Share

ตอนที่7

last update publish date: 2026-09-02 19:21:00

เสียงกริ่งหมดเวลาเรียนช่วงบ่ายในห้องบรรยายตึกคณะโบราณคดีดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่าการเรียนในรอบวันได้สิ้นสุดลง พรีมรีบเก็บหนังสือ เอกสาร และเครื่องเขียนลงกระเป๋าเป้ใบโปรดด้วยความเร่งรีบ ท่ามกลางสายตาจับผิดอย่างมีเลศนัยของน้ำตาลเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆ

"เร่งรีบขนาดนี้... จะรีบไปหา 'พี่ชาย' คนเมื่อเช้าเหรอจ๊ะยัยพรีม?" น้ำตาลเอ่ยแซวพร้อมทำหน้าตาแซวอย่างหยอกเย้า

พรีมรีบยกมือขึ้นจับแก้มที่เริ่มร้อนผ่าว

"บ้าหน่าน้ำตาล! ก็แค่นัดไว้... เขาบอกว่าจะมารับน่ะ เดี๋ยวเขาต้องรอนาน"

"จ้าๆ ไม่ขัดจังหวะคนมีพี่ชายหล่อ รวย สปอร์ต สายเปย์หรอกย่ะ ไปเถอะ! เดินทางปลอดภัยนะแก มีอะไรกริ๊งกร๊างหาฉันได้ตลอดนะ!" น้ำตาลโบกมือลาพร้อมรอยยิ้ม

พรีมส่งยิ้มให้เพื่อนก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องบรรยาย ลงมายังบริเวณประตูหน้ามหาวิทยาลัย แสงแดดยามเย็นเริ่มทอแสงสีส้มรำไร ลมพัดเอื่อยๆ พาให้อากาศผ่อนคลายลง ทันทีที่เธอเดินพ้นประตูรั้วออกมา ก็พบกับรถสปอร์ตสีดำคันหรูคันเดิมจอดรออยู่เรียบร้อยแล้ว ชายชุดดำสองคนในชุดสูทสวมแว่นกันแดดทรงสง่ารีบก้าวลงมาจากรถแล้วโค้งเคารพเธออย่างนอบน้อม

"เชิญครับคุณพรีม ท่านประมุขรออยู่ด้านในครับ"

บอดี้การ์ดเอ่ยพร้อมเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อม

พรีมก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างคนขับ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มไร้เนกไท ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกอกแน่นหนา คิมหันต์หันใบหน้าคมคายมามองเธอ แววตาคมกริบที่เคยเยียบเย็นกลับฉายแววความลึกซึ้งและร้อนแรงบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะทันทีที่สบตา

"เรียนเหนื่อยไหม?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยถาม ขณะที่มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวเล็กของเธอไปกุมไว้บนตักของเขา

"มะ... ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ค่ะ แล้วคุณคิมหันต์ล่ะคะ ทำงานทั้งวันเหนื่อยไหม?"

พรีมตอบเสียงเบา พยายามซ่อนความเขินอายที่ฝ่ามืออุ่นๆ ของเขากำลังส่งผ่านความร้อนรุ่มเข้ามาในกาย

"เห็นหน้าเธอ... ความเหนื่อยก็หายไปหมดแล้ว"

คิมหันต์เอ่ยพร้อมยกมือเรียวของเธอขึ้นมาประทับจูบเบาๆ ที่หลังมือ สัมผัสอุ่นร้อนทำเอาพรีมหน้าร้อนผ่าวจนต้องก้มหน้าหลบสายตา

"คุณคิมหันต์จะพาฉันไปไหนเหรอคะ? นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่คะ" พรีมเอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นเส้นทางรถที่มุ่งหน้าเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้า

"ฉันสั่งจัดโต๊ะพิเศษไว้ที่เพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดของโรงแรมในเครือภักดีณรงค์... คืนนี้ เราจะกินข้าวด้วยกันสองคน"

คิมหันต์ตอบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความนัยบางอย่างจนหัวใจดวงน้อยของพรีมกระตุกวูบ

รถสปอร์ตเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าพิเศษของโรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางเมือง พนักงานและลิฟต์ส่วนตัวจัดเตรียมไว้ต้อนรับประมุขแห่งตระกูลภักดีณรงค์อย่างสมเกียรติ ลิฟต์แก้วพาคนทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่ชั้นสูงสุดอย่างรวดเร็ว เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก บรรยากาศภายในห้องเพนท์เฮาส์หรูหราตระการตา ผนังกระจกใสบานใหญ่เปิดรับวิวทิวทัศน์แสงไฟยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครแบบสามร้อยหกสิบองศา โต๊ะอาหารทรงยาวจัดวางอาหารสไตล์ฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ พร้อมเทียนหอมและแก้วไวน์ทรงสูง

"สวยจังเลยค่ะ..." พรีมเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตากลมโตส่องประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟยามค่ำคืน

ร่างสูงของคิมหันต์ก้าวตามหลังเข้ามาเงียบๆ เขาเดินมาหยุดอยู่เบื้องหลังของเธอ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาโชยมาเตะจมูก มือหนาเอื้อมไปโอบกอดรอบเอวบางของเธอไว้ช้าๆ ดึงร่างเล็กเข้ามากระชับชิดกับแผงอกแกร่ง พรีมสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขยับหนี แผ่นหลังเนียนสัมผัสกับความอุ่นร้อนจากร่างกายเขาอย่างแนบแน่น

"ชอบไหม?" คิมหันต์กระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำรดรินใบหูเนียนจนพรีมขนลุกซู่

"ชอบค่ะ... สวยมากเลย ขอบคุณนะคะคุณคิมหันต์" พรีมเอียงใบหน้าหันมามองเขา รอยยิ้มหวานสดใสสว่างไสวในความมืดสลัว

"ฉันต่างหาก... ที่ต้องขอบคุณเธอ"

คิมหันต์มองริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อนั้นด้วยความปรารถนาที่เริ่มก่อตัวขึ้นลึกๆ ในอก "ไปกินข้าวกันเถอะ ก่อนที่อาหารจะเย็นหมด"

ตลอดเวลาในการรับประทานอาหารมื้อค่ำ คิมหันต์คอยดูแลเอาใจใส่พรีมอย่างดี คอยรินไวน์รสเลิศและตัดเนื้อสเต๊กให้เธอ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและละมุนละไมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันค่อยๆ เพิ่มพูนจนเปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจของทั้งสองคน ทว่า ไวน์รสเลิศและความชิดใกล้กลับเริ่มจุดประกายไฟแห่งความปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นทีละน้อย

เมื่อมื้ออาหารสิ้นสุดลง พรีมเดินถือแก้วไวน์ไปยืนรับลมตรงระเบียงกว้างด้านนอก แสงดาวและลมเย็นยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ คิมหันต์เดินตามออกมาก่อนจะส่งสัญญาณให้พนักงานและคนรับใช้ทั้งหมดถอนตัวออกไปจากเพนท์เฮาส์ทันที

ความเงียบสงัดเข้าครอบคลุม เหลือเพียงเสียงลมพัดและจังหวะหัวใจที่เริ่มเต้นระรัว

คิมหันต์ก้าวเข้าไปยืนซ้อนหลังพรีม มือหนาเอื้อมไปคว้าแก้วไวน์ออกจากมือเรียวของเธอแล้ววางลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะเอื้อมมือทั้งสองข้างไปรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิด

"คุณคิมหันต์..." พรีมพึมพำเสียงแผ่วเบา ร่างกายร้อนผ่าวด้วยฤทธิ์ไวน์และความประหม่าเมื่อรู้สึกได้ถึงความแกร่งและแผงอกร้อนระอุที่แนบชิดอยู่เบื้องหลัง

"พรีม..." คิมหันต์เค้นเสียงทุ้มต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลิ้มรสความหวานชื้นด้วยริมฝีปากร้อนผ่าว "เธอรู้ไหม... ว่าคืนนี้เธอน่ารักแค่ไหน?"

"อ๊ะ..." พรีมส่งเสียงร้องครางเบาๆ ในคอ เมื่อริมฝีปากและฟันคมของเขาขบเม้มลงบนลำคอระหงของเธอเบาๆ อย่างยั่วเย้า "คุณคิมหันต์... อื้อ..."

คิมหันต์จับร่างเล็กให้หมุนกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบฉายแววความวาวโรจน์แห่งความปรารถนาและอารมณ์ดิบที่ปิดไม่มิด มือหนาเชิดคางมนขึ้นมา สบสายตากับดวงตากลมโตที่สับสนและหวานฉ่ำของเธอ

"พรีม... เธอเป็นของฉัน สัญญาการแต่งงานบ้าๆ นั่น... มันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว"

น้ำเสียงของคิมหันต์แหบพร่าและเต็มไปด้วยอำนาจ "ตั้งแต่วินาทีนี้... เธอคือผู้หญิงของฉันจริงๆ ด้วยหัวใจและร่างกายของเธอ... เธอพร้อมจะเป็นของฉันหรือยัง?"

พรีมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคมกริบคู่นั้น ความกลัวในใจมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักและความต้องการที่เอ่อล้น มือเรียวยกขึ้นโอบรอบคอแกร่งของเขา ยอมรับชะตากรรมด้วยหัวใจที่ยินยอม

"ฉัน... ฉันเป็นของคุณค่ะ คุณคิมหันต์" พรีมกระซิบตอบเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น

คำตอบนั้นราวกับเชื้อเพลิงที่จุดระเบิดความอดทนอันยาวนานของประมุขหนุ่ม คิมหันต์ประตูลูกกรงแห่งความบ้าคลั่งทันที เขาดึงร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่งก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากลงมาบนริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างดุเดือดและรุนแรง!

"อื้อออ!"

พรีมส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อสัมผัสแรกเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและเอาแต่ใจ เรียวลิ้นหนาสอดแทรกเข้ามาแทรกชิมความหวานภายในโพรงปากของเธออย่างหิวกระหาย ลิ้นเรียวเกี่ยวพันกันอย่างไม่ยอมแพ้ คิมหันต์ดูดดึงริมฝีปากบนและล่างของเธออย่างหนักหน่วง ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว

มือหนาบดขยี้สะโพกงอนงอนและบั้นท้ายของเธอแน่น บีบคั้นเน้นย้ำด้วยความหลงใหล พรีมรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังละลายกลายเป็นน้ำ ขาเรียวอ่อนแรงจนต้องเค้นแรงทั้งหมดเกาะเกี่ยวรอบคอแกร่งไว้แน่นเพื่อไม่ให้ร่วงลงไปกองกับพื้น

"อืมมม... พรีม... หวานเหลือเกิน"

คิมหันต์ผละริมฝีปากออกเล็กน้อย พึมพำเสียงพร่าข้างหูเธอ ก่อนจะซุกไซ้ปลายลิ้นร้อนลงมาตามซอกคอและลาดไหล่เนียน มือหนาเอื้อมไปรูดซิปด้านหลังชุดเดรสสีฟ้าอ่อนของเธอลงอย่างรวดเร็ว!

พรวด!

ชุดเดรสตัวสวยหลุดร่วงลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า เหลือเพียงบราซีทรูลายกาบไม้และแพนตี้ตัวจิ๋วที่ปกปิดเรือนร่างอรชร พรีมยกมือขึ้นปกปิดหน้าอกหน้าใจด้วยความเขินอาย ใบหน้าหวานแดงก่ำสู้แสงดาว

"อย่าปิด..."

คิมหันต์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปล็อกไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียว ดวงตาคมมองสำรวจเรือนร่างเพรียวบางโกลเด้นเรโชอย่างหิวกระหาย

"สวยงามเหลือเกิน... เธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!"

คิมหันต์เอื้อมมืออีกข้างไปปลดบราซีทรูออกอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ทรวงอกอวบอิ่มชูชันท้าทายสายตา คิมหันต์ก้มลงยอดอกชมพูระเรื่อด้วยริมฝีปากและดูดดึงอย่างดุเดือด!

จ๊วบ!!!

"กรี๊ดดด! คุณคิมหันต์... อ๊ะ! เบาๆ... เจ็บค่ะ!"

พรีมแหงนหน้าขึ้นสู่อากาศ ส่งเสียงร้องครางด้วยความเสียวซ่านและเจ็บแปลบเมื่อฟันคมของเขาขบเม้มยอดปทุมถันอย่างแรงเพื่อลงโทษและตีตราจอง

"เจ็บเหรอ? ยิ่งเจ็บ... เธอก็ยิ่งจำ ว่าเธอเป็นของใคร!"

คิมหันต์เค้นเสียงดุดันแกมยั่วยวน เขาใช้ลิ้นตวัดเลียละเลียดปลายยอดอกที่แข็งเป็นไตอย่างถี่รัว สลับกับการบีบคั้นเต้าทรวงอีกข้างด้วยมือหนาอย่างหนักหน่วงและมันมือ

แพล๊บ!!แพล๊บ!!

"อื้อออ... ไม่ไหว... มันเสียว... อ๊ะ! อ๊า!"

พรีมบิดเกร็งเรือนร่างไปมาด้วยความทรมานอันแสนหวาน ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย ยอดอกทั้งสองข้างถูกรังแกอย่างไม่หยุดพัก จนเธอต้องเกร็งหน้าท้องตอบรับสัมผัสอันจาบจ้วง

คิมหันต์อุ้มร่างบางขึ้นในท่าอุ้มแตง พรีมรีบใช้ขาเรียวยาวเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ คิมหันต์พาเธอเดินตรงไปยังเตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่กลางห้อง แล้วโยนร่างบางลงบนฟูกนุ่มอย่างแรงจนร่างเล็กลอยกระดอน!

"อั่ก!"

พรีมยันตัวขึ้น แต่คิมหันต์กลับทาบทับเรือนร่างหนาตามลงมาทันที เขาจัดการถอดเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแลคของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าอันอุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสวยงามและรอยแผลเป็นจากสนามรบที่เพิ่มความดิบโหดและดุดันให้กับประมุขหนุ่ม

พรีมมองเรือนร่างกำยำของสามีด้วยสายตาสั่นพร่าและหวาดหวั่น แก่นกายใหญ่โตและแข็งขึงที่ชูชันอยู่ระหว่างขาของเขาทำให้เธอต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตระหนก

"ม...ใหญ่จัง.."

"กลัวเหรอ?"

คิมหันต์ยิ้มมุมปากอย่างเย้าหยวน เขากระชากแพนตี้ตัวจิ๋วของเธอออกในรวดเดียว ทิ้งให้เธอเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิดใดๆ

"ไม่ต้องกลัว... ฉันจะลงโทษเธอให้สมกับที่ทำให้ฉันคลั่ง!"

พูดจบ คิมหันต์ก็แทรกตัวเข้ามาระหว่างขาเรียวที่แยกออก เขาจับขากระบอกเนียนทั้งสองข้างขึ้นขนานกับไหล่หนา เอื้อมมือไปบีบเฟ้นสะโพกมนอย่างแรงจนขึ้นรอยนิ้วมือแดงเป็นแถบ

"อื้อ! คุณคิมหันต์... เบาๆ หน่อยสิคะ... อ๊ะ!"

พรีมพยายามเอ่ยอ้อนวอน แต่กลับถูกคิมหันต์โน้มตัวลงมาบดจูบปากอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง

จ๊วบ!!จ๊วบ!!

มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสกลีบดอกไม้ฉ่ำน้ำที่รวบรวมรอยร่องความปรารถนาไว้อย่างเปียกชุ่ม นิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักที่คับแคบทีละนิ้ว!

สวบ!!

"อ๊าาาา!" พรีมสะดุ้งสุดตัว ช่องทางรักบีบรัดนิ้วมือของเขาแน่นหนาด้วยความตื่นเกร็ง

"เจ็บ... อื้อ... ถอนออกไปก่อนนะคะ!"

"แน่นชะมัด... พรีม เธอผ่อนคลายหน่อยสิ"

คิมหันต์ขยับนิ้วเข้าออกอย่างรวดเร็วและหนักแน่น พร้อมใช้นิ้วหัวแม่มือบดขยี้เกสรเกสรดอกไม้ด้านบนอย่างจังและถี่รัว

แจ๊ะ!แจ๊ะ!แจ๊ะ!

"อืมมม... ดูสิ น้ำหวานของเธอไหลออกมาเต็มมือฉันไปหมดแล้ว"

"อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊าาา! คุณคิมหันต์... มัน... มันแปลกๆ... อื้อออ!"

พรีมส่งเสียงร้องครางไม่เป็นภาษาร่างกายบิดเกร็งตามจังหวะนิ้วที่ดุดัน สัมผัสยั่วยวนสลับดุดันทำให้ช่องทางภายในของเธอตอบรับอย่างหิวโหย นานเข้าความเจ็บปวดก็แปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ

"ชอบใช่ไหมล่ะ? หืม?"

คิมหันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแกมเย้ยหยัน เขาชักนิ้วไว้ออกมารวดเดียว ก่อนจะนำแก่นกายใหญ่โตที่ปวดตึงฉ่ำน้ำจ่อเข้าหาช่องทางรักที่กำลังฟิตบีบรัดไร้สิ่งกีดขวาง

"คุณคิมหันต์... ยะ... อย่าเพิ่ง..."

พรีมเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงขนาดที่ใหญ่โตจรดอยู่ตรงปากทาง

"ช้าไปแล้ว พรีม..."

คิมหันต์เค้นเสียงกร้าว ดวงตาฉายแววบ้าคลั่ง เขากดสะโพกสอบดันแก่นกายใหญ่โตสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักอุ่นร้อนรวดเดียวจนสุดความยาว!

สวบ!

"กรี๊ดดดดดดด!"

พรีมแผดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ร่างกายเกร็งกระตุก น้ำตาไหลทะลักออกจากขอบตา ความแน่นอัดและรอยแตกร้าวภายในทำเอาเธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแตกออกเป็นเสี้ยวๆ มือเรียวข่วนเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่งของเขาจนเกิดรอยเลือดเป็นทางยาว

"อ่าาาาาห์! พรีม... แน่นมาก! อัก... ซี้ดดดด!"

คิมหันต์กัดฟันแน่น ครางในลำคอด้วยความเสียวซ่านสุดขีด ช่องทางอุ่นร้อนบีบรัดตัวตนของเขาแน่นหนาจนแทบเคลื่อนไหวไม่ได้ เขานิ่งค้างไว้เพื่อให้ร่างกายของเธอปรับตัว สวมกอดร่างบางไว้แน่น ซุกใบหน้าลงกับซอกคอของเธอพร้อมประทับจูบปลอบประโลมอย่างหนักหน่วง

"เจ็บ... ฮือ... คุณคิมหันต์... เอาออกไป..."

พรีมสะอื้นฮัก ซบหน้าลงกับไหล่แกร่ง

"ชู่... เด็กดี ซี้ด... อย่าเกร็งสิ พรีม ผ่อนคลายหน่อย... เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว"

คิมหันต์กระซิบปลอบประโลมเสียงพร่า เขาลูบแผ่นหลังเนียนและบีบเฟ้นบั้นท้ายของเธอเบาๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์ความปรารถนาให้กลับมาอีกครั้ง

คิมหันต์ค่อยๆ ขยับสะโพกสอบถอนตัวตนออกมาจนเกือบสุด ก่อนจะสวนกระแทกกลับเข้าไปใหม่ด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่หนักหน่วงเน้นย้ำ!

ตับ!ตับ!ตับ!

"อ๊ะ! ...อื้อออ..อ๊าาา!"

พรีมส่งเสียงร้องคราง ความเจ็บปวดเริ่มเจือจางลง แทนที่ด้วยความจุกและกระสันเสียวที่ก่อตัวขึ้นตามจังหวะการขยับเคลื่อนตัว

"อืมมม... ดีขึ้นไหม?"

คิมหันต์เอ่ยถาม พลางเพิ่มจังหวะการกระแทกสะโพกให้เร็วและหนักหน่วงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

"อ่าาห์... พรีม เธอตอดฉันแน่นเกินไปแล้ว... ซี้ดดด!"

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานกับเสียงครางระงมไปทั่วห้องนอนหรูหรา คิมหันต์โถมกายเข้าใส่ร่างบางอย่างดุดันและไร้ความปรานี สะโพกสอบเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นเน้นย้ำจุดกระสันภายในของเธออย่างแม่นยำและถี่รัว ราวกับพายุหมุนที่ซัดถล่มอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

"อ๊ะ! อ๊ะ! คุณคิมหันต์... ลึก... ลึกเกินไปแล้ว! อ๊าาา!"

พรีมสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกอันหนักหน่วง หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มไหวคลอนตามจังหวะการเคลื่อนไหว มือเรียวเกาะเกร็งผ้าผืนเตียงแน่น ร่างกายร้อนรุ่มดั่งถูกไฟเผาผลาญ

"พรีม... เรียกชื่อฉัน! เรียกชื่อสามีของเธอ!"

คิมหันต์สั่งเสียงกร้าว เขายกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดไหล่หนาแล้วเร่งจังหวะกระแทกเข้าใส่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม!

"คิ... คุณคิมหันต์! อ๊า! คิมหันต์... อื้อออ! ไม่ไหวแล้ว... จะ... จะเสร็จแล้ว!" พรีมบิดเกร็งหน้าท้อง ร่างกายสั่นสะท้าน ช่องทางรักบีบรัดแก่นกายใหญ่โตของเขาถี่รัวและแรงขึ้นเรื่อยๆ

"พร้อมกัน พรีม... ตระกองกอดฉันไว้!"

คิมหันต์เค้นเสียงทุ้มต่ำ เขาบดสะโพกกระแทกเน้นย้ำรุนแรงติดต่อกันสิบกว่าครั้งสุดท้ายด้วยความบ้าคลั่งและดุดันขั้นสุด!

พั่บ! พั่บ! พั่บ! พั่บ!

"อ๊าาาาาาาาาาาาาา!"

พรีมแผดเสียงร้องครางยาวเหยียด ร่างกายเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อถึงฝั่งฝัน สมองขาวโพน ความเสียวซ่านพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ช่องทางภายในบีบรัดฉีดรดน้ำหวานออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"อ่าาาาาาาาาห์! ซี้ดดดดด! พรีม!"

คิมหันต์ปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมดออกมา ฉีดพ่นสายธารอุ่นร้อนเข้าสู่ลึกสุดภายในช่องทางรักของเธอจนล้นทะลัก เขากระแทกเน้นย้ำค้างไว้สองสามครั้งสุดท้ายเพื่อเก็บเกี่ยวความสุขสม ก่อนจะโถมกายทับร่างบางที่หมดแรงลงบนเตียงนอน

เสียงหอบหายใจถี่ระรัวของคนทั้งสองดังประสานกันในความเงียบ คิมหันต์ซบหน้าลงกับอกอวบอิ่มที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลง ลมหายใจอุ่นรดรินผิวกายเนียน ร่างกายของทั้งคู่เปียกปอนไปด้วยหยาดเหงื่อและสายธารแห่งความปรารถนาที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

"พรีม..." คิมหันต์เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานที่สลบไสลด้วยความเหนื่อยอ่อนและสุขสม รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของประมุขหนุ่ม เขานวดเฟ้นบั้นท้ายเนียนเบาๆ ก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากที่เจ่อบวมของเธออย่างอ่อนโยน

"เธอเป็นของฉันแล้ว... ทั้งร่างกายและหัวใจ" คิมหันต์กระซิบโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนแน่นหนา พักผ่อนท่ามกลางความมืดมิดและพันธะแห่งความรักที่ถูกผูกพันกันอย่างสมบูรณ์แบบในคืนนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 15

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความเงียบเหงาที่ปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์หรู พรีมตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้ตลอดทั้งคืน หญิงสาวจัดการอาบน้ำแต่งตัวในชุดนักศึกษาอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินลงมาจากชั้นบนด้วยสภาพไร้ชีวิตชีวา เมื่อเดินลงมาถึงห้องโถงด้านล่าง สายตากลมโตสุกใสที่บัดนี้หมองหม่นก็กวาดมองไปรอบๆ บริเวณบ้านอย่างเคยชิน โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมองหาใครบางคนอยู่ "มองหาคุณคิมหันต์อยู่เหรอคะคุณพรีม?" ป้าสาย แม่บ้านเก่าแก่ที่เห็นพรีมยืนลังเลอยู่จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและรอยยิ้มเอ็นดู "เอ่อ... เปล่าค่ะป้าสาย พรีมไม่ได้มองหาใครสักหน่อย" พรีมรีบปฏิเสธเสียงแผ่ว หลบสายตาป้าแม่บ้านอย่างมีเลศนัย "คุณคิมหันต์ออกไปทำงานตั้งแต่ตรู่แล้วค่ะคุณพรีม" ป้าสายพูดพลางยิ้มอย่างรู้ทัน "เห็นบอกว่ามีประชุมด่วนที่ต่างจังหวัด น่าจะกลับอีกทีก็ค่ำๆ นู่นเลยค่ะ" "อ๋อ... เหรอกับป้า" พรีมพยักหน้ารับเบาๆ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความรู้สึกห่อเหี่ยวและโหว่งเหวงพุ่งเข้ามาจับขั้วหัวใจอย่างน่าประหลาด 'เขาออกไปโดยไม่คิดจะลาหรือมองหน้าเราเลยสินะ... คงจะรังเกียจเรามากจริงๆ' "แล้วคุณพรีมจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ? ป้าเ

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 14

    บรรยากาศยามเช้าหน้ามหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่าผู้คนที่เดินทางมาเรียน ในขณะที่รถสปอร์ตคันหรูของประมุขหนุ่มขับเข้ามาจอดชิดริมฟุตบาทอย่างนุ่มนวล พรีมขยับตัวเตรียมจะลงจากรถ แต่ก็ถูกมือหนาของชายหนุ่มคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน "เย็นนี้เลิกเรียนกี่โมง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำถามขึ้น สายตาคมกริบมองสบดวงตากลมโตอย่างมีความหมาย "ประมาณสี่โมงเย็นค่ะ" พรีมตอบเสียงเบา แก้มเนียนยังคงขึ้นสีระเรื่อเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนและเมื่อเช้าที่ผ่านมา "อืม... เดี๋ยวพี่ให้คนมารับ แล้วเจอกันที่บ้าน" เขาเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาประทับจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากหวานอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ พรีมก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเกร็งเล็กน้อย ความรู้สึกเมื่อยล้าช่วงล่างยังคงมีอยู่ แต่เธอต้องพยายามเดินให้เป็นปกติที่สุด ทันทีที่รถคันหรูขับออกไป 'น้ำตาล' เพื่อนสาวสนิทที่สุดของพรีมก็รีบวิ่งรี่เข้ามาหาทันที ดวงตาของน้ำตาลเป็นประกายวาววับวิบวับอย่างจับผิด "แหมๆๆ พรีมคะ! นั่นรถใครน่ะ? คันละกี่สิบล้านกันเชียว!" น้ำตาลเอ่ยแซวพร้อมกับใช้นิ้วสะกิดแขนเพื่อนสาวเบาๆ "แล้วแน่ใจนะว่าแค่คนรู้จัก? ดูสายตาคนที

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่13

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านเนื้อดีเข้ามาจับเรือนร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้านวมผืนหนา พรีมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเมื่อยล้าไปทั้งกาย โดยเฉพาะช่วงล่างที่ยังคงมีความรู้สึกชาและผ่าวร้อนลอยเด่นขึ้นมา ความทรงจำจากบทรักดุเดือดเมื่อคืนที่ลากยาวตั้งแต่เคาน์เตอร์หินอ่อนในห้องครัว หน้าประตู โซฟาหนัง และจบลงบนเตียงใหญ่ พรั่งพรูเข้ามาในหัวจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและขึ้นสีแดงระเรื่อทันที ข้างกายเธอคือแผงอกกว้างกำยำของคิมหันต์ แขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามยังคงโอบตระกองกอดเอวคอดของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน ใบหน้าคมคายที่เคยบึ้งตึงและดูทรงอำนาจต่อหน้าคนทั้งโลก บัดนี้ยามหลับใหลกลับดูผ่อนคลายและเสน่ห์แรงเกินต้านทาน พรีมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเรียวเล็กไปสัมผัสสันจมูกโด่งและสันกรอบหน้าของเขาเบาๆ "ตื่นมาแอบมองสามีตัวเองแต่เช้าเลยนะ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าระย้าดังขึ้นทั้งที่ดวงตาคมยังปิดอยู่ ก่อนที่มือหนาจะรวบจับมือเล็กของเธอไปประทับจูบที่กลางฝ่ามือหนักๆ "คุณคิมหันต์... เอ่อ พี่คิม ตื่นนานแล้วเหรอคะ" พรีมเอ่ยถามเสียงเบา พยายามจะถดตัวหนีด้วยความเขินอายเมื่อนึกถึงคำสั่งดุดันของเขาเมื่อคืน แต่กลับถูกวงแข

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 12..:ไม่ไหว nc

    ลมหายใจอุ่นร้อนและเสียงหอบกระสันยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องครัวที่เงียบสงบ พรีมนอนหมดแรงอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน เรือนร่างผ่องใสขึ้นสีแดงระเรื่อฉ่ำไปด้วยเหงื่อและรอยรัก คิมหันต์ถอนตัวตนอันอุ่นร้อนออกมาอย่างช้าๆ ก่อนจะมองดูผลงานของตัวเองด้วยสายตาพึงพอใจและเอ็นดูเป็นที่สุด "มะ... ไม่ไหวแล้วนะคะคุณคิมหันต์... พรีมเหนื่อยจนไม่มีแรงเดินแล้ว" พรีมเอ่ยเสียงแผ่วสั่น ใบหน้าหวานซุกเข้าหาอกแกร่งอย่างออดอ้อนและประหม่า คิมหันต์หลุดหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ เขาก้มลงประทับจูบเบาๆ ที่พวงแก้มแดงก่ำ ก่อนจะช้อนร่างบางในสภาพเปลือยเปล่าขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย "ใครบอกว่าฉันจะปล่อยให้เธอพักกันล่ะ?" คิมหันต์เอ่ยกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าระย้า "ยกแรกตรงนี้เป็นแค่ 'น้ำจิ้ม' เท่านั้น... บนห้องของจริงต่างหาก" "คุณคิมหันต์! คนบ้า... อื้อ!" พรีมยังไม่ทันจะได้เอ็ดเสียงเขียว คิมหันต์ก็สาวเท้ายาวๆ ก้าวออกจากห้องครัว อุ้มร่างบางขึ้นบันไดวนตรงไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็วและหนักแน่น ทันทีที่ก้าวพ้นบานประตูห้องนอนใหญ่ที่ถูกดันปิดลงดัง ปัง! ความอดทนของประมุขหนุ่มก็พังทลายลงอีกครั้ง เขากด

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่11 : หิวnc

    เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งหนึ่งทุ่มกว่าๆ แสงมืดมิดของยามค่ำคืนครอบคลุมไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลภักดีณรงค์ พรีมที่เผลอหลับยาวไปตั้งแต่ช่วงบ่ายค่อยๆ กะพริบตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนคิงไซส์ผืนนุ่ม สายตากลมโตมองไปรอบๆ ห้องนอนอันกว้างขวางที่บัดนี้เงียบสงบ ไร้เงาร่างสูงของสามีมาเฟีย "สงสัยยังไม่กลับ... ไม่ก็อยู่ที่ห้องทำงานมั้ง" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวขาลงจากเตียงนอน ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวตรงช่วงล่างที่เคยมีในตอนเช้าหายไปเกือบหมดแล้ว ทว่ายังคงมีความรู้สึกขัดๆ ตึงๆ อยู่บ้างเล็กน้อยยามขยับตัว ทันทีที่ความคิดส่วนลึกหวนนึกไปถึงสาเหตุของความเจ็บระบมและภาพเหตุการณ์บทรักอันดุเดือดเมื่อเช้า ใบหน้าหวานก็ร้อนผ่าวขึ้นสีแดงระเรื่อฉับพลัน "เลิกคิดได้แล้วยัยพรีม แกนี่มันลามกจริงๆ!" พรีมสะบัดหน้าเรียกสติของตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ภาพหวาบหวามออกจากหัว ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการอาบน้ำชำระร่างกาย ร่างบางเลือกสวมชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีครีมตัวยาวผ่าข้างสูง นุ่มลื่นสบายผิว พร้อมสวมทับด้วยเสื้อผ้าคลุมสายสปาเก็ตตี้เข้าชุดกัน จากนั้นจึงเดินก้าวเท้ายาวลงไปยังชั้นล่างเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องครัวขนาดใหญ่ เพ

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 10 : งอน

    ดวงอาทิตย์ในยามสายของวันเคลื่อนขึ้นสูง ส่องแสงแดดเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ คฤหาสน์ตระกูลภักดีณรงค์อันเงียบสงบกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เมื่อรถสปอร์ตคันหรูสีดำแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวลบริเวณหน้าประตูทางเข้าหลัก ชายชุดดำสองคนรีบก้าวเข้ามาเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อม ภายในรถ พรีมนั่งกอดอก หน้าบึ้งตึง ตากลมโตมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างด้วยอาการ 'งอน' อย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อปนความหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะเวลาตอนนี้ล่วงเลยมาถึงเกือบสิบเอ็ดโมงเช้าแล้ว นั่นหมายความว่าเธอขาดเรียนวิชาสำคัญในภาคเช้าไปโดยสมบูรณ์! "ยังไม่หายงอนอีกเหรอ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของคิมหันต์เอ่ยถามขึ้นข้างกาย เขาหันมามองใบหน้าบูดบึ้งของภรรยาหมาดๆ ด้วยแววตาเอ็นดูและขำขันในใจ "ก็เพราะใครล่ะคะ!" พรีมหันขวับมามองเขาด้วยสายตาค้อนขวับ "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเอาแต่ใจเมื่อเช้านี้... ฉันคงไม่ต้องขาดเรียนวิชาของอาจารย์วิชัยหรอกค่ะ! คลาสนี้เช็คชื่อตั้งสองเปอร์เซ็นต์เลยนะคุณคิมหันต์!" คิมหันต์หลุดหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มกว้างที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาก้าวลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งของ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status