เข้าสู่ระบบ“พิม! เดินระวังหน่อยสิ รถเข็นจะชนคนอื่น” แพทริเซีย สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษพยุงรถเข็นไม่ให้เอียงไปชนนักเดินทางคนอื่น ในโถงกลางท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ประเทศอังกฤษ
“โทษที มองหาห้องน้ำเพลินไปหน่อย”
เจ้าของชื่อดึงตัวเองจากอดีตกลับสู่ปัจจุบัน ปรับสีหน้าแววตาจากเศร้าหมองกลับมาเป็นปกติ ดึงรถเข็นกระเป๋ากลับมาอยู่ในการควบคุมของตัวเองตามเดิม จะเข็นต่อไปทางเคาน์เตอร์เช็กอิน แต่แพทริเซียดึงแขนไว้เหล่ตามองไปอีกทาง
“มองหาห้องน้ำหรือมองผู้ชายกันแน่ ร้ายไม่เบานะคุณเพื่อน”
สาวลูกครึ่งกลอกสายตาขี้เล่นไปทางชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงสมส่วน ที่ยืนคุยโทรศัพท์หน้าตาเคร่งเครียดทางสองนาฬิกา ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรถึงนิ่วหน้าใส่อารมณ์กับคู่สนทนา ผู้ชายจริงจังสายดุแบบนี้ ถูกใจ ใช่เลย แต่สักพักรถแห้วแหกโค้งคว่ำลงตรงหน้าให้เลือกหยิบรับประทานได้ตามสบาย เพราะเมียเขาเข้ามาคล้องแขนแสดงความเป็นเจ้าของ
ความสุขของคนแอบมอง ทำไมต้องจบลงด้วยคำว่าเขามีเมียแล้วทุกทีเลยนะ แพทริเซียถอนหายใจตบมือลงบนบ่าเพื่อน
“สวยๆ อย่างเราต้องมีศักดิ์ศรี อย่าแอบมองผัวคนอื่น”
“เพื่อนสวย ผู้ชายต้องมองสิจ๊ะจะไปมองเขาทำไม รีบไปเถอะ ปวดจริง อีกนิดเดียวก็เล็ดออกมาเปื้อนกางเกงแล้วเนี่ย”
“หูรูดไม่ดีหรือเปล่า กลั้นไว้ก่อนห้องน้ำอยู่ไกล”
“อืม”
แล้วพิยดาก็เหม่ออีกครั้ง รักครั้งแรกของหล่อนเป็นรักที่ไม่อาจบอกให้ใครรู้ แต่แม้เจ็บปวดเจียนตายก็เป็นความเจ็บปวดที่งดงาม
พิยดาเติบโตในบ้านคนรับใช้ ลืมตามาเจอแม่พิการทางสมอง หูหนวก เป็นใบ้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แม่มีหล่อนโดยไม่ตั้งใจ ซาบซึ้งบุญคุณเจ้าของบ้านที่เมตตาให้งานให้ที่อาศัยแก่แม่ลูกไม่มีที่ไป ยี่สิบปีก่อนพิยดาเด็กเกินกว่าจะตั้งคำถาม จำความได้แม่ก็สอนให้ทำงานรับใช้คุณไกรสรกับลูกๆ ของท่าน ถูกกลั่นแกล้งใช้ความรุนแรงก็ไม่เคยมีความคิดที่จะถามสักครั้งว่าทำไมถึงทำกับตัวเองแบบนี้ เติบโตถึงรู้ว่าไม่ใช่เรื่องปกติที่เด็กทุกคนเจอ
ในอดีตคุณเขมราชบิดาศรันย์กับคุณไกรสรบิดาราเมศวร์สนิทสนมกันมาก พวกท่านทำธุรกิจด้วยกัน คบหากันเป็นเพื่อนตาย ไปมาหาสู่กันบ่อยส่งผลให้ลูกๆ จากสองบ้านสนิทกันไปด้วย ศรันย์ ศิรินทร์ ราเมศวร์ ดุจเดือน พวกเขาทั้งสี่คนเติบโตมาด้วยกันไปไหนไปกันโดยมีเด็กรับใช้อย่างพิยดาห้อยเป็นติ่ง ติดตามไปทุกที่เพื่อรองมือรองเท้า
เด็กวัยเท่านี้จำนวนมากมีโอกาสใช้ชีวิตตามวัย ได้เที่ยว ได้กินขนมอร่อยๆ แต่พิยดากลับไม่มีช่วงเวลาเหล่านั้น พูดอะไรไม่ได้ ขัดใจใครไม่ได้ ก้มหน้าก้มตาแบกรับทุกอย่างไว้ด้วยตัวคนเดียว มันอ้างว้าง และเจ็บปวดจนคาดไม่ถึงว่าจะมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้
ราเมศวร์เลียนแบบนิสัยชอบความรุนแรงมาจากพ่อแม่ที่มักจะมีปากเสียงตบตีกัน เนื่องจากแต่งงานโดยไม่ได้รัก หลังจากแม่เสียชีวิตคุณไกรสรก็รับภรรยาน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านพร้อมกับดุจเดือนลูกนอกสมรส ราเมศวร์ไม่สามารถลงไม้ลงมือกับดุจเดือนตามคำสั่งพ่อ เวลาโกรธก็มักจะมาลงกับเด็กรับใช้ที่ไม่กล้ามีปากเสียง
นับวันความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เขาตบหัวจิกเส้นผมเด็กผู้หญิงตัวเล็กบอกต่อว่าหยอกเล่น ไม่มีใครในบ้านต่อว่าหรือตักเตือนเขา ได้ยินแค่เสียงหัวเราะจากลูกๆ เจ้านาย ยกเว้นศรันย์แค่คนเดียว เขาไม่เห็นด้วยเรื่องที่ราเมศวร์ลงมือกับเด็กผู้หญิง ต่อให้จะลงท้ายว่าล้อเล่นก็ไม่สมควรทำ
เขาไม่เคยรู้ว่าประโยคที่กล่าว สายตา รวมถึงน้ำเสียง มีค่ามาถึงทุกวันนี้ ไม่มีใครเลยสักคนที่ปกป้องหล่อน แม้แต่แม่แท้ๆ ก็ไม่เคยรู้ว่าลูกเจออะไรบ้างในแต่ละวัน เติบโตมามีร่างกายสมบูรณ์ไม่มีส่วนไหนพิการ แต่ตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านนั้น พิยดาไม่ต่างไปจากคนพิการ พูดไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นหุ่นยนต์ให้เจ้าของบ้านกระทำ
เข้าเรียนชั้น ม.4 สัปดาห์แรก หลังทุกคนเข้านอนพิยดาแอบออกมาร้องไห้ใต้ต้นไม้ข้างกำแพงหลังบ้าน ไม่อยากให้ถึงพรุ่งนี้ ไม่ชอบโรงเรียน ไม่ชอบเพื่อน อยากอยู่บ้าน น้ำมูกน้ำตาเขรอะเต็มหน้า
“ได้ยินเสียงเหมียวๆ นึกว่าแมว ที่แท้ก็เด็กแอบมาร้องไห้”
หมุนต้นคอรอบทิศไปพบศรันย์ยืดช่วงบนจากหน้าอกข้ามกำแพงมา เด็กสาวปัดเศษดินออกจากชุดนอนกระโปรงเดินไปหาเขา
“มาหาพี่เมศเหรอคะ”
“ใช่ เมศอยู่หรือเปล่า”
เขาตอบตรงคำถาม ทว่าแววตากลับซุกซน นึกขำว่าถ้ามาหาราเมศวร์ก็เข้าทางหน้าบ้านแล้วสิ
“ยายไม่รู้ว่าพี่รันจะมา ให้พิมปิดไฟบ้านใหญ่แล้วค่ะ”
“ปิดไฟหมดแล้วเหรอ อย่างนี้พี่ก็เข้าไปหาเมศไม่ได้สิ”
“พิมไปเปิดให้ค่ะ”
เด็กสาวเลิกเขย่งปลายเท้ายืดตัวทำท่าจะหมุนตัวกลับเข้าบ้าน ถูกเขาเอื้อมมือข้ามกำแพงมาเหนี่ยวไหล่
“ไม่เป็นไร ป่านนี้มันนอนแล้วมั้ง ไว้มาใหม่พรุ่งนี้”
เขาดึงมือกลับมาตบลงบนสันกำแพง แต่ในขณะที่กำลังใช้ความคิดว่าจะชวนคุยเรื่องอะไรดี ไฟดวงหนึ่งในบ้านคนรับใช้ก็เปิดขึ้น หญิงชราออกมาก้มๆ เงยๆ หน้าบ้านเรียกหาเด็กสาว
“ยายมา!”
ศรันย์ตกใจเกือบลื่นตกจากเก้าอี้เล็กที่ใช้เป็นฐานรอง ไม่ใช่ว่าตัวสูงเหนือกำแพงอย่างที่พิยดาเข้าใจ ลนลานกลัวถูกจับได้
“พรุ่งนี้ค่อยคุย พี่จะมาหาพิมที่ต้นไม้ตอนสี่ทุ่ม”
“มาหาพิมทำไมเหรอคะ”
“รอบอกพรุ่งนี้ พี่กลับก่อนนะ”
ถึงจะไม่เข้าใจ แต่คืนต่อมาพิยดาย่องออกจากบ้านมารอที่เดิม
เขามาตามที่เคยบอกไว้ จากนั้นก็เขานัดในวันต่อๆ ไปไม่ว่างเว้น เขาทำให้เด็กที่เกลียดการไปโรงเรียน อยากตื่นมาไปโรงเรียนทุกวัน เร่งเวลาให้หมดเร็วๆ เพื่อจะได้เจอเขาก่อนนอน
ความสัมพันธ์เล็กๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรักความผูกพัน เขาอยู่เคียงข้างในวันที่มีความสุขและมีความทุกข์ หล่อหลอมพิยดาให้หลุดออกจากกับดักคนรับใช้ ที่หล่อนตั้งใจเรียนหนังสือและถีบตัวเองมาเรียนเมืองนอกส่วนหนึ่งก็เพราะเขา ไม่ใช่เขาในปัจจุบัน แต่เป็นเขาในอดีตที่อยากให้หล่อนมีชีวิตที่ดีขึ้น เรียนจบสูง มีงานทำ พาแม่ไปอยู่ข้างนอกไม่ต้องเป็นคนใช้ตลอดชีวิต
คิดตามขยับปลายนิ้วนับจำนวนไปด้วย ข้างขวาไม่พอย้ายมาข้างซ้าย สักพักปลายเท้าก็กระดิก ถ้าพูดได้ก็คงร้องบอกพ่อๆ ใช้นิ้วพวกหนูนับด้วยก็ได้นะ โอเค ยอมรับก็ได้ว่าเขาปากหมานิสัยเสีย แต่ก็แค่กับผู้หญิงที่ผู้ใหญ่บังคับจับคู่ให้ กับผู้หญิงคนอื่นเขาสุภาพบุรุษจะตาย“บอกแล้วว่าเกินสิบ ผิดจากที่สกาวพูดเมื่อไหร่”“จุ้น” ศรันย์จ้องหน้ายิ้มๆ ของแม่บ้าน อึดใจเดียวก็สะบัดคอเมินหน้าหนีไปทางอื่น เกลียดชะมัดคนรู้มาก รู้ทัน รู้ไปหมดสกาวใจกลั้นหัวเราะท้องแข็ง ร้องถามเจ้านายหนุ่มสุดหล่อที่เตรียมจะหนีเข้าบ้าน “สกาวยกกระเป๋าไปไว้บนห้องให้นะคะ”“ไม่ต้อง มันหนัก วางไว้หน้าบันไดก็พอฉันยกขึ้นไปเอง”“เป็นห่วงสกาวด้วย คิดอะไรหรือเปล่า”“เพ้อเจ้อ”ศรันย์ไม่ได้ใช้นามสกุล ชาน ของคุณปู่ แต่ใช้ อรัญรัตนา ของคุณย่า ท่านพบรักกันขณะที่คุณปู่ในวัยหนุ่มมาขยายธุรกิจในประเทศไทย คุณย่าทำงานเป็นล่ามและเลขานุการ อยู่ด้วยกันจนท่านตั้งท้องคุณพ่อศรันย์ เรื่องไปถึงหูผู้ใหญ่ที่ฮ่องกงทางนั้นกีดกันขั
รถแท็กซี่จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขับผ่านการจราจรแออัด จอดเทียบกำแพงหลังบ้านไม้เก่านานร่วมครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าจะเคลื่อนไปข้างหน้า เจ้าของรถออกอาการเบื่อหันมาโวยวาย“ไปหรือยัง ที่บอกจะจ่ายเพิ่มน่ะเท่าไหร่ คุ้มค่าเสียเวลาข้าไหม” ผู้ว่าจ้างแสดงอารมณ์ไม่พอใจ แต่ไม่ได้ตอบโต้ เขาดึงแขนเสื้อขึ้นดูเวลาคำนวณค่าเสียโอกาสในการวิ่งรถรับผู้โดยสาร“ทิปเยอะนะเนี่ย เหมาไหม ข้าจะนอนเงียบๆ ไม่บ่นให้เอ็งรำคาญ” ผิวปากเป็นทำนองเพลง นับเงินมีความสุข“ไม่ครับ ผมพอแล้ว ช่วยไปส่งผมตามที่อยู่ที่เคยบอก”“แต่ดูเหมือนเอ็งจะยังไม่อยากกลับเลยนะ อยู่ต่อชั่วโมงเดียว สองชั่วโมงก็ได้ ข้าคิดเพิ่มไม่แพงหรอก จะเอนเบาะนอนรอเงียบๆ”“ถ้าไม่ออกรถก็คืนเงินส่วนหนึ่งให้ผม ผมเรียกรถคันอื่นได้”“ไปก็ได้ ยังหนุ่มยังแน่น ขี้น้อยใจเป็นบ้าเลยนะหนุ่มนะ”หน้าหล่อเข้มจัด เบือนจากคนขับรถวัยกลางคนกลับไปทางหน้าต่างบานเดิม ขอให้ไฟในห้องนอนส่องสว่างเพื่อจะได้มั่นใจอะไรบางอย่าง เขาเหนื่อยที่ต้องพลัดพรากจากคนรัก อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงหล่อนกลับมา สัญชาตญาณบางอย่างเตือนว่าหากช้ากว่านี้อาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาคบกัน บ้านอัศวเมฆินทร์ถูกยึด หากห
“สัญญานะพิม ถ้าเคลียร์ปัญหาได้ แกจะกลับมาเรียนต่อให้จบ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ฉันจะขอแม่เป็นสปอนเซอร์ให้”“อย่าเลย แค่นี้ฉันก็รบกวนแกกับแม่มากพอแล้ว คนอย่างฉันได้มาเรียนต่อต่างประเทศ ถึงจะเรียนไม่จบก็คุ้มค่าที่ได้เกิดมา”“โอ๋... ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้ แกเป็นคนเก่ง มีความสามารถ ไม่ว่าใครจะพูดถึงแกหรือดูถูกแกยังไง แต่ฉันเชื่อในตัวแก และอยากให้เพื่อนของฉันมีอนาคตที่ดีกว่านี้”“ขอบใจมากนะที่เชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันจะไม่ทิ้งอนาคตตัวเอง จะทำงานหาเงิน มุ่งมั่นสร้างตัวหักหน้าพวกคนที่เคยดูถูกฉัน”“แกทำได้อยู่แล้ว เพื่อนฉันทั้งสวยทั้งเก่ง สู้เขานะ”“สู้ตาย!” ตอบกลับหน้าตามุ่งมั่น “ลากันไปลากันมามีหวังฉันตกเครื่องเพราะแกนี่แหละ ฝากขอบคุณพี่ไรอันด้วยนะที่ขับรถมาส่ง เรียนจบแล้วชวนพี่เขาไปเที่ยวเมืองไทยด้วยล่ะ”“ต้องชวนไปอยู่แล้ว รักนะ ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย”“ได้เลย ฉันไปแล้วนะ”โบกมือลากันอยู่นาน กว่าจะหันหลังให้เพื่อนตามผู้โดยสารท่านอื่นเข้าไปด้านใน ผ่านด่านตรวจเอกสารมาถึงโถงทางเดินขนานข้างด้วยร้านค้าปลอดภาษี ห้ามใจไม่ไหวแวะชมลิปสติกคอลเล็กชันใหม่ เล็งไว้ว่าจะซื้อเป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง เหลือเวลาห
พิยดามีเขาอยู่เคียงข้างมานาน ยกให้เขาเป็นโลกทั้งใบ ยอมหมดทุกอย่างรั้งเขาให้อยู่ข้างกาย แต่เขาก็สอนบทเรียนบทใหม่ให้หล่อนเรียนรู้ว่าไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป ดังเช่นเขาที่ได้สมใจอยากก็ตัดขาดการติดต่อเหมือนไม่เคยรักกัน ช่วงนั้นแย่เอาการ แต่ก็มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น คุณไกรสรกลัวหล่อนใจแตกหนีออกจากบ้านรอบสอง ให้อิสระในการใช้ชีวิต ย้ายโรงเรียนไปเจอเพื่อนใหม่ที่ใจดีและคบหากันมาถึงปัจจุบันเรียนจบระดับมัธยมก็เข้ามหาวิทยาลัยไกลบ้าน เพื่อจะได้มีข้ออ้างในการพักหอ ไม่ต้องกลับมาอยู่ใกล้มือใกล้เท้าราเมศวร์ วุฒิการศึกษาแค่นั้นไม่พอให้หล่อนหลุดออกจากกะลาแคบที่คนบ้านอัศวเมฆินทร์นำมาครอบศีรษะ ทะเยอทะยานเก็บหอมรอมริบหาทุนไปเรียนต่อต่างประเทศตามฝัน หลังจากหลุดพ้นคนในบ้านอัศวเมฆินทร์และได้พบเจอโลกใหม่ๆ ก็ทำให้พิยดาเข้าใจ ทำไมศรันย์ถึงทิ้งหล่อนและเลือกเดินทางไปศึกษาต่อ อนาคตข้างหน้าสดใสมากกว่าจมปลักอยู่กับผู้หญิงที่ไม่คู่ควร ผู้ชายระดับเขาคู่ควรกับผู้หญิงดีๆ ฐานะเท่าเทียมกัน คนที่สามารถควงแขนออกงานสังคมโดยไม่อายสายตาใคร และคนนั้นไม่มีทางเป็นหล่อน ดังนั้นพิยดาจึงไม่คาดหวังให้เขากลับมา หากบังเอิญเจอกันก็พร้อมจะแย
“พิม! เดินระวังหน่อยสิ รถเข็นจะชนคนอื่น” แพทริเซีย สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษพยุงรถเข็นไม่ให้เอียงไปชนนักเดินทางคนอื่น ในโถงกลางท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ประเทศอังกฤษ“โทษที มองหาห้องน้ำเพลินไปหน่อย”เจ้าของชื่อดึงตัวเองจากอดีตกลับสู่ปัจจุบัน ปรับสีหน้าแววตาจากเศร้าหมองกลับมาเป็นปกติ ดึงรถเข็นกระเป๋ากลับมาอยู่ในการควบคุมของตัวเองตามเดิม จะเข็นต่อไปทางเคาน์เตอร์เช็กอิน แต่แพทริเซียดึงแขนไว้เหล่ตามองไปอีกทาง“มองหาห้องน้ำหรือมองผู้ชายกันแน่ ร้ายไม่เบานะคุณเพื่อน”สาวลูกครึ่งกลอกสายตาขี้เล่นไปทางชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงสมส่วน ที่ยืนคุยโทรศัพท์หน้าตาเคร่งเครียดทางสองนาฬิกา ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรถึงนิ่วหน้าใส่อารมณ์กับคู่สนทนา ผู้ชายจริงจังสายดุแบบนี้ ถูกใจ ใช่เลย แต่สักพักรถแห้วแหกโค้งคว่ำลงตรงหน้าให้เลือกหยิบรับประทานได้ตามสบาย เพราะเมียเขาเข้ามาคล้องแขนแสดงความเป็นเจ้าของความสุขของคนแอบมอง ทำไมต้องจบลงด้วยคำว่าเขามีเมียแล้วทุกทีเลยนะ แพทริเซียถอนหายใจตบมือลงบนบ่าเพื่อน“สวยๆ อย่างเราต้องมีศักดิ์ศรี อย่าแอบมองผัวคนอื่น”“เพื่อนสวย ผู้ชายต้องมองสิจ๊ะจะไปมองเขาทำไม รีบไปเถอะ ปวดจริง อีกนิดเด
“นี่สินะ เขาถึงเรียกว่าคนรู้ใจ โทรมาตอนกำลังเครียดพอดี แต่ไม่น่านัดมาไกล นัดแถวบ้านก็ไม่น่าจะมีใครผ่านมาเห็นเรา”ศรันย์ อรัญรัตนา ทายาทคนโตของอาณาจักรแกรนด์อรัญ มาในมาดนักธุรกิจหนุ่มสวมสูทผูกไท ทิ้งตัวลงบนผืนหญ้าสวนสาธารณะข้างสาวนักเรียนมัธยมปลายที่ลักลอบคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่ง พวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากครอบครัวเขาสนิทกับครอบครัวคุณไกรสร ไปมาหาสู่กันบ่อย การที่ได้เจอหน้ากันทุกวันทำให้เขากับหล่อนชอบพอกัน“เป็นอะไรทำไมเงียบ” ถามต่อ เอียงหน้าเข้าไปชิดแก้มสาวน้อยของเขาอยากให้คบหากันโดยบริสุทธิ์ใจไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง สะดุ้งเล็กน้อยเผลอเงยหน้าขึ้นมามอง ทำให้ชายหนุ่มผู้มีแววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อเห็นรอยแผลบนหน้า เขาจับกรอบใบหน้างดงามทะนุถนอม สบสายตาคู่หวานซึ้งที่มีหยดน้ำไหลริน“หน้าไปโดนอะไรมา ถูกเพื่อนรุมแกล้งอีกแล้วเหรอ”หล่อนหลบสายตา ไม่ยอมตอบคำถาม“ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ ตายขึ้นมาจะว่ายังไง ดูแขนสิ มีแต่รอยเล็บ เสื้อผ้าก็ฉีกขาด” ห่วงใยถอดสูทตัวนอกมาวางบนหัวไหล่“ไม่เป็นไรค่ะ พิมไม่ได้เจ็บมากอีกหน่อยแผลก็หาย”“ไม่เป็นไรได้ยังไง ลงไม้ลงมือรุนแรงครั้งที่สองแล้ว







