INICIAR SESIÓN“หลายเดือนมานี้ คุณท่านป่วยหนักเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยมาก เข้ามาแต่ละครั้งหมอให้นอนดูอาการไม่ต่ำกว่าสี่คืนห้าคืน ดีหน่อยที่ค่ารักษาเบิกกับประกันได้ แต่ค่าเดินทางนี่สิ ไปกลับหมดวันละหลายร้อย ป้าถึงได้ไม่พอใจ ไม่อยากให้ลุงดูแลท่าน เร่งทุกวันทุกคืนอยากให้พวกเรากลับบ้าน ที่ทะเลาะกัน ก็ทะเลาะเรื่องป้าเรียกรถมาขนของโดยไม่บอกลุง”
“คุณเดือนไม่ได้ส่งเงินค่าจ้างมาให้ลุงกับป้าเหรอคะ”
ร่างกายบอบบางสั่นเทิ้มบนเก้าอี้แถวยาวในโรงพยาบาลเอกชน ที่คุณไกรสรเข้ารับการรักษาประจำ เนื่องจากท่านป่วยเป็นโรคหัวใจมานาน
อาจารย์หมอบารมี แพทย์เฉพาะทางที่ทำการรักษาท่านมานานกว่าสิบปีเข้ามารับช่วงดูแลด้วยตัวเอง พิยดานั่งรอผลการรักษากับลุงสมศักดิ์ สองคนช่วยกันอุ้มชายพิการขึ้นแท็กซี่มาโรงพยาบาล ทุลักทุเลจนน่าอนาถใจ หากไม่มีมือหยาบกร้านของลุงคอยลูบไหล่ปลอบโยนพิยดาอาจเป็นลมไปแล้ว
“คุณเดือนไม่ได้ส่งเงินค่าจ้างมาให้ลุงกับป้าหลายเดือนแล้ว ยกเว้นเดือนไหนมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคุณท่านที่จ่ายไม่ไหว ลุงถึงจะบากหน้าโทรหาเธอ”
“ลุงน่าจะบอกคุณเดือนให้เธอรู้ ถ้าไม่มีลุงกับป้าคอยดูใกล้ชิด คนพิการอยู่บ้านคนเดียวจะเป็นตายร้ายดียังไง”
“ลุงไม่กล้า กลัวบอกไปได้รับคำตอบอีกอย่าง ป้าอาจจะโกรธพาลพาลุงกับยายย้ายออกเร็วขึ้น ลุงอยากรอให้ใครสักคนกลับมาก่อน แต่จนป่านนี้ ไม่มีกลับมาสักคน พวกเขาไม่เป็นห่วงพ่อตัวเองบ้างหรือไง”
“ห่วงสิคะ เพราะห่วงมาก ...ถึงรีบกลับมา” หญิงสาวร่ำไห้ กัดปากตัวเองจนช้ำเลือดเพื่อข่มกลั้นความเจ็บปวด
“ฮึก... ลุงไม่ต้องเป็นห่วงท่านอีกแล้วนะคะ พิมจะหาบ้านเช่าสักหลังแล้วรับท่านไปอยู่ด้วยกัน พิมเป็นต้นเหตุทำให้ท่านเดินไม่ได้ ดังนั้นก็ควรเป็นพิมที่ต้องชดใช้ความผิด”
“ไม่ใช่เพราะเห็นแก่ความเป็นพ่อเหรอ”
คำพูดสั้นๆ ชอร์ตเข้าถึงหัวใจคนฟัง หลานสาวนอกสายเลือดช้อนสายตาชุ่มน้ำขึ้นมาแต่พริบตาเดียวหล่อนก้มลงมองพื้นตามเดิม
“ไม่เป็นไร ลุงรู้นานแล้ว”
พิยดายกมือปิดหน้าซ่อนรอยน้ำตา นั่งหมดอาลัยตายอยากรอนานหนึ่งชั่วโมงกว่าอาจารย์หมอบารมีจะออกมาแจ้งข่าวการรักษา รอยยิ้มหวานละมุนจุดขึ้นมาบนใบหน้างาม
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ขอบคุณมาก ฮึก... ที่รักษาท่าน”
“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว ไม่ทราบว่าทายาทของคุณไกรสรมาด้วยหรือเปล่าครับ หมอมีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย”
“ไม่ครับ ลูกทั้งสองคนของท่านไม่ได้มาด้วย”
“ญาติร่วมสายเลือดล่ะครับ” คำตอบจากชายตรงหน้ายังคงเหมือนเดิม นายแพทย์บารมีกวาดสายตามองคนงานในบ้านก่อนเลื่อนสายตามาหยุดที่หญิงสาว คุ้นเคยว่าหญิงสาวผู้นี้ใช้นามสกุลเดียวกับคุณไกรสร
“ขอทราบความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนไข้ได้ไหมครับ”
“ดิฉันเป็นลูกบุญธรรมที่ท่านอุปการะรับเลี้ยงค่ะ”
“คุณก็ได้ครับ หมอขอเวลาคุยส่วนตัวไม่นาน เชิญด้านนี้” ผายมือเชิญหญิงสาวกิริยานุ่มนวล เร่งรีบเดินนำไปยังห้องพักแพทย์
“อาการของท่านค่อนข้างวิกฤต และน่าห่วงมากๆ ท่านจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่หัวใจจะล้มเหลวอีกครั้ง ญาติจำเป็นต้องพิจารณาการเปลี่ยนมาใช้หัวใจเทียม เครื่องนี้ทำหน้าที่เหมือนหัวใจแท้ ส่งเลือดเข้าไปเลี้ยงอวัยวะในร่างกาย หลังการรักษาประสบความสำเร็จท่านจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ หมอเคยแนะนำวิธีนี้กับท่านและลูกสาวท่านเมื่อนานมาก แต่ไม่มีใครตอบรับการรักษาจนอาการท่านทรุดหนักมากขึ้น ถ้าหากญาติปฏิเสธไม่รักษา หมอเกรงว่าท่านจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน”
“สุขภาพท่านจะรับการผ่าตัดใหญ่ได้เหรอคะคุณหมอ”
“ถ้าญาติเลือกทำการรักษาวิธีนี้ จะมีทีมแพทย์ดูแลท่านใกล้ชิดและประเมินอาการจนกว่าร่างกายจะพร้อมก็สามารถเริ่มผ่าตัดได้ ยังพอมีเวลาอีกนิดให้ญาติตัดสินใจ หากพร้อม ญาติแจ้งหมอได้ทุกเวลาครับ”
“ค่ารักษาทั้งหมดเท่าไหร่เหรอคะ”
“ค่าใช้จ่ายหลักๆ เลยจะมีค่าเครื่องหัวใจเทียม ค่าห้องไอซียูหลังการผ่าตัด และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จิปาถะประมาณสิบล้านบาทครับ”
“สิบล้าน...” กลั้นน้ำตาไม่ไหว มันเอ่อล้นและกลิ้งลงมาต่อหน้านายแพทย์ เงินมากมายขนาดนั้นหล่อนจะหาจากไหนมาจ่าย
“ทำไมมากนักล่ะคะ มีทางเลือกอื่นหรือเปล่า”
“หมอขอแสดงความเสียใจ ที่ต้องตอบไม่ว่าไม่มีทางเลือกอื่นครับ คุณไกรสรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนี้นานเกือบสิบปี หมอทุกคนที่นี่ได้ทำการรักษาท่านมาหมดทุกวิธีและหมดทุกความสามารถ แต่อาการโดยรวมท่านไม่ได้ดีขึ้น เหลือแค่การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเทียม”
“ดิฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะคุณหมอ ถ้าหากรักษาไปตามอาการท่านจะอยู่ได้นานแค่ไหนเหรอคะ”
“อาการป่วยของท่านทรุดลงเร็วมาก หมอเกรงว่า...”
สงสารหญิงสาวเกินกว่าจะพูดประโยคที่ทำให้หล่อนเสียใจ เปลี่ยนบรรยากาศไปเปิดวิดีโอแนะนำการผ่าตัดหัวใจเทียมให้หญิงสาวดูพร้อมอธิบายอย่างใจเย็น หญิงสาวให้ความสนใจ มีคำถามหลายอย่างที่น่าสนใจ แต่ติดตรงเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างเดียว ทำให้หล่อนไม่สามารถตอบรับการรักษาทันทีได้
“หมอดูแลโครงการผู้ป่วยโรคหัวใจหลายแห่ง เอาเป็นว่าหากญาติสนใจวิธีการรักษานี้และทุนทรัพย์ไม่พอ หมอจะขอเงินสนับสนุนจากโครงการ แต่ขอออกตัวว่าเงินไม่มาก แค่พอจ่ายค่าดูแลหลังผ่าตัดเท่านั้น ส่วนเงินค่าผ่าตัดและค่าเครื่องหัวใจเทียม ส่วนนั้นญาติต้องดูแลเอง”
“ดิฉันตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได้ ขอเวลาให้ดิฉันปรึกษาคุณดุจเดือน ลูกสาวท่านก่อนนะคะ แล้วดิฉันจะมาให้คำตอบกับคุณหมอ”
“ได้ครับ นามบัตรหมอ โทรสอบถามได้ตลอดเวลาครับ”
อุทิศตัวทำงานเพื่อคนป่วยโรคหัวใจมาครึ่งค่อนชีวิต ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้มาก็เยอะแต่ไม่เคยสงสารใครเท่านี้มาก่อน อาจเพราะคุณไกรสรเคยรวย แต่ช่วงบั้นปลายชีวิตกลับหล่นลงมาอยู่รวมกับกลุ่มคนยากไร้ ช่างน่าสงสารเหลือเกิน นายแพทย์สูงวัยไม่คาดหวังว่าเด็กสาวจะตอบรับการรักษาด้วยวิธีแพงลิบ เพราะแม้แต่ลูกสาวตัวจริงที่เคยเป็นดาราอย่างดุจเดือนรับฟังไปแล้วกลับเมินเฉยมานานนับปี แต่ด้วยหัวใจเปี่ยมคุณธรรม ท่านเลือกที่จะส่งเรื่องไปขอทุนสำรองเผื่อไว้
“ขออนุญาตค่ะ อาจารย์คุยธุระกับคนไข้อยู่หรือเปล่าคะ เพชรเห็นประตูเปิดทิ้งไว้เลยแวะมาดู” ผู้มาใหม่คือแพทย์หญิงน้ำเพชร แพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจลูกศิษย์คนเก่งของอาจารย์บารมี
“เข้ามาก่อนสิเพชร ตอนนี้อาจารย์ว่างไม่มีนัดคนไข้”
“ขอบคุณค่ะ กำลังอยากหาที่นั่งแก้เมื่อยพอดี” คุณหมอสาวพาร่างกายอรชรมานั่งเก้าอี้เล็กฝั่งตรงข้ามอาจารย์
“น้องชายเพชรทำวุ่นวายทั้งโรงพยาบาล กล่อมนานกว่าจะยอมนอนดูอาการ แต่ไม่วายสั่งเลขาฯ วิ่งแจ้นกลับไปเอางานมาทำ เพชรล่ะเพลีย”
“เห็นภาพสะท้อนตัวเองแล้วใช่ไหม วันที่ทุ่มเทให้การทำงาน ละเลยชีวิตส่วนตัว จนมีปัญหาทั้งเรื่องสุขภาพและเรื่องครอบครัว”
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”ประธานใหญ่แห่งบริษัทแกรนด์อรัญยกท่อนแขนขึ้นกีดกันภรรยาออกห่างจากลูกชาย จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาลุกโชนด้วยลูกไฟร้อนนานนับนาทีกว่าจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้า“ทบทวนตัวเอง!”“ผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็จะไป ใครก็ห้ามผมไม่ได้”“รันเสียสติไปแล้วเหรอ! จะพาตัวเองไปเสี่ยงทำไมในเมื่อคนของเราก็มีตั้งมาก! กลับขึ้นไปรอบนห้องทำงาน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ! พ่อจะส่งคนไปสืบแล้วช่วยสองคนนั้นออกมา ถ้าทั้งคู่ถูกพวกบ่อนจับตัวไปจริง มัวรออะไร เอ็ม ซี! พาเจ้านายของพวกเธอกลับขึ้นไปข้างบน!”“ผม-ไม่-ไป”ความดื้อรั้นของศรันย์บาดอกคนเป็นแม่ถึงขั้นที่คุณนฤมลกรีดร้องเสียงดัง“ไม่เชื่อพ่อแม่แล้วจะเชื่อใคร เด็กนั่นไม่ใช่ครอบครัวเราสักหน่อย! ฮึก... พวกเธอพาลูกชายฉันกลับขึ้นไปข้างบนสิ อย่าให้เขาออกไปจากที่นี่ ฮึก... ฉันสั่ง พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ! เอ็ม! ซี! ฮือ... ถ้าพวกเธอไม่ทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะไล่พวกเธอออก รันก็ด้วย! แม่จะปลดรันออกจากบริษัท ให้รู้กันไป ว่าเป็นลูก แต่ไม่เช







