เข้าสู่ระบบขบวนรถม้าหยุดพักที่โรงเตี๊ยมก่อนถึงเมืองจิ้งหนานตามแผนการของโจวจื่อรั่วที่อยากให้ซุนต้าเหยาล่วงหน้าไปถึงก่อนตน หน้าห้องพักของแม่ทัพหนุ่มมีทหารยามคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามอย่างแน่นหนาเพื่อมิให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่พักผ่อนอยู่ด้านใน
โจวลี่หรูนอนกอดสามีด้วยจิตใจที่ไม่สงบสุข รู้สึกเหมือนว่ากำลังจะมีเรื่องที่เลวร้ายเกิดขึ้น
“ยังไม่นอนอีกหรือลี่หรู” โจวจื่อรั่วถามเสียงนุ่มเมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนทอดถอนหายใจอย่างเป็นกังวล
“ข้ารู้สึกไม่สบายใจ เรากลับเสวียนซานกันดีหรือไม่”
“พรุ่งนี้เมื่อถึงจิ้งหนานแล้วทุกอย่างก็จะค่อยๆ คลี่คลาย อย่าได้กังวลไป” คำพูดปลอบใจนั้นไม่ได้ทำให้นางสงบลงเมื่อเทียบกับอ้อมกอดที่อบอุ่นที่กระชับให้นางเข้าไปหา
โจวลี่หรูหลับตาลงอย่างวางใจ จากนั้นแม่ทัพหนุ่มก็รอจนกระทั่งนางหลับสนิทแล้วค่อยๆ ลุกเดินไปยังด้านนอกเพื่อเตรียมแผนการกับซูเยี่ยโดยมิให้รบกวนการนอนของภรรยาที่เดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน
“เรื่องของต้าเซ่อเป็นอย่างไรบ้าง”
“เรียนท่านแม่ทัพ ต้าเซ่อไม่ทันระวังตัวจึงถูกจับกุมได้โดยง่าย ตอนนี้ถูกคุมขังที่จวนใต้เท้าลู่เพื่อรอให้ท่านไปตัดสินโทษ ในตัวเขาพบจดหมายสนเท่ห์ที่หายไปอยู่กับใต้เท้าลู่” ซูเยี่ยรายงานด้วยน้ำเสียงที่ที่กังวลใจที่ลู่เล่อซางนำหลักฐานเก็บไว้เอง
“จดหมายนั่นเป็นของปลอมที่ข้าให้คนเขียนขึ้นมา ของจริงนั้นข้าเก็บซ่อนไว้ดีแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เจ้าต้องทำคืองานที่ข้ากำลังจะมอบหมายให้” โจวจื่อรั่วกล่าวก่อนจะเริ่มเล่าแผนการของตนให้ซูเยี่ยฟังโดยละเอียด
ซูเยี่ยรับฟังแผนการนั้นอย่างไม่แน่ใจนักกว่าจะได้ผลแต่ก็เชื่อมั่นในความคิดอันชาญฉลาดของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่
“ข้าน้อยจะทำตามอย่างเคร่งครัด” ทหารคนสนิทผู้เดียวที่เหลืออยู่ตอบรับด้วยความหนักแน่น สิ้นสุดงานนี้ตนมีความคิดจะร้องขอรางวัลบางอย่างในภายหลัง
**********************
ซุนต้าเหยามาถึงที่จิ้งหนานก่อนตามที่โจวจื่อรั่ววางแผนเอาไว้ เมื่อเจอหน้ากันที่โรงน้ำชาก็ออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าที่ปกติราวกับไม่เคยมีเรื่องบาดหมางต่อกัน
“ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพจะเดินทางมาที่จิ้งหนานจึงมิได้เตรียมการต้อนรับต้องขออภัย”
“ข้าพาลี่หรูมาที่โรงน้ำชานี้เพื่อเยี่ยมเยียนท่านเท่านั้น ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าเองต้องขออภัย”
บุรุษทั้งสองจ้องหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่ซุนต้าเหยาจะเป็นฝ่ายยิ้มแย้มออกมาก่อนแล้วเดินนำทั้งสองไปยังห้องรับรองที่ดีที่สุดของโรงน้ำชาที่โอ่อ่าแห่งนี้
อาหารและสุราได้ถูกนำมาจัดวางเต็มโต๊ะ ซูเยี่ยใช้เข็มเงินในการตรวจสอบพิษแต่โจวจื่อรั่วห้ามเอาไว้
“ซูเยี่ยอย่าเสียมารยาท นี่คืออาหารที่ถูกจัดโดยพี่ชายของฮูหยินข้าย่อมไม่มีสิ่งใดเจือปนอยู่แล้ว ใช่หรือไม่” โจวจื่อรั่วหันไปถามซุนต้าเหยาแล้วยิ้มออกมาอย่างท้าทาย
“ย่อมเป็นเช่นนั้น” ซุนต้าเหยาตอบด้วยน้ำเสียงที่ปกติแล้วหันไปหาน้องสาวของตนมีมองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
“โยวโยวสบายดีหรือไม่ ได้ยินข่าวว่าเจ้าแต่งงานกับแม่ทัพโจวในฐานะฮูหยินเชลยเพียงเท่านั้น คงลำบากใจมิใช่น้อย” คำพูดที่จงใจให้นางอับอายนั้นถูกกล่าวออกมาอย่าง
“มิได้ลำบากเลยแม้แต่น้อย ท่านพี่ดูแลข้าดีมาก” โจวลี่หรูตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้เกรงกลัวพี่ชายอย่างแต่ก่อน แล้วมองไปยังแขนซ้ายของเขาแล้วกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใยแต่ประโยคนั้นเชือดเฉือนเพื่อยั่วโทสะอีกฝ่ายตามที่โจวจื่อรั่ววางแผนไว้
“บาดแผลที่ต้นแขนหายดีแล้วหรือไม่ คมดาบของท่านพี่น่าจะทำให้ท่านเจ็บปวดมิใช่น้อย” นางกล่าวแล้วรินสุราให้แก่สามีและซุนต้าเหยา ก่อนจะช้อนตามองพี่ชายที่ทำสีหน้าตกใจ
“เจ้าปรักปรำข้าอยู่รู้หรือไม่น้องสาม”
“เราต่างก็รู้อยู่แก่ใจว่าท่านได้รับบาดเจ็บในวันที่ลอบโจมตีรถม้าของข้า ไยจะต้องพูดแก้ต่างให้มากความ” โจวจื่อรั่วเองก็อดไม่ได้ที่จะยั่วโทสะของอีกฝ่ายทำให้ซุนต้าเหยาที่คิดจะปกปิดความจริงก็เผยธาตุแท้ออกมา
ซุนต้าเหยาส่งสัญญาณให้ทหารของเมืองจิ้งหนานที่รับใช้ตนออกมาแต่ก็พบกับความว่างเปล่า
โจวจื่อรั่วให้ชงเอ๋อร์พาโจวลี่หรูให้ถอยห่างออกไปแล้วมองซุนต้าเหยาด้วยสายตาที่ชิงชัง “คนของเจ้าไม่มีวันมาหรอก ข้าได้ให้คนของข้าจัดการควบคุมโรงน้ำชาแห่งนี้แล้ว ซูเยี่ยนำตัวเขาไปขังเอาไว้อย่าให้หนีไปได้” แม่ทัพโจวออกคำสั่งให้จับกุมซุนต้าเหยา
เพราะไร้ทักษะในการต่อสู้ซุนต้าเหยาจึงถูกจับกุมอย่างง่ายดาย แล้วส่งสัญญาณให้คนสนิทของตนเพื่อทำการอะไรบางอย่างโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
“แล้วต่อไปจะทำเช่นไรเจ้าคะ” โจวลี่หรูถามอย่างเป็นกังวล แม่ทัพโจวยิ้มร้ายที่มุมปากแล้วมองซุนต้าเหยาที่ถูกคุมตัวไปด้วยสายตาที่เย็นชา
“เราจะไปเยี่ยมท่านเจ้าเมืองเสียหน่อย” น้ำเสียงที่จริงจังนั้นทำเอาโจวฮูหยินเองก็รับรู้ได้ว่าเรื่องราวกำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า
เจ้าเมืองจิ้งหนานเมื่อรู้ว่าซุนต้าเหยาถูกจับกุมตัว แม้จะเป็นข้อหาลอบทำร้ายขุนนางมิใช่การก่อกบฏแต่นั่นก็มิได้หมายความว่าโจวจื่อรั่วจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้ง่ายๆ จึงยอมให้ความร่วมมือเพราะถูกบุกมาที่จวนโดยมิทันได้เตรียมรับมือเอาไว้
“ท่านเป็นถึงเจ้าเมืองกลับร่วมมือกับกบฏ ขูดรีดชาวบ้านจนต้องยอมมาฝึกซ้อมรบเพื่อแลกกับความอยู่รอดมีโทษถึงขั้นประหารสามชั่วโคตรไม่มีละเว้น” โจวจื่อรั่วกล่าวเสียงเข้มขณะที่ให้ทหารคุมตัวเจ้าเมืองเอาไว้
“แต่หากเจ้าให้ความร่วมมือข้าจะกราบทูลองค์ไท่จื่อให้ลดโทษให้เจ้าถูกประหารแต่เพียงผู้เดียวแต่ภรรยาและลูกๆ ของท่านจะอยู่รอด เลือกเอาเถิด” โจวจื่อรั่วพูดแล้วมองไปทางครอบครัวของอีกฝ่ายที่ร้องห่มร้องไห้ที่ประมุขของบ้านถูกจับกุมในข้อหาร้ายแรง
เจ้าเมืองจิ้งหนานขาอ่อนลงไม่ว่าทางใดก็ต้องโทษตาย สู้ดีตายคนเดียวแล้วให้ลูกเมียอยู่รอดจะไม่ดีกว่าเช่นนั้นหรือ “ข้ายินยอมให้ความร่วมมือ แต่จะไม่พูดสิ่งใดจนกว่าจะมั่นใจว่าครอบครัวข้าปลอดภัย”
“ได้ เช่นนั้นข้าจะขังพวกท่านเอาไว้ก่อนแล้วนำตัวท่านไปสอบสวนที่เสวียนซานในภายหลัง” โจวจื่อรั่วตัดสินเบื้องต้น จากนั้นให้คนพาเขาไปคุมขังที่คุกในจวนเจ้าเมือง และให้กักบริเวณคนในครอบครัวให้อยู่แต่ภายในเรือนรับรองมิให้ออกไปจากจวนเจ้าเมืองแห่งนี้
จากนั้นจึงได้ให้ทหารกระจายกำลังไปจัดการเรื่องอาวุธที่ถูกขนส่งมาฝึกซ้อม ทหารและชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาฝึกซ้อมในสนามรบต่างก็ยินดีที่เจ้าเมืองฉ้อฉลถูกจับกุม
โจวจื่อรั่วใช้อำนาจของป้ายทองยึดทรัพย์ของเจ้าเมืองบางส่วนแล้วแจกจ่ายแก่ผู้ที่ถูกเกณฑ์ให้มาฝึกอาวุธโดยอ้างถึงองค์รัชทายาทให้ชาวบ้านสำนึกในพระกรุณา เป็นการปราบกบฏในจิ้งหนานได้อย่างสำเร็จเหลือเพียงลากตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมารับโทษทัณฑ์เท่านั้น
“เราจะพักที่นี่เพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ปราบกบฏได้แล้วต่อไปก็นำตัวคนผิดมาลงโทษ เจ้าวางใจเถิด”
“ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าท่านพ่อของข้าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้” โจวลี่หรูถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล ย่อมใกล้ความจริงก็ยิ่งรู้สึกกังวลไปเสียทุกเรื่อง
“เอาไว้ถึงเสวียนซานแล้วเจ้าจะรู้เอง” โจวจื่อรั่วบอกแก่ภรรยาเสียงนุ่ม ถึงเวลาแล้วที่นางต้องรู้ความจริงทั้งหมด
**********************
ข่าวเรื่องซุนต้าเหยาถูกจับในข้อหาลอบสังหารโจวจื่อรั่วและเจ้าเมืองจิ้งหนานถูกจับกุมในข้อหารีดไถประชาชนไปถึงหูอ๋องเสิ่น แม้จะไม่ใช่ข้อหากบฏโดยตรงเพราะไม่มีหลักฐานชี้ชัด แต่ย่อมรู้ดีว่าเป็นอุบายของแม่ทัพตงฉินผู้นั้นให้คนที่ร่วมลงนามก่อกบฏเกิดความอกสั่นขวัญแขวน“อีกสองวันแม่ทัพโจวกำลังนำตัวทั้งสองผ่านเมืองจงหูวเพื่อกลับไปยังเสวียนซาน ถ้าเป็นไปตามที่คาดเดาคงจะแวะที่ตงเสวียเพื่อจับกุมซุนฮูหยินอีกคน” ที่ปรึกษารายงานข่าวแก่ผู้ครองแคว้นฉี“ต้าเหยาฝากรายชื่อขุนนางที่ลงนามก่อกบฏไว้กับนาง หากเป็นเช่นนั้นเราต้องชิงมาก่อน” อ๋องเสิ่นกล่าวด้วยความกังวล“คุณชายซุนนั้นน่าจะไม่ยอมเอ่ยปากโดยง่ายแต่กับใต้เท้าหวังเจ้าเมืองจิ้งหนานนั้นเราจะทำเช่นไรกับเขาดีควรปล่อยให้ไปถึงเสวียนซานหรือไม่” ที่ปรึกษาถามด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์ ยุยงให้กำจัดเจ้าเมืองจิ้งหนานไปเฉียนซื่อที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็ตั้งใจฟังอย่างเป็นกังวล เกรงว่าอ๋องเสิ่นจะคิดกำจัดลูกชายของตน“หากจะกำจัดก็ต้องกำจัดให้หมด แม้แต่เพ่ยหลินและต้าเหยาก็ไม่ต้องละเว้น” อ๋องเสิ่นทำสีหน้าที่จริงจัง สิ้นประโยคนั้นทำเอาองครักษ์ข้างกายอย่างเฉียนซื่อแทบยืนไม่อยู่“งานน
ขบวนรถม้าหยุดพักที่โรงเตี๊ยมก่อนถึงเมืองจิ้งหนานตามแผนการของโจวจื่อรั่วที่อยากให้ซุนต้าเหยาล่วงหน้าไปถึงก่อนตน หน้าห้องพักของแม่ทัพหนุ่มมีทหารยามคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามอย่างแน่นหนาเพื่อมิให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่พักผ่อนอยู่ด้านในโจวลี่หรูนอนกอดสามีด้วยจิตใจที่ไม่สงบสุข รู้สึกเหมือนว่ากำลังจะมีเรื่องที่เลวร้ายเกิดขึ้น“ยังไม่นอนอีกหรือลี่หรู” โจวจื่อรั่วถามเสียงนุ่มเมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนทอดถอนหายใจอย่างเป็นกังวล“ข้ารู้สึกไม่สบายใจ เรากลับเสวียนซานกันดีหรือไม่”“พรุ่งนี้เมื่อถึงจิ้งหนานแล้วทุกอย่างก็จะค่อยๆ คลี่คลาย อย่าได้กังวลไป” คำพูดปลอบใจนั้นไม่ได้ทำให้นางสงบลงเมื่อเทียบกับอ้อมกอดที่อบอุ่นที่กระชับให้นางเข้าไปหาโจวลี่หรูหลับตาลงอย่างวางใจ จากนั้นแม่ทัพหนุ่มก็รอจนกระทั่งนางหลับสนิทแล้วค่อยๆ ลุกเดินไปยังด้านนอกเพื่อเตรียมแผนการกับซูเยี่ยโดยมิให้รบกวนการนอนของภรรยาที่เดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน“เรื่องของต้าเซ่อเป็นอย่างไรบ้าง”“เรียนท่านแม่ทัพ ต้าเซ่อไม่ทันระวังตัวจึงถูกจับกุมได้โดยง่าย ตอนนี้ถูกคุมขังที่จวนใต้เท้าลู่เพื่อรอให้ท่านไปตัดสินโทษ ในตัวเขาพบจดหมายสนเท่ห์ที่หายไปอยู่กับใต้
สัมผัสที่นุ่มนวลและอ่อนหวานจากแม่ทัพผู้องอาจสร้างเสียงครางอย่างสุขสมให้แก่โจวลี่หรูครั้งแล้วครั้งเล่า มือบอบบางจิกที่ผ้าห่มแล้วมองร่างกำยำที่เคลื่อนไหวอยู่บนเรือนร่างของตนด้วยแววตาที่ฉ่ำหวานเสียงหายใจหอบถี่ของโจวจื่อรั่วและสะโพกหนาที่โยกเข้ามาอย่างดุดันช่างเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหลสะโพกเล็กๆ ของนางแอ่นเข้าหาอย่างเว้าวอน ชื่นชอบสัมผัสของนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความดุดันและพลังที่เขาโถมเข้ามาก็สร้างความสุขสมเป็นอย่างมาก“ฮูหยินนิ่วหน้าเช่นนั้นจะให้ข้าเบาแรงหรือไม่” เสียงกระซิบถามที่แหบพร่าแต่ว่าสะโพกสอบยังคงโถมเข้ามาอย่างไม่ปรานี“ไม่ต้องเบาแรงเจ้าค่ะท่านพี่ ข้ารับไหว หากท่านจะทำแรงกว่านี้อีกหน่อยก็ยังได้” เสียงสั่นกระเส่าและดวงตาที่ฉ่ำปรือของนางบ่งบอกว่าเกิดความกำหนัดและปรารถนาให้อีกฝ่ายกระทำได้อย่างเต็มที่เสียงเนื้อกระทบกันดังเป็นจังหวะขณะที่แม่ทัพหนุ่มโถมแรงสะโพกลงไปอย่างดุดัน เสียงครางกระเส่าของทั้งคู่รดรินกันผสานเสียงท่อนเนื้อที่เสียดสีกับกลีบบุปผางามตาสร้างความหฤหรรษ์ในการร่วมสวาทจนทั้งสองทนต่อความสุขสมนี้ไม่ไหวฝ่ายคนร่างใหญ่โถมแรงกระแทกจนภรรยาตัวสั่นคลอน สองมือหนากุมเต้างามที่ก
ที่ศาลานั่งพักกลางสวนดอกไม้ ซุนลี่หลิงนั่งด้วยความประหม่าต่อหน้าของแม่ทัพโจวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องเขยของตน แววตาเย็นชาที่มองมายังนางทำให้รู้สึกยำเกรงจนมิกล้าเอ่ยปากอันใด“ข้าคิดว่าเจ้าจะมาผู้เดียวเสียอีก ไม่คิดว่าจะพาท่านแม่ทัพออกมาด้วย” ซุนลี่หรูพูดเสียงเบากับน้องสาวของตน“ข้าไม่อยากอุดอู้อยู่ในแต่ในห้อง จึงตามนางมาชื่นชมสวนบุปผาแห่งนี้ด้วย” แม่ทัพหนุ่มที่ได้ยินกล่าวตอบเสียงเรียบ ทั้งๆ ที่จริงแล้วถูกโจวลี่หรูขอร้องให้มาด้วยกันโจวลี่หรูจึงวางมือบนใบหน้าของเขาแล้วใช้นิ้วคลี่ยิ้มให้กับอีกฝ่ายท่ามกลางความตกใจของซุนลี่หลิงที่ไม่คิดว่าน้องสาวของตนจะกล้าทำเช่นนั้น รวมไปถึงตัวของแม่ทัพหนุ่มเองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน“ยิ้มบ้างเถิดเจ้าค่ะ ทำหน้าดุเช่นนี้พี่รองกลัวท่านไปหมดแล้ว” โจวฮูหยินกล่าวเสียงสดใสแล้วหันไปยิ้มกับพี่สาวของตนแล้วเริ่มพูดคุยเพื่อสืบความจากนางโดยที่ซุนลี่หลิงไม่รู้ตัวเลยว่าถูกน้องสาวหลอกถามเข้าให้แล้ว“เมื่อวานตอนที่ข้ามาถึง ท่านแม่ใหญ่กับพี่รองก็ลงมาจากรถม้าเช่นเดียวกัน กลับถึงเรือนตอนฟ้ามืดเช่นนั้นคงมิใช่ไปเที่ยวชมตลาดมา”“เจ้าช่างสังเกตยิ่งนัก ข้ากับท่านแม่พึ่งกลับจากจิ้งห
ในค่ำคืนที่อากาศหนาวเย็นและมีลมหนาวพัดอยู่ด้านนอก ภายในห้องนอนของโจวลี่หรู โจวจื่อรั่วมองดูฮูหยินของตนที่แสร้งหยิบจับนั่นนี่อย่างไม่เป็นสุขไม่ยอมมาร่วมเตียงกับตนเสียทีโจวลี่หรูกลับมาเยี่ยมบ้านในครานี้หากจะแยกห้องกับสามีก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรนัก เช่นนั้นแล้วนางจึงต้องอยู่ร่วมห้องและร่วมเตียงกับอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้“เจ้าไม่ง่วงหรือลี่หรู ข้ารอเจ้านานแล้ว”“ข้าคิดว่าข้าจะนอนตรงนี้ได้ หากร่วมเตียงกับท่านแล้วอาจจะไปโดนบาดแผลของท่านได้”“เตียงกว้างเช่นนี้จะโดนได้อย่างไร มาเถิด” น้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงด้วยความจริงจังทำให้นางยอมเดินไปหาเขาแต่โดยดี แล้วขยับไปนอนข้างๆ ด้วยหัวใจที่เต้นแรง“รังเกียจข้าเช่นนั้นหรือจึงขยับไปห่างเช่นนั้น”“ข้ากลัวจะโดนแผลของท่าน”โจวจื่อรั่วดึงนางมานอนทับที่ต้นแขนของตนแล้วดึงผ้าห่มมากระชับร่างของทั้งคู่เอาไว้“เหตุการณ์วันนี้ทำให้ข้ากลัวว่าจะเสียเจ้าไป” น้ำเสียงนุ่มทุ้มกระซิบข้างใบหูของนาง ความหมายของสิ่งที่กล่าวออกมาทำให้โจวลี่หรูหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อนึกได้ถึงเหตุผลที่แต่งงานกันนางก็รีบกล่าวตัดพ้อออกมา“ท่านอย่าลืมว่าเราแต่งงานกันด้วยเหตุใด”“ข
เมื่อถึงจวนสกุลซุน ซุนต้านและซุนเพ่ยหลินได้ให้การต้อนรับแม่ทัพหนุ่มตามมารยาท โจวลี่หรูที่แม้จะดีใจที่ได้กลับมาแต่ด้วยความห่วงใยที่มีต่อแม่ทัพหนุ่มและรู้ว่าผู้ที่จะมาทำร้ายตนเป็นผู้ใดจึงมิได้มีสีหน้าที่เป็นสุขนัก“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดแม่ทัพโจวจึงได้รับบาดเจ็บเช่นนี้” ซุนเพ่ยหลินถามด้วยความตกใจ แม้จะไม่อยากพูดดีด้วยแต่ถ้าแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่หากเป็นอันใดไปในเรือนสกุลซุนอาจจะมีเรื่องใหญ่ตามมา“ระหว่างทางพบกับโจรป่าเข้า จึงเกิดการต่อสู้กัน” โจวจื่อรั่วตอบเสียงเรียบแล้วมองยังซุนต้านด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง“ฮูหยินให้คนดูแลทหารของท่านแม่ทัพ ทั้งอาหาร ที่พักและยารักษา” ซุนต้านบอกแก่ภรรยาของตน“เจ้าค่ะท่านพี่” ซุนเพ่ยหลินรับปากสามี จึงหันไปสั่งพ่อบ้านซุน“ทำตามที่นายท่านสั่ง ดูแลทหารของแม่ทัพโจวอย่าได้ขาดตกบกพร่องประการใด” นางสั่งการต่อไม่ยอมออกจากห้องรับรองของโจวจื่อรั่วไปเพราะเกรงว่าจะมีการพูดเรื่องสำคัญลับหลังนางโจวลี่หรูมองดูหมอถอดเสื้อของเขาออกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำและบาดแผลที่หน้าท้อง แม้จะเล็กน้อยแต่ก็ยังมีโลหิตไหลไม่หยุดหลังจากที่ทำความสะอาดบาดแผลและใส่ยาแล้วก็พันผ้าสะอาดรอบเอว







