เข้าสู่ระบบกอหญ้าตื่นขึ้นมาขยับตัวอย่างเชื่องช้ารู้สึกว่าตัวเองปวดเมื่อยไปทั่วร่างกาย “ลุกไหวไหมถ้าลุกไม่ไหวพี่จะลางานให้”
“ลุกไหวค่ะ กอหญ้าไม่อยากขาดงานบ่อยๆ แล้วก็ป่วยรอบที่แล้วก็หยุดงานไปสองสามวันมาวันนี้จะมาหยุดอีกก็กลัวว่าพี่ที่ฝึกงานจะว่าให้ แล้วอีกอย่างกอหญ้ากลัวว่าจะฝึกงานไม่ผ่านด้วยค่ะ ” “จะกลัวทำไมไม่เห็นต้องกลัวเลยเพราะสุดท้ายคนที่เซ็นให้กอหญ้าผ่านงานก็คือพี่เองจะพักอีกสองสามวันจะเป็นไรไป” “ไม่เอาค่ะเดี๋ยวพี่ที่ฝึกงานจะเป็นห่วงหรืออาจจะมีบางคนที่ว่าเอาได้ว่าเป็นเด็กเส้นไม่ต้องทำอะไรก็ผ่านการฝึกงาน”กอหญ้าค่อยๆ ขยับลุกและเอามือจับที่แขนแข็งแกร่งของชายหนุ่มให้ออกจากเอวของเธอ แต่ดูเหมือนว่ากระทิงที่นอนข้างเธอเมื่อคืนจะไม่ยอมปล่อยให้เธอลุกจากเตียงง่ายๆ เขาไม่ยอมปล่อยมือออกจากร่างบางแต่กับกระชับอ้อมแขนนั้นให้แน่นขึ้นกว่าเดิม กระทิงเอี้ยวตัวไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่บนหัวเตียงของตัวเอง “หัวหน้าฝึกงานฝ่ายผลิตผลไม้อบกรอบ วันนี้ผมขอลางานให้กอหญ้าอีกครึ่งวันนะครับ พอดีว่าผมตื่นสายไม่สามารถตื่นไปส่งกอหญ้าทำงานได้ เพราะเมื่อคืนผมดูงานจนดึก ”อยู่ดูงานจนดึกหรือทำอย่างว่ามากกว่าและไม่ยอมหลับยอมนอนต่างหากกอหญ้าคิดอยู่ในใจขณะที่ กระทิงคุยโทรศัพท์อยู่ร่างบางก็ได้ยินทั้งหมดเธอไม่ได้แอบฟังแต่เป็นเพราะว่าในขณะที่กระทิงนั้นพูดโทรศัพท์มืออีกข้างก็ยังกอดเธออยู่ไม่ยอมให้เธอลุกไปไหน “ได้ค่ะคุณกระทิง”หัวหน้าฝ่ายผลิตจะพูดอะไรได้ในเมื่อเจ้าของโรงงานเอ่ยปากขอมาขนาดนี้แล้ว “เรียบร้อยแล้วนอนต่อได้” “พี่กระทิงพี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวพี่ที่ทำงานก็ไม่ชอบขี้หน้ากอหญ้าหรอกค่ะ”กระทิงไม่ยอมฟังคำบ่นของหญิงสาว กดจุ๊บที่หน้าผากของหญิงสาวเบาๆ ก่อนจะนอนหลับต่อและไม่ยอมเอามือออกจากเอวของหญิงสาวเสียที “ไม่ชอบก็ไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบแล้วมีปัญหามากเดี๋ยวพี่จะไล่ออกให้หมดเลยดีมั้ย” “พี่กระทิง... ”กระทิงไม่อยากฟังคำบ่นของหญิงสาวแล้วจึงจูบปิดปากของหญิงสาวแค่ริมฝีปากนอกเท่านั้นไม่ได้ล้วงลึกเข้าไปภายในโพรงปาก “หยุดพูดแล้วก็หยุดกังวลได้แล้วพี่จะนอน ถ้าพี่ไม่ได้นอนพี่ลุกขึ้นมาทำอย่างอื่นถ้าเป็นแบบนั้นวันนี้ทั้งวัน เธอก็จะไม่ได้ไปทำงานดีไหม” “ไม่ดีค่ะ”กอหญ้าได้แต่ทำหน้าบึ้งก่อนจะยอมนอนอยู่เฉยๆ ให้คนร่างโตกอดเพราะต่อให้เธอดิ้นแค่ไหน อ้อมแขนแข็งแกร่งแขนนี้ ก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอลุกจากเตียงอย่างแน่นอน และมือที่กอดเธอในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าจะเหนียวยิ่งกว่ามือตุ๊กแกเสียอีก เพราะเธอลองแกะมือหนาออกแล้ว แต่ไม่สามารถทำได้เธอจึงตัดสินใจค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง แต่ก็ไม่สามารถหลับได้ถึงแม้ว่าเปลือกตาของเธอจะปิดลงแล้วเพราะในหัวสมองของเธอคิดว่าหากเธอและเขาสนิทกันมากกว่านี้วันที่เธอกับคนที่กอดเธอในตอนนี้จากกันจะเจ็บปวดมากแค่ไหน เพราะว่าเวลาที่เธออยู่กับเขามันมีความสุขมาก มากเสียจนในบางครั้งเธอแอบคิดว่าเขารักเธอเป็นแฟนกันจริงๆ เธอเริ่มรู้สึกจะหวั่นไหวกับสัมผัสที่ชายหนุ่มมอบให้ แต่กอหญ้าก็พยายามตอกย้ำและระมัดระวังหัวใจของตัวเองถ้าปล่อยใจไปมากกว่านี้วันที่ลาจากจะเจ็บปวดมากแค่ไหนเธอไม่อยากคิดเลย “ตื่นแล้วหรือ”กระทิงนอนหลับก่อนและเขาก็ตื่นก่อนหญิงสาวแต่เขาไม่ได้ปลุกเธอปล่อยให้เธอนอนหลับใหลอย่างสบายตามที่เธอต้องการ เพราะกระทิงคิดว่าหญิงสาวก็เหนื่อยจากกิจกรรมที่เขามอบให้เมื่อคืนเช่นกัน เขาอยากให้เธอพักผ่อนอย่างเพียงพอ “ตะ ตื่นแล้วค่ะ”เมื่อตื่นขึ้นมาร่างบางต้องตกใจทันทีเมื่อ ใบหน้าของกอหญ้าห่างจากใบหน้าของชายหนุ่มแค่ไม่กี่คืบ เธอจำได้ก่อนที่เธอจะหลับเธอได้หันหลังให้กับชายหนุ่มแต่ทำไมไม่รู้เมื่อตื่นขึ้นมา ใบหน้าของเธอถึงได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มแบบนี้ปากนี่แทบจะจูบกันอยู่แล้ว ปากหนาประกบจูบกับปากบาง แค่ปากจุ๊บกันแค่นั้นแต่ก็ทำให้เธอเขินจนต้องเอาหน้ามุดลงกับหน้าอกแกล่งของผู้ชาย “ตื่นแล้วก็นอนต่อสัก 15 นาทีก็ได้นะพี่จะไปอาบน้ำก่อน ” “ค่ะ” “หรือว่าเธอจะไปอาบน้ำด้วยกัน” “ไม่ค่ะ พี่กระทิงรีบไปอาบน้ำก่อนเลย กอหญ้าขอบิดขี้เกียจอยู่ในที่นอน รอให้พี่กระทิงอาบน้ำเสร็จก่อนดีกว่าค่ะ ถ้าเราไปอาบน้ำด้วยกันมีหวัง...” “มีหวังอะไร” “พี่กระทิงไปอาบน้ำเถอะค่ะ” “มีหวังอะไรยังไม่ตอบพี่เลย” กอหญ้าไม่กล้าสบตาแถมยังพับปากตัวเองให้เป็นรูปสระอีเหมือนกับบอกตัวเองว่าไม่น่าพูดคำนั้นออกมาเลย “พี่กระทิงไปอาบน้ำเถอะค่ะ” เมื่อได้ยินหญิงสาวพูดเช่นนี้กระทิงก็ยิ้ม เจ้าเล่ห์ให้กับหญิงสาวก่อนจะยอมเดินเข้าไปในห้องน้ำและอาบน้ำตามที่หญิงสาวบอก “พี่อาบน้ำเสร็จแล้ว เราก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวพี่ไปอุ่นอาหารให้แต่ถ้าช้าไปทำงานตอนเที่ยงไม่ทันไม่รู้ด้วยนะ” “ค่ะ”นอกจากเรื่องบนเตียงแล้วตอนนี้กอหญ้าก็รู้สึกว่ามันกำลังมีความรู้สึกอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากกันกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของกระทิง เช่นอุ่นอาหารให้ทำดีเอาอกเอาใจทุกอย่างเหมือนแฟนจริงๆ ตอนนี้มันรู้สึกดีไปหมดทั้งอยู่บ้านร่วมกัน แต่อีกใจหนึ่งมันก็ยิ่งตอกย้ำตลอดเวลาว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะไม่มีเขาอยู่ข้างๆ แบบนี้แล้ว เธอควรจะบอกให้ชายหนุ่มเลิกทำทุกสิ่งทุกอย่างแล้วเหลือแค่เรื่องบนเตียงตามที่ได้สัญญากันไว้ก็พอ หรือปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ปล่อยให้ความรู้สึกดีดีแทรกเข้ามาภายในใจถึงแม้ว่าจะรู้จุดจบว่ามันต้องเจ็บปวดขนาดไหน เมื่อไม่สามารถตอบตัวเองได้ก็ได้แต่ปล่อยให้สายน้ำที่ไหลจากฝักบัวไหลผ่านกายเธอไปเรื่อยๆ จนเธออาบน้ำเสร็จก็ยังไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้เธอจึงหยุดคิดและเดินออกจากห้องก่อนจะไปนั่งรับประทานอาหารกับกระทิงตามปกติ เมื่อทั้งสองได้ทานข้าวเสร็จแล้วเช่นเคย ที่กระทิงจะโน้มหน้าลงมาให้เธอหอมแก้มก่อนไปทำงานทุกครั้ง “อะไรเหรอคะ” “ก็หอมแก้มก่อนไปทำงานไง”กอหญ้ามองชายหนุ่มยังเขินอายคนหอมแก้มตามคำขอร้องของกระทิง ต่อจากนี้ไปการหอมแก้มคงเป็นกิจวัตรประจำวันก่อนออกไปทำงานใช่ไหม กอหญ้าถามกับตัวเองแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะคนตัวโตขอเอาไว้ เวลาผ่านผ่านไปเร็วเหลือเกินอีกแค่หนึ่งอาทิตย์กอหญ้าก็จะฝึกงานเสร็จแล้วแต่ถ้านับวันก็เหลือเพียงแค่สามวันเท่านั้นเพราะไม่รวมกับเสาร์อาทิตย์ “จะไปไหนทำไมไม่บอกพี่ พี่จะได้ไปส่งให้คนที่บ้านเอารถ มาให้ทำไม” “กอหญ้าจะพาเพื่อนไปเที่ยวในเมืองค่ะไม่รบกวนพี่ไปส่งดีกว่าเกรงใจค่ะ” “เกรงใจทำไม แล้วทำไมไม่บอกพี่ว่าจะไปไหน” “ ... ”กอหญ้าทำหน้ารู้สึกผิด “จะบอกหลังจากที่ออกไปแล้วใช่ไหม” “ใช่ค่ะ”กระทิงทำหน้าบึ้งตึงขึ้นมา “ก็กอหญ้าจะพาเพื่อนไปเที่ยวในเมืองอาจจะต้องไปค้างคืน ก็เลยไม่อยากรบกวนพี่กระทิงให้ไปเฝ้านะคะ” “ไม่ได้รบกวนทำไมพี่จะไปเฝ้าไม่ได้ พี่ไปได้อยู่แล้ว”สีหน้าของชายหนุ่มเริ่มบึ้งตึงขึ้นมา เหมือนจะไม่ชอบหรือไม่ถูกใจในสิ่งที่กอหญ้าพูด “พี่กระทิงมีงานมากมายที่จะต้องทำที่ไร่ไม่ใช่หรือคะ” “ตอนนี้พี่ว่างแล้ว” “แต่ว่า... ” “แต่ว่าอะไร” “กอหญ้าอยากไปฉลองกับเพื่อนเพราะใกล้ฝึกงานจบแล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันเมื่อไหร่ ให้กอหญ้าไปฉลองกับเพื่อนได้ไหมคะ”เมื่อกอหญ้าพูดออกมาแบบนี้กระทิงก็รู้แล้วว่ากอหญ้าไม่ได้อยากให้ตนไปด้วย “ไปที่ไหน” “ยังไม่รู้เลยค่ะ น่าจะผับในเมือง หรืออาจจะเป็นร้านนั่งชิลล์ ” “พี่จะไม่ตามเราไปก็ได้ แต่ต้องไปผับที่ @ one night stan ” “อะไรนะคะ ผับ@ one night stan” “ถ้าจะไปที่นั่นดีที่สุดแล้วพี่ก็จะไม่ตามเราไปด้วย” “จะไม่ตามไปหรือคะ” “ทำไมกลัวฉันตามไปด้วยหรอ” “ไม่ได้กลัวว่าพี่จะตามไปแต่ก็ยากกลัวว่า...” “กลัวว่าอะไร” กระทิงเริ่มพูดเสียงแข็งเล็กน้อยจนทำให้กอหญ้าเริ่มหวั่น “กลัวว่าพี่จะไปทำหน้าดูดุแล้วนนท์นี่กับกล้าหาญจะเกรงพี่จนไม่สนุกกันนะคะ ไม่โกรธกอหญ้านะคะที่ไม่พาพี่ไปด้วยขอบไปเฉพาะแค่เพื่อนนะคะ”กอหญ้าพูดออกมาอย่างยากลำบากก่อนจะเดินไปกอดแขนพร้อมกับเขย่งเท้าและจูบที่ริมฝีปากหนาเบาๆพื่อเป็นการขอร้อง “ได้ถ้ากลัวว่าเพื่อนจะอึดอัดแต่ต้องไปที่@ one night stan เท่านั้นเดี๋ยวส่งโลเคชั่นพร้อมกับจองโต๊ะไว้ให้” “ค่ะขอบคุณนะคะ ” “แล้วถ้าพี่รู้ว่ากอหญ้าไม่ได้ไปที่นั่นเตรียมตัวโดนลงโทษได้เลย แล้วก็ห้ามไปต่อที่อื่น” “ค่ะจะไม่ไปต่อที่อื่น ขอบคุณนะคะพี่กระทิงที่ให้กอหญ้าไป”กอหญ้ากำลังจะก้าวขาออกจากบ้านแต่ก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มทักท้วงขึ้นมาก่อน “เดี๋ยวก่อน” “ค่ะ ” “ถ้าพี่โทรหาต้องรับโทรศัพท์หรือตอบข้อความทุกครั้ง” “ค่ะจะรับโทรศัพท์แล้วตอบข้อความทุกครั้งไปได้หรือยังคะ” “ไปได้ ” เย้ เย้ เย้ ได้เวลาออกเดินทางกอหญ้าแวะรับเพื่อนๆ ที่หอพักคนงานก่อนจะเดินทางออกไปในตัวเมืองอันที่จริงก็ไม่ไกลแค่เดินทางประมาณชั่วโมงนึงก็ถึงแล้ว ที่จองโรงแรมไว้ “ตกลงว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนกันดี” “ก็นนท์นี่บอกว่าจะไปผับไม่ใช่หรือ” “ผับอ่ะไปอยู่แล้วแต่ตอนนี้อ่ะกำลังบ่ายโมงอยู่ยังไม่อยากกลับไปนอนที่โรงแรมจะไปไหนก่อนไหม” “ยังคิดไม่ออกเลยงั้นเราเอาของไปไว้ที่โรงแรมก่อนดีไหม ” “ก็ได้” “เราไปดูหนังด้วยกันดีไหม”จูจูกล้าหาญก็ถามขึ้นมา “เอ่อที่จริงพวกเราก็ไม่ได้ไปดูหนังด้วยกันนานแล้วนะ ตั้งแต่ปีสองแล้วมั้งที่เราไม่ได้ไปดูหนังด้วยกัน” “แล้วตอนนี้มีหนังอะไรให้ดูล่ะ” “เราก็ไม่รู้เหมือนกัน”กล้าหาญตอบ “งั้นเราลองเปิดดูในแอพว่ามีหนังอะไรฉายอยู่ในโรงบ้างไหม” นนท์นี่ถามขึ้นมา “ก็เปิดเลยสิจะรออะไร” “ช่วงนี้ไม่ค่อยมีหนังอะไรเลยมีแต่เรื่องนี้มั้งที่น่าสนใจ ถ้าความรูสึกมันเปลี่ยน” “หนังเกี่ยวกับอะไร” “ขอดูตัก่ตัวอย่างหนังก่อน”นนท์บอกก่อนที่เขาจะเปิดดูแล้วมาสรุปให้ว่าเป็นหนังเกี่ยวกับการแอบรักเพื่อน “การแอบรักเพื่อนอย่างนั้นหรือ อี้ต้องเลี่ยนแน่เลย”กอหญ้าไม่ได้ชอบหนังรักเสียเท่าไร “ฉันว่าหน้าดูอยู่น่ะว่าไงกล้าหาญ” “ดูก็ได้เอาบรรยากาศ”กล้าหาญที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่เพราะว่าไม่ชินทางแต่เขาเป็นผู้ชายจะนั่งรถให้ผู้หญิงขับมันก็จะแปลกๆ นิดหนึ่ง แต่ต่อให้กอหญ้าเป็นคนขับเธอก็ไม่ชินทางอยู่ดีเพราะเธอไม่ได้ขับรถเข้ามาในเมืองจะสี่ปีแล้วถนนหนทางก็เลี่ยนไปมาก “เอาบรรยากาศก็เอาบรรยากาศ”ดูรอบแล้วเราคงต้องไปทานข้าวกับดูหนังก่อนเพราะมีรอบหนังตอนสามโมงกว่าว่าไปเช็คอินที่โรงแรมกลับมากลัวจะไม่ทันรอบหนัง “ได้ไปดูหนังก่อน“เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของตัวเมือง “ไปซื้อตัวหนังกันก่อนนะ ขอไปฉี่ก่อนจะอันไม่ไหวแล้ว”แล้วกอหญ้าก็วิ่งหายไปเลย มึงไม่ได้ชอบดูหนังรักหรอกกูรู้ดี เมื่อไหร่มึงจะกล้าบอกชอบมันสักทีว่ะ ว่ามึงอ่ะชอบมัน มึงจะมาหวังว่าจะให้มันอินกับหนังแอบชอบเพื่อนและเข้าใจความรู้สึกของมึง มันคงจะเข้าใจหรอก มึงดูอย่างทุกวันนี้สิมึงคิดว่ามันรู้ไหมล่ะว่ามึงชอบมัน “กูไม่รู้ว่ะ” “กูว่ามันรู้แต่เป็นเพราะมึงไม่กล้าบอกรักมัน ไม่กล้าแสดงความจริงใจปล่อยให้เป็นได้แค่เพื่อนอยู่แบบนี้” “แต่กูก็เคยบอกรักมันนะ” “ตอนมันเมาน่ะหรอ” “มันคงรู้หรอกว่ามึงแอบชอบมัน” “กูไม่กล้าว่ะ” “มึงไม่กล้าเหมือนชื่อมึงเลย มึงไม่กลัวหรอหรือว่าหมาจะคาบไปแดก” “ก็กูไม่กล้ากูกลัวมองหน้ามันไม่ติด กูกลัวว่ามันจะรู้สึกหรือมองกูเปลี่ยนไปและไม่อยากจะเจอหน้ากูอีก กูยอมนะเว้ยจะอยู่สถานะไหนก็ได้ขอให้ชีวิตกูมีมันก็พอดี” “แต่ถ้ามึงไม่พูดต่อจากนี้ก็อาจจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ อีกแล้วพูดตอนนี้มันก็ยังดีเสียกว่ามาเสียใจทีหลังไม่ใช่หรือ”ถึงแม้ว่านนท์นี่รู้แล้วว่า กอหญ้าได้มีความสัมพันธ์กับกระทิงไปแล้วแต่ความสัมพันธ์พวกนั้นอีกไม่นานก็จะจบลงหลังจากที่พวกเขาฝึกงานเสร็จอยู่ดี มันจะเป็นการดีถ้าให้กล้าหาญบอกรักกอหญ้าเพื่อเยียวยาหัวใจของกอหญ้า และเพื่อนชายที่แอบรักเพื่อนสาวมานานก็จะได้สมหวังกันสักทีจะได้เปิดความรู้สึกของตัวเองที่ปิดกั้นเอาไว้ตั้งนาน ที่จริงเรื่องระหว่างของกระทิงและกอหญ้าเป็นเรื่องที่ทั้งสองปิดไว้แต่บังเอิญนนท์นี่ เห็นสีหน้าที่เป็นกังวลและไม่ปกติของกอหญ้าจึงคะยั้นคะยอถามดูจึงได้รู้ความจริง และอีกอย่างที่เป็นหลักฐานให้นนท์นี่เค้นเอาความจริงครั้งนี้ สำเร็จนั่นก็คือรอยแดงที่กอหญ้พยายามปิดที่ต้นคอหากใครไม่สังเกตดีดีก็คงไม่เห็น “เออกูก็ยังอยากลองบอกดูสักครั้งกูชอบมันงั้นคืนนี้กูจะบอกว่ากูชอบมัน แบบจริงจังสักทีไม่หยอดหรือพูดเล่นแล้ว” “เออดีเดี๋ยวกูจะเปิดทางให้” “ขอบใจมากนะ” “ไปซื้อตั๋วหนังได้แล้วเดี๋ยวกอหญ้าจะกลับมาจากห้องน้ำ” หลังดูหนังจบ “การแอบรักเพื่อนนี้ก็ดีเนอะที่สมหวัง แต่ถ้าในชีวิตจริงจะมีสักกี่คู่กันนะพี่สมหวังอย่างหนังบ้าง”กอหญ้าพูดออกมาด้วยความเขินอาย เพราะอินกันหนังที่ดู “ไม่รู้สิคงไม่ใช่ทุกคู่หรอกมั้ง”กล้าหาญตอบเสียงเบาและคิดสับสนกับตัวเองเรื่องที่จะบอกกับกอหญ้าในคืนนี้ “แต่ที่สำคัญต้องมีความกล้าที่จะบอกก่อนใช่ไหม”นนท์นี่พูดขึ้นมาบ้าง ก่อนจะมองไปที่หน้าของกล้าหาญ “ใช่ถ้าไม่บอกก็ไม่มีใครรู้ ”เราไปเช็คอินกันที่โรงแรมดีกว่าเตรียมตัวไปสนุกกันคืนนี้ “อืม” “อืม”ที่ว่าสนุกที่ยิ้มได้ก็เห็นจะเป็นกอหญ้าและนนท์นี่ แต่ดูหน้าของกล้าหาญตอนนี้แล้วเขากำลังกังวล อยู่ภายในใจมากที่สุดว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำมันจะเป็นผลดีต่อตัว เขาและกอหญ้าหรือไม่ถึงแม้ว่าหลังจากนี้จะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันแล้วแต่ เขาก็อยากส่งข้อความคุยกับกอหญ้าทุกวันเหมือนเดิม “เฮ้ย” เสียงถอนหายใจ แต่จะให้ทำยังไงได้ตอนนี้ เขาทำได้แค่เดินตามกอหญ้ฉีพยายามท์นี่ไปโรงแรมก่อนในเวลาตอนนี้“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







