เข้าสู่ระบบใบหน้าที่ครึ้มไปด้วยหนวดเคราจากการออกศึกมานานแรมปีและท่าทางเย็นชาแฝงไปด้วยอารมณ์โมโหร้ายนั้นทำให้คุณหนูสามสกุลซุนมองด้วยความสงสัย
“เป็นแขกแต่ทำหน้าตาดุดันเช่นนั้นใส่ท่านพ่อ ข้าว่ามิได้มาแค่เยี่ยมเยียนแน่” นางกล่าวออกมาอย่างวิเคราะห์ตามสิ่งที่เห็น
“นั่นสิน้องสาม ท่านแม่ทัพโจวต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงแน่ ข้าเห็นว่าท่านแม่ดูแลเรือนรับรองด้วยตนเองด้วย” เสียงของซุนลี่หลิงคุณหนูรองสกุลซุนพูดอย่างเห็นด้วย
“พี่รอง” ซุนลี่หรูหันมามองพี่สาวต่างมารดาด้วยความตกใจก่อนจะโดนอีกฝ่ายเอามืออุดปากแล้วดึงให้เข้าไปแอบดูด้วยกันต่อ
“อย่าส่งเสียงสิโยวโยว เดี๋ยวท่านพ่อก็จับได้หรอก” คุณหนูรองสกุลซุนเอ็ดน้องสาวเล็กน้อยแล้วหันกลับไปแอบดูบุรุษต่างวัยที่นั่งดื่มชาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดพอๆ กัน
คนในครอบครัวนอกจากบิดาแล้วก็มีพี่สาวต่างมารดาที่เมตตาต่อคุณหนูก้นครัวอย่างนาง ทำให้ซุนลี่หรูรักซุนลี่หลิงมาก
“ท่านแม่ใหญ่จัดเรือนให้ท่านแม่ทัพพักที่จวนเช่นนั้นหรือ”
“ใช่แล้วโยวโยวข้าสงสัยเลยถามจากบ่าวจนรู้ว่าท่านแม่ทัพโจวมาเป็นแขก จึงมาแอบดูเสียหน่อยว่าน่าเกรงขามอย่างที่เขาลือกันหรือไม่”
“คุณหนูรอง คุณหนูสาม กลับไปที่เรือนเถิดเจ้าค่ะ หากนายท่านรู้ว่าพวกเราปล่อยให้คุณหนูเดินไปมาเช่นนี้ตอนมีแขกเราจะโดนลงโทษนะเจ้าคะ” ชงเอ๋อร์พูดอย่างกังวลใจแล้วชวนคุณหนูสามของตนเองกลับเข้าหอนอน
“นั่นสิเจ้าคะคุณหนูรอง เรากลับไปที่เรือนจะดีกว่า” หลันเอ๋อร์เองก็ชวนคุณหนูรองของตนกลับเช่นกัน
ทั้งสองพี่น้องมองหน้ากันแล้วตัดสินใจกลับไปที่ห้องเพราะอยู่ตรงนี้ไปก็ไม่ได้ยินว่าพูดคุยอะไรกันอยู่ดี
**********************
แต่มีหรือว่าคุณหนูสามซุนจะยอมแพ้ หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับบิดาแล้วนางจะต้องสืบจนรู้ให้ได้ เพราะผู้มาเยือนนั้นท่าทางไม่น่าไว้ใจ อีกทั้งพาทหารมาราวสิบนายเช่นนี้ย่อมไม่ประสงค์ดีต่อตระกูลซุนแน่
ยามซวี (19.00-20.59 น.) ซุนลี่หรูแอบออกมาจากห้องแล้วย่องไปที่เรือนรับรองที่จัดไว้เป็นที่พักของแม่ทัพผู้มาเยือน
นางอาศัยความคุ้นเคยเส้นทางของทุกที่ในจวนของบิดา หลบหลีกทหารของโจวจื่อรั่วที่เฝ้ายามไปจนถึงห้องข้างๆ ห้องนอนของอีกฝ่ายแล้วเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวด้านใน
“ทำไมเงียบขนาดนี้นะ” นางพึมพำขณะที่แอบฟังอยู่อย่างตั้งใจ พลางคิดว่าบางทีแม่ทัพโจวผู้นั้นอาจจะหลับไปแล้ว
“เช่นนั้นข้าคงมาเสียเที่ยวสินะ” หญิงสาวบ่นพึมพำด้วยความเสียดาย
โจวจื่อรั่วที่อยู่ในอ่างไม้ มองเห็นหญิงสาวตั้งแต่นางก้าวเข้ามาในห้องอาบน้ำ เดินผ่านฉากกั้นแล้วไปแนบหูกับกำแพงพร้อมกับบ่นไม่หยุด ช่างเป็นเจ้าตัวสอดแนมที่ไร้ไหวพริบเสียเหลือเกิน เขาอาบน้ำอยู่ในนี้แท้ๆ นางกลับมองไม่เห็น
“เจ้าเป็นสาวใช้ที่พ่อบ้านซุนส่งมาปรนนิบัติข้าหรือไม่” แม่ทัพหนุ่มแสร้งถาม ดูจากการแต่งกายแล้วนางคงไม่ใช่สาวใช้แน่
ซุนลี่หรูสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หากมิสมอ้างเป็นสาวใช้คงทำให้บิดาขายหน้าเป็นแน่
“เจ้าคะ บ่าวมารับใช้ท่านแม่ทัพ” นางกล่าวเสียงสั่นแล้วพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด
“เช่นนั้นก็มาอาบน้ำให้ข้าที” เขากล่าวเสียงเรียบ รอดูการแก้ปัญหาของอีกฝ่ายว่าจะทำเช่นไรหากต้องอยู่ในห้องอาบน้ำนี้สองต่อสอง
พวงแก้มนางแดงระเรื่อด้วยความอับอายและตื่นตระหนกกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่ถ้าไม่ทำตามก็อาจโดนจับได้ หากทำตามก็ไม่ได้เพราะนางเป็นถึงบุตรีของนายอำเภอจะให้แตะเนื้อต้องตัวบุรุษย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีงามแน่
“พ่อบ้านซุนให้บ่าวมานำชุดไปซักเพียงเท่านั้น ขออภัยท่านแม่ทัพที่บ่าวมิอาจทำให้ได้” นางแก้ไขปัญหาตรงหน้าได้อย่างชาญฉลาดแต่มีหรือว่าเขาจะปล่อยให้ผู้บุกรุกออกไปได้โดยง่าย
“หากเข้าก้าวออกไปจากห้องนี้ข้าจะเรียกทหาร” โจวจื่อรั่วพูดเสียงแข็ง ซุนลี่หรูตัวสั่นเทาคิดว่าตนเองไม่น่าอยากรู้อยากเห็นจนนำพามาสู่อันตรายเช่นนี้
“ท่านแม่ทัพได้โปรดเมตตา..”
“ข้าจะให้เจ้าโกนหนวดเคราให้แก่ข้า” เขาพูดเสียงเรียบขัดนางขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายเริ่มแสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน
“เจ้าค่ะ” นางจำใจต้องรับปากแล้วเดินเข้าไปยืนข้างอ่างไม้ที่มีเจ้าของอกเปลือยเปล่าจ้องมองตนด้วยสายตาที่เย็นชา ร่างกำยำที่ไร้เครื่องปิดบังทำให้นางต้องเบือนหน้ามองไปทางอื่นด้วยความอับอาย
ซุนลี่หรูมองเห็นมีดโกนและผ้าที่วางอยู่ใกล้ๆ นางหยิบขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาแล้วยื่นไปที่แก้มของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เคยหยิบจับแต่มีดทำครัวพอจับมีดโกนแล้วยังต้องมาอยู่กับบุรุษเปลือยเปล่าเช่นเขาทำเอาควบคุมมือไม้ไม่ได้
“เจ้าจะกรีดใบหน้าข้าหรืออย่างไร” แม่ทัพหนุ่มพูดเสียงเข้มจับมือที่สั่นเทาของนางแล้วมองใบหน้าอ่อนหวานที่บัดนี้กลัวเขาจนสั่นไปทั้งตัว
ฝ่ามือหนาเกาะกุมมือที่สั่นเทาแล้วโกนหนวดเคราของตัวเองไปด้วย ก่อนจะถามคนที่มาสอดแนมตนออกไปตามตรง
“เจ้ามิใช่สาวใช้ คงเป็นคุณหนูซุนสินะ”
“ท่านรู้แต่แรก ท่านจงใจแกล้งให้ข้าอับอาย” ซุนลี่หรูถามด้วยความตกใจปนอับอายที่ถูกเขาจับได้แต่แกล้งทำ
“เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลอันใด มิใช่ว่าอยากจะมาเพื่อยั่วยวนข้าหรอกหรือ” เขาจับมือทางเอาไว้แล้วใช้มืออีกข้างหยิบมีดโกนออกจากมือของสตรีที่กำลังอยู่ในอารมณ์โมโหเพราะเขาตั้งใจพูดยั่วโทสะให้นางอับอาย
“ข้าแค่มาสืบดูว่าท่านมาที่จวนของท่านพ่อเพื่อหวังสิ่งใด พาทหารมาด้วยเช่นนี้จะให้ข้าคิดดีต่อท่านได้หรือ อย่าหวังได้แตะต้องท่านพ่อข้าเลย” นางพูดด้วยท่าทางที่ไม่ยอม จากหวาดกลัวตอนนี้กลับแสดงความขุ่นเคืองออกมา พยายามดึงมือตนออกไปแต่ก็ถูกแม่ทัพหนุ่มจับเอาไว้แน่น
“บิดาของเจ้าทำการสิ่งใดเอาไว้เขาย่อมรู้อยู่แก่ใจ” โจวจื่อรั่วพูดเสียงกร้าวจนนางลดท่าทีลง
“เจ้าคงเป็นคุณหนูสามซุน ซุนลี่หรูสินะ” เขาคาดเดาจากที่นางเอาแต่เอ่ยถึงบิดาด้วยความห่วงใย ปกป้องบิดาแต่ไม่ได้ปกป้องสกุลซุนคงมิใช่ซุนลี่หลิงบุตรีคนรองแน่
“ใช่ ข้าคือซุนลี่หรู รู้แล้วท่านก็ปล่อยข้าเถิด”
“ข้าจะเห็นแก่หน้าบิดาเจ้า ครานี้จะปล่อยเจ้าไปและไม่เอาเรื่อง หากมีคราหน้าข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่” เขามองดูหญิงสาวตรงหน้าแล้วคลายมือที่เกาะกุมมือของอีกฝ่าย
ท่าทางหวาดกลัวแต่ก็ยังดื้อรั้นของนางทำให้เขารู้สึกถึงความไร้เดียงสา คนเช่นนางคงไม่มีพิษสงอันใด ที่บุกรุกมาถึงที่ก็คงเพราะห่วงบิดาเพียงเท่านั้น
เมื่อเป็นอิสระแล้วซุนลี่หรูก็รีบกลับไปที่เรือนของตนด้วยหัวใจที่เต้นรัว คิดว่าแม่ทัพโจวผู้นี้ช่างเย็นชาและน่าเกรงขามยิ่งนัก แต่ก็ยังมีเมตตาอยู่บ้างที่ไม่ได้เอาเรื่องตนที่บุกรุกเข้าไปหา
เมื่อคิดเช่นนั้นก็อดนึกถึงเจ้าของอกกำยำที่นอนแช่น้ำในอ่างไม้ไม่ได้ แล้วแก้มก็แดงเรื่อขึ้นมาด้วยความเขินอายกับสิ่งที่เห็นและสิ่งที่ ‘เผลอมองไปเห็น’
“บ้าจริง นี่ข้าลืมไปได้อย่างไรว่านั่นคือห้องอาบน้ำ” นางพึมพำแล้วเอามือกุมหน้าที่ร้อนผ่าวของตน
**********************
ในห้องอาบน้ำที่อ่างน้ำขนาดใหญ่โดยไปด้วยกลีบบุปผาสีแดงสด โจวลี่หรูที่อยู่ในอ่างน้ำกับสามีกำลังโกนหนวดเคราให้แก่เขาอย่างเบามือแล้วยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวาน“ข้าทำเสร็จแล้ว ท่านพี่พอใจหรือไม่” ฮูหยินแม่ทัพบอกเสียงหวาน วางมีดโกนแล้วลูบไล้ที่คางของสามีอย่างเย้ายวน“พอใจแล้ว แต่จะพอใจมากกว่าหากเจ้าทำอย่างเช่นเมื่อคืนนี้ที่ข้าสอน” น้ำเสียงที่กรุ้มกริ่มนั้นทำให้นางอมยิ้มอย่างเขินอาย เพราะสิ่งที่เขาสอนนั้นต้องใช้ความกล้าเป็นอย่างมาก“เช่นนั้นรีบอาบน้ำกันเถิดเจ้าคะ” นางกล่าวแล้วขยับออกห่างแต่ถูกสามีรั้งร่างเปลือยเปล่ามาหาตนแล้วให้นางแนบสะโพกเข้าหาใต้น้ำที่มีสิ่งแข็งแกร่งถูไถสะโพกบางนั้นอยู่“สาวใช้กับทหารอยู่หน้าห้องท่านอย่ารุ่มร่ามเช่นนี้” ภรรยาสาวกระซิบเสียงเบาอย่างเขินอาย แล้วดันตัวสามีออกเพื่อบ่ายเบี่ยงด้วยจริตที่อ่อนหวานโจวจื่อรั่วเชยคางนางแล้วประทับจูบลงไปไม่ฟังเสียงห้าม มือทั้งสองลูบไล้เรือนร่างอรชรแล้วกดสะโพกนางให้ครอบครองท่อนเนื้อของตนที่อยู่ใต้น้ำจนโจวลี่หรูนิ่วหน้าด้วยความคับแน่น“ท่านพี่ในน้ำฝืดเคืองยิ่งนัก” นางกระซิบบอกเมื่อริมฝีปากของสามีเลื่อนลงมาจูบไซ้ที่ซอกคอระหง“อดทนอีกหน่อยข้
อ๋องเสิ่นและขุนนางที่ร่วมก่อการกบฏถูกตัดสินประหาร แคว้นฉีถูกยึดอำนาจและตกอยู่ภายใต้การปกครองขององค์รัชทายาทเพื่อรอผู้เหมาะสมในการปกครองแคว้นต่อไปซุนต้านขอร้องมิให้แพร่งพรายสาเหตุการตายของซุนเพ่ยหลินเพราะเกรงว่าซุนลี่หลิงจะเสียใจที่นางมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตน จากนั้นก็กลับไปตงเสวียเพื่อจัดงานศพให้ภรรยาและบุตรชายคนโตเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาพอจะทำให้ได้โจวจื่อรั่วจึงได้พาภรรยาตามกลับไปที่ตงเสวีย และพักอยู่ที่นั่นชั่วคราวเพื่อให้นางอยู่ปลอบใจบิดาและพี่สาวต่างมารดาที่นางเองก็ยังไม่รู้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือด“อย่าได้เศร้าไปเลยหลิงเอ๋อร์ เจ้ายังมีข้าอีกคน” เขาปลอบใจนางและตัดสินใจจะดูแลนางในฐานะบุตรีคนรองต่อไป“ท่านแม่คงตรอมใจที่พี่ใหญ่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ต่อไปนี้เหลือแค่เราสองคน น้องสามก็ออกเรือนไปแล้ว เช่นนั้นข้าจะดูแลท่านพ่อเอง” ซุนลี่หลิงบอกแก่บิดาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าและยังทำใจไม่ได้ที่สูญเสียคนสำคัญในครอบครัวไปถึงสองคนในเวลาที่ไล่เลี่ยกันเช่นนี้ซุนต้านหันไปมองโจวลี่หรู นางแต่งงานด้วยเหตุจำเป็นบัดนี้คงถึงเวลาแล้วที่จะคืนอิสระให้แก่นางและแม่ทัพโจว**********************เม
ณ จวนแม่ทัพโจวซุนต้านและซุนเพ่ยหลินถูกขังที่ห้องคุมขังในฐานะนักโทษ ในขณะที่ซุนลี่หลิงถูกกักบริเวณไว้ให้อยู่แต่ภายในห้อง “ที่แท้ท่านหลอกใช้ข้าเพื่อให้จับกุมท่านพ่อ” โจวลี่หรูร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจและผิดหวัง“เจ้าเข้าใจผิดแล้วฮูหยิน เจ้าฟังข้าก่อน”“ไม่ข้าไม่ฟัง” นางร้องไห้แล้วเอามือปิดหูเอาไว้ไม่ยอมฟังคำอธิบายจากสามี เมื่อรู้ว่าสามีสั่งขังบิดาก็ร้องไห้เสียใจรู้สึกผิดหวังที่วางใจสามีของตนแม่ทัพโจวจึงดันนางไปที่เตียงคร่อมทับเอาไว้หลวมๆ แล้วจับมือทั้งสองข้างกดลงข้างศีรษะของนางเอง เพื่อที่จะอธิบายให้คนตรงหน้าฟังถึงเรื่องราวทั้งหมด“เกิดเรื่องเช่นนี้ท่านยังจะรังแกข้าอีก เสียแรงที่ข้ารักท่าน ตอนนี้ข้าเกลียดท่าน ชิงชังเป็นที่สุด” ประโยคตัดพ้อนั้นทำให้แม่ทัพหนุ่มอดยิ้มไม่ได้กับความรู้สึกของนางที่หลุดปากออกมาแม้จะโกรธตนมากจนเปลี่ยนเป็นชิงชังแต่ก็รู้ว่านางแค่พูดไปเพราะความโมโห“การแต่งงานของเราเกิดเพราะท่านพ่อของเจ้าขอร้องให้ข้าช่วยคุ้มกันเจ้า และข้าเองก็ยินดีเพราะหัวใจมอบให้แก่คุณหนูที่อ้างตัวเป็นสาวใช้มาแอบดูข้าอาบน้ำในครานั้น” โจวจื่อรั่วบอกแก่นางอย่างรวบรัดจึงทำให้โจวลี่หรูเริ่มสงบลง
ณ จวนนายอำเภอซุนต้านข่าวการจับกุมซุนต้าเหยาเป็นไปตามคาดเอาไว้ ซุนต้านที่ยังคงวางตัวสงบนิ่งทำให้ซุนเพ่ยหลินร้อนใจที่เขาไม่ยอมเตรียมข้าวของหนีไปกับนาง“ท่านพี่เชื่อข้าเถิด เมื่อคืนนี้องครักษ์เฉียนมาแจ้งข่าวว่าอ๋องเสิ่นจะกำจัดพวกเราไปด้วย หากท่านไม่เตรียมตัวหนีตอนนี้เชื่อว่าเขาต้องส่งคนมาที่นี่อีกแน่” ซุนเพ่ยหลินรู้ดีว่าอ๋องเสิ่นต้องส่งคนตามมาอีกเพื่อมิให้เกิดข้อผิดพลาด“ที่นี่คุ้มกันแน่นหนาเจ้าอย่างได้กังวลไปเลยฮูหยิน” ซุนต้านยังคงไม่มีอาการร้อนใจ เพื่อทำให้นางร้อนใจมากกว่าตน“แต่ข้าเชื่อว่าผู้ที่ท่านอ๋องส่งมาจะต้องมาเพื่อเอาสัญญาลงนามไป ต้าเหยาฝากข้าให้เก็บเอาไว้ ตอนนี้องครักษ์เฉียนกำลังไปช่วยเขาออกมาแล้วเราก็จะหนีไปซ่อนตัวที่อื่น เชื่อข้าเถิดท่านพี่ข้ารู้ดีว่าอ๋องเสิ่นไม่วางมือจากเรื่องนี้แน่”“ฮูหยิน เจ้าเชื่อข้าเถิด แม่ทัพโจวไม่ปล่อยให้เราเป็นอันตรายแน่เพราะเขาเองก็ต้องการสัญญานั่นเช่นกัน ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าระหว่างเจ้ากับต้าเหยาผู้ใดเป็นผู้เก็บหนังสือสัญญาลงนาม เขาจะต้องช่วยทั้งต้าเหยาและทั้งพวกเราอย่างเต็มที่แน่” ซุนต้านบอกเหตุผลให้นางวางใจ ตราบใดที่ทุกอย่างยังไม่คลี่คลายก็ยังมิได้
ข่าวเรื่องซุนต้าเหยาถูกจับในข้อหาลอบสังหารโจวจื่อรั่วและเจ้าเมืองจิ้งหนานถูกจับกุมในข้อหารีดไถประชาชนไปถึงหูอ๋องเสิ่น แม้จะไม่ใช่ข้อหากบฏโดยตรงเพราะไม่มีหลักฐานชี้ชัด แต่ย่อมรู้ดีว่าเป็นอุบายของแม่ทัพตงฉินผู้นั้นให้คนที่ร่วมลงนามก่อกบฏเกิดความอกสั่นขวัญแขวน“อีกสองวันแม่ทัพโจวกำลังนำตัวทั้งสองผ่านเมืองจงหูวเพื่อกลับไปยังเสวียนซาน ถ้าเป็นไปตามที่คาดเดาคงจะแวะที่ตงเสวียเพื่อจับกุมซุนฮูหยินอีกคน” ที่ปรึกษารายงานข่าวแก่ผู้ครองแคว้นฉี“ต้าเหยาฝากรายชื่อขุนนางที่ลงนามก่อกบฏไว้กับนาง หากเป็นเช่นนั้นเราต้องชิงมาก่อน” อ๋องเสิ่นกล่าวด้วยความกังวล“คุณชายซุนนั้นน่าจะไม่ยอมเอ่ยปากโดยง่ายแต่กับใต้เท้าหวังเจ้าเมืองจิ้งหนานนั้นเราจะทำเช่นไรกับเขาดีควรปล่อยให้ไปถึงเสวียนซานหรือไม่” ที่ปรึกษาถามด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์ ยุยงให้กำจัดเจ้าเมืองจิ้งหนานไปเฉียนซื่อที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็ตั้งใจฟังอย่างเป็นกังวล เกรงว่าอ๋องเสิ่นจะคิดกำจัดลูกชายของตน“หากจะกำจัดก็ต้องกำจัดให้หมด แม้แต่เพ่ยหลินและต้าเหยาก็ไม่ต้องละเว้น” อ๋องเสิ่นทำสีหน้าที่จริงจัง สิ้นประโยคนั้นทำเอาองครักษ์ข้างกายอย่างเฉียนซื่อแทบยืนไม่อยู่“งานน
ขบวนรถม้าหยุดพักที่โรงเตี๊ยมก่อนถึงเมืองจิ้งหนานตามแผนการของโจวจื่อรั่วที่อยากให้ซุนต้าเหยาล่วงหน้าไปถึงก่อนตน หน้าห้องพักของแม่ทัพหนุ่มมีทหารยามคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามอย่างแน่นหนาเพื่อมิให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่พักผ่อนอยู่ด้านในโจวลี่หรูนอนกอดสามีด้วยจิตใจที่ไม่สงบสุข รู้สึกเหมือนว่ากำลังจะมีเรื่องที่เลวร้ายเกิดขึ้น“ยังไม่นอนอีกหรือลี่หรู” โจวจื่อรั่วถามเสียงนุ่มเมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนทอดถอนหายใจอย่างเป็นกังวล“ข้ารู้สึกไม่สบายใจ เรากลับเสวียนซานกันดีหรือไม่”“พรุ่งนี้เมื่อถึงจิ้งหนานแล้วทุกอย่างก็จะค่อยๆ คลี่คลาย อย่าได้กังวลไป” คำพูดปลอบใจนั้นไม่ได้ทำให้นางสงบลงเมื่อเทียบกับอ้อมกอดที่อบอุ่นที่กระชับให้นางเข้าไปหาโจวลี่หรูหลับตาลงอย่างวางใจ จากนั้นแม่ทัพหนุ่มก็รอจนกระทั่งนางหลับสนิทแล้วค่อยๆ ลุกเดินไปยังด้านนอกเพื่อเตรียมแผนการกับซูเยี่ยโดยมิให้รบกวนการนอนของภรรยาที่เดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน“เรื่องของต้าเซ่อเป็นอย่างไรบ้าง”“เรียนท่านแม่ทัพ ต้าเซ่อไม่ทันระวังตัวจึงถูกจับกุมได้โดยง่าย ตอนนี้ถูกคุมขังที่จวนใต้เท้าลู่เพื่อรอให้ท่านไปตัดสินโทษ ในตัวเขาพบจดหมายสนเท่ห์ที่หายไปอยู่กับใต้







![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)