공유

มิติ

last update 게시일: 2026-06-27 21:34:40

ซินมี่เห็นคุณหนูของตนแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา ก่อนหมดสติไปก็รีบวิ่งไปตามท่านหมอที่พึ่งจะจากไปทันที นางได้แต่ภาวนาให้คุณหนูของตนไม่เป็นอะไร ภายในใจสาปแช่ง ‘หย่วนอู่เสวียน’ ซื่อจื่อแห่งจวนโหวอดีตคู่หมั้นของคุณหนูของตนไม่เหลือชิ้นดี

หากเขาไม่พูดจาทำร้ายจิตใจคุณหนูของนางจนเป็นที่ขบขันของคนทั้งเมืองหลวง คุณหนูของนางคงไม่คิดสั้นกระโดดสระบัวฆ่าตัวตาย คอยดูเถิด…หากนายท่านกลับมาจากไปร่วมหารือเรื่องงานแข่งขันประลองพลังของทั้งสี่แคว้นเมื่อไหร่ นางจะรายงานเรื่องทั้งหมดให้นายท่านฟังอย่างละเอียดเลยคอยดู!

กลางดึกในวันเดียวกันจิ้งอิงก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ข้างเตียงที่เธอกำลังนอนอยู่มีร่างของเด็กสาวสองนางนอนอยู่ เด็กสาวที่มีใบหน้าน่ารักชื่อว่าซินมี่ ส่วนเด็กสาวอีกคนมีใบหน้าสวยละมุนชื่อซินหนี่ คุณหมอสาวนั่งทบทวนความจำเกี่ยวกับสิ่งที่ได้รับรู้มาอย่างเงียบๆ แม้ว่าลำคอจะแสบร้อนเพราะขาดน้ำเป็นเวลานาน และสำลักน้ำในเหตุการณ์ก่อนหน้า ภายนอกนั้นเงียบสงบแต่ภายในใจกลับมีคำถามผุดขึ้นมาไม่หยุด เจ้าของร่างเดิมฆ่าตัวตายจนทำให้วิญญาณของเธอมาอยู่ในร่างของนางแทน

แต่...เธอมาอยู่นี่ได้ยังไงกัน!?

คำถามนี้วนเวียนอยู่ภายในหัวของจิ้งอิงไม่หยุด เธอตายแล้วงั้นหรอ? แล้วตายได้ยังไง? เธอพยายามคิดหาคำตอบของคำถามภายในหัว ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่มีคำตอบให้ตัวเอง

เจ้าของร่างเดิมเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนราชครูนามว่าฟู่หยวนหยวน ปีนี้นางอายุสิบเจ็ดปี ฟู่หยวนหยวนเคยมีน้องสาวหนึ่งคน นามว่าฟู่หยวนเมิ่ง แต่เพราะร่างกายนางไม่แข็งแรงตั้งแต่เด็ก อายุได้เพียงหกปีก็จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากฟู่หยวนเมิ่งจากไปได้ไม่นานมารดาของฟู่หยวนหยวนก็จากไปอีกคน เพราะตรอมใจกับการจากไปของฟู่หยวนเมิ่ง

ฟู่หยวนหยวนเป็นสตรีไร้ค่าแห่งจวนราชครู ที่บอกว่าไร้ค่าเพราะโลกใบนี้ผู้คนต่างนิยมฝึกพลังปราณ เมื่อเกิดมาทุกคนจะมีรากฐานพลังมาตั้งแต่กำเนิด พลังของโลกใบนี้แบ่งออกเป็นสิบเอ็ดสี สีขาวคือสีที่ทุกคนมีมาแต่กำเนิด และจะค่อยๆ เผยสีของพลังที่มีเมื่อเริ่มฝึกวางรากฐาน ความเข้มของสีพลังปราณขึ้นอยู่กับลำดับขั้นของพลัง ยิ่งระดับสูงสีของพลังยิ่งเข้มข้น

ผู้คนทั้งสี่แคว้นใหญ่ ประกอบด้วยแคว้นเว่ย แค้วนฉู แคว้นเซ่อ และแคว้นเฉา ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระดับก่อกำเนิด ส่วนระดับปรมาจารย์มีบ้างประปรายแต่ค่อนข้างหายาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ของทั้งสี่แคว้น และระดับตำนานค่อนข้างหายากจนแทบจะพลิกแผ่นดิน ส่วนผู้ที่มีระดับตำนานขั้นสิบเคยปรากฏตัวเมื่อสองหมื่นปีก่อน ปัจจุบันยังไม่เคยปรากฏขึ้นมาอีกเลย

ในตอนที่ฟู่หยวนหยวนอายุได้สามขวบ ฟู่หลิวเหว่ยผู้เป็นบิดาก็ได้พาบุตรสาวไปทดสอบพลังที่ ‘สำนักศึกษาฮุ่ยเหอ’ สำนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นเว่ยที่ร่างนี้อาศัยอยู่ แต่กลับพบว่าฟู่หยวนหยวนไม่มีรากฐานของพลังอยู่เลย ตั้งแต่นั้นมาผู้คนในเมืองหลวงต่างมองนางเป็นตัวตลกเพราะเป็นคนไร้ค่า แต่เพราะท่านราชครูผู้เป็นบิดาของนางมีคุณงามความดี ฮ่องเต้จึงมีราชโองการให้นางหมั้นหมายกับหย่วนอู่เสวียนซื่อจื่อแห่งจวนโหว

ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ หย่วนอู่เสวียนได้สร้างคุณงามความดี โดยการนำกำลังไปปราบโจรที่หุบเขาจันทร์พร่างพรายจนราบเป็นหน้ากลอง เขาจึงได้ขอรางวัลพระราชทานเป็นการถอนหมั้นกับฟู่หยวนหยวน

เมื่อฮ่องเต้ได้ยินเช่นนั้นก็อนุญาตทันที ถึงจะรู้สึกผิดกับราชครูคู่บัลลังก์ของตน แต่ในเมื่อชายหนุ่มไร้ใจแต่งกันไปก็ไร้ความสุขมิสู้ให้ทั้งสองได้เลือกชีวิตของตนจะดีกว่า

ด้านฟู่หยวนหยวนเมื่อได้ยินข่าวลือจึงไปขอพบหย่วนอู่เสวียนด้วยตนเอง ทว่านอกจากเขาจะไม่เชิญนางเข้าจวนแล้ว เขายังพา ‘ตงหนิงอ้าย’ หญิงสาวคนรักของเขามาย่ำยีศักดิ์ศรีของนางที่หน้าจวน

‘บุรุษเขาไม่เอาแล้วยังตามรังควานไม่เลิก ไม่รู้ว่าท่านราชครูอบรมบุตรสาวอย่างไร’ ตงหนิงอ้ายยังมองฟู่หยวนหยวนด้วยสายตาดูถูกอย่างชัดเจน ในวันนั้นผู้คนที่มาชมเรื่องสนุกต่างเห็นด้วยกับคำพูดของตงหนิงอ้าย นั่นทำให้ฟู่หยวนหยวนรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก และรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งเมื่อบิดาโดนลากมาเกี่ยวข้องทั้งที่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน

‘สตรีไร้ค่าเช่นเจ้า ยังกล้าเสนอหน้าออกมาจากจวนให้อับอายผู้คนอีกรึ’

คำพูดของหย่วนอู่เสวียนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของจิ้งอิง เธอกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงหย่วนอู่เสวียนกับตงหนิงอ้าย หากเธอไม่ได้สั่งสอนชายหนุ่มปากดีกับสตรีปากกล้า อย่ามาเรียกเธอว่าหมอจิ้ง! เอ่อ…ตอนนี้เธอก็ไม่ใช่หมอจิ้งแล้วนี่นา…

เมื่อเริ่มทำใจได้ จิ้งอิงจึงขยับตัวเดินลงจากเตียงไปนั่งลงตรงหน้ากระจกเพื่อมองใบหน้าของตน เพราะในความทรงจำที่ได้มาไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับใบหน้าของฟู่หยวนหยวนอยู่เลย ทันทีที่เห็นภาพสะท้อนในกระจกจิ้งอิงก็ชะงักนิ่งทันใด ภาพสะท้อนตรงหน้าเธอคือใบหน้าที่แสนจะคุ้นเคย…

นี่-คือ-ใบ-หน้า-ของ-เธอ!

จิ้งอิงยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่คุ้นเคยของตนอย่างเหม่อลอย ครั้งนี้เธอสติหลุดของจริง จิ้งอิงยกมือขึ้นดึงสาบเสื้อตัวในสีขาวออกอย่างแรง ขนาดหน้าหน้าอกที่เผยออกมาดูใหญ่เกินตัวทำให้ความคิดที่ว่าร่างนี้เป็นร่างเดิมของเธอหยุดลง เพราะรูปร่างของเธอที่โลกเดิมค่อนข้างสมส่วน หน้าอกไม่ใหญ่ขนาดนี้ และที่สำคัญมันไม่มีไผเม็ดเล็กๆ เหนือหน้าอกซ้าย นี่มันเรื่องบ้าอะไรอีกวะเนี่ย...มันคือเรื่องบังเอิญจริงๆ หรอ? แล้วโลกนี้หรือมิตินี้...

พรึ่บ!

ฟู่หยวนหยวนพึ่งนึกถึงเรื่องต่างมิติ ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลับ จิ้งอิงมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง ตรงหน้าเธอคือสวนสมุนไพรที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ฝั่งซ้ายมือยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ที่ใสจนเห็นก้นสระอยู่ อีกทั้งสระน้ำยังมีช่องปล่อยน้ำไหลวนไปตามแปลงพืชสมุนไพรจนทั่วทุกพื้นที่อีกด้วย ต่อให้ไม่มีคนรดน้ำพืชสมุนไพรเหล่านี้ก็สามารถดูดซับน้ำได้เองโดยไม่ตาย แล้วที่นี่ที่ไหน...จิ้งอิงนึกถึงห้องที่ตนตื่นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

พรึบ!

ทันใดนั้นคุณหมอสาวก็กลับมาอยู่ในห้องนอนที่ตนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง จิ้งอิงตั้งสติก่อนนึกถึงมิติอีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็มาโผล่ในสวนสมุนไพรเมื่อครู่อีกครั้ง! น...นี่คือมิติ...เธอมีมิติส่วนตัว!?

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   ราชโองการ

    "โอสถเพิ่มพลังปราณต้องสมบูรณ์แบบ ต้องหลอมให้ได้สมดุลทั้งหยินและหยาง"เสียงของคุณหมอสาวเบาแผ่ว แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอเริ่มขั้นตอนการหลอมโดยใช้พลังปราณภายในควบคุมเปลวไฟสีเขียวใต้เตาหลอม เปลวไฟเริ่มลุกขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เธอค่อยๆ ใส่สมุนไพรทีละชนิดลงในเตาหลอมหญ้าเซียนสวรรค์ เริ่มละลายและปล่อยพลังปราณสีเขียวอ่อนออกมา ขณะที่ผลไม้สุริยันจันทราก็ค่อยๆ ระเหิดกลายเป็นละอองพลังที่ผสมกับพลังของหญ้าเซียนสวรรค์ ฟู่หยวนหยวนควบคุมกระแสพลังวิญญาณอย่างระมัดระวัง ใบหน้าหญิงสาวเต็มไปด้วยสมาธิคุณหมอสาวใช้พลังปราณควบคุมเปลวไฟอย่างละเอียด ปรับให้เปลวไฟมีความร้อนที่เหมาะสมเพื่อให้ส่วนผสมทั้งสองรวมตัวกันอย่างสมดุล ควันบางๆ สีทองเริ่มลอยออกมาจากเตาหลอม และความกดดันในอากาศรอบตัวเธอก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งเม็ดโอสถสีขาวเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นภายในเตาหลอม โอสถที่สามารถเพิ่มพลังปราณได้สำเร็จเป็นรูปร่างสมบูรณ์ เงาสะท้อนของมันเปล่งประกายแสงสีม่วงอ่อน ๆ ราวกับเกลียวหมอกที่ล่องลอยดวงตาของฟู่หยวนหยวนเปล่งประกายด้วยความยินดี ใบหน้างามเผยรอยยิ้มขณะมองดูโอสถที่เธอหลอมสำเร็จด้วยความอุตสาห

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   หลอมโอสถ

    กลางดึกที่เงียบสงัดในห้องนอนของฟู่หยวนหยวน แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่าง ส่องกระทบให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่ง เขาแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทราวกับกลืนไปกับความมืด เงานั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้เตียงของคุณหมอสาวอย่างไร้เสียงฟู่หยวนหยวนสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันเมื่อรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของใครบางคน ใบหน้าของเธอซีดเผือด สายตาหวาดระแวงมองไปยังบุรุษที่ยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดเจนคุณหมอสาวก็อดสงสัยไม่ได้ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากตะโกนเรียกใคร ชินอ๋องก็พูดขึ้นเบา ๆ"ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้ายเจ้า"เสียงของเขานุ่มลึกแต่หนักแน่น คุณหมอสาวมองดูเขาด้วยความระแวดระวัง แม้ว่าชินอ๋องผู้นี้จะมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด แต่การที่เขาปรากฏตัวในห้องเธอเช่นนี้ทำให้เธอยากจะไว้วางใจได้"ท่านเข้ามาในห้องข้าได้อย่างไร ชินอ๋องเช่นท่านไม่ควรทำเรื่องเช่นนี้" ฟู่หยวนหยวนพยายามควบคุมเสียงของตนเองไม่ให้สั่นเครือ ทว่าสายตาของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความระมัดระวังฮั่วกงเหวินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ "ข้าจะมาหาเจ้าด้วยวิธีใดก็ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ...ข้าอยากรู้จักเจ้ามากขึ้น"น้ำเส

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   ตงหนิงอ้าย2

    เมื่อตงหนิงอ้ายได้ยินเช่นนั้น ก็เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายอยากจะสื่อ นังสวะนี่ว่านางชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านงั้นรึ ใบหน้างามบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ตงหนิงอ้ายกัดฟันแน่น ก่อนเหยียดยิ้มตอบกลับไป “ข้าเพียงอยากเตือนสติเจ้าเท่านั้น …น้ำหน้าอย่างเจ้าซื้อสมุนไพรไปก็เสียดายสมุนไพรเปล่าๆ”“ผู้ใดบอกว่าข้ามาซื้อสมุนไพร? คุณหนูตงช่างสู่รู้ยิ่ง”ทันใดนั้น เสียง "เพล้ง!" ของขวดสมุนไพรที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ก็ดังกึกก้องในห้องโถง ตงหนิงอ้ายปล่อยพลังปราณสีส้มระดับก่อกำเนิดขั้นเจ็ดของตนออกมา ก่อนซัดควันพิษที่แฝงอยู่ในขวดสมุนไพรพุ่งตรงเข้าไปหาฟู่หยวนหยวน กลิ่นสมุนไพรที่เคยหอมอบอวลกลับกลายเป็นกลิ่นควันพิษที่น่าหวาดกลัว ฟู่หยวนหยวนดึงแขนซินมี่และซินหนี่พุ่งตัวหลบอย่างรวดเร็ว"อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้ง่ายๆ แบบครั้งก่อน!" ตงหนิงอ้ายตะโกนเสียงกร้าว พร้อมกับสร้างลูกพลังสีส้มขนาดใหญ่ในมือ แล้วปล่อยมันพุ่งไปหาฟู่หยวนหยวนทันใดนั้นเสี่ยวเอ้อที่ยืนมองอยู่ด้านข้างก็ปล่อยพลังของตนออกมาสลายพลังของตงหนิงอ้ายอย่างรวดเร็ว ก่อนใช้พลังดึงควันพิษกลับเข้าไปในขวดที่เตรียมไว้ เสี่ยวเอ้อมองไปยังตงหนิงอ้ายแล้วกล่าวเสียงเรียบ “หากคุณหน

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   ตงหนิงอ้าย

    อาทิตย์อัสดงย้อมขอบฟ้าจนกลายเป็นสีแดง สาดส่องลงบนยอดไม้ ขับเน้นให้ไพรพนาเหลืองอร่าม ฟู่หยวนหยวนหมุนป้ายหยกรูปกิเลนวายุสีเขียวในมือเล่น นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่เธอช่วยชีวิตเจ้าสำนักหยกโลหิต เธอยากรู้ใจแทบขาดว่าตัวตนจริงๆ ของเขาเป็นใครแต่…รู้มากเกินไปรั้งแต่จะนำภัยมาหาตน แค่ทำให้สำนักหยกโลหิตติดค้างเธอก็พอแล้ว ฟู่หยวนหยวนมองหยกประจำตัวเจ้าสำนักหยกโลหิตในมือตนอย่างพึงพอใจซินหนี่มองคุณหนูของตนที่เอาแต่มองป้ายหยกในมือมาครึ่งค่อนวัน นางจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสงสัย “คุณหนูท่านนั่งมองป้ายหยกชิ้นนี้มาครึ่งค่อนวันแล้วนะเจ้าคะ ป้ายหยกนี่มีอะไรดีรึเจ้าคะ”“เจ้าไม่รู้อะไร นี่น่ะของดี” ฟู่หยวนหยวนกล่าวยิ้มๆ ก่อนเก็บป้ายหยกชิ้นนั้นเข้าไปในมิติ เธอหันหน้าไปพูดกับซินมี่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “มี่เอ๋อเจ้าให้คนไปเตรียมรถม้าให้ข้าที ข้าจะไป ‘ตลาดไฉซี’ สักหน่อย”“เจ้าค่ะ” ซินมี่รีบไปจัดการตามที่คุณหนูของตนสั่งทันที แม้ในใจจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติคุณหนูของพวกนางไม่ค่อยออกนอกจวนเท่าไหร่หากไม่จำเป็นจริงๆ ตลาดไฉซีจะเปิดเฉพาะตอนกลางคืน ตลอดสี่ปีที่นางรับใช้คุณหนูใหญ่ ไม่เคยมีสักครั้งที่คุณหนูใหญ่จะอยา

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   พวกเขาเล่นละครไม่เก่ง

    "ท่านหมอ" โย่วซานซึ่งยืนอยู่อีกด้านอึ้งตะลึงไปโดยพลัน "ไฉนท่านถึงจับชีพจรตนเองเล่า"ฮั่วกงเหวินที่เปลือยหลังหันกลับมาเพ่งมองหญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็นหมอแวบหนึ่ง ยามนี้ฟู่หยวนหยวนได้วางมือทั้งสองข้างลงแล้วกล่าวอย่างนิ่งสงบ "ท่านยังคงมองด้านหน้าเอาไว้ อย่าขยับไปขยับมา"ฮั่วกงเหวินเลิกคิ้วเล็กน้อย ย้ายสายตากลับมาเบื้องหน้า ฟู่หยวนหยวนหยิบยาขึ้นมาป้ายลงบนบาดแผลตรงไหล่ของเขา หลังจากนั้นจึงหยิบเข็มเงินขึ้นมาฝังลงไปตามจุดใหญ่ๆ สองสามจุดบนแผ่นหลังของเขา ฝีมือแน่วนิ่งไม่ติดขัด นัยน์ตาของฟู่หยวนหยวนเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง“พิษชนิดนี้ถึงแม้แปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต ใช้เวลาหนึ่งวันก็สามารถขจัดออกได้จนหมดสิ้น" ฟู่หยวนหยวนกล่าวขณะนำยาเก็บเข้าอกเสื้อของตนโย่วซานถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งใจ "เป็นเช่นนั้นก็ดี"ฟู่หยวนหยวนถือพู่กันเขียนใบสั่งยามอบให้โย่วซาน "หนึ่งเค่อให้หลังข้าค่อยมาถอนเข็มออก ใช่แล้ว ท้องข้าหิวนิดหน่อย ท่านให้สาวใช้ทำอาหารมาให้ข้าสักสองสามอย่างได้หรือไม่ ส่งให้ที่ศาลาด้านนอกก็ได้""ได้แน่นอน" โย่วซานยิ้ม "ขนมอื่นๆ ต้องการหรือไม่"“ถ้าได้ก็ขอบคุณมาก”โย่

  • ฟู่หยวนหยวน คุณหนูใหญ่ไร้ค่าแห่งจวนราชครู   สำนักหยกโลหิต

    "ไร้ยางอาย!" โย่วซานชูกระบี่ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของตนขึ้น "เจ้าอย่าได้หมายจะทำร้ายเจ้าสำนักหยกโลหิตของพวกเรามิฉะนั้นแล้วกระบี่ของข้าจะไม่ละเว้นเจ้า"สำนักหยกโลหิต!!!บนใบหน้าของฟู่หยวนหยวนปรากฏแววปีติยินดี เธอรู้จักสำนักหยกโลหิตเพราะความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หากสามารถทำให้สำนักหยกโลหิตติดค้างน้ำใจเธอได้ล่ะก็ ชั่วชีวิตที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องคนหนุนหลังแล้ว ในหัวของคุณหมอสาวเริ่มวางแผนอย่างรวดเร็ว เธอเฝ้ามองสถานการณ์เงียบอย่างไม่ละสายตาหย่วนอู่เสวียนให้สัญญาณมือ องครักษ์สิบกว่าคนพลันวิ่งออกมาจากที่ซุ่มด้านข้างคนของสำนักหยกโลหิตเห็นสภาพการณ์แล้วก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์เช่นนี้พวกตนยากจะตีฝ้าวงล้อมออกไปได้ ฮั่วกงเหวินรีบส่งสายตาบอกใบ้ให้ทุกคนใช้ยุทธวิธีสู้พลางถอยพลาง รอจังหวะเหมาะหาหนทางหนีเอาตัวรอดการต่อสู้เปิดฉากขึ้น องครักษ์ฝ่ายบุ๋นและบู๊คอยคุ้มกันอยู่ร่างกายนายท่านของตนที่ถูกพิษอย่างเข้มแข็ง ผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆ เข้าต่อกรกับศัตรูอย่างเหี้ยมหาญ พยายามช่วยแบ่งเบาภาระองครักษ์ทั้งสองให้มากที่สุดยิ่งต่อสู้จำนวนคนก็ยิ่งลดน้อยลง ในดวงตาของฮั่วกงเหวินฉายประกายเคร่งขรึมเยียบเ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status