง แขนเล็กๆที่ดูไร้เรี่ยวแรงของซูเจินจูคว้าหมัดที่ชกออกมา ก่อนจะบิดแขนข้างนั้นอ้อมไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ได้ยินเพียงเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ ชายคนนั้นเจ็บจนหน้าซีดเผือดแข้งขาอ่อนแรงจนล้มลงถลาไปอีกฝั่งไม่มีแรงแม้กระทั่งจะลุกขึ้นมา

“หึ รนหาที่ตาย” ซูเจินจูสบทขึ้นเบาๆ

ซูเจินจูเอื้อมมือไปบีบคอใช้แรงเพียงเล็กน้อยบังคับให้มันเงยหน้าขึ้น

“ใครใช้ให้พวกเจ้ามา” ซูเจินจูถาม

“ไม่มี ไม่มีใครจ้างพวกข้า” เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการซูเจินจูจึงออกแรงบีบคอแรงขึ้นเล็กน้อย

“หากเจ้ากล้าหลอกข้า ข้าจะถลกหนังเจ้า” เสียงของซูเจินจูเย็นชาจนทำให้คนฟังหนาวเหน็บ สัมผัสจากมือเล็กๆที่ดูไม่น่าจะมีแรงนั่นกดลงมาที่คอเขาแรงขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้เขาแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว หันกลับไปมองคนที่เขาพามาด้วยพบว่าทั้งสี่คนไม่ได้อยู่ตรงนั้น ความกลัวตายล้นทะลักเข้ามาพร้อมอากาศที่เหมือนจะเบาบางจนเขาเริ่มหายใจไม่ได้

“ขะ ขะ ข้า บอกแล้ว”

“พูดมา”

“แม่นางอิงเถา แม่นางอิงเถาจ้างข้าสิบตำลึงให้ฉุดเจ้าไปขายที่หอนางโลม”

“อ่อ งั้นหรือ” ซูเจินจูเลิกคิ้วขึ้นจองมองคนที่ตกอยู่ในเงื้อมมือตน ก่อนจะปล่อยมือออกและลุกขึ้นช้าๆ มุมปากยกขึ้นดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มนั้นทำให้เดาไม่ออกว่านางเชื่อหรือไม่เชื่อคำพูดของเขา สายยาเย็นชานั้นทำให้เขายิ่งไม่มั่นใจว่าจะเปลี่ยนจากเชื่อหรือไม่ชื่อ เป็นฆ่าหรือไม่ฆ่าหรือไม่

“แม่นาง แม่นางโปรดเชื่อข้า ข้าพูดความจริง แม่นางยกโทษให้ข้าด้วย” ความกลัวตายทำให้เขาไม่สนว่าการคุกเข่าร้องขอชีวิตจะทำให้ดูอับอายหรือไม่ หน้าผากที่เริ่มปรากฏเลือดหลังจากโขกศรีษะไปที่พื้นอย่างรวดเร็ว ปากร้องขอชีวิตไม่หยุด

“ไปซะ”

“พี่อิงเถา สาวใช้ของคุณหนูใหญ่หรือเจ้าคะ” สี่เสวี่ยที่เห็นเห็นการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านแผ่นหลังซูเจินจู ทำให้ไม่ได้เห็นสายยาเย็นชาสุดลึกล้ำของคุณหนูของนาง แม้สี่เสวี่ยจะแปลกใจที่คุณหนูของตนทุบตีจนอันธพาล แต่การทีคุณหนูทุบตีผู้อื่นก็ดีกว่าถูกผู้อื่นทุบตีมากนัก เมื่อเป็นเรื่องดี รู้ว่าดีก็พอ ไม่จำเป็นต้องสงสัยเรื่องดีๆที่เกิดขึ้น

“ไม่รู้สิ รอดูไปก่อนเถอะ”

“ทำไมคุณหนูไม่จับคนพวกนั้นไปให้ทางการล่ะเจ้าคะ”

“อืม ข้าลืม” นางลืมไปจริงๆว่านางจับคนพวนั้นไปแจ้งทางการได้ แต่หากไปแจ้งจริงๆเรื่องราวนี้ก็คงถูกชาวบ้านเล่าต่อกันไป นางที่กำลังมีข่าวเสียหายก็คงถูกน้ำลายของชาวบ้านถ่มรดจนจมน้ำลายตายเป็นแน่

“….”

“ช่างเถอะ หากวันใดข้ามั่นใจว่าอิงเถาคือผู้ที่ต้องการขายข้าให้หอนางโลมจริงๆ ข้าจะเป็นคนจับนางไปขายที่หอนางโลมเอง” ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไหร่แต่ซูเจินจูก็ยังคงชอบที่จะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างเงียบๆ เพื่อที่นางจะได้ใช้ชีวิตที่สงบสุข ไม่ต้องวุ่นวายกับใคร และไม่ต้องมีใครมาวุ่นวายกับนางมากนัก

“ไม่สำเร็จ ไม่สำเร็จได้ยังไง เจ้าว่าพวกอันธพาลนั่นเก่งนักไม่ใช่เหรอ” ซูหนี่ย์ที่กำลังรอฟังข่าวแผดเสียงขึ้นอย่างกระทันหันจนทำให้อิงเถา อิงชุ่ย ตัวสั่นอยู่กับพื้น

“บ่าวก็ไม่รู้เจ้าค่ะ เมื่อบ่าวไปถึงที่นัดก็ไม่เจอใคร ถามคนแถวนั้นได้ความว่า เจ้านั่นมือหัก แขนหัก หัวแตก นอนรักษาตัวอยู่โรงหมอเจ้าค่ะ”

“เหอะ ก็คงไปมีเรื่องกับใครมา จนมาฉุดนังเจินจูไม่ได้ เจ้าไปเอาเงินมัดจำห้าตำลึงคืนมา”

“บ่าวไปขอเงินคืนแล้วเจ้าค่ะคุณหนู แต่ว่า ..แต่พวกมันบอกว่าใช้จ่ายค่ารักษาไปหมดแล้ว” อิงเถาเสียงอ่อน นางไม่ได้รู้จักพวกอันธพาลนี้มากนัก นางเองก็กลัวคนพวกนี้ หากให้นางไปสร้างปัญหาจนปัญหามาถึงตัวนาง นางยอมให้คุณหนูใหญ่ทุบตีเสียดีกว่า

“งั้นก็หักเอาจากเงินเดือนพวกเจ้าแล้วกัน” อิงเถาได้เงินเดือนจากคุณหนูเดือนละหนึ่งตำลึง หากต้องหักจากเงินเดือนของนางก็เท่ากับว่าครึ่งปีที่เหลือนางจะไม่ได้รับเงินอีกแล้ว

“...”

สองวันต่อมา ที่เรือนของซูเจินจู

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูใหญ่ส่งพี่อิงชุ่ยมาเป็นสาวใช้ให้คุณหนูเจ้าคะ”

“ส่งกลับไป”

.

..

“คุณหนูเจ้าค่ะ พี่อิงชุ่ยมาอีกแล้วค่ะ บอกว่าถ้านางไม่ได้อยู่รับใช้คุณหนู กลับไปจะถูกคุณหนูใหญ่ตีจนตายเจ้าค่ะ”

“ให้นางกลับไป นางจะเป็นหรือตายไม่เกี่ยวกับข้า” เห้อ แค่อยู่อย่างสงบๆไม่ได้หรือไงนะ นางเองก็ไม่ใช่ผู้พิทักษ์ความยุติธรรม ไม่ใช่คนดีที่ยื่นมือช่วยเหลือคนอื่นจนตัวเองต้องลำบากใจ ยิ่งคนที่ถูกส่งมาเพื่อสร้างความลำบากให้นาง นางไม่มีความจำเป็นต้องรับเอาไว้

“เหอะ ในเมื่อนางไม่รับน้ำชา ต่อไปข้าก็จะส่งยาพิษ” ซูหนี่ย์เกลียดซูเจินจูจนแทบอยากจะกระชากนางออกมาสับเป็นชิ้นๆ ให้นางลิ้มรสความทรมานจนตาย นังแพศยา อย่าได้หวังจะอยู่รวมแผ่นดินกับข้าเลย ข้าจะต้องทำลายเจ้า หากนังตัวอัปลักษณ์นี่ยังอยู่ความหวังที่นางกับคุณชายหลินจะได้ครองคู่กันก็ริบหรี่นัก!!

ซูหนี่ย์เรียกสาวใช้ทั้งสองมาช่วยนางวางแผนเล่นงานเจินจู หลังจากนายบ่าวปรึกษากันอยู่สักพักก็ตกลงกันได้ว่า นางจะชวนนังแพศยานั่นไปชมดอกไม้แล้วให้อันธพาลกลุ่มหนึ่งมาฉุดเจินจูไปรังแก กว่าคนของนางจะเข้ามาแจ้งคนของทางการในเมือง เจินจูก็คงจะเสียหายหมดสิ้นแล้ว เมื่อเรื่องถึงทางการ ก็ไม่มีทางที่จะเป็นความลับ เมื่อคิดถึงแผนการที่ไร้ช่องโหว่ ซูหนี่ย์ก็ลืมความอับอายก่อนหน้านี้ เข้านอนด้วยหัวใจที่เป็นสุข

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   51

    นายน้อยหงพาซูเจินจูเดินชมสินค้าภายในร้าน สินค้าหลากหลายแต่เต็มไปด้วยของชั้นดี สินค้ามากมายที่ได้มาจากต่างแคว้น สินค้าหลายอย่างเป็นของที่ได้มาจากชนเผ่าต่างๆ หนังสัตว์ที่ผ่านการฟอกหนังมาอย่างดี ขนสัตว์หายากอย่างพวกจิ้งจอกแดงหรือขนหมาป่าสีขาวก็สามารถหาซื้อได้ที่นี่ หนังเสือ หนังหมี หรือแม้แต่เขากวาง เขี้ยวเสื้อ ก็ถูกนำมาตั้งแสดงสินค้า ยิ่งเห็นว่าร้านฟู่หงเทียนมีสินค้าชั้นดีเท่าใดซูเจินจูก็ยิ่งตระหนักได้ถึงอิทธิพลของเจ้ากรมอาภรณ์ ร้านค้าขนาดสี่ห้องกว้างขวางเกินกว่าจะดูได้อย่างละเอียดทั้งหมด แม้ซูเจินจูจะพยายามเดินดูจนทั่ว แต่ด้วยประกอบกับนายน้อยหงที่คอยอธิบายสิ่งต่างๆภายในร้านอย่างใส่ใจทำให้กินเวลายาวนานเกือบสามชั่วยาม“อีกสองวันถึงจะเป็นงานเปิดรับศิษย์ของสำนักต่อสู้ พรุ่งนี้คุณหนูซูอยากไปที่ใดหรือไม่ ข้าจะพาท่านไปเอง”“ไม่รบกวนนายน้อยเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าจะพาคนของข้าไปเดินเล่นในเมือง เพียงเดินเล่นไปเรื่อยๆมีจุดหมายใด”“เช่นนั้นข้าจะให้คนคุ้มกันของข้ามาดูแล”“ข้าคงต้องเสียมารยาทปฏิเสธเสียแล้ว หลิวหยาง จางหมิ่นของข้าคงเพียงพอจะปกป้องข้าได้ อย่าให้ข้าทำให้นายน้อยหงต้องเป็นกังวลเลยเจ้าค่ะ”“เช

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   50

    วันถัดมาในยามเฉิน เฟยอวี่เข้ามาหาซูเจินจูเพื่อรายงาน“คุณหนู บ่าวสืบข่าวมาได้เล็กน้อยเจ้าค่ะ พ่อค้าต่างแคว้นหลายคนเร่งเดินทางเข้าเมืองหลวง ของมีค่าหลายอย่างถูกขนเข้าเมืองหลวงผ่านขบวนขนสินค้า จุดหมายคือตรอกถงยู่ ที่เป็นแหล่งจัดงานประมูลของตลาดมืด นี่เป็นของรายการของส่วนหนึ่งที่บ่าวได้มาจากบัญชีส่งสินค้าเจ้าค่ะ”“งานประมูลของตลาดมือหรือ น่าสนใจ เจ้ารู้เรื่องงานนี้ดีแค่ไหน”“บ่าวเคยได้ยินว่าเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อประมูลของหายาก มีทั้งโสมพันปี อาวุธต่างๆ หยกม่วง หินแร่ รวมถึงหัวของผู้ครองแคว้นก็เคยถูกนำมาประมูลเจ้าค่ะ การจะเข้าร่วมประมูลได้ต้องจ่ายเงินค่าเข้าคนละหนึ่งพันตำลึง และหากมีของที่ต้องการนำเข้าประมูลก็นำของไปประเมิณได้เช่นกันเจ้าค่ะ”“เจ้าทำงานได้ดีมาก พักสักหน่อยแล้วออกเดินทางไปรอข้าที่เมืองหลวง สืบข่าวเรื่องการประมูลให้ข้า และจองโรงเตี๊ยมที่ปลอดภัยที่สุดเอาไว้ให้เพียงพอกับคนของเรา ข้าจะพาสี่เสวี่ย เฟยหลัน เฟยหรง เฟยเมี่ยว หลิวหยาง จางหมิ่นไป”“บ่าวรับคำสั่งคุณหนูเจ้าค่ะ” เฟยอวี่รับตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงจากซูเจินจูก่อนจะออกจากห้องไป คล้อยหลังเฟยอวี่ออกไปไม่ถึงหนึ่งเค่อซูเจินจูก็ตรง

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   49

    “เฟยอวี่ การเข้าเมืองหลวงต้องใช้ป้ายผ่านเข้าเมืองด้วยหรือ”“จริงๆแล้วไม่ต้องใช้เจ้าค่ะคุณหนู แต่ชาวบ้านทั่วไปหากต้องการผ่านเข้าเมืองหลวงจะต้องเสียอีแปะเป็นค่าผ่านทางให้กับทหารเฝ้าประตู เสียเยอะหรือเสียน้อยแล้วแต่ว่าผู้เฝ้าประตูเป็นใคร ส่วนป้ายผ่านเข้าเมืองเป็นเพียงชื่อเรียกเท่านั้นเจ้าค่ะ ในความเป็นจริงแล้วป้ายพวกนี้มีขึ้นเพื่อให้คนมีเส้นสายสามารถผ่านเข้าออกเมืองโดยไม่ต้องเสียอีแปะ ไม่ต้องต่อแถว ไม่ต้องตรวจค้นสัมภาระอย่างละเอียดและได้รับความเคารพจากทหารเฝ้าประตู รวมถึงป้องกันไม่ให้พวกทหารสร้างปัญหากับพวกคนรวยและขุนนางด้วยเจ้าค่ะ”“อ่อ แค่ยื่นป้ายออกไปก็ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วยแล้วสินะ ช่างดีจริงๆ”“นายน้อยหงคงเหลือเส้นสายอยู่ไม่น้อยถึงขนาดใจกว้างทำป้ายให้คุณหนูได้ง่ายๆ”“เขาเห็นข้าเป็นโอกาสที่จะช่วยร้านผ้าฟู่หงเทียนกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งต่างหาก เจ้าไปเตรียมตัวเถอะ ออกไปสืบข่าวดูสักหน่อยก็ได้ ไปเมืองหลวงครั้งนี้ข้าจะพาเจ้า สี่เสวี่ย หลิวหยาง จางหมิ่น เฟยหรง เฟยเมี่ยว และเฟยหลันไปด้วย บอกเพ่ยเพ่ยกับเยว่ชิงเสียแต่เนิ่นๆให้นางได้เตรียมตัวจัดการงานและดูแลเรื่องต่างๆทั้งหมดที่นี่ตอนที่พวกเรา

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   48

    “พ่อหนุ่มเจิ้งผู้นี้ดูมีลับลมคมในเหลือเกินนะเจ้าคะ จะว่าไปพ่อหนุ่มเจิ้งเองก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องของตน แม่แต่แซ่ก็ไม่บอก ชื่อเจิ้งก็ไม่รู้ว่าใช่ชื่อจริงหรือไม่”“นั่นสิเจ้าคะคุณหนู คุณหนูเองก็แปลกนัก แค่พ่อหนุ่มเจิ้งบอกจะมาด้วยก็ปล่อยให้มา บอกจะไปก็ไม่ถามไถ่สิ่งใดสักคำ”“ช่างเขาเถอะ เพียงแค่ไม่มีพิษภัยกับพวกเราก็พอแล้ว เรื่องอื่นๆรู้มากไปก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี”“เจ้าค่ะคุณหนู”ซูเจินจูพาเจียงไป๋ไปยังห้องที่เจียงชิงนอนอยู่และให้ซินเซียงยกที่นอนอีกหนึ่งอันมาวางข้างเตียงเพื่อให้พี่น้องได้นอนห้องด้วยกัน“เจ้านอนห้องเดียวกันไปก่อน ช่วงนี้ก็คอยดูแลนาง ข้างๆห้องเจ้าคือห้องของชิงหยุน มีอะไรก็ไปหานางได้ สี่เสวี่ยเจ้าไปบอกให้ซินเซียงหาอะไรให้เด็กนี่กินเสียหน่อยเถอะ”“เจ้าค่ะคุณหนู”เจียงไป๋มองคนทั้งหมดทยอยออกจากห้องไปก่อนจะหันกลับมานั่งข้างเตียงของเจียงชิง“พี่สาว ท่านรีบตื่นขึ้นมานะ…”... เช้าวันต่อมาซูเจินจูเดินทางเข้าร้านหว่างลี่เซียงพร้อมเฟยหลันตั้งแต่ยามเฉิน กิจการของร้านหว่านลี่เซียงเป็นไปด้วยดี คนที่ดูเหมือนจะทะเลาะกับผู้อื่นได้ง่ายๆอย่างเพ่ยเพ่ยกลับทำงานได้อย่างสงบเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นก

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   47

    “มองอะไร พวกเจ้ามองอะไร ไอ้พวกไม่รู้เรื่องรู้ราว เด็กมันมีวาสนาได้ช่วยเหลือสกุล เลี้ยงมันต่อไปก็ไม่ใช่ว่ามันจะหาเงินให้ข้าได้ถึงยี่สิบตำลึงเสียเมื่อไหร่ ต้องมากินข้าวบ้านข้านอนบ้านข้าไม่สู้ไปกินบ้านอื่นนอนบ้านอื่นแล้วยังได้เงินรึ แล้วเงินที่มันถืออยู่ไม่ใช่ว่าขโมยของข้าไม่หรือไงเด็กอย่างพวกมันจะเอาปัญญาหาเงินมากมายขนาดนี้ได้ที่ไหน เอาเงินข้าคืนมานะไอ้พวกเด็กตัวเหม็น”“ท่านย่านี่เป็นเงินที่พี่สาวหามาได้ ไม่ได้ขโมยเงินของท่าน”“นั่นมันเงินโชคดีที่แม่หนูเจินจูแจกไม่ใช่หรือ บ้านข้าก็ได้มาสองพวง ไหมถักแบบนั้นรูปทรงแบบนั้น ข้าจำไม่ผิดหรอก” ชาวบ้านที่มุงดูอยู่พูดขึ้น“ใช่ ข้าเองก็จำได้ นั่นมันพวงเงินที่แม่หนูเจินจูแจกเมื่อวันเกิด” หัวหน้าหมู่บ้านหวังสำทับขึ้น ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างเคยได้รับพวงเงินโชคนี้ทุกคนล้วนเป็นพยายานให้เด็กน้อยว่าเขาไม่ได้ขโมยเงินของแม่เฒ่าเจียง“เหอะ เอาเข้าบ้านข้าก็ต้องเป็นของข้านั่นแหละ อาไป๋ เข้าบ้าน เหม่ยเหมย เสี่ยวเจี๋ยลากนังเด็กชิงเข้าบ้าน”“แม่เฒ่าเจียง รอเดี๋ยวก่อนเถอะ ข้าขอเจรจาเรื่องเด็กสองคนนี้สักประโยคหนึ่งได้หรือไม่” ซูเจินจูพูดยังไม่ทันจบ เฟยหลันก็เอาตัว

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   46

    การค้าของร้านหว่านลี่เซียงเต็มไปด้วยความราบลื่น ที่ควรขายได้ขาย ที่ควรสงบก็สงบ กว่าลูกค้าคนสุดท้ายจะออกจากร้านก็เป็นยามโหย่ว หลังจากปิดร้าน เหล่าคนงานที่หมดแรงมานั่งรวมกันอยู่ที่กลางร้าน ซูเจินจูลากเก้าอี้มานั่งก่อนจะขอบคุณทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการเปิดร้านวันแรกจนทุกอย่างผ่านไปด้วยดี วันนี้ถุงหอมขายได้หกร้อยหกใบ เป็นเงินหนึ่งหมื่นสองพันหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง การขายได้จำนวนมากตั้งแต่วันแรกนับเป็นเรื่องดีแต่ซูเจินจูกังวลว่าหากขายดีเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆคงไม่สามารถผลิตมาขายได้ทันสี่เสวี่ยรับหน้าที่สอนเยว่ชิงวาดลายผ้าและผสมสีผ้าไหมหอมหมื่นลี้ เมื่อเชี่ยวชาญแล้วเยว่ชิงจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลผ้าไหมหอมหมื่นลี้พวกนี้แทนสี่เสวี่ย อีกทั้งสี่เสวี่ยยังต้องคุมคนงานเย็บปัก และติดป้ายรับสมัครหญิงสาวที่เชี่ยวชาญงานเย็บปักมาปักถุงหอมหมื่นลี้ที่ร้านหว่านลี่เซี่ยงด้วยเฟยหรงและเฟยเมี่ยวที่เพิ่งได้ข่าวพรรคพวกอีกหนึ่งคนด้วยเห็นว่าพรรคพวกที่เจอนั้นถูกซื้อตัวไปด้วยชายชราที่อยู่กับหลานชายหนึ่งคนบนกระท่อมบนเขา นางไม่ได้ลำบากหรือโดนทำร้ายจึงพักการติดต่อแล้วหันมาช่วยซูเจินจูดูแลร้านหว่านลี่เซียงไปก่อน“เอาล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status