LOGIN“ว๊าย!!! กระทิงตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะแกทำอะไรลงไป แกทำแบบนี้กับน้องได้ยังไง แกกล้าย่ำยีน้องได้ยังไงใครสั่งใครสอนแกทำแบบนี้ฮะ” กัลยาทุบไปที่ลูกชายตัวเอง ขณะที่กำลังนอนเปลือยกอดกอหญ้าอยู่
“อะไรคะแม่มาทำไมแต่เช้าเนี่ย” กระทิงโวยวายขึ้นมาขณะที่เขากำลังหลับตาอยู่พร้อมกับดึงผ้าห่มมาปิดหน้าของตนเอาไว้ “ยังมีหน้ามาถามอีกหรือว่ามาทำไมแต่เช้า แกตื่นมาเดี๋ยวนี้เลยนะตื่นมาดูสิ่งที่แกทำ” “ผมทำอะไรครับแม่ผมไม่ได้ทำอะไร” “ไม่ทำอะไรได้ไงลืมตาขึ้นมาดูสิ แกจะได้เห็นในสิ่งที่แกทำลงไป ตื่นแล้วใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้” “ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” “ไม่ได้ทำอะไรได้ไงอย่างนั้นหรือ แกย่ำยีน้องแบบนี้แล้วฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปสู้เกศราได้” กระทิงลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะทนคำด่าของกัลยาไม่ไหว “ตื่นขึ้นมาแล้วก็หันไปมองข้างๆ” กระทิงเหลียวมองข้างกาย ก็พบว่าตนกำลังนอนกอดสาวร่างบาง หญิงสาวยังไม่ไปจากเขาแถมตอนนี้เธอยังนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา และยังมีสีหน้าตกใจจนมุดผ้าห่มไม่พูดไม่จา “ผมขอโทษครับแม่” “ขอโทษอย่างเดียวมันไม่ได้หรอกนะ แกต้องรับผิดชอบน้องด้วย เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วออกไปคุยกันด้านนอก” “หนูกอหญ้าด้วยนะ ป้ารู้ว่าหนูตื่นแล้วหนูไม่ต้องอายป้าหรอกนะ หนูเรามีเรื่องที่ต้องคุยกัน” “ค่ะคุณป้า” กอหญ้าลดผ้าห่มลงมาให้เห็นแค่ตาเท่านั้นก่อนจะตอบรับคำของคุณป้า กัลยา เดินออกไปรอข้างนอกเพื่อให้ลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้แต่งตัวให้เรียบร้อยเสียก่อน เมื่อพร้อมแล้วค่อยออกไปคุยกันข้างนอก “พี่กระทิงเราจะทำยังไงกันดี” “ไม่รู้แต่ยังไงแล้วพี่ก็ต้องรับผิดชอบเรา ในเมื่อผู้ใหญ่รู้เรื่องแล้ว” “รับผิดชอบ รับผิดชอบยังไงหรือคะ” “ยังจะถามอีกก็ เราสองคนอาจจะต้องแต่งงานกัน” “ห๊ะ อะไรนะคะ แต่งงานอย่างนั้นหรือคะ แต่เมื่อคืนเราไม่ได้มีอะไรกันเลย เราออกไปบอกคุณป้าแบบนี้ดีมั้ย” “ไม่ดีหรอกถ้าบอกแม่ไปแบบนั้นแม่ก็หาว่าพี่ไม่รับผิดชอบ มีหวังแม่ตีพี่ตายแน่ แม่พี่ไม่ยอมปล่อยให้พี่เป็นผู้ชายสาระเลวฟันแล้วทิ้งหรอกนะ” “แต่คืนนี้เราไม่ได้มีอะไรกันเราไปตรวจร่างกายดูไหม” “คิดจะไปตรวจคิดดูดีดีก่อนเพราะก่อนหน้านั้นสามสี่วันเราก็เพิ่งจะมีอะไรกันไปแล้วถ้าไปตรวจคิดว่าผลจะออกมาเป็นยังไงล่ะ” “แล้วจะทำยังไงดีค่ะพี่กระทิง” “จะยังไงก็ต้องออกไปคุยกับแม่ก่อนเปลี่ยนชุดแล้วเข้าไปล้างหน้า แล้วออกไปเจอคุณแม่ด้วยกัน” “ค่ะ” กอหญ้าตอบรับด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเพราะไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้จะจบลงเช่นไร “เพี้ยน!!! แกทำแบบนี้กับน้องได้ยังไง แม่อุตส่าห์ไว้วางใจให้แกดูแลน้องแต่นี่อะไรแกเป็นคนที่ทำร้ายน้องเสียเอง” ฝ่ามือของหญิงวัยกลางคนประทับลงบนหน้าของลูกชายตนด้วยความแรงจนน่าสะบัด หน้าตาแสดงออกเห็นได้ชัดว่าผิดหวังในตัวลูกชายของตน “คุณป้าค่ะคือ...” “ผมขอโทษครับแม่” “หนูกอหญ้า หนูไม่ต้องช่วยมันเลยนะ ป้าอุตส่าห์ไว้ใจให้มันดูแลเรา แต่มันกลับเป็นคนทำร้ายหนูกอหญ้าแล้วแบบนี้ป้าจะเอาหน้าที่ไหนไปสู้เกศราแม่ของหนูได้” “คุณป้าค่ะ กอหญ้าไม่ได้มีอะไรกับพี่กระทิงนะคะ แค่เมาแล้วนอนลงไปที่เตียงเดียวกันเฉยๆ ค่ะ กอหญ้าคิดว่าเราทั้งสองไม่มีอะไรเกินเลยนอกจากนั้นจริงๆ นะคะ” “แต่ยังไงแกก็ต้องรับผิดชอบน้อง ด้วยการแต่งงานกับน้อง” “แต่งงาน” กอหญ้าพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ “แกจะยอมแต่งงานกับน้องไหม” “ครับแม่ ผมจะแต่งงานกับน้อง” “ดีเป็นลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับ งั้นแม่ไปหาฤกษ์แต่งงานเลยนะ” “ครับแม่” “เดี๋ยวก่อนค่ะคุณป้า” กอหญ้าขยับเข้าไปนั่งข้างกัลยา “คุณป้าค่ะ กอหญ้ากับพี่กระทิง เราไม่มีอะไรกันจริงๆ นะคะ กอหญ้ารู้ตัวเองดีค่ะ กอหญ้าไม่ได้เสียหายอะไรเลยเราไม่จำเป็นต้องแต่งงานก็ได้นะคะ อีกอย่างไม่มีใครรู้นอกจากเราสามคน ไม่แต่งก็ได้นะคะคุณป้า” “หนูจะพูดแบบนี้ได้ไงลูกหนูเป็นฝ่ายเสียหายนะ หนูเป็นผู้หญิง อีกอย่างไม่ได้มีแค่เราสามคนนะที่รู้” “ไม่ได้มีแค่เราสามคนหรือคะ ยังมีใครรู้อีกหรือคะ” กอหญ้ามองหน้ากัลยาด้วยความตกใจ จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อตอนนี้ก็อยู่กันแค่สามคนยังมีใครอีกที่รู้เรื่องนี้ “แม่บ้านที่เข้ามาทำอาหารให้ตอนเช้ามาพร้อมกับแม่ ไม่ให้แม่บ้านกลับไปก่อน ป่านนี้ไม่รู้ว่าเอาไปพูดไหนต่อไหนแล้วเผลอๆ คงรู้กันหมดทั่วไร่แล้วละมั้งแบบนี้จะไม่แต่งไม่ได้นะลูก แต่งเถอะนะ” ในเมื่อกัลยา พูดมาขนาดนี้แล้วกอหญ้าจะมีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรได้ ได้แต่ยอมรับชะตากรรม จากที่จะต้องจากกันวันนี้ แต่ตอนนี้จะได้ใกล้กันมากกว่าเดิมไม่ใช่แค่คู่นอนแต่ต้องแต่งงานและอยู่ร่วมกัน กอหญ้านึกถึงวันข้างหน้าไม่ออกเลยถ้าวันนึงเธอต้องจากเขาอีกครั้งหลังจากที่เธอและเขาได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันเนิ่นนานมากกว่าเดิมเธอจะทำใจได้เหมือนวันที่กำลังจะจากวันนี้ไหม “ค่ะแต่งก็แต่ง” “ดีจ้ะงั้นป้าจะกลับก่อนจะได้ไปดูฤกษ์ยามงานแต่งให้หนูกอหญ้ากับเจ้ากระทิง ของก็ไม่ต้องเก็บแล้วก็ได้นะเอาไว้ที่นี่แหละ ยังไงก็ต้องอยู่ต่อเพราะว่าเป็นลูกสะใภ้ของแม่” หญิงวัยกลางคนลุกขึ้นพร้อมกับเดินออกจากบ้านถึงแม้ว่าใบหน้าของกัลยายังทำหน้านิ่งเฉย และยังทำทีท่าว่าโกรธลูกชายของตัวเองอยู่แต่ภายในใจของกัลยานั้นกำลังดีใจที่สุดยังหาไม่ได้ “แม่ครับ” กระทิงเดินตามผู้เป็นแม่มาจนถึงที่รถของกัลยา “มีอะไร” “ผมขอยืมโทรศัพท์แม่หน่อยครับ” “เอาไปทำไมโทรศัพท์แกก็มีทำไมไม่ใช้ของแกล่ะ” “นะครับผมขอยืมหน่อย” “อ่ะ” กัลยา ยอมยื่นโทรศัพท์ให้ลูกชายของตนเพราะถ้าหากไม่ให้ยังไงลูกของตนก็จะเซ้าซี้เอาจนได้ “แม่มาทำไมบ้านผมแต่เช้าครับ” กัลยามองหน้าลูกชายของตนอย่างกระวนกระวายเพราะจู่จู่ลูกชายของตนก็ถามขึ้นมา “ฉัน ฉัน ฉันก็จะมาดูว่าหนูกอหญ้าเก็บของที่จะกลับบ้านครบแล้วหรือยังจะได้มาส่งหนูกอหญ้าด้วย” “แม่ไม่ได้มาเพราะจะมาส่งกอหญ้าหรอกครับผมรู้ดี” “แกจะไปรู้ดีกว่าฉันได้ไง ฉันบอกว่าจะมาส่งหนูกอหญ้าก็คือมาส่งหนูกอหญ้าสินี่ แกกำลังจะปรักปรำฉันน่ะ” “ผมไม่ได้ปรักปรำแม่ครับ นี่ไงครับหลักฐาน ว่าแม่มาแสดงละครฉากใหญ่ที่บ้านผมต่างหากใช่ไหม” “หลักฐานอะไร” กัลยาทำตาเลิ่กลั่กก่อนจะหรี่ตามองที่โทรศัพท์ที่ลูกชายของตนนั้นยื่นมาให้ดู กระทิงหันโทรศัพท์ของกัลยาให้กัลยาดู หลักฐานที่อยู่บนมือถือมัดมือผู้ก่อการร้ายมีทั้งข้อความและรูปมันฟ้องทั้งหมดว่ากัลยาเป็นคนวางแผนทั้งหมด “แต่แกก็รับปากแล้วว่าจะแต่งงานกับหนูกอหญ้าแล้วจะมาถอนคำพูดไม่ได้นะ อีกอย่างแม่บ้านก็เห็นว่าพวกแกนนอนด้วยกันแล้ว” “ครับ” “คืออะไร” “รับปากว่าจะแต่งก็แต่งสิครับ” “ทั้งที่รู้ว่าเป็นแผนของฉัน” “ครับ” “แล้วรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าฉันเป็นคนวางแผนทั้งหมด” รู้ตอนเช้านี่แหละครับที่แม่มาหาผม แล้วก็รู้สึกว่ามีคนวางยาเมื่อคืนนี้เพราะกอหญ้าสลบไปก่อนที่ผมจะ” กระทิงพูดขึ้นมาก่อนจะหยุดพูดและนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อคืนก่อนที่ทั้งเขาและกอหญ้าจะสลบไป “จะอะไร” “ก่อนที่ผมจะสลบตามกอหญ้าไปครับ” “อืม แล้วที่แกไม่ปฏิเสธนี่แสดงว่าแกก็ชอบน้องกอหญ้าใช่ไหม” “ครับ” กัลยายิ้มออกมาด้วยความดีใจว่าลูกของตนกำลังจะมีความรักโดยที่เธอไม่ได้บังคับแต่ก่อนที่เธอจะทำแผนการเมื่อคืนเธอก็ได้ชั่งใจและดูออกมาบ้างแล้วว่ากระทิงก็เริ่มที่จะชอบหนูกอหญ้าแล้ว “ครับคือ ผมชอบกอหญ้าครับ และผมก็ได้ลองอยู่ห่างจากกอหญ้าสองสามวันมานี้ผมรู้สึกว่าผมไม่อยากอยู่คนเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ผมอยากมีน้องอยู่ด้วย” “ในที่สุดก็กลับมารู้จักความรักสักทีนะ หลังจากที่วิ่งหนีมันมาตั้งนาน” กัลยา ยิ้มด้วยความดีใจและปลื้มใจจนน้ำตาคลอเบ้า และยิ่งไปกว่านั้นความฝันของหญิงวัยกลางคนที่กำลังจะเข้าสู่วัยชราที่ฝันอยากจะเห็นลูกของตัวเองมีความรักมีครอบครัวที่ดีและสุดท้ายมีหลานให้เธออุ้ม และหลังจากนี้เธอจะได้คอยถ่ายรูปหลานของตนลงโซเชียลให้เพื่อนอิจฉาเธอบ้างที่มีหลานน่ารักๆ หลังจากที่เธออิจฉาเพื่อนคนอื่นที่มีหลานก่อนหน้านี้มาตั้งนาน ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีแต่อีกเดี๋ยวถ้าอยู่ด้วยกันไปก็คงจะมีกันเองล่ะ “ครับ” กระทิงยิ้มออกมาด้วยความดีใจและเข้าไปกอดแม่ของตน เขาไม่รู้สึกโกรธแม่ของตนเลยด้วยซ้ำที่วางแผนทำแบบนี้ เขายอมทำตามคำขอร้องของกอหญ้าเพื่อที่จะได้รู้ใจตนเอง แล้วเขาก็คิดว่าจะทำให้หญิงสาวเปลี่ยนใจและรักเขาไม่ไปจากเขา ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะต้องห่างกันสักพักให้ร่างบางรู้ใจตัวเองมากกว่านี้เสียหน่อย อาจจะเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองหรือไม่ก็ไม่รู้เพราะกระทิงคิดว่ากอหญ้าก็รู้สึกเหมือนเขาเช่นกัน แค่รอให้หญิงสาวทักเขามาอีกครั้ง เขาก็ยินดีที่จะเข้าไปจีบกอหญ้าอีกครั้งเพราะยังไงเขามั่นใจแน่นอนว่าเขาต้องจีบหญิงสาวติด ถึงแม้ว่าไร่ของเขาจะกว้าง และห่างจากไร่ของกอหญ้าถึงสามสิบโล แต่ถ้าเป็นเขาจะต้องเดินทางไปหากอหญ้าหรือไปจีบกอหญ้าใหม่ต่อให้ให้เป็นร้อยโลยังไงก็ดูยังดูใกล้สำหรับเขา แต่ก็ดีที่แม่ของเขาจัดฉากขึ้นเพื่อผูกมัดเขาและกอหญ้าเอาไว้ไม่ให้ห่างกันเสียก่อน อย่างน้อยก็ทำให้กอหญ้าไม่ห่างจากเขาไปหลายวัน หรือเป็นเดือน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นปรากฏเป็นชื่อนนท์นี่ “ฮัลโหล” “เกิดอะไรขึ้นกับแกเล่ามาให้หมดเลยนะ ทำไมพนักงานที่อยู่หอถึงเล่ากันว่าแกมีอะไรกับ คุณกระทิงแล้วคุณป้ากัลยา เป็นคนไปเห็นว่าแกกำลังนอนอยู่กับคุณกระทิง ความเป็นจริงเป็นยังไงเล่าให้กูฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ” “เล่ามาเลยนะกอหญ้าเขาทำร้ายอะไรกอหญ้าหรือเปล่าบอกเรานะ” “เออ จะเล่ายังไงดีล่ะ” “เรามาเลยกอหญ้าหรือว่าจะให้เราไปหาไหม” กล้าหาญร้อนใจอยากจะไปหากอหญ้าตั้งแต่รู้ข่าวอยากจะโทรไปหาเป็นสายแรก แต่ก็ถูกนนท์นี่โทรตัดหน้าเสียก่อน “มึงก็ใจเย็นๆ หน่อยได้ไหม ให้กอหญ้าเล่าก่อน” “มันอยากไปหากอหญ้าแต่มันรู้ข่าวแล้ว แต่กูห้ามเอาไว้ก่อนโทถามมึงก่อนว่าเรื่องมันเป็นมาอย่างไร” “เออ” กอหญ้าถอนหายใจหนึ่งครั้งก่อนที่จะพูด เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายให้เพื่อนทั้งสองของเธอยังไงดีเพราะสิ่งที่คนงานเล่ากันมันคือความจริง และถ้าพูดออกไปกอหญ้าก็กลัวว่ากล้าหาญจะเสียใจ “เอออะไรเอออยู่นั่นนั่นแหละเล่าสักที” “กูไม่รู้กูตื่นมาตอนเช้าก็นอนอยู่บนเตียงเดียวกับพี่กระทิง แถมคุณป้าก็เข้ามาเห็นกูกับพี่กระทิงนอนด้วยกัน มันก็เลยเป็นหลักฐานชิ้นใหญ่มัดตัวกูกับพี่กระทิง แล้วคุณป้าก็โมโหตบหน้าพี่กระทิงไปหนึ่งทีด้วย” “แล้วมึงรู้สึกอะไรไหม” “รู้สึกอะไร หมายถึงรู้สึกอะไรที่จะได้แต่งงานกับพี่กระทิงอย่างนั้นหรือ” “รู้สึกว่ามีอะไรกันไหม หรือไม่รู้เรื่องเลย” “ไม่รู้สึกว่า...” “ว่าอะไร รีบพูดมาให้หมดเลยนะ” “รู้สึกว่าเหมือนไม่ได้มีอะไรกันว่ะ น่าจะเมาแล้วก็นอนล้มไปกอดกันเฉยๆ” “แล้วเสื้อผ้าล่ะตื่นมายังมีติดตัวอยู่ไหม” “ไม่มี” “แล้วคุณกระทิงยอมแต่งงานกับมึงไหม” “อืม ยอม” “แต่ดูเหมือนเรื่องมันก็แปลกๆ อยู่นะ” “แปลกยังไง” “ก็แปลกตรงที่คุณป้าไปทำไมที่บ้านของพี่กระทิงแต่เช้าทั้งๆ ที่แกอยู่มาจะสามเดือนก็ยังไม่เห็นป้ากัลยา จะไปที่บ้านหลังนั้นเลยไม่ใช่หรือ” “ก็ใช่ก่อนหน้านั้นไม่เคยเห็น” “แบบนี้ชัวร์เลยน่าจะต้องใช้แน่ๆ” “ใช้อะไร” “แกไม่ได้เจ็บตรงที่หว่างขาใช่ไหม” “อืมใช่” “ว่าโดน วางแผนล็อคมงให้เป็นลูกสะใภ้ของไร่กระทิง และไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมาอ้างเลยหรือข้อโต้แย้งใดใดเพราะยังไงก็ไม่เป็นผล ป้ากัลยาไม่ยอมฟังเหตุผลของแกหรอกเขาจะให้แกแต่งงานกับลูกชายของเขาอย่างเดียวใช่ไหม” “อืมใช่” ได้ยินเช่นนี้กล้าหาญก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้หญิงคนที่เขาแอบรัก ไม่แต่งงานกับผู้ชายคนอื่นมองอย่างไรก็ยังไม่เห็นหนทาง เขาได้แต่เงียบ และฟังนนท์นี่กับกอหญ้าพูดคุยกัน “แล้วนี่แกจะกลับบ้านไหมวันนี้” “กลับ กลับ วันนี้แหละกำลังเก็บของอยู่เลย เดี๋ยวไปรับนะ” กอหญ้าเก็บเสื้อผ้าและข้าวของของตัวเองยัดเข้าใส่ในกระเป๋า “จะไปไหน” “จะกลับบ้านค่ะ”กระทิงรีบเดินมาเอามือจับกระเป๋าของกอหญ้าเอาไว้ ก่อนจะนั่งลงกับพื้นและยกร่างบางขึ้นมานั่งบนตักของตน และกอดกอหญ้าเอาไว้แน่นเหมือนไม่อยากให้เธอไป “กลับทำไมยังไงเธอก็ต้องเป็นเจ้าสาวของฉันไม่เห็นต้องรีบกลับเลย วันนี้ยังไม่กลับได้ไหม เมื่อคืนเรายังคุยกันไม่จบเลยนะแล้วเธอก็เป็นฝ่ายสลบไปก่อนด้วย” “เรื่องเมื่อคืน”กอหญ้ากำลังใช้ความคิดในหัวของตนเองอยู่ว่าเมื่อคืน เธอได้พูดอะไรค้างไว้ไหม “คิดไม่ออกใช่ไหมว่าเราพูดอะไรติดค้างกันไว้ งั้นจะทบทวนอีกครั้ง” กระทิงอุ้มร่างบางลงจากตักก่อนจะใช้แขนแข็งแกร่งช้อนร่างบางให้อยู่ในท่าเจ้าสาวและวางกอหญ้าลงบนเตียงที่ห้องของตัวเองก่อนจะขึ้นไปทับให้ร่างบางนั้นอยู่ใต้ร่างของเขา “เมื่อคืนพี่ถามเราว่าเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมาเธอคิดหวั่นไหวกับพี่บ้างไหม” กอหญ้าพูดอะไรไม่ออกได้แต่จ้องมองหน้าของกระทิง “คิดออกแล้วหรือยัง” “พอจะคิดออกบ้างแล้วค่ะ” “เราจะตอบคำถามของพี่ได้หรือยัง” “...” กอหญ้ายังเงียบและไม่ยอมตอบคำถามของกระทิง จนทำให้กระทิงต้องวางปากหนาๆ ของตนลงที่ริมฝีปากบางของกอหญ้า ก่อนจะถอนออกมาและถามหญิงสาวอีกครั้ง “ทีนี้จะตอบพี่ได้หรือยัง ถ้าไม่ตอบพี่จะจูบจนปากเราเปื่อย หรือไม่ก็จะจูบจนกว่าจะได้คำตอบจะบอกพี่ได้หรือยัง” “...” เมื่อกระทิงเห็นว่ากอหญ้ายังเงียบอยู่จึงวางปากหนา ลงบนปากบางอีกครั้งพร้อมกับส่งลิ้นเข้าไปลิ้มรสหวานในโพรงปากของหญิงสาว“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







