Startseite / แฟนตาซี / มรรคาเทวะ กระบี่โกลาหลนิรันดร์ / บทที่ 3 การหวนคืนของมัจจุราช

Teilen

บทที่ 3 การหวนคืนของมัจจุราช

last update Veröffentlichungsdatum: 04.11.2026 18:00:43

บรรยากาศภายในถ้ำน้ำแข็งเริ่มสั่นสะเทือน อักขระโบราณที่สลักอยู่รอบๆ เปล่งแสงสว่างจ้า เย่ชิงเสวี่ยยืนอยู่ใจกลางวงเวทย์ มือเรียวขาวผ่องวาดลวดลายกลางอากาศ กรีดมิติที่ว่างเปล่าให้ฉีกออกราวกับแผ่นกระดาษ

"ช่องว่างมิตินี้จะส่งเราไปที่ป่าหมอกทมิฬ เหนือปากเหวสิ้นสูญ... เจ้าพร้อมหรือยัง?"

หญิงสาวหันมาถาม เสียงของนางยังคงราบเรียบแต่แฝงความเหนื่อยล้า การเปิดมิติในสภาพที่พลังเพิ่งฟื้นฟูเพียง 1 ส่วนนั้นกินแรงนางมหาศาล

ฉินเทียนลูบรอยสักรูปดาบสีดำที่แขนขวาเบาๆ มันคือที่สถิตของ 'กระบี่โกลาหล' เขาพยักหน้า

"ไปกันเถอะ... ข้าไม่อยากให้พวกมันรอนาน"

วูบ!

แสงสว่างวาบกลืนกินร่างทั้งสอง หายวับไปจากก้นบึ้งนรกที่ไม่มีใครเคยรอดชีวิต

...

แสงเจิดจ้าเสียดแทงดวงตา มิติที่บิดเบี้ยวคลายตัวออก ส่งร่างของบุรุษหนุ่มและสตรีโฉมงามให้ร่วงหล่นลงสัมผัสผืนดินที่ปกคลุมด้วยเศษใบไม้แห้ง

"ป่าหมอกทมิฬ"

สถานที่แห่งนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า หมอกควันสีขาวขุ่นลอยอ้อยอิ่ง ส่งกลิ่นอายความชื้นและกลิ่นสาบของสัตว์ป่า มันคือเขตชายแดนระหว่างโลกมนุษย์และนรก (เหวสิ้นสูญ)

ฉินเทียนสูดหายใจเข้าลึกๆ อากาศที่นี่เจือจางด้วยพลังวิญญาณอันเบาบาง แตกต่างจากพลังโกลาหลอันหนาแน่นในเหวสิ้นสูญราวฟ้ากับเหว ทว่า... นี่คือกลิ่นอายของ "บ้าน"

"นี่หรือ... โลกภายนอกที่เจ้าถวิลหา?" เย่ชิงเสวี่ยถามเสียงเรียบ ทรุดตัวนั่งลงบนขอนไม้เพื่อพักฟื้น รูขุมขนทั่วร่างของนางขับไอเย็นออกมาโดยอัตโนมัติ ทำให้หญ้ารอบข้างเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

"มันอาจจะดูโสมมและพลังวิญญาณเบาบาง..." ฉินเทียนกวาดสายตามองไปรอบๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงอดีต "แต่ที่นี่มีความทรงจำของข้า... ทั้งสุขและทุกข์"

"ความทรงจำ..." เย่ชิงเสวี่ยพึมพำ "สำหรับข้า ความทรงจำคือพันธนาการ... ข้าหวังว่าการกลับมาครั้งนี้ เจ้าจะไม่ถูกมันฉุดรั้งให้เจ้าอ่อนแอลงนะ ฉินเทียน"

ฉินเทียนหันกลับมาสบตานาง เขาแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความเจ็บปวดและความบ้าคลั่ง

"ไม่ต้องห่วง... ความทรงจำสีขาวสะอาดของข้าถูกย้อมด้วยเลือดไปหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความแค้นที่จะเป็นเชื้อเพลิงให้ข้าเผาผลาญพวกมัน"

เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกที่ขาดรุ่งริ่งของตนเองออก สะบัดมันคลุมร่างให้เย่ชิงเสวี่ย

"ปกปิดตัวตนเจ้าซะ... ความงามของเจ้ามันอันตรายเกินไปสำหรับเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ข้าไม่อยากเสียเวลาตบแมลงวันแมลงหวี่ที่บินมาตอมเจ้า"

เย่ชิงเสวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย ปกติบุรุษมักจะอยากอวดโฉมหญิงงามข้างกายเพื่อประกาศศักดา แต่ชายผู้นี้กลับเลือกที่จะซ่อนนางไว้

"เจ้ากำลังหึงข้าหรือ?" นางถามหยอกเย้า

"ข้าแค่ไม่อยากให้เลือดสกปรกของพวกสวะมากระเด็นโดนชุดเจ้า" ฉินเทียนตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันหลังเดินนำ "ไปกันเถอะ... งานเลี้ยงฉลองคงกำลังจะเริ่มแล้ว"

...

เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังแทรกผ่านเสียงหวีดหวิวของสายลม

กลุ่มคนในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มขลิบทอง จำนวน 5 คน กำลังวิ่งลัดเลาะผ่านดงไม้ บนอกเสื้อปักลวดลาย "เมฆาอัสนี" สัญลักษณ์ประจำตระกูลฉิน

"เร็วเข้า! หัวหน้าจางบอกให้พวกเรารีบลาดตระเวนให้ทั่วป่าชั้นใน ก่อนพิธีหมั้นจะเริ่มตอนเที่ยง!" ชายร่างผอมเกร็งตะโกนสั่ง

"โธ่ พี่รอง... พวกเราเดินหากันมา 3 วันแล้วนะขอรับ" ชายอีกคนบ่น "ไอ้สวะฉินเทียนมันโดนโยนลงเหวไปแล้ว ป่านนี้คงเหลือแต่กระดูก นายน้อยฉินหลงระแวงไปเองชัดๆ"

"หุบปากซะ!" หัวหน้ากลุ่มตวาด "คำสั่งคือนายน้อยต้องการ 'ชิ้นส่วน' ของมันมายืนยัน! นายน้อยต้องการความสมบูรณ์แบบที่สุด... อีกอย่าง ถ้าเจอศพมัน พวกเราอาจจะได้รางวัลเป็นโอสถรวบรวมลมปราณ!"

"โอสถรวบรวมลมปราณ!" ดวงตาของเหล่าลูกสมุนลุกวาวด้วยความโลภ

พวกมันหัวเราะร่าเริง ราวกับการตามหาศพของคนที่เคยเป็น 'นายน้อย' เป็นเรื่องน่าสนุก พวกมันลืมไปหมดสิ้นแล้วว่า... ฉินเทียนเคยช่วยชีวิตพวกมันไว้กี่ครั้ง

แซ่ก...

เสียงใบไม้ไหวเบาๆ ดังขึ้น

"ใครน่ะ!?" หัวหน้ากลุ่มตวาด ลมปราณระดับ นักรบ ขั้น 3 แผ่ออกมา "ออกมาเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ!"

เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากเงามืดของต้มไม้... ชายหนุ่มผมยาวรุงรัง ใบหน้าเปื้อนคราบดินโคลน แต่ดวงตานั้น... สว่างวาบดุจดวงดาวในคืนเดือนมืด

"พวกเจ้า... กำลังมองหาข้าอยู่ไม่ใช่รึ?"

น้ำเสียงนั้นราบเรียบ แต่กลับทำให้ขนทั่วร่างของกลุ่มคนทั้งห้าลุกชัน

"จะ... เจ้า..." หัวหน้ากลุ่มเพ่งมองชัดๆ ก่อนจะเบิกตากว้าง "ฉินเทียน!? เป็นไปไม่ได้! เจ้า... เจ้ายังไม่ตาย!?"

"ผี! มันต้องเป็นผีแน่ๆ!" ลูกสมุนคนหนึ่งถอยกรูด

ฉินเทียนยิ้มมุมปาก "ข้าได้ยินพวกเจ้าคุยกันเรื่องรางวัล... ชีวิตของข้ามีค่าเท่ากับเศษโอสถขยะเม็ดเดียวในสายตาพวกเจ้าสินะ"

"ฮ่ะ... ฮ่าๆๆ!" หัวหน้ากลุ่มตั้งสติได้ มันแสยะยิ้มเมื่อสัมผัสได้ว่าฉินเทียนไม่มีกลิ่นอายของลมปราณที่รุนแรง "ข้าตกใจแทบแย่... นึกว่าผีหลอก ที่แท้ก็เป็นไอ้สวะดวงแข็ง! รอดมาได้ก็ดี! งั้นข้าจะตัดหัวเจ้าไปให้นายน้อยฉินหลงรับรางวัลเดี๋ยวนี้แหละ!"

"ฆ่ามัน!!"

ลูกสมุนทั้งสี่คนพุ่งเข้าใส่พร้อมอาวุธครบมือ

ฉินเทียนยืนนิ่ง... เขาหลับตาลงเล็กน้อย สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของศัตรู

เปรี้ยง!

วินาทีที่คมดาบจะสัมผัสผิว ฉินเทียนลืมตาโพลง นัยน์ตาสีดำเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำชั่วขณะ เขาไม่หลบ... แต่ยื่นมือเปล่าออกไปคว้า 'คมดาบ' ของศัตรู!

เคร้ง!

เสียงโลหะปะทะโลหะดังลั่น มือที่เคลือบด้วย 'ปราณโกลาหล' แข็งแกร่งยิ่งกว่าเพชร

"ดาบของเจ้า... เบาเกินไป"

เพล้ง!

ฉินเทียนบีบดาบแตกละเอียดคามือ ก่อนจะสะบัดเศษเหล็กเหล่านั้นสวนกลับไป!

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

"อ๊ากกกกกก!!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น ลูกสมุนคนแรกล้มลงสิ้นใจในทันที

"หน... หนึ่ง!?" อีกสามคนหยุดชะงัก "มะ... มันไม่ใช่คนพิการ! มันเป็นสัตว์ประหลาด!"

"ถึงตาพวกเจ้าแล้ว"

ร่างของฉินเทียนหายวับไปจากสายตา และไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของคนสองคนพร้อมกัน มือทั้งสองข้างตะปบเข้าที่ท้ายทอย

โผละ!

เขาจับหัวของทั้งสองคนกระแทกเข้าหากันอย่างแรง! เสียงกะโหลกแตกดังสนั่น เลือดสาดกระจายเต็มใบหน้า แต่เขากลับไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย

หัวหน้ากลุ่มที่เหลือรอดเป็นคนสุดท้าย เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "จะ... เจ้า... อย่าเข้ามา... ข้าเป็นคนของตระกูลฉิน..."

ฉินเทียนเดินย่างสามขุมเข้าไปหา ย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้ามัน

"ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนตระกูลฉิน... เพราะเหตุนี้ไง ข้าถึงยังเก็บเจ้าไว้คนสุดท้าย"

เขายื่นมือที่โชกเลือดไปตบแก้มหัวหน้ากลุ่มเบาๆ "บอกข้ามา... พิธีหมั้นเริ่มเมื่อไหร่? และที่ไหน?"

"ทะ... เที่ยงนี้... ที่ลานประลองกลางเมือง... อึก... อย่าฆ่าข้า..."

"ดีมาก" ฉินเทียนยิ้ม "ข้าจะปล่อยเจ้าไป... สู่นรกน่ะนะ"

ฉินเทียนวางฝ่ามือลงบนกลางกระหม่อม

วิชาโกลาหล: กลืนกินวิญญาณ!

ร่างของหัวหน้ากลุ่มกระตุกเกร็ง พลังชีวิตและลมปราณทั้งหมดถูกสูบฉีดออกจากร่าง ผิวหนังเหี่ยวย่นลงในพริบตา จนกลายเป็นซากศพแห้งกรังเหมือนมัมมี่

ฉินเทียนลุกขึ้นยืน หลับตาซึมซับพลังที่เพิ่งได้มา

"เลือดของคนทรยศ... ช่างรสชาติแย่สิ้นดี"

เย่ชิงเสวี่ยเดินออกมาจากมุมมืด นางมองผลงานศิลปะเลือดของฉินเทียนด้วยแววตาเรียบเฉย

"ดูเหมือน 'ปีศาจ' ในตัวเจ้าจะตื่นเต็มที่แล้วสินะ" นางเอ่ยเสียงเบา

"นี่แค่อุ่นเครื่อง..." ฉินเทียนสะบัดมือ เลือดระเหยกลายเป็นไอ "เราจะไปพังงานแต่งกัน"

...

ณ ลานประลองกลางเมืองเมฆาล่องลอย

สถานที่แห่งนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นวิหารแห่งการเฉลิมฉลอง พื้นลานหินอ่อนปูทับด้วยพรมแดงกำมะหยี่ ธงทิวสีแดงมงคลนับพันผืนปลิวไสว ผู้คนนับหมื่นต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาร่วมยินดี

"ได้ยินว่านายน้อยฉินหลงเพิ่งบรรลุระดับนักรบขั้นสูงสุดด้วยวัยเพียง 18 ปี! แถมยังปลุก 'กายาเทพสงคราม' ได้สำเร็จ!"

"ช่างน่าอิจฉาแม่นางหลินเยว่จริงๆ ที่ได้ครองคู่กับมังกรเช่นเขา..."

ท่ามกลางเสียงชื่นชม ร่างสองร่างในชุดคลุมเก่าซอมซ่อเดินปะปนไปกับฝูงชนอย่างเงียบเชียบ

ฉินเทียนกดหมวกคลุมหน้าลงต่ำ ซ่อนเร้นแววตาอำมหิต เย่ชิงเสวี่ยเดินตามหลังมาติดๆ ไอเย็นจางๆ ที่แผ่ออกมาจากนางทำให้ผู้คนที่เดินใกล้รู้สึกหนาวสะท้านโดยไม่ทราบสาเหตุ

บนปะรำพิธีที่นั่งประธาน

ฉินซาน ผู้อาวุโสสูงสุด และ ฉินเหว่ย ประมุขตระกูล นั่งยิ้มแก้มปริ รัศมีพลังระดับ "ปรมาจารย์" แผ่ออกมาข่มขวัญแขกเหรื่อ

"เจ้าบ่าว เจ้าสาว เข้าสู่พิธี!"

ประตูไม้สักบานใหญ่เปิดออก ฉินหลง เดินเคียงคู่มากับ หลินเยว่

ฉินหลงในชุดเจ้าบ่าวสีแดงเพลิง ดูสง่างามและเปี่ยมพลัง ผิวหนังมีประกายแสงสีทองไหลเวียน—อานุภาพของ "กระดูกเต๋าอมตะ" ที่เพิ่งหลอมรวม ส่งเสริมให้เขาดูราวกับเทพบุตรจุติ

ข้างกายเขา หลินเยว่งดงามปานล่มเมืองในชุดวิวาห์รัดรูป ใบหน้าเปื้อนยิ้มแห่งผู้ชนะ

"พี่หลง..." หลินเยว่กระซิบ "ดูสายตาคนพวกนั้นสิ... ท่านคือราชันย์ของเมืองนี้อย่างแท้จริง"

ฉินหลงแสยะยิ้มหยิ่งยโส "แน่นอนน้องหญิง... ด้วยกระดูกเต๋านี้ ข้าจะเหยียบย่ำอัจฉริยะทั่วหล้าไว้ใต้ฝ่าเท้า! ใครหน้าไหนก็ไม่อาจขวางทางข้าได้!"

ทั้งสองเดินมาหยุดที่กลางแท่นพิธี

"พิธีการ... เริ่มได้!"

"หนึ่ง... คำนับฟ้าดิน!"

"สอง... คำนับบิดามารดา!"

"สาม... คำนับ..."

ครืนนนนน...

จู่ๆ สายลมกรรโชกแรงก็พัดวูบผ่านกลางลานประลอง หอบเอาธงมงคลปลิวว่อน ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับถูกบดบังด้วยเมฆดำก้อนมหึมาที่เคลื่อนตัวมาอย่างผิดธรรมชาติ เสียงฟ้าร้องคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ร้ายขู่คำราม

"ช้าก่อน!"

เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าหลัก ดังก้องกังวานราวกับเสียงระฆังมรณะ

"ใครกล้ามาก่อกวนงานมงคลตระกูลฉิน!" ฉินเหว่ยลุกขึ้นยืน ตวาดเสียงดังลั่น

ที่หน้าประตูทางเข้า... หมอกควันจางๆ เริ่มก่อตัวขึ้น

ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในมือขวา... ถือห่อผ้าขนาดใหญ่ที่ชุ่มโชกไปด้วยของเหลวสีแดงสด ที่หยดลงพื้น ติ๋ง... ติ๋ง...

"ข้าเอง..."

ฉินเทียนก้าวเท้าเข้ามา ก้าวแรกที่เหยียบลงบนพรมแดง พรมนั้นก็ถูกพลังปราณฉีกกระชากจนขาดวิ่น

"ข้านำ 'ของขวัญ' มามอบให้นายน้อยฉินหลงและแม่นางหลินเยว่"

ฉินหลงหรี่ตามองด้วยความหงุดหงิด เขารู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้อย่างประหลาด "เจ้าเป็นใคร? ถอดผ้าคลุมออกซะ! อย่ามาทำตัวลึกลับต่อหน้าข้า!"

"จำข้าไม่ได้รึ... พี่ชาย?"

ฉินเทียนแสยะยิ้มภายใต้เงามืด เขาเหวี่ยงแขนขวา โยนห่อผ้าในมือลอยละลิ่วข้ามหัวผู้คนนับร้อย ขึ้นไปบนเวทีประลอง

ผละ!

ห่อผ้าคลายออกกลางอากาศ วัตถุทรงกลม 5 ชิ้นร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นแท่นพิธี กลิ้งหลุนๆ ไปหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของหลินเยว่

"ว้ายยยยย!"

หลินเยว่หวีดร้องเสียงหลง ใบหน้าสวยซีดเผือด นางถอยกรูดจนสะดุดชายกระโปรงล้มลง

สิ่งที่อยู่ตรงหน้า คือ ศีรษะของหน่วยล่าสังหาร 5 คน ที่ถูกตัดขาดอย่างสยดสยอง!

"นะ... นี่มัน... หน่วยล่าสังหารเงา!" ฉินเหว่ยจำหน้าลูกน้องคนสนิทได้ทันที เขากัดฟันกรอด "เจ้าเป็นใคร! บังอาจฆ่าคนตระกูลฉิน!"

ฉินหลงมองดูศีรษะเหล่านั้นด้วยสายตาเย็นชาและรังเกียจ "สวะชั้นต่ำ... ตายง่ายดายเพียงนี้ ช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี"

ฉินเทียนค่อยๆ ปลดหมวกคลุมหน้าลง

เผยให้เห็นใบหน้าที่ทุกคนคุ้นเคย... ใบหน้าที่ควรจะเน่าเปื่อยไปแล้วในหุบเหว

"สวัสดี... ท่านประมุขฉิน ท่านปู่อาวุโส..."

ฉินเทียนเอียงคอเล็กน้อย แววตาจ้องมองไปที่ฉินหลง

"และ... ยินดีด้วยนะพี่ชาย สำหรับงานแต่งงาน..."

"ข้า... ฉินเทียน... กลับมาจากนรกเพื่ออวยพรพวกเจ้าแล้ว"

ฉินหลงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเยาะหยัน "อ้อ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ 'ไอ้ขยะพิการ' นี่เอง... รอดมาจากเหวสิ้นสูญได้งั้นรึ? ช่างน่าประทับใจจริงๆ"

เขาไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความดูถูกเหยียดหยาม

ตูม!

ทันใดนั้น จิตสังหาร อันบ้าคลั่งระดับ 'ปีศาจ' ก็ระเบิดออกจากร่างฉินเทียน

มันไม่ใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือ "เจตจำนงแห่งความตาย" ที่เข้มข้นจนทำให้อากาศบิดเบี้ยว เก้าอี้รอบข้างแตกกระจาย ผู้คนระดับต่ำกว่านักรบต่างกระอักเลือดและทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดผวา

แม้แต่ฉินซานและฉินเหว่ยที่เป็นระดับปรมาจารย์ ยังต้องขมวดคิ้วด้วยความตึงเครียด

"จิตสังหารระดับนี้... มันไปเอามาจากไหน!?"

ท่ามกลางแรงกดดันที่ถาโถม เงาร่างของสตรีในชุดคลุมด้านหลังฉินเทียนก้าวออกมาครึ่งก้าว

เย่ชิงเสวี่ยเพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ เกล็ดน้ำแข็งก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ สกัดกั้นแรงกดดันจากเหล่าผู้อาวุโสที่กำลังจะพุ่งกดดันใส่ฉินเทียนไว้ได้ทันท่วงที

นางยิ้มมุมปาก ภายใต้ผ้าคลุม

"เล่นให้สนุกเถอะ... คู่หูของข้า ข้าจะกันพวกตาแก่พวกนี้ให้เอง"

ฉินเทียนชัก 'กระบี่โกลาหล' สีดำสนิทออกมา ชี้ปลายกระบี่ไปที่กลางหน้าผากของฉินหลง

"วันนี้... เลือดของเจ้า จะเป็นเหล้ามงคลในงานวิวาห์นี้!"

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • มรรคาเทวะ กระบี่โกลาหลนิรันดร์   บทที่ 5 มรรคาแห่งการนองเลือดในแดนเถื่อน

    แสงสุดท้ายของดวงตะวันลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงสีม่วงสลัวที่ฉาบทาไปทั่ว "ป่าหมอกทมิฬ"ฉินเทียนและเย่ชิงเสวี่ยเดินทางมาได้ไกลจากเมืองเมฆาล่องลอยพอสมควร พวกเขาเลือกที่จะพักแรมในถ้ำหินเล็กๆ บนไหล่เขา เพื่อหลบสายลมยามค่ำคืนที่เริ่มหนาวเหน็บฉินเทียนก่อกองไฟด้วยกิ่งไม้แห้ง เปลวไฟสีส้มเต้นระริกสะท้อนในดวงตาสีดำของเขา เขาหยิบ "แหวนมิติสีเงิน" ที่ได้มาจากคลังสมบัติของตระกูลฉินออกมาพิจารณา แหวนวงนี้ดูเรียบง่ายแต่แฝงด้วยลวดลายเถาวัลย์โบราณที่สลักเสลาอย่างวิจิตร กลิ่นอายของมันเก่าแก่และลึกลับ"เจ้าเปิดมันได้ไหม?" เย่ชิงเสวี่ยถาม นางนั่งพิงผนังถ้ำ ปรับลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายใน"ลองดู..."ฉินเทียนส่งกระแสจิตเข้าไปในแหวน ทันใดนั้น ม่านพลังสีทองจางๆ ก็ปรากฏขึ้นต่อต้านการรุกล้ำของเขา มันเป็นผนึกสายเลือด! หากไม่ใช่สายเลือดของผู้เป็นเจ้าของเดิม จะไม่สามารถเปิดมันได้ติ๋ง...ฉินเทียนกัดปลายนิ้ว หยดเลือดสีแดงเข้ม ลงบนแหวน เลือดซึมหายเข้าไปในตัวเรือนโลหะทันที แสงสีเงินสว่างวาบขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่ผนึกจะคลายออก"เปิดออกแล้ว..."

  • มรรคาเทวะ กระบี่โกลาหลนิรันดร์   บทที่ 4 โลหิตล้างปฐพีและกระดูกเต๋าที่แตกร้าว

    บรรยากาศในลานประลองตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปที่ร่างของชายหนุ่มชุดดำผู้มาเยือน และศีรษะที่กลิ้งอยู่บนเวที"ฉินเทียน! เจ้าลูกเนรคุณ! เจ้าเดรัจฉาน!"เสียงคำรามของ ฉินเหว่ย ประมุขตระกูลฉินดังก้องกัมปนาท เขาไม่อาจระงับโทสะได้อีกต่อไป ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เส้นเลือดปูดโปนทั่วหน้าผาก เขาเลี้ยงดูฉินเทียนมาเพื่อให้เป็น "ภาชนะ" เก็บรักษาชิ้นส่วนกระดูกเท่านั้น แต่เจ้าภาชนะใบนี้กลับกล้าแว้งกัดเจ้าของ!"ข้าอุตส่าห์ไว้ชีวิตเจ้า เมตตาให้เจ้าตายอย่างสงบในเหว! แต่เจ้ากลับซึมซับวิชามาร รอดกลับมาสร้างความอัปยศให้ตระกูลฉิน!"ฉินเหว่ยตวาดลั่น พร้อมกับระเบิดพลังระดับ 'ครึ่งก้าวปรมาจารย์' ออกมาอย่างเต็มที่เปลวเพลิงสีส้มฉานลุกโชนขึ้นรอบกาย อุณหภูมิในลานประลองพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เก้าอี้ไม้รอบข้างเริ่มลุกไหม้"ตายซะเถอะ!"ฟุ่บ!ฉินเหว่ยดีดตัวพุ่งลงจากแท่นประธาน รวดเร็วดุจลูกธนูไฟ เขาใช้ท่าไม้ตายสูงสุดของตระกูล "ฝ่ามือเมฆาอัคคี" ฝ่ามือขวาขยายใหญ่ขึ้นด้วยพลังปราณเพลิง หมุนวนเป็นกงล้อไฟที่พร้อมจะเผาผ

  • มรรคาเทวะ กระบี่โกลาหลนิรันดร์   บทที่ 3 การหวนคืนของมัจจุราช

    บรรยากาศภายในถ้ำน้ำแข็งเริ่มสั่นสะเทือน อักขระโบราณที่สลักอยู่รอบๆ เปล่งแสงสว่างจ้า เย่ชิงเสวี่ยยืนอยู่ใจกลางวงเวทย์ มือเรียวขาวผ่องวาดลวดลายกลางอากาศ กรีดมิติที่ว่างเปล่าให้ฉีกออกราวกับแผ่นกระดาษ"ช่องว่างมิตินี้จะส่งเราไปที่ป่าหมอกทมิฬ เหนือปากเหวสิ้นสูญ... เจ้าพร้อมหรือยัง?"หญิงสาวหันมาถาม เสียงของนางยังคงราบเรียบแต่แฝงความเหนื่อยล้า การเปิดมิติในสภาพที่พลังเพิ่งฟื้นฟูเพียง 1 ส่วนนั้นกินแรงนางมหาศาลฉินเทียนลูบรอยสักรูปดาบสีดำที่แขนขวาเบาๆ มันคือที่สถิตของ 'กระบี่โกลาหล' เขาพยักหน้า"ไปกันเถอะ... ข้าไม่อยากให้พวกมันรอนาน"วูบ!แสงสว่างวาบกลืนกินร่างทั้งสอง หายวับไปจากก้นบึ้งนรกที่ไม่มีใครเคยรอดชีวิต...แสงเจิดจ้าเสียดแทงดวงตา มิติที่บิดเบี้ยวคลายตัวออก ส่งร่างของบุรุษหนุ่มและสตรีโฉมงามให้ร่วงหล่นลงสัมผัสผืนดินที่ปกคลุมด้วยเศษใบไม้แห้ง"ป่าหมอกทมิฬ"สถานที่แห่งนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า หมอกควันสีขาวขุ่นลอยอ้อยอิ่ง ส่งกลิ่นอายความชื้นและกลิ่นสาบของสัตว์ป่า มันคื

  • มรรคาเทวะ กระบี่โกลาหลนิรันดร์   บทที่ 2 คมเขี้ยวแห่งความโกลาหลและบุปผาน้ำแข็ง

    บรรยากาศก้นเหวสิ้นสูญนั้นเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของฉินเทียนที่ดังประสานกับเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบหินฉินเทียนก้าวเดินออกมาจากถ้ำบรรพกาล ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่สมส่วนและผิวขาวผ่องดุจหยกสวรรค์ ทว่าภายใต้ผิวหนังที่งดงามนั้นกลับซ่อนเร้นคลื่นพลังที่พร้อมจะบดขยี้ภูเขา เสื้อผ้าเดิมของเขาฉีกขาดไปหมดแล้ว เขาจึงฉีกแขนเสื้อที่เหลือมาพันเอวไว้ลวกๆ"หิว..."ความรู้สึกแรกที่ปะทะเข้ามาไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความหิวโหยที่รุนแรงดุจสัตว์ป่า ร่างกายที่เพิ่งถูกสร้างใหม่ต้องการพลังงานมหาศาลเพื่อหล่อเลี้ยง 'กายาปีศาจอมตะ'โฮก!ทันใดนั้น เงามืดด้านขวาก็ไหววูบ กลิ่นสาบสางรุนแรงพุ่งเข้าจมูก พร้อมกับดวงตาสีเขียวเรืองแสงคู่หนึ่งที่จ้องมองมา สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายหมาป่าแต่มีขนาดใหญ่เท่าลูกวัว ขนบนหลังของมันแข็งแหลมคมราวกับเหล็กกล้า"หมาป่าทมิฬหลังเหล็ก" (สัตว์อสูรระดับ 1 ขั้น 4 – เทียบเท่ามนุษย์ ขั้นนักรบระดับกลาง)ในอดีต หากฉินเทียนเจอสัตว์อสูรระดับนี้ในสภาพที่ตนเองมีลมปราณเพียง 'ขั้น 2' เขาคงต้องหนีหั

  • มรรคาเทวะ กระบี่โกลาหลนิรันดร์   บทที่ 1 โลหิตย้อมวิหารบรรพชน

    ท้องนภาเหนือคฤหาสน์ตระกูลฉินมืดมิดดั่งถูกกลืนกินด้วยน้ำหมึก เมฆทมิฬเคลื่อนตัวปกคลุมจนแสงตะวันมิอาจเล็ดลอด สายลมกรรโชกแรงพัดพากลิ่นอายความชื้นของพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัว เสียงฟ้าร้องคำรามครืนครั่นราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ... หรือบางที มันอาจกำลังร่ำไห้ให้กับชะตากรรมของใครบางคนณ ลานหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ใจกลางวิหารบรรพชน ร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอย่างสงบนิ่งฉินเทียน... นามนี้คือตำนานบทใหม่แห่งเมืองเมฆาล่องลอยด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาบรรลุถึงระดับ "นักรบขั้นสูงสุด" พลังกายเนื้อแตะระดับ 1,400 จิน นับเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากในรอบร้อยปี ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกสลัก คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นวันนี้คือวันที่สำคัญที่สุดในชีวิต... วันที่เขาจะได้รับเกียรติสูงสุดจากตระกูล"เทียนเอ๋อร์..." สุรเสียงทรงอำนาจดังกังวานจากบัลลังก์เบื้องหน้าฉินเทียนเงยหน้าขึ้นสบตาชายชราผมขาวผู้มีแววตาเมตตา—ฉินซาน ผู้อาวุโสสูงสุดที่เขาเคารพรักดุจปู่แท้ๆ ข้างกายชายชรายังมี ฉินเหว่ย ประมุขตระกูลและบิดาบุญธรรม ยืนไพล่หลังด้วยสีหน้าเ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status