Se connecterฉินเทียน เด็กกำพร้าอัจฉริยะแห่งตระกูลฉิน ผู้ครอบครองพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง แต่ในวันที่เขาควรจะรุ่งโรจน์ที่สุด เขากลับถูก ฉินเหว่ย พ่อบุญธรรม และ ฉินหลง พี่ชายที่เขาไว้ใจ หักหลังอย่างเลือดเย็น พวกมันวางยาพิษและควัก "กระดูกเต๋าอมตะ" ออกจากร่างของเขา ซ้ำร้าย หลินเยว่ คู่หมั้นสาวงามยังผลักไสเขาลงสู่ "เหวสิ้นสูญ" สถานที่ที่ไม่มีใครเคยรอดชีวิต ในวินาทีแห่งความตาย ฉินเทียนได้พบกับซากศพของ "จอมมารบรรพกาล" และได้รับการสืบทอด "คัมภีร์โกลาหลกลืนกินสวรรค์" พร้อมกับศาสตราวุธระดับตำนาน "กระบี่โกลาหลนิรันดร์" 3 ปีให้หลัง... อัจฉริยะที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว ได้กลับมาอีกครั้ง! ไม่ใช่ในฐานะวีรบุรุษผู้ผดุงคุณธรรม แต่ในฐานะ "ราชันย์มาร" ผู้พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
Voir plusแสงสุดท้ายของดวงตะวันลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงสีม่วงสลัวที่ฉาบทาไปทั่ว "ป่าหมอกทมิฬ"ฉินเทียนและเย่ชิงเสวี่ยเดินทางมาได้ไกลจากเมืองเมฆาล่องลอยพอสมควร พวกเขาเลือกที่จะพักแรมในถ้ำหินเล็กๆ บนไหล่เขา เพื่อหลบสายลมยามค่ำคืนที่เริ่มหนาวเหน็บฉินเทียนก่อกองไฟด้วยกิ่งไม้แห้ง เปลวไฟสีส้มเต้นระริกสะท้อนในดวงตาสีดำของเขา เขาหยิบ "แหวนมิติสีเงิน" ที่ได้มาจากคลังสมบัติของตระกูลฉินออกมาพิจารณา แหวนวงนี้ดูเรียบง่ายแต่แฝงด้วยลวดลายเถาวัลย์โบราณที่สลักเสลาอย่างวิจิตร กลิ่นอายของมันเก่าแก่และลึกลับ"เจ้าเปิดมันได้ไหม?" เย่ชิงเสวี่ยถาม นางนั่งพิงผนังถ้ำ ปรับลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายใน"ลองดู..."ฉินเทียนส่งกระแสจิตเข้าไปในแหวน ทันใดนั้น ม่านพลังสีทองจางๆ ก็ปรากฏขึ้นต่อต้านการรุกล้ำของเขา มันเป็นผนึกสายเลือด! หากไม่ใช่สายเลือดของผู้เป็นเจ้าของเดิม จะไม่สามารถเปิดมันได้ติ๋ง...ฉินเทียนกัดปลายนิ้ว หยดเลือดสีแดงเข้ม ลงบนแหวน เลือดซึมหายเข้าไปในตัวเรือนโลหะทันที แสงสีเงินสว่างวาบขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่ผนึกจะคลายออก"เปิดออกแล้ว..."
บรรยากาศในลานประลองตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปที่ร่างของชายหนุ่มชุดดำผู้มาเยือน และศีรษะที่กลิ้งอยู่บนเวที"ฉินเทียน! เจ้าลูกเนรคุณ! เจ้าเดรัจฉาน!"เสียงคำรามของ ฉินเหว่ย ประมุขตระกูลฉินดังก้องกัมปนาท เขาไม่อาจระงับโทสะได้อีกต่อไป ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เส้นเลือดปูดโปนทั่วหน้าผาก เขาเลี้ยงดูฉินเทียนมาเพื่อให้เป็น "ภาชนะ" เก็บรักษาชิ้นส่วนกระดูกเท่านั้น แต่เจ้าภาชนะใบนี้กลับกล้าแว้งกัดเจ้าของ!"ข้าอุตส่าห์ไว้ชีวิตเจ้า เมตตาให้เจ้าตายอย่างสงบในเหว! แต่เจ้ากลับซึมซับวิชามาร รอดกลับมาสร้างความอัปยศให้ตระกูลฉิน!"ฉินเหว่ยตวาดลั่น พร้อมกับระเบิดพลังระดับ 'ครึ่งก้าวปรมาจารย์' ออกมาอย่างเต็มที่เปลวเพลิงสีส้มฉานลุกโชนขึ้นรอบกาย อุณหภูมิในลานประลองพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เก้าอี้ไม้รอบข้างเริ่มลุกไหม้"ตายซะเถอะ!"ฟุ่บ!ฉินเหว่ยดีดตัวพุ่งลงจากแท่นประธาน รวดเร็วดุจลูกธนูไฟ เขาใช้ท่าไม้ตายสูงสุดของตระกูล "ฝ่ามือเมฆาอัคคี" ฝ่ามือขวาขยายใหญ่ขึ้นด้วยพลังปราณเพลิง หมุนวนเป็นกงล้อไฟที่พร้อมจะเผาผ
บรรยากาศภายในถ้ำน้ำแข็งเริ่มสั่นสะเทือน อักขระโบราณที่สลักอยู่รอบๆ เปล่งแสงสว่างจ้า เย่ชิงเสวี่ยยืนอยู่ใจกลางวงเวทย์ มือเรียวขาวผ่องวาดลวดลายกลางอากาศ กรีดมิติที่ว่างเปล่าให้ฉีกออกราวกับแผ่นกระดาษ"ช่องว่างมิตินี้จะส่งเราไปที่ป่าหมอกทมิฬ เหนือปากเหวสิ้นสูญ... เจ้าพร้อมหรือยัง?"หญิงสาวหันมาถาม เสียงของนางยังคงราบเรียบแต่แฝงความเหนื่อยล้า การเปิดมิติในสภาพที่พลังเพิ่งฟื้นฟูเพียง 1 ส่วนนั้นกินแรงนางมหาศาลฉินเทียนลูบรอยสักรูปดาบสีดำที่แขนขวาเบาๆ มันคือที่สถิตของ 'กระบี่โกลาหล' เขาพยักหน้า"ไปกันเถอะ... ข้าไม่อยากให้พวกมันรอนาน"วูบ!แสงสว่างวาบกลืนกินร่างทั้งสอง หายวับไปจากก้นบึ้งนรกที่ไม่มีใครเคยรอดชีวิต...แสงเจิดจ้าเสียดแทงดวงตา มิติที่บิดเบี้ยวคลายตัวออก ส่งร่างของบุรุษหนุ่มและสตรีโฉมงามให้ร่วงหล่นลงสัมผัสผืนดินที่ปกคลุมด้วยเศษใบไม้แห้ง"ป่าหมอกทมิฬ"สถานที่แห่งนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า หมอกควันสีขาวขุ่นลอยอ้อยอิ่ง ส่งกลิ่นอายความชื้นและกลิ่นสาบของสัตว์ป่า มันคื
บรรยากาศก้นเหวสิ้นสูญนั้นเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของฉินเทียนที่ดังประสานกับเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบหินฉินเทียนก้าวเดินออกมาจากถ้ำบรรพกาล ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่สมส่วนและผิวขาวผ่องดุจหยกสวรรค์ ทว่าภายใต้ผิวหนังที่งดงามนั้นกลับซ่อนเร้นคลื่นพลังที่พร้อมจะบดขยี้ภูเขา เสื้อผ้าเดิมของเขาฉีกขาดไปหมดแล้ว เขาจึงฉีกแขนเสื้อที่เหลือมาพันเอวไว้ลวกๆ"หิว..."ความรู้สึกแรกที่ปะทะเข้ามาไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความหิวโหยที่รุนแรงดุจสัตว์ป่า ร่างกายที่เพิ่งถูกสร้างใหม่ต้องการพลังงานมหาศาลเพื่อหล่อเลี้ยง 'กายาปีศาจอมตะ'โฮก!ทันใดนั้น เงามืดด้านขวาก็ไหววูบ กลิ่นสาบสางรุนแรงพุ่งเข้าจมูก พร้อมกับดวงตาสีเขียวเรืองแสงคู่หนึ่งที่จ้องมองมา สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายหมาป่าแต่มีขนาดใหญ่เท่าลูกวัว ขนบนหลังของมันแข็งแหลมคมราวกับเหล็กกล้า"หมาป่าทมิฬหลังเหล็ก" (สัตว์อสูรระดับ 1 ขั้น 4 – เทียบเท่ามนุษย์ ขั้นนักรบระดับกลาง)ในอดีต หากฉินเทียนเจอสัตว์อสูรระดับนี้ในสภาพที่ตนเองมีลมปราณเพียง 'ขั้น 2' เขาคงต้องหนีหั





