เข้าสู่ระบบเราจะตอบคำถามของพี่ได้หรือยัง”
“...”กอหญ้ายังเงียบและไม่ยอมตอบคำถามของกระทิง จนทำให้กระทิงต้องวางปากหนาๆ ของตนลงที่ริมฝีปากบางของกอหญ้า ก่อนจะถอนออกมาและถามหญิงสาวอีกครั้ง “ทีนี้จะตอบพี่ได้หรือยัง ถ้าไม่ตอบพี่จะจูบจนปากเราเปื่อย หรือไม่ก็จะจูบจนกว่าจะได้คำตอบจะจากเราจะบอกพี่ได้หรือยัง” “...” “จะเงียบอยู่แบบนี้จริงๆ ใช่ไหม จะไม่ยอมตอบพี่จริงๆ ใช่ไหม งั้นพี่ก็จะจูบเธอต่อจนกว่าจะยอมตอบคำถามของพี่” กระทิงจูบหญิงสาวร่างบางด้วยความเร่าร้อนและหนักหน่วงปากหนาร่วงล้ำเข้าไปในโพรงปากบาง ของหญิงสาวทั้งสองคนต่างแลกน้ำลายกัน จนทำให้กอหญ้าหายใจไม่ออก เธอกำลังขาดออกซิเจนกอหญ้าเริ่มผลักกายของชายหนุ่มให้ออกห่างจากตน “พี่กระทิงเดี๋ยวก่อนค่ะ”เมื่อปากบางหลุดพ้นจากปากหนาได้เธอต้องหายใจเข้าปอดอย่างแรงเพื่อกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดทันที “เฮือก เฮือก”เสียงฮอบหายใจแรงของหญิงสาวที่กอบโกยเอาอากาศเข้าปอดของตัวเองค่อยๆ ปรับให้ช้าลงเมื่อเธอกอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างเพียงพอ “เอาอีกไหมถ้ารอบนี้ไม่ตอบพี่อีกพี่จะจูบเธอให้ขาดอากาศหายใจตายเลยดีไหม” “ไม่ ไม่ ไม่”กอหญ้าไม่ได้พูดเปล่าเธอรีบเอามือปิดปากของตัวเองและส่ายหัวไปมาด้วย “งั้นก็ตอบ”กอหญ้ายังเอามือปิดปากตัวเองเอาไว้อยู่ และมองท่าทีของคนตรงหน้า"จะตอบหรือไม่ตอบ" กระทิงไม่ได้พูดเปล่ายังเอามือหนาของเขาแกะมือเรียวบางของหญิงสาวออกจากปากของเธอด้วย “ตอบแล้วก็ได้ค่ะ ที่พี่กระทิงถามกอหญ้าว่ากอหญ้ารู้สึกหวั่นไหวกับพี่บ้างไหม กอหญ้าเริ่มมีความรู้สึก หวั่นไหวกับพี่เช่นกันดังนั้นกอหญ้าถึงได้อยากอยู่ให้ห่างๆ จากพี่เอาไว้เพื่อที่กอหญ้าจะได้ไม่คิดเข้าข้างตัวเอง” “เข้าข้างตัวเอง” “กอหญ้าชอบพี่กระทิงค่ะ แต่กอหญ้าต้องตอกย้ำตัวเองเสมอว่าหลังจากที่กอหญ้าฝึกงานเสร็จแล้วเรื่องของเรามันก็คงจะจบลงดังนั้น” กอหญ้าหยุดพูดไปคู่นึงไม่กล้าที่จะสบตาชายหนุ่มร่างโตที่กำลังนอนทับร่างเธอในตอนนี้ “ดังนั้นอะไร” “ดังนั้นกอหญ้าควรที่จะอยู่ให้ไกลจากพี่ จะได้ทำให้กอหญ้าไม่คิดอะไรกับพี่มากไปกว่านี้ มันจะเป็นการดีและง่ายเมื่อเราต้องจากกัน” กระทิงประทับจูบริมฝีปากบางอย่าง นุ่มนวลเมื่อได้ยินคำตอบที่น่าพึงพอใจ การที่เธอผลักไสเขา ไม่ใช่เพราะเธอมีใจแต่เป็นเพราะเธอกำลังห้ามหัวใจของตัวเองอยู่ต่างหาก เด็กดีต่อไปนี้พี่จะอยู่ใกล้จะทำให้เธอคิดถึงพี่จนไปไหน จากพี่ไม่ได้เลย กระทิงคิดอยู่ในใจพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากหนาลดลงมาขบเม้มที่คอระหงของหญิงสาวแทน “พี่กระทิงจะส่งท้ายตามที่พี่พูดไว้เมื่อคืนใช่ไหม” “...” ชายหนุ่มยิ้มให้กับคำถามของหญิงสาวตัวน้อยใต้ร่างของเขา “ถ้าเป็นเมื่อคืนก็อาจจะใช่แต่ตอนนี้เราต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน พี่คงไม่รีบส่งท้ายตอนนี้หรอกนะ” “ไม่ส่งท้ายก็ปล่อยกอหญ้าได้แล้วค่ะ” มือเล็กๆ ของหญิงสาวพยายามปัดกายของชายหนุ่มร่างโตออกและพยายามขยับกายหนี “ไม่ได้ส่งท้ายแต่กำลังจะต้อนรับต่างหาก” “ต้อนรับ” “ใช่ต้อนรับ”กระทิงวางริมฝีปากหนาประกบลงกับริมฝีปากบางอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เจ้าหนูจำไมคอยถามคำถามที่ขัดอารมณ์ในความต้องการที่จะสัมผัสร่างกายของหญิงสาวในขณะนี้ มือหนาค่อยๆ ลูบไล้ไปตามเสื้อผ้า ของหญิงสาวก่อนจะปลดกระดุมเสื้อออกและดึงเสื้อตัวจิ๋วออกวางลิ้นหนาๆ ลงบนติ่งไตก่อนจะตวัดลิ้นขึ้นลง “อือ อ่ะ” หญิงสาวกัดปากของตัวเองเล็กน้อยเพื่อบรรเทาอาการความเสียวซ่านภายในร่างกายของตัวเอง และร่างกายที่เคยเป็นของตัวเองตอนนี้มันกับไม่รักดีไม่ฟังคำที่สมองของตัวเองสั่งการแล้ว แต่กับคล้อยตามและกลับแอ่นอกรับการตอบสนองของชายหนุ่มเสียงั้น “Rrrrrrrrr”เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวดังขึ้น “พี่กระทิงหยุดก่อนได้ไหมขอรับโทรศัพท์ก่อน” “ใครโทรมา”น้ำเสียงที่ไม่พอใจถามขึ้นมาทันที “น่าจะเป็นนนท์นี่นะคะ” “ไม่ต้องรับ” “มีรับไม่ได้ค่ะกอหญ้าโทรไปบอกนนท์นี่ ว่าจะไปรับและกลับบ้านของกอหญ้าพร้อมกันวันนี้” “แต่พี่ไม่ให้เธอกลับ ไม่ต้องรับ”กระทิงจับมือทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ขยับตัวไปรับโทรศัพท์ได้ “ไม่กลับก็ไม่กลับค่ะแต่ขอบอกนนท์นี่ก่อน ไม่อย่างนั้นนนท์นี่ก็จะโทรจี้ไม่หยุดนะเราก็จะได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังอยู่ตลอดเวลา นะคะ” “อะงั้นก็รับสายรีบคุยแล้วก็รีบวาง"กระทิงลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ให้ก่อนจะล้มตัวทับร่างบางของกอหญ้าไว้เหมือนเดิมแบบเหมือนล็อกตัวเอาไว้ไม่ให้หนีจากเขาไปไหน” “ค่ะ” กอหญ้ากดรับโทรศัพท์ “นนท์นี่” “อยู่ไหนแล้วไหนว่าจะมารับไปบ้านเธอไม่ใช่หรือตอนนี้ฉันเก็บของเสร็จหมดแล้วนะรอแต่เธอมารับเมื่อไหร่จะมาสักที” “ขอโทษนะนนท์นี่พอดี”ขณะที่กอหญ้ากำลังคิดคำแก้ตัวกับเพื่อนสนิทของตัวเองอยู่นั้น กระทิงก็ไม่ได้รอช้าและไม่ได้ปล่อยให้กอหญ้าพูดโทรศัพท์อย่างสบายตัวแน่เขาปลดกระดุมกางเกงของหญิงสาวออกก่อนจะดึงกางเกงของหญิงสาวลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ลิ้นสากโลมเลียพื้นที่สงวนของหญิงสาวขึ้นลงอย่างเอาแต่ใจ จนใจกลางสาวของเธอเปียกแฉะไปด้วยน้ำลายของชายหนุ่มเต็มไปหมด “ขอโทษนะนนท์นี่วันนี้ยังกลับไม่ได้”กอหญ้ากัดปากของตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียงน่าอายนั้นรอดให้เพื่อนคนสนิทได้ยิน “ทำไมยังไม่กลับ” “ยังเก็บของไม่เสร็จ” “กูไม่เชื่อคนอย่างมึง ถ้ามึงบอกว่า จะกลับบ้านหรือจะไปที่ไหนแสดงว่ามึงต้องเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว”กอหญ้าหายใจไม่เป็นจังหวะ ภายในหัวไม่สามารถหาข้อแก้ตัวอะไรได้ ในเมื่อส่วนล่างของเธอในตอนนี้กำลังถูกรังแกอยู่สมองทำงานเชื่องช้าทำให้ไม่สามารถหาข้อแก้ตัวอะไรมาบอกนนท์นี่ เหตุผลที่มันพอจะฟังแล้วที่มันพอจะเป็นไปได้และสมเหตุสมผล “ฉันยังเก็บของไม่เสร็จจริงๆ ของเยอะนะ” ฉันเชื่อแกก็ได้เพราะเสียงที่ฉันได้ยินอาการหอบเหนื่อยของแกคงเก็บกวาดห้องให้เจ้าของห้องให้สะอาดเอี่ยมอ่องเสียก่อนพรุ่งนี้พวกเราค่อยกลับก็ได้” กอหญ้าพยายามพูดเปล่งเสียงออกมาให้ดูปกติที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้เธอไม่อยากให้เพื่อนของเธอสงสัยว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ ก่อนที่กอหญ้าจะกัดปากของตัวเองและเอามือปิดปากของตัวเองเอาไว้ “งั้นฉันวางละนะ” “เดียวแก” “อะไรอีก”พูดออกมาหนึ่งคำก็ต้องกัดปากของตัวเองเอาไว้หนึ่งครั้ง เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงอะไรแปลกประหลาดตามมาหลังจากที่เธอพูด กัดปากของตัวเองวนอยู่แบบนี้จนเลือดจะออกอยู่แล้ว นี่แค่กระทิงสัมผัสกับของเธอแค่ลิ้น เท่านั้นหากพูดนานกว่านี้แล้วกระทิงไม่ทน มีหวังนนท์นี่ได้ยินเสียงอะไรที่ไม่ควรได้ยินแน่ “ห้องแกไม่ต้องเก็บกวาดหรือทำความสะอาดมากก็ได้นะเพราะยังไงแกก็คงต้องกลับไปอยู่ที่นั่นอยู่ดี” “อืมแค่นี้นะ”กอหญ้าไม่อาจพูดต่อกับเพื่อนได้แล้วเพราะตอนนี้ชายหนุ่มไม่ได้ใช้แค่ลิ้นสัมผัสส่วนที่หวงแหนของเธอแล้วเขากำลังส่งนิ้วมือเข้าไปสัมผัสมันแทนไม่ใช่แค่นิ้วเดียวแต่ดันใส่เข้าไปทีเดียวสองนิ้วพร้อมกัน “ขออนุญาตวางก่อนนะครับพี่ไม่อนุญาตให้น้องกอหญ้ากลับ” “พี่กระทิงพูดแบบนั้นได้ไง” กอหญ้ารีบกดวางสายทันทีไม่รู้ว่านนท์นี่จะได้ยินหรือเปล่า ถ้าได้ยินขึ้นมาสิ่งที่เธอพูดไปก็นะก็คงสูญเปล่า “อ้า พี่กระทิงทำไมไม่ปล่อยให้กอหญ้าคุยโทรศัพท์ให้เสร็จเสียก่อนละคะ” “พี่ไม่ชอบรอบ”กระทิงเลื่อนตัวขึ้นมาก่อนจะใช้มืออีกข้างที่เหลือรูปที่ริมฝีปากที่ห้อเลือด “เจ็บไหมที่กัดปากตัวเอง” “เจ็บค่ะ แต่ถ้าไม่กัดนนท์นี่ก็จะรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่” “จะกลัวอะไรอยากรู้ก็ให้รู้ไปเพราะอีกไม่นานเราก็คงแต่งงานกัน พอถึงตอนนั้นทุกคนก็คิดอยู่ดีว่าเรามีอะไรกันจะเป็นสามีภรรยากันแล้วนิจะกลัวอะไร พอถึงตอนนั้นแล้วไม่มีใครคิดหรอกนะว่าเราไม่ได้กันยิ่งเป็นข่าวแล้วไม่เห็นแปลกอะไรเลย ตอนเนี่ยทุกคนในไร่คงคิดว่าเราได้กันแล้ว” “พี่กระทิง” คำพูดคำจาของชายหนุ่มเล่นเอาหญิงสาวไปต่อไม่เป็นและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมาดีได้แต่ทำหน้าเขิน กระทิงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะประทับปากหนาๆ ของเขาเข้ากับปากบางของหญิงสาวก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปลิ้มรสความหวานในโพรงปากของหญิงสาว เมื่อตักตวงความหวานอย่างพอใจเขาจึงยอมถอดริมฝีปากหนาออกพร้อมกับถามหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงว่า “หายเจ็บปากหรือยัง” “มันจะเจ็บหนักกว่าเดิมนะสิ พี่กระทิงเล่นจูบแรงขนาดนี้” กระทิงจูบอีกครั้งรอบนี้แค่ปากหนาประทับลงปากบางอย่างเบาแรง ก่อนจะใช้มือลูบที่ริมฝีปากไปมาเบาๆ “หายเจ็บหรือยัง”กอหญ้าไม่ตอบเพราะไม่รู้ว่าจะตอบชายหนุ่มว่าอย่างไร ปากก็ยังไม่หายเจ็บแต่ถ้าพูดว่ายังเจ็บอยู่เขาจะจูบเธอทั้งคืนไหม เธอเลือกที่จะไม่ตอบเสีดีกว่า “อ้า อะ” กอหญ้ากอดคอของชายหนุ่มเอาไว้เมื่อชายหนุ่มกลับขยับนิ้วที่สอดใส่ช่องรักอีกครั้ง “เสียวหรือ”กอหญ้าไม่ตอบแต่กำลังกัดปากตัวเอง “อย่ากัดปากตัวเองเดี๋ยวเลือดออกนะ” “พี่กระทิงจะทำอะไรก็รีบๆ ทำเถอะค่ะ”กระทิงสัมผัสได้จากรักของกอหญ้าเหมือนกันว่าเริ่มมีน้ำเปียกแฉะไหลออกมาชโลมมือของเขาอยู่ไม่น้อย กระทิงยิ้มด้วยความเจ้าเล่ห์ และดีใจอยู่ไม่น้อยที่ครั้งนี้หญิงสาวเป็นคนเอ่ยปากว่าต้องการร่างกายของเขาเพราะตอนนี้แกนกลางของชายหนุ่มปวดไปหมดแล้ว เส้นเลือดที่พันอยู่กับแท่งร้อน ตอนนี้มันกำลังปวดเป่งไปหมดทุกเส้นจนเห็นได้ชัด “งั้นก็อ้าขาออก”หญิงสาวทำตามชายหนุ่มอย่างว่าง่ายเธอค่อยกลางขาของตัวเองออก กระทิงก้มลงจะจูบที่ขาออกอีกครั้งก่อนจะจับใจกลางที่ปวดเปล่งอย่างเต็มที่นำพาเขาไปในช่องรักของหญิงสาว “อะ พี่กระทิง”การที่ส่งของใหญ่เข้าไปในช่องรักที่ขับแคบเขารู้ดีว่าหญิงสาวก็คงจะเจ็บบ้างแหละถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกก็ตาม “เจ็บไหม” “ไม่เจ็บ”กระทิงเริ่มขยับเข้าออกอย่างเป็นจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะขยับจังหวะให้แรงยิ่งขึ้นแรงและเร็วจนหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่างของชายหนุ่มร้องไม่เป็นภาษาดังลั่นไปทั่วห้อง ปับ ปับ ปับ “อ่ะ อะ พี่กระทิง”กระทิงยกขาสองข้างของหญิงสาวขึ้นพร้อมกันก่อนจะอัดความเป็นชายเข้าไปอย่างแรงถี่และแรงไม่ลดละจังหวะเลยสักนิด “พี่กระทิงกอหญ้า ใกล้ ใกล้ อ่ะ จะไม่ไหวแล้ว” “นี้กำลังเริ่มจะไม่ไหวแล้วหรืองั้นพี่ขอดูความไม่ไหวของน้องหน่อยก็แล้วกัน” “เอาออกทำไม”กอหญ้าก็เขินอายอยู่ไม่น้อยที่ถามแบบนี้ออกไปเพราะเธอใกล้จะถึงจุดสูงสุดของเธอแล้วแต่ต้องมาโดนชายหนุ่มแกล้ง “พี่ต้องการให้กอหญ้าขย่มพี่” “ห๊ะ ลุกมาทับตัวพี่สิ” “ค่ะ”กระทิงลุกขึ้นนั่งก่อนจะดึงมือหญิงสาวให้เธอลุกมานั่งทับความเป็นชายที่แข็งแกร่งของเขาเอาไว้ โดยที่มือเรียวจับไหล่ของชายหนุ่มเอาไว้และค่อยๆ นั่งยองลงมา มือหนาคอยจับเอวคอดช่วยประคับประคองให้นั่งลงแท่งชายของเขาจนมิดลำอย่างค่อยๆ “ขย่มพี่สิ” กระทิงไม่ได้พูดเปล่าเขาจับเอวคอดของหญิงสาวขึ้นลงตามแรงที่เขาต้องการ “อ่ะ อะ พี่กระทิง” “เก่งจริงก็ทำให้พี่แตกให้ได้ก็แล้วกัน”กอหญ้าทั้งขย่มขึ้นลงและบดเบียดช่องของเธอเข้ากับแท่งร้อนอย่างเมามัน “แบบนั้นและแรงอีก ฟิตจริงๆ ตอดดีเหลือเกิน” “อ่ะ อะ พี่ กระทิง” “ใกล้ถึงแล้วใช่ไหมพี่ก็ใกล้เหมือนกัน” “ขย่มพี่ให้แรงๆ กว่านี้อีก” “อะ อะ” “อืม อะ กอหญ้า” กอหญ้าสัมผัสได้ถึงน้ำอุ่นที่ฉีดเข้ามาภายในตัวเธอพร้อมกับร่างกายของเธอที่กระตุกเกร็งเช่นกัน เมื่อบทรักของเธอถึงฝั่งฝัน กอหญ้าซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งด้วยความอ่อนแรงและอ่อนเพลีย กระทิงกอดร่างกายของหญิงสาวเอาไว้ด้วยความพอใจ “เก่งนะเนี่ยทำพี่เสร็จได้”กอหญ้าหอบหายใจถี่และนั่งกอดชายหนุ่มร่างโตแบบนั้นอีกสักพักเพื่อคายอาการเหนื่อย แต่ไม่ทันที่กอหญ้ากำลังจะลุกมือหนาก็ยกขึ้นมาบีบเคล้นหน้าอกของหญิงสาวเล่นและ ใจกลางชายที่ยังไม่ทันได้ถอดออกจากกายของเธอก็แข็งตัวอีกครั้ง “ไม่เอาแล้ว เหนื่อยแล้ว” “ไม่เป็นไรครั้งต่อไปกอหญ้าแค่นอนเฉยๆ เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง” “นอนเฉยๆ ก็เหนื่อยค่ะ” “นอนเฉยๆ จะเหนื่อยได้ไง”กระทิงพลิกร่างกายของหญิงสาวให้นอนลงด้านล่าง “พอเถอะค่ะใกล้เที่ยงแล้วเดี๋ยวป้าแม่บ้านจะเอาอาหารมาส่ง” “จะส่งก็ส่งไป จัดแล้วก็ไปเอง” “เดี๋ยวแม่บ้านจะได้ยินเสียง” “จะได้ยินก็ช่างเขา” “เดี๋วยเขาจะเอาไปเล่ากันได้” “ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยจะเล่าก็เล่าไปเลย ยังไงก็มีข่าวเสียหายด้วยกันแล้วและอีกไม่นานก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี” “แต่พี่กระทิง” กระทิงจูบปากของกอหญ้าและเริ่มบทรักบทต่อไปทันที กอหญ้าไม่รู้ว่าคนที่หิวกระหายจะตักตวงความหวานจากตัวเธอถึงเมื่อไหร่ และจะจบลงรอบไหนก็ไม่รู้ แต่เธอรู้ว่าตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวก็คือเธอไม่สามารถต้านความต้อง“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







