LOGINพิยดามีเขาอยู่เคียงข้างมานาน ยกให้เขาเป็นโลกทั้งใบ ยอมหมดทุกอย่างรั้งเขาให้อยู่ข้างกาย แต่เขาก็สอนบทเรียนบทใหม่ให้หล่อนเรียนรู้ว่าไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป ดังเช่นเขาที่ได้สมใจอยากก็ตัดขาดการติดต่อเหมือนไม่เคยรักกัน ช่วงนั้นแย่เอาการ แต่ก็มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น คุณไกรสรกลัวหล่อนใจแตกหนีออกจากบ้านรอบสอง ให้อิสระในการใช้ชีวิต ย้ายโรงเรียนไปเจอเพื่อนใหม่ที่ใจดีและคบหากันมาถึงปัจจุบัน
เรียนจบระดับมัธยมก็เข้ามหาวิทยาลัยไกลบ้าน เพื่อจะได้มีข้ออ้างในการพักหอ ไม่ต้องกลับมาอยู่ใกล้มือใกล้เท้าราเมศวร์ วุฒิการศึกษาแค่นั้นไม่พอให้หล่อนหลุดออกจากกะลาแคบที่คนบ้านอัศวเมฆินทร์นำมาครอบศีรษะ ทะเยอทะยานเก็บหอมรอมริบหาทุนไปเรียนต่อต่างประเทศตามฝัน หลังจากหลุดพ้นคนในบ้านอัศวเมฆินทร์และได้พบเจอโลกใหม่ๆ ก็ทำให้พิยดาเข้าใจ ทำไมศรันย์ถึงทิ้งหล่อนและเลือกเดินทางไปศึกษาต่อ อนาคตข้างหน้าสดใสมากกว่าจมปลักอยู่กับผู้หญิงที่ไม่คู่ควร ผู้ชายระดับเขาคู่ควรกับผู้หญิงดีๆ ฐานะเท่าเทียมกัน คนที่สามารถควงแขนออกงานสังคมโดยไม่อายสายตาใคร และคนนั้นไม่มีทางเป็นหล่อน ดังนั้นพิยดาจึงไม่คาดหวังให้เขากลับมา หากบังเอิญเจอกันก็พร้อมจะแยกตัวไปอีกทาง เพื่อไม่ให้มีคนนอกระแคะระคายความสัมพันธ์ หวังดีกับเขา ไม่อยากให้เขาอับอายเรื่องผิดพลาดในอดีต ไม่ผิดจากนั้น หล่อนคือความผิดพลาด ไม่ใช่ความรัก
ศรันย์ในวันนี้ไม่ใช่ศรันย์คนที่หล่อนเคยรู้จัก เขาสมาร์ท ภูมิฐาน แวดล้อมไปด้วยผู้คนฐานะและสังคมทัดเทียมกัน ก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด ต่างจากพิยดายังจมอยู่ที่เดิมราวกับอยู่คนละขอบฟ้า เลิกกันหลายปี ไม่มีวันไหนไม่รัก ไม่คิดถึง วันหนึ่งช่วงเดือนแรกที่ย้ายมาเรียนปริญญาโทมีเหตุการณ์ที่ทำให้แทบหยุดหายใจ เมื่อบังเอิญพบเขาในร้านกาแฟระหว่างทางเดินไปป้ายรถเมล์ เขาคุยโทรศัพท์หน้าตาเคร่งเครียดตามสไตล์ ตัวหล่อนเย็นเฉียบ มือชา ขาชา เผลอยืนรอเขาที่หน้าร้านเป็นเวลานาน ความคิดเข้าข้างตัวเองเกิดขึ้นอัตโนมัติว่าเขามาหาตามที่เคยให้สัญญา แต่รอแล้วรอเล่าเขาไม่เคยหันกลับมามอง
เพิ่งมารู้ว่าเขาลงทุนทำโรงเรียนสอนภาษาตามหัวเมืองใหญ่ในอังกฤษ แค่พักแถวนั้นทุกครั้งที่มาทำงาน หล่อนถึงได้เข้าใจและเลิกหวังลมๆ แล้งๆ จากนั้นเวลาเดินผ่านหักห้ามใจไม่มองเข้าไปข้างใน ไม่ว่าเขาจะอยู่หรือไม่ก็ตาม ต่างคนต่างอยู่อาจจะไม่ลำบากใจเท่าบังเอิญสบตากัน เขาอาจจะไม่รู้สึก แต่หล่อนยังรู้สึก ยังรักเขาไม่น้อยไปกว่าวันแรกที่คบกัน และการที่วันนี้พบเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นก็ทำให้ตัดสินใจได้เด็ดขาด ว่าจะไม่รัก ไม่รอเขาอีกต่อไป คำพูดสุดท้ายที่เคยบอก จะกลับมาคบกันในวันที่พร้อมกว่านี้ ไม่เคยมีอยู่จริงมาตั้งแต่แรก เลิกกันแล้วก็เลิกกันเลย ต่างคนต่างแยกย้ายไปมีชีวิต ไปเติบโต ไม่มีทางกลับมาบรรจบกัน
“พิม ยายพิม! เป็นอะไร ทำไมเงียบ”
“เปล่า แค่คิดว่าจะมีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า”
“ฉันถึงได้ค้านหัวชนฝาไม่ให้แกกลับ อดทนอีกนิดเดียวก็เรียนจบ แกกลับไปจะมีประโยชน์อะไร คุณไกรสรถูกเขี่ยออกจากบริษัท การเงินล้มละลาย บ้านก็ถูกยึด แกจะกลับไปใช้หนี้แทนเขาหรือไง”
“บ้าเหรอ ฉันไม่ทำเรื่องใหญ่อย่างนั้น แค่เป็นห่วงแม่กับยาย บ้านถูกยึด เท่ากับว่าแม่ฉันก็ไม่มีที่อยู่ ฉันอยากกลับไปดูแลแม่”
“แน่ใจนะว่ากลับไปเพราะแม่ ไม่ใช่เพราะคนพวกนั้น”
สาวลูกครึ่งหรี่ดวงตากลมโตแคบลงจับผิด ว่าลึกๆ แล้วพิยดาห่วงใยคุณไกรสรกับทายาทของท่านที่มีปัญหาชีวิตหรือเปล่า
“แน่สิ แกจะมาจับผิดฉันทำไมเนี่ย ก็เห็นๆ อยู่ว่าฉันทั้งถูกตบถูกตี หนังตาหนังหัวจะหลุดไม่เว้นวัน จะไปห่วงพวกเขาทำไม”
รีแอคชั่นกำหมัดชกอากาศ แล้วหัวเราะให้เป็นเรื่องสนุก ทั้งที่มันไม่ตลกเลยกับการเติบโตมาในครอบครัวชอบใช้ความรุนแรง
“ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงพวกเขาหรือไง แกถึงไม่ยอมพาแม่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เป็นฉันนะไม่อยู่ให้พวกเขาจิกหัวใช้หรอก”
“ตอนเด็กย้ายออกไม่ได้เพราะไม่มีเงิน คิดว่ารอโต แต่พอโตขึ้นก็ติดกับดักหนี้บุญคุณ ฉันไม่สนคนอื่นหรอก คนที่ฉันสนคือแม่”
“บอกแม่ไปตรงๆ สิ ว่าถูกเขาทำอะไรบ้างถึงมีแกเกิดมา”
“ยายแพท! ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ชอบ”
พริบตาเดียวพิยดาเปลี่ยนมาอยู่ในโหมดจริงจัง แพทริเซียหน้าถอดสี ตบปากตัวเองที่แก้นิสัยพูดเร็วพูดตรงพูดไม่คิดไม่ได้
“ขอโทษ อย่าโกรธเลยนะเพื่อนสาวคนสวย มามะ จะหอมแก้มง้อ” ไม่ได้ล้อเล่น แต่หล่อนจับแก้มพิยดามาหอมจริง
โลกตะวันตกเปิดกว้างกับเพศที่สาม ไม่มีใครให้ความสนใจ แพทริเซียลวนลามหอมแก้มจนกระทั่งเพื่อนหัวเราะจึงยอมปล่อย
“พอได้แล้วยายบ้า ขนลุกจะแย่ ฉันไม่ใช่พี่ไรอันของแกนะ”
“คนนั้นฉันไม่หอมแก้มหรอกจ้ะ มีแต่จะอ๊อก”
ทำเสียงไอแค๊กๆ ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างติดอยู่ในลำคอ โตกันแล้ว ไม่ต้องอธิบายให้ยาวเหยียดก็เข้าใจความหมายสิบแปดบวก
“หมั่นไส้ กินบ่อยๆ ระวังเถอะจะติดคอตายสักวัน”
“ยอมจ้า ตายเป็นตาย เพื่อการนี้เพื่อนยอมพลีชีพ” หัวเราะมีจริตมารยาตามประสาคนสวย ซน และมั่นใจเต็มร้อย
“ทะลึ่งเกินแกไม่มีแล้ว เฮ้อ! ไปเช็กอินกันเดี๋ยวตกเครื่อง”
“ตกเครื่องก็ดีสิ จะได้ชวนไปกินไส้กรอกด้วยกัน” แพทริเซียเล่นไม่เลิก ส่งสายตาหวานสื่อความหมายโดยไม่จำเป็นต้องแปล
“กินคนเดียวเถอะย่ะ!” พิยดาจะจิ้มตา สาวลูกครึ่งหัวเราะลั่น
“รีบไปได้แล้ว อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ทันแผนการถ่วงเวลาของแกนะ”
“อ้าว รู้ด้วยเหรอ ไปๆ เคาน์เตอร์เช็กอินอยู่ทางนั้น”
ควงแขนให้กำลังใจ เข็นรถยกกระเป๋าไปทางเคาน์เตอร์สายการบินสัญชาติฮ่องกง หลังจากเช็กอินโหลดกระเป๋าสัมภาระลงใต้เครื่อง ตัวพิยดาก็เบาหวิวมีแค่กระเป๋าถือใส่ของมีค่า สองสาวจากพูดคุยหยอกล้อเรื่อยเปื่อยก็เริ่มต้นกอดและบอกลากันอย่างจริงจัง
“สัญญานะพิม ถ้าเคลียร์ปัญหาได้ แกจะกลับมาเรียนต่อให้จบ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ฉันจะขอแม่เป็นสปอนเซอร์ให้”
“อย่าเลย แค่นี้ฉันก็รบกวนแกกับแม่มากพอแล้ว คนอย่างฉันได้มาเรียนต่อต่างประเทศ ถึงจะเรียนไม่จบก็คุ้มค่าที่ได้เกิดมา”
“โอ๋... ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้ แกเป็นคนเก่ง มีความสามารถ ไม่ว่าใครจะพูดถึงแกหรือดูถูกแกยังไง แต่ฉันเชื่อในตัวแก และอยากให้เพื่อนของฉันมีอนาคตที่ดีกว่านี้”
น้ำเพชรดูแลเด็กสาวที่เห็นหน้าค่าตามาตั้งแต่เล็กๆ ดีไปตามมาตรฐาน บิดผ้าชุบน้ำลากเช็ดไปตามเรือนร่างงดงามล้างเอาคราบเหนียวเหนอะหนะออกไป รับชุดกระโปรงไซซ์ใกล้เคียงกันจากหญิงพิการที่เดินขาปัดไปหยิบมาให้มาสวมใส่ให้หญิงสาวอายุอ่อนกว่าถึงสิบปีนอนไม่ได้สติยังสวย สมแล้วที่ผู้ชายพวกนั้นจะกระหายในเรือนร่างนี้ แพทย์สาวคว่ำหลังมือดูการแจ้งเตือนผ่านแอปเปิลวอตช์ มีรายการโอนเงินเข้ามาหนึ่งแสนบาท แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ดูแลพิยดาเสร็จแล้วน้ำเพชรเข้ามาทำแผลให้น้าพัดชาซึ่งส่วนมากจะเป็นรอยฟกช้ำ ไม่ได้มีแผลสดเลือดตกยางออกหนักเท่าลูกสาวผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีประตูห้องถูกเคาะตามด้วยเสียงน่าสงสาร“พี่เพชร พี่เพชรครับ ขอผมเข้าไปได้ไหมครับ...”ทนรำคาญน้องชายไม่ไหว ผละออกจากน้าพัดชาไปปลดล็อกกลอนประตูให้น้องชายได้เข้ามา “พิมเป็นยังไงบ้าง ฟื้นหรือยัง”“ยังไม่ฟื้น” ไม่ถงไม่ถามสักคำพิยดาเจ็บมากไหม พี่สาวทำงานเหนื่อยหรือเปล่า มันเมินหล่อน พุ่งพรวดวิ่งเร็วเป็นลิงปีนขึ้นเตียงไปคว้ามือนิ่มของพิยดาขึ้นมาแนบข
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล







