LOGINท้องถนนแน่นขนัดไปด้วยเครื่องยนต์หลายชนิด ฝูงชนเดินขวักไขว่ริมสองข้างทาง ต่างคนต่างมุ่งตรงไปยังจุดหมายใช้ชีวิตเร่งรีบในเมืองหลวง ไม่ใช่ทุกคนจะได้หยุดพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ต้องมาทำงานตามปกติ เช่นเดียวกับศรันย์ ชายหนุ่มเพิ่งกลับจากประเทศอังกฤษกลางดึกที่ผ่านมา รุ่งเช้าต้องอาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมออกมาทำงาน เขาเคยชินกับชีวิตแบบนี้ ชีวิตที่ไม่มีวันหยุดไม่มีวันว่าง ตาคมเสมองออกกระจกด้านข้าง เพ่งพิศดวงหน้าทุกคนบนทางเท้าเผื่อจะเจอคนที่หัวใจปรารถนา
“เดือนหน้าคุณรันจะให้ผมเคลียร์ตารางงานช่วงไหนดีครับ”
“ยังไม่แน่ใจ ก่อนกลับไทย ฉันบังเอิญเจอพิมในสนามบิน”
ดวงตาสลดวูบ เจ็บปวดทุกครั้งเมื่อนึกถึงแววตาโศกเศร้า เขาอยากถนอมหัวใจของหล่อนให้มีแค่ความสุข แต่ช่วงหลายปีมานี้เป็นเขาที่ทำให้หล่อนมีทุกข์ ในกระจกสะท้อนวงหน้าเศร้าของชายวัยสามสิบสาม อายุประมาณนี้เพื่อนรุ่นเดียวกันแต่งงานมีลูกหลายคน แต่เขายังโสด รอคอยผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นรักแรกและรักเดียวมาจนถึงปัจจุบัน
“เธอเดินทางกลับไทยเหมือนกันเหรอครับ”
“ไม่รู้ เราบังเอิญเจอกันในดิวตี้ฟรีที่ลอนดอน แต่พอพิมเห็นฉันอยู่กับผู้หญิงคนอื่น วิ่งหนีฉันไปเลย ฉันวิ่งตาม แต่ก็พลัดหลงกันจนได้ พอลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ ฉันไปรอเจอพิมที่บ้าน ไม่มีแม้แต่เงาของเธอ”
“ผมเชื่อว่าปลายทางของเธอคือประเทศไทย แต่จะไฟล์ทไหนนั้นผมไม่ทราบ เธอเป็นเด็กกตัญญู เธอทิ้งแม่ทิ้งยายไม่ลงหรอก”
“ภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้น ฉันไม่อยากคลาดกับพิมอีกแล้ว”
รถยนต์เคลื่อนไปตามสัญญาณไฟจราจร ฝืนอ่านงานไม่ไหว ปรับเบาะเอนนอนพักสายตา ผิวพรรณบริเวณหน้าผากกับลำคอร้อนผิดปกติ สำทับด้วยการไอ เขาค้นหามาส์กมาสวม ครู่สั้นๆ พวกเขาเดินทางมาถึงสตูดิโอ ไลน์ผลิตภัณฑ์ในบริษัทอารานีแตกแขนงแยกออกเป็นหลายรายการ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาหารเสริม ทุกภาคส่วนมีหัวหน้างานดูแล และขึ้นตรงกับคุณนฤมล ช่วงหลังมีศรันย์เข้ามาแบ่งเบาภาระ เขาเป็นห่วงสุขภาพมารดา ท่านแก่แล้ว อยากให้พักผ่อนมากกว่าประสาทเสียกับการทำงานในวงการแฟชั่นซึ่งกระแสเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว ยังไม่รวมพนักงานบางคนที่ทำงานไม่ได้ดั่งใจ ทุกกระบวนการต้องผ่านการอนุมัติจากเขาโดยตรง ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องถ่ายใหม่ทั้งหมด เขาจู้จี้จุกจิกจนได้รับฉายามิสเตอร์เพอร์เฟกต์ต์ อย่างตอนนี้ช่างภาพก็มองทีมงานตาปริบ เมื่อได้รับคำสั่งให้เรียกนางแบบมาลบเครื่องสำอาง แต่งหน้า และถ่ายแบบใหม่
“ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ทางเราได้คิวนางแบบแค่ช่วงเช้า ให้ลบหน้าแต่งใหม่ถ่ายใหม่เกรงว่าอาจจะต้องรอถ่ายวันหลังค่ะ”
“คุณกำลังจะบอกให้ผมหลับหูหลับตาปล่อยงานชิ้นนี้ออกไปอย่างนั้นเหรอ! ไม่มีใครสะกิดบอกคุณว่าช่างแต่งหน้าแต่งให้นางแบบได้แย่มากเหรอ อายแชโดว์มากองอะไรอยู่ตรงนี้ มาสคาร่าก็จับกันเป็นก้อน ลิปสติกก็เกลี่ยไม่สวย ถ้ารูปพวกนี้หลุดออกไปกระแสตีกลับว่าแบรนด์เครื่องสำอางห่วย คุณจะว่ายังไง! ผมไม่สนใจว่าคุณจะขอคิวนางแบบได้หรือเปล่า แต่งานต้องเสร็จภายในวันนี้ ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็ลาออกไป!”
“ไม่ใช่แค่คิวนางแบบ แต่... ช่างแต่งหน้าก็ต้องหาใหม่”
“แล้วคุณหาไม่ได้เหรอครับ” ถามกลับจริงจังแค่คำเดียว ทุกสรรพเสียงในสตูดิโอเงียบงัน ราวกับว่าไม่มีมนุษย์ในห้องนี้
“ดะ... ได้ค่ะ ได้ ดิฉันจะจัดการทุกอย่างให้คุณรันพอใจ”
“ไม่ใช่แค่ผมพอใจ แต่คุณก็ต้องพอใจด้วย! ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย! ผมให้เวลาคุณแก้ปัญหาครึ่งชั่วโมง ผมกลับมาเมื่อไหร่ทีมงานทุกคนต้องพร้อมถ่ายแบบเซตใหม่!”
“ครึ่งชั่วโมงเหรอคะ เกรงว่า... จะไม่ทัน”
“งานมีปัญหาเหรอคะ ถึงได้หน้าตาเคร่งเครียดกันทุกคน” วีวี่ช้อนดวงตากลมโตขึ้นอ่อยลูกชายเจ้าของบริษัทที่หล่อเร้าใจ
“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าคุณวีวี่ดูรูปหรือยัง ผมจะเลื่อนให้ดู”
“ได้ค่ะ” นางแบบว่าง่าย ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มหน้าตาดีที่ชี้นิ้วบอกจุดบกพร่องของแต่ละรูป “คุณรันอยากให้วีวี่ลบหน้าถ่ายใหม่ใช่ไหม”
“ใช่ครับ คุณวีวี่พอจะเคลียร์เวลาให้ผมได้หรือเปล่า”
“น่าจะได้อยู่นะคะ วีวี่มีเดินแบบช่วงเย็น ใช่ไหมคะพี่จี้” มีลูกอ้อนอยู่ในน้ำเสียงและสายตา ให้ผู้จัดการที่ตัวเองรักมากเข้าใจความหมายว่าอยากได้คนนี้ จีจี้หนักใจแต่ก็ยอมหลับหูหลับตาเออออ “ถ้าพี่จี้โอเค วีวี่ก็โอเค ให้ทีมงานมาลบหน้าได้เลย”
“ขอบคุณคุณวีวี่กับคุณจีจี้มากนะครับ ที่ไม่ถือสาความเอาแต่ใจของผม ผมจะจ่ายค่าเสียเวลาให้กับพวกคุณเพิ่มอีกสองเท่า”
“ค่าเสียเวลาไม่ต้องหรอกค่ะ เราถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน นางแบบอย่างวีวี่ก็ต้องพึ่งพาอาศัยบริษัทแฟชั่น ให้งาน ให้โอกาส”
“ขอบคุณอีกครั้งครับ ทำงานในส่วนของคุณต่อได้”
“ไม่อยู่ดูวีวี่ถ่ายแบบเหรอคะ จะได้ช่วยติชม”
สาวสวยลืมตัวเดินตามนักธุรกิจหนุ่มหลายก้าว ก่อนที่ผู้จัดการจะตามมาคว้าท่อนแขน ส่งสายตาเล็กๆ มาให้ กิริยาตามผู้ชายเป็นเงาดูไม่น่ารักและไม่แพง
“ผมต้องไปดูทีมงานอีกชุดถ่ายแบบบนชั้นสองครับ แต่จะกลับมาดูคุณวีวี่ถ่ายแบบแน่นอน เร็วเข้าสิ อย่าชักช้า” ส่งสัญญาณให้พนักงานเข้ามาสานต่อ แยกออกมาพร้อมอรรถพล
“คุณรัน ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ” เร่งมือสาวราวบันได ความสูงเขากับศรันย์ใกล้เคียงกัน แต่อีกฝ่ายกำลังโกรธจึงเดินเร็วผิดปกติ
“พวกเราเป็นบริษัทแฟชั่นและความงามระดับเอเชีย แต่ทำงานออกมาได้ไร้มาตฐาน เกรดต่ำมากกว่าตลาดแผงลอย! ซีอีโอคนใหม่เข้ามาไม่ถูกไล่ออกยกทีมเหรอ หงุดหงิดชะมัดเลย”
สบถเสียงเข้ม หน้าเครียด ยกขาลัดบันไดสองขั้นเพื่อเร่งจังหวะให้ถึงชั้นสองเร็วๆ ความโกรธผสมรวมความรีบส่งผลเสียต่อสุขภาพ เขาหน้ามืดกะทันหันกระตุกมือจับราวบันได พยุงน้ำหนักตัวเองไม่ไหวทรุดล้มหัวเข่ากระแทกขั้นบันไดโครมใหญ่ อรรถพลตามมาจากด้านหลังเข้ามาพยุงพร้อมกับถามไถ่อาการ เขาอยากตอบกลับไปเหลือเกินว่าไม่เป็นไร แต่ไม่สามารถเปล่งถ้อยคำใดออกจากริมฝีปากได้เพราะสติได้เลือนดับไป
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”ประธานใหญ่แห่งบริษัทแกรนด์อรัญยกท่อนแขนขึ้นกีดกันภรรยาออกห่างจากลูกชาย จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาลุกโชนด้วยลูกไฟร้อนนานนับนาทีกว่าจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้า“ทบทวนตัวเอง!”“ผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็จะไป ใครก็ห้ามผมไม่ได้”“รันเสียสติไปแล้วเหรอ! จะพาตัวเองไปเสี่ยงทำไมในเมื่อคนของเราก็มีตั้งมาก! กลับขึ้นไปรอบนห้องทำงาน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ! พ่อจะส่งคนไปสืบแล้วช่วยสองคนนั้นออกมา ถ้าทั้งคู่ถูกพวกบ่อนจับตัวไปจริง มัวรออะไร เอ็ม ซี! พาเจ้านายของพวกเธอกลับขึ้นไปข้างบน!”“ผม-ไม่-ไป”ความดื้อรั้นของศรันย์บาดอกคนเป็นแม่ถึงขั้นที่คุณนฤมลกรีดร้องเสียงดัง“ไม่เชื่อพ่อแม่แล้วจะเชื่อใคร เด็กนั่นไม่ใช่ครอบครัวเราสักหน่อย! ฮึก... พวกเธอพาลูกชายฉันกลับขึ้นไปข้างบนสิ อย่าให้เขาออกไปจากที่นี่ ฮึก... ฉันสั่ง พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ! เอ็ม! ซี! ฮือ... ถ้าพวกเธอไม่ทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะไล่พวกเธอออก รันก็ด้วย! แม่จะปลดรันออกจากบริษัท ให้รู้กันไป ว่าเป็นลูก แต่ไม่เช







