LOGINใบหน้าที่ครึ้มไปด้วยหนวดเคราจากการออกศึกมานานแรมปีและท่าทางเย็นชาแฝงไปด้วยอารมณ์โมโหร้ายนั้นทำให้คุณหนูสามสกุลซุนมองด้วยความสงสัย
“เป็นแขกแต่ทำหน้าตาดุดันเช่นนั้นใส่ท่านพ่อ ข้าว่ามิได้มาแค่เยี่ยมเยียนแน่” นางกล่าวออกมาอย่างวิเคราะห์ตามสิ่งที่เห็น
“นั่นสิน้องสาม ท่านแม่ทัพโจวต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงแน่ ข้าเห็นว่าท่านแม่ดูแลเรือนรับรองด้วยตนเองด้วย” เสียงของซุนลี่หลิงคุณหนูรองสกุลซุนพูดอย่างเห็นด้วย
“พี่รอง” ซุนลี่หรูหันมามองพี่สาวต่างมารดาด้วยความตกใจก่อนจะโดนอีกฝ่ายเอามืออุดปากแล้วดึงให้เข้าไปแอบดูด้วยกันต่อ
“อย่าส่งเสียงสิโยวโยว เดี๋ยวท่านพ่อก็จับได้หรอก” คุณหนูรองสกุลซุนเอ็ดน้องสาวเล็กน้อยแล้วหันกลับไปแอบดูบุรุษต่างวัยที่นั่งดื่มชาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดพอๆ กัน
คนในครอบครัวนอกจากบิดาแล้วก็มีพี่สาวต่างมารดาที่เมตตาต่อคุณหนูก้นครัวอย่างนาง ทำให้ซุนลี่หรูรักซุนลี่หลิงมาก
“ท่านแม่ใหญ่จัดเรือนให้ท่านแม่ทัพพักที่จวนเช่นนั้นหรือ”
“ใช่แล้วโยวโยวข้าสงสัยเลยถามจากบ่าวจนรู้ว่าท่านแม่ทัพโจวมาเป็นแขก จึงมาแอบดูเสียหน่อยว่าน่าเกรงขามอย่างที่เขาลือกันหรือไม่”
“คุณหนูรอง คุณหนูสาม กลับไปที่เรือนเถิดเจ้าค่ะ หากนายท่านรู้ว่าพวกเราปล่อยให้คุณหนูเดินไปมาเช่นนี้ตอนมีแขกเราจะโดนลงโทษนะเจ้าคะ” ชงเอ๋อร์พูดอย่างกังวลใจแล้วชวนคุณหนูสามของตนเองกลับเข้าหอนอน
“นั่นสิเจ้าคะคุณหนูรอง เรากลับไปที่เรือนจะดีกว่า” หลันเอ๋อร์เองก็ชวนคุณหนูรองของตนกลับเช่นกัน
ทั้งสองพี่น้องมองหน้ากันแล้วตัดสินใจกลับไปที่ห้องเพราะอยู่ตรงนี้ไปก็ไม่ได้ยินว่าพูดคุยอะไรกันอยู่ดี
**********************
แต่มีหรือว่าคุณหนูสามซุนจะยอมแพ้ หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับบิดาแล้วนางจะต้องสืบจนรู้ให้ได้ เพราะผู้มาเยือนนั้นท่าทางไม่น่าไว้ใจ อีกทั้งพาทหารมาราวสิบนายเช่นนี้ย่อมไม่ประสงค์ดีต่อตระกูลซุนแน่
ยามซวี (19.00-20.59 น.) ซุนลี่หรูแอบออกมาจากห้องแล้วย่องไปที่เรือนรับรองที่จัดไว้เป็นที่พักของแม่ทัพผู้มาเยือน
นางอาศัยความคุ้นเคยเส้นทางของทุกที่ในจวนของบิดา หลบหลีกทหารของโจวจื่อรั่วที่เฝ้ายามไปจนถึงห้องข้างๆ ห้องนอนของอีกฝ่ายแล้วเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวด้านใน
“ทำไมเงียบขนาดนี้นะ” นางพึมพำขณะที่แอบฟังอยู่อย่างตั้งใจ พลางคิดว่าบางทีแม่ทัพโจวผู้นั้นอาจจะหลับไปแล้ว
“เช่นนั้นข้าคงมาเสียเที่ยวสินะ” หญิงสาวบ่นพึมพำด้วยความเสียดาย
โจวจื่อรั่วที่อยู่ในอ่างไม้ มองเห็นหญิงสาวตั้งแต่นางก้าวเข้ามาในห้องอาบน้ำ เดินผ่านฉากกั้นแล้วไปแนบหูกับกำแพงพร้อมกับบ่นไม่หยุด ช่างเป็นเจ้าตัวสอดแนมที่ไร้ไหวพริบเสียเหลือเกิน เขาอาบน้ำอยู่ในนี้แท้ๆ นางกลับมองไม่เห็น
“เจ้าเป็นสาวใช้ที่พ่อบ้านซุนส่งมาปรนนิบัติข้าหรือไม่” แม่ทัพหนุ่มแสร้งถาม ดูจากการแต่งกายแล้วนางคงไม่ใช่สาวใช้แน่
ซุนลี่หรูสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หากมิสมอ้างเป็นสาวใช้คงทำให้บิดาขายหน้าเป็นแน่
“เจ้าคะ บ่าวมารับใช้ท่านแม่ทัพ” นางกล่าวเสียงสั่นแล้วพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด
“เช่นนั้นก็มาอาบน้ำให้ข้าที” เขากล่าวเสียงเรียบ รอดูการแก้ปัญหาของอีกฝ่ายว่าจะทำเช่นไรหากต้องอยู่ในห้องอาบน้ำนี้สองต่อสอง
พวงแก้มนางแดงระเรื่อด้วยความอับอายและตื่นตระหนกกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่ถ้าไม่ทำตามก็อาจโดนจับได้ หากทำตามก็ไม่ได้เพราะนางเป็นถึงบุตรีของนายอำเภอจะให้แตะเนื้อต้องตัวบุรุษย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีงามแน่
“พ่อบ้านซุนให้บ่าวมานำชุดไปซักเพียงเท่านั้น ขออภัยท่านแม่ทัพที่บ่าวมิอาจทำให้ได้” นางแก้ไขปัญหาตรงหน้าได้อย่างชาญฉลาดแต่มีหรือว่าเขาจะปล่อยให้ผู้บุกรุกออกไปได้โดยง่าย
“หากเข้าก้าวออกไปจากห้องนี้ข้าจะเรียกทหาร” โจวจื่อรั่วพูดเสียงแข็ง ซุนลี่หรูตัวสั่นเทาคิดว่าตนเองไม่น่าอยากรู้อยากเห็นจนนำพามาสู่อันตรายเช่นนี้
“ท่านแม่ทัพได้โปรดเมตตา..”
“ข้าจะให้เจ้าโกนหนวดเคราให้แก่ข้า” เขาพูดเสียงเรียบขัดนางขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายเริ่มแสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน
“เจ้าค่ะ” นางจำใจต้องรับปากแล้วเดินเข้าไปยืนข้างอ่างไม้ที่มีเจ้าของอกเปลือยเปล่าจ้องมองตนด้วยสายตาที่เย็นชา ร่างกำยำที่ไร้เครื่องปิดบังทำให้นางต้องเบือนหน้ามองไปทางอื่นด้วยความอับอาย
ซุนลี่หรูมองเห็นมีดโกนและผ้าที่วางอยู่ใกล้ๆ นางหยิบขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาแล้วยื่นไปที่แก้มของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เคยหยิบจับแต่มีดทำครัวพอจับมีดโกนแล้วยังต้องมาอยู่กับบุรุษเปลือยเปล่าเช่นเขาทำเอาควบคุมมือไม้ไม่ได้
“เจ้าจะกรีดใบหน้าข้าหรืออย่างไร” แม่ทัพหนุ่มพูดเสียงเข้มจับมือที่สั่นเทาของนางแล้วมองใบหน้าอ่อนหวานที่บัดนี้กลัวเขาจนสั่นไปทั้งตัว
ฝ่ามือหนาเกาะกุมมือที่สั่นเทาแล้วโกนหนวดเคราของตัวเองไปด้วย ก่อนจะถามคนที่มาสอดแนมตนออกไปตามตรง
“เจ้ามิใช่สาวใช้ คงเป็นคุณหนูซุนสินะ”
“ท่านรู้แต่แรก ท่านจงใจแกล้งให้ข้าอับอาย” ซุนลี่หรูถามด้วยความตกใจปนอับอายที่ถูกเขาจับได้แต่แกล้งทำ
“เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลอันใด มิใช่ว่าอยากจะมาเพื่อยั่วยวนข้าหรอกหรือ” เขาจับมือทางเอาไว้แล้วใช้มืออีกข้างหยิบมีดโกนออกจากมือของสตรีที่กำลังอยู่ในอารมณ์โมโหเพราะเขาตั้งใจพูดยั่วโทสะให้นางอับอาย
“ข้าแค่มาสืบดูว่าท่านมาที่จวนของท่านพ่อเพื่อหวังสิ่งใด พาทหารมาด้วยเช่นนี้จะให้ข้าคิดดีต่อท่านได้หรือ อย่าหวังได้แตะต้องท่านพ่อข้าเลย” นางพูดด้วยท่าทางที่ไม่ยอม จากหวาดกลัวตอนนี้กลับแสดงความขุ่นเคืองออกมา พยายามดึงมือตนออกไปแต่ก็ถูกแม่ทัพหนุ่มจับเอาไว้แน่น
“บิดาของเจ้าทำการสิ่งใดเอาไว้เขาย่อมรู้อยู่แก่ใจ” โจวจื่อรั่วพูดเสียงกร้าวจนนางลดท่าทีลง
“เจ้าคงเป็นคุณหนูสามซุน ซุนลี่หรูสินะ” เขาคาดเดาจากที่นางเอาแต่เอ่ยถึงบิดาด้วยความห่วงใย ปกป้องบิดาแต่ไม่ได้ปกป้องสกุลซุนคงมิใช่ซุนลี่หลิงบุตรีคนรองแน่
“ใช่ ข้าคือซุนลี่หรู รู้แล้วท่านก็ปล่อยข้าเถิด”
“ข้าจะเห็นแก่หน้าบิดาเจ้า ครานี้จะปล่อยเจ้าไปและไม่เอาเรื่อง หากมีคราหน้าข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่” เขามองดูหญิงสาวตรงหน้าแล้วคลายมือที่เกาะกุมมือของอีกฝ่าย
ท่าทางหวาดกลัวแต่ก็ยังดื้อรั้นของนางทำให้เขารู้สึกถึงความไร้เดียงสา คนเช่นนางคงไม่มีพิษสงอันใด ที่บุกรุกมาถึงที่ก็คงเพราะห่วงบิดาเพียงเท่านั้น
เมื่อเป็นอิสระแล้วซุนลี่หรูก็รีบกลับไปที่เรือนของตนด้วยหัวใจที่เต้นรัว คิดว่าแม่ทัพโจวผู้นี้ช่างเย็นชาและน่าเกรงขามยิ่งนัก แต่ก็ยังมีเมตตาอยู่บ้างที่ไม่ได้เอาเรื่องตนที่บุกรุกเข้าไปหา
เมื่อคิดเช่นนั้นก็อดนึกถึงเจ้าของอกกำยำที่นอนแช่น้ำในอ่างไม้ไม่ได้ แล้วแก้มก็แดงเรื่อขึ้นมาด้วยความเขินอายกับสิ่งที่เห็นและสิ่งที่ ‘เผลอมองไปเห็น’
“บ้าจริง นี่ข้าลืมไปได้อย่างไรว่านั่นคือห้องอาบน้ำ” นางพึมพำแล้วเอามือกุมหน้าที่ร้อนผ่าวของตน
**********************
ข่าวเรื่องซุนต้าเหยาถูกจับในข้อหาลอบสังหารโจวจื่อรั่วและเจ้าเมืองจิ้งหนานถูกจับกุมในข้อหารีดไถประชาชนไปถึงหูอ๋องเสิ่น แม้จะไม่ใช่ข้อหากบฏโดยตรงเพราะไม่มีหลักฐานชี้ชัด แต่ย่อมรู้ดีว่าเป็นอุบายของแม่ทัพตงฉินผู้นั้นให้คนที่ร่วมลงนามก่อกบฏเกิดความอกสั่นขวัญแขวน“อีกสองวันแม่ทัพโจวกำลังนำตัวทั้งสองผ่านเมืองจงหูวเพื่อกลับไปยังเสวียนซาน ถ้าเป็นไปตามที่คาดเดาคงจะแวะที่ตงเสวียเพื่อจับกุมซุนฮูหยินอีกคน” ที่ปรึกษารายงานข่าวแก่ผู้ครองแคว้นฉี“ต้าเหยาฝากรายชื่อขุนนางที่ลงนามก่อกบฏไว้กับนาง หากเป็นเช่นนั้นเราต้องชิงมาก่อน” อ๋องเสิ่นกล่าวด้วยความกังวล“คุณชายซุนนั้นน่าจะไม่ยอมเอ่ยปากโดยง่ายแต่กับใต้เท้าหวังเจ้าเมืองจิ้งหนานนั้นเราจะทำเช่นไรกับเขาดีควรปล่อยให้ไปถึงเสวียนซานหรือไม่” ที่ปรึกษาถามด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์ ยุยงให้กำจัดเจ้าเมืองจิ้งหนานไปเฉียนซื่อที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็ตั้งใจฟังอย่างเป็นกังวล เกรงว่าอ๋องเสิ่นจะคิดกำจัดลูกชายของตน“หากจะกำจัดก็ต้องกำจัดให้หมด แม้แต่เพ่ยหลินและต้าเหยาก็ไม่ต้องละเว้น” อ๋องเสิ่นทำสีหน้าที่จริงจัง สิ้นประโยคนั้นทำเอาองครักษ์ข้างกายอย่างเฉียนซื่อแทบยืนไม่อยู่“งานน
ขบวนรถม้าหยุดพักที่โรงเตี๊ยมก่อนถึงเมืองจิ้งหนานตามแผนการของโจวจื่อรั่วที่อยากให้ซุนต้าเหยาล่วงหน้าไปถึงก่อนตน หน้าห้องพักของแม่ทัพหนุ่มมีทหารยามคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามอย่างแน่นหนาเพื่อมิให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่พักผ่อนอยู่ด้านในโจวลี่หรูนอนกอดสามีด้วยจิตใจที่ไม่สงบสุข รู้สึกเหมือนว่ากำลังจะมีเรื่องที่เลวร้ายเกิดขึ้น“ยังไม่นอนอีกหรือลี่หรู” โจวจื่อรั่วถามเสียงนุ่มเมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนทอดถอนหายใจอย่างเป็นกังวล“ข้ารู้สึกไม่สบายใจ เรากลับเสวียนซานกันดีหรือไม่”“พรุ่งนี้เมื่อถึงจิ้งหนานแล้วทุกอย่างก็จะค่อยๆ คลี่คลาย อย่าได้กังวลไป” คำพูดปลอบใจนั้นไม่ได้ทำให้นางสงบลงเมื่อเทียบกับอ้อมกอดที่อบอุ่นที่กระชับให้นางเข้าไปหาโจวลี่หรูหลับตาลงอย่างวางใจ จากนั้นแม่ทัพหนุ่มก็รอจนกระทั่งนางหลับสนิทแล้วค่อยๆ ลุกเดินไปยังด้านนอกเพื่อเตรียมแผนการกับซูเยี่ยโดยมิให้รบกวนการนอนของภรรยาที่เดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน“เรื่องของต้าเซ่อเป็นอย่างไรบ้าง”“เรียนท่านแม่ทัพ ต้าเซ่อไม่ทันระวังตัวจึงถูกจับกุมได้โดยง่าย ตอนนี้ถูกคุมขังที่จวนใต้เท้าลู่เพื่อรอให้ท่านไปตัดสินโทษ ในตัวเขาพบจดหมายสนเท่ห์ที่หายไปอยู่กับใต้
สัมผัสที่นุ่มนวลและอ่อนหวานจากแม่ทัพผู้องอาจสร้างเสียงครางอย่างสุขสมให้แก่โจวลี่หรูครั้งแล้วครั้งเล่า มือบอบบางจิกที่ผ้าห่มแล้วมองร่างกำยำที่เคลื่อนไหวอยู่บนเรือนร่างของตนด้วยแววตาที่ฉ่ำหวานเสียงหายใจหอบถี่ของโจวจื่อรั่วและสะโพกหนาที่โยกเข้ามาอย่างดุดันช่างเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหลสะโพกเล็กๆ ของนางแอ่นเข้าหาอย่างเว้าวอน ชื่นชอบสัมผัสของนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความดุดันและพลังที่เขาโถมเข้ามาก็สร้างความสุขสมเป็นอย่างมาก“ฮูหยินนิ่วหน้าเช่นนั้นจะให้ข้าเบาแรงหรือไม่” เสียงกระซิบถามที่แหบพร่าแต่ว่าสะโพกสอบยังคงโถมเข้ามาอย่างไม่ปรานี“ไม่ต้องเบาแรงเจ้าค่ะท่านพี่ ข้ารับไหว หากท่านจะทำแรงกว่านี้อีกหน่อยก็ยังได้” เสียงสั่นกระเส่าและดวงตาที่ฉ่ำปรือของนางบ่งบอกว่าเกิดความกำหนัดและปรารถนาให้อีกฝ่ายกระทำได้อย่างเต็มที่เสียงเนื้อกระทบกันดังเป็นจังหวะขณะที่แม่ทัพหนุ่มโถมแรงสะโพกลงไปอย่างดุดัน เสียงครางกระเส่าของทั้งคู่รดรินกันผสานเสียงท่อนเนื้อที่เสียดสีกับกลีบบุปผางามตาสร้างความหฤหรรษ์ในการร่วมสวาทจนทั้งสองทนต่อความสุขสมนี้ไม่ไหวฝ่ายคนร่างใหญ่โถมแรงกระแทกจนภรรยาตัวสั่นคลอน สองมือหนากุมเต้างามที่ก
ที่ศาลานั่งพักกลางสวนดอกไม้ ซุนลี่หลิงนั่งด้วยความประหม่าต่อหน้าของแม่ทัพโจวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องเขยของตน แววตาเย็นชาที่มองมายังนางทำให้รู้สึกยำเกรงจนมิกล้าเอ่ยปากอันใด“ข้าคิดว่าเจ้าจะมาผู้เดียวเสียอีก ไม่คิดว่าจะพาท่านแม่ทัพออกมาด้วย” ซุนลี่หรูพูดเสียงเบากับน้องสาวของตน“ข้าไม่อยากอุดอู้อยู่ในแต่ในห้อง จึงตามนางมาชื่นชมสวนบุปผาแห่งนี้ด้วย” แม่ทัพหนุ่มที่ได้ยินกล่าวตอบเสียงเรียบ ทั้งๆ ที่จริงแล้วถูกโจวลี่หรูขอร้องให้มาด้วยกันโจวลี่หรูจึงวางมือบนใบหน้าของเขาแล้วใช้นิ้วคลี่ยิ้มให้กับอีกฝ่ายท่ามกลางความตกใจของซุนลี่หลิงที่ไม่คิดว่าน้องสาวของตนจะกล้าทำเช่นนั้น รวมไปถึงตัวของแม่ทัพหนุ่มเองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน“ยิ้มบ้างเถิดเจ้าค่ะ ทำหน้าดุเช่นนี้พี่รองกลัวท่านไปหมดแล้ว” โจวฮูหยินกล่าวเสียงสดใสแล้วหันไปยิ้มกับพี่สาวของตนแล้วเริ่มพูดคุยเพื่อสืบความจากนางโดยที่ซุนลี่หลิงไม่รู้ตัวเลยว่าถูกน้องสาวหลอกถามเข้าให้แล้ว“เมื่อวานตอนที่ข้ามาถึง ท่านแม่ใหญ่กับพี่รองก็ลงมาจากรถม้าเช่นเดียวกัน กลับถึงเรือนตอนฟ้ามืดเช่นนั้นคงมิใช่ไปเที่ยวชมตลาดมา”“เจ้าช่างสังเกตยิ่งนัก ข้ากับท่านแม่พึ่งกลับจากจิ้งห
ในค่ำคืนที่อากาศหนาวเย็นและมีลมหนาวพัดอยู่ด้านนอก ภายในห้องนอนของโจวลี่หรู โจวจื่อรั่วมองดูฮูหยินของตนที่แสร้งหยิบจับนั่นนี่อย่างไม่เป็นสุขไม่ยอมมาร่วมเตียงกับตนเสียทีโจวลี่หรูกลับมาเยี่ยมบ้านในครานี้หากจะแยกห้องกับสามีก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรนัก เช่นนั้นแล้วนางจึงต้องอยู่ร่วมห้องและร่วมเตียงกับอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้“เจ้าไม่ง่วงหรือลี่หรู ข้ารอเจ้านานแล้ว”“ข้าคิดว่าข้าจะนอนตรงนี้ได้ หากร่วมเตียงกับท่านแล้วอาจจะไปโดนบาดแผลของท่านได้”“เตียงกว้างเช่นนี้จะโดนได้อย่างไร มาเถิด” น้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงด้วยความจริงจังทำให้นางยอมเดินไปหาเขาแต่โดยดี แล้วขยับไปนอนข้างๆ ด้วยหัวใจที่เต้นแรง“รังเกียจข้าเช่นนั้นหรือจึงขยับไปห่างเช่นนั้น”“ข้ากลัวจะโดนแผลของท่าน”โจวจื่อรั่วดึงนางมานอนทับที่ต้นแขนของตนแล้วดึงผ้าห่มมากระชับร่างของทั้งคู่เอาไว้“เหตุการณ์วันนี้ทำให้ข้ากลัวว่าจะเสียเจ้าไป” น้ำเสียงนุ่มทุ้มกระซิบข้างใบหูของนาง ความหมายของสิ่งที่กล่าวออกมาทำให้โจวลี่หรูหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อนึกได้ถึงเหตุผลที่แต่งงานกันนางก็รีบกล่าวตัดพ้อออกมา“ท่านอย่าลืมว่าเราแต่งงานกันด้วยเหตุใด”“ข
เมื่อถึงจวนสกุลซุน ซุนต้านและซุนเพ่ยหลินได้ให้การต้อนรับแม่ทัพหนุ่มตามมารยาท โจวลี่หรูที่แม้จะดีใจที่ได้กลับมาแต่ด้วยความห่วงใยที่มีต่อแม่ทัพหนุ่มและรู้ว่าผู้ที่จะมาทำร้ายตนเป็นผู้ใดจึงมิได้มีสีหน้าที่เป็นสุขนัก“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดแม่ทัพโจวจึงได้รับบาดเจ็บเช่นนี้” ซุนเพ่ยหลินถามด้วยความตกใจ แม้จะไม่อยากพูดดีด้วยแต่ถ้าแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่หากเป็นอันใดไปในเรือนสกุลซุนอาจจะมีเรื่องใหญ่ตามมา“ระหว่างทางพบกับโจรป่าเข้า จึงเกิดการต่อสู้กัน” โจวจื่อรั่วตอบเสียงเรียบแล้วมองยังซุนต้านด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง“ฮูหยินให้คนดูแลทหารของท่านแม่ทัพ ทั้งอาหาร ที่พักและยารักษา” ซุนต้านบอกแก่ภรรยาของตน“เจ้าค่ะท่านพี่” ซุนเพ่ยหลินรับปากสามี จึงหันไปสั่งพ่อบ้านซุน“ทำตามที่นายท่านสั่ง ดูแลทหารของแม่ทัพโจวอย่าได้ขาดตกบกพร่องประการใด” นางสั่งการต่อไม่ยอมออกจากห้องรับรองของโจวจื่อรั่วไปเพราะเกรงว่าจะมีการพูดเรื่องสำคัญลับหลังนางโจวลี่หรูมองดูหมอถอดเสื้อของเขาออกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำและบาดแผลที่หน้าท้อง แม้จะเล็กน้อยแต่ก็ยังมีโลหิตไหลไม่หยุดหลังจากที่ทำความสะอาดบาดแผลและใส่ยาแล้วก็พันผ้าสะอาดรอบเอว







