Partager

ม่านรักสาริกา
ม่านรักสาริกา
Auteur: นูน่าเลิฟหมูทะ

อารัมภบท

last update Date de publication: 2026-03-27 21:08:46

มือเรียวสวยที่เล็บยาวทั้งสิบนิ้วถูกทาทับด้วยสีชมพูอ่อนจากฝีมือของหญิงแปลกหน้านามว่า สีฝุ่น ที่ทาให้เธอและเพื่อนสนิทอีกสองคนซึ่งก็คือเดือนอ้ายและลัลนา วักน้ำที่อยู่ในลำธารขึ้นมาชโลมหน้าอกและแขนเรียวทำให้ ไพรพาย รู้สึกเย็นยะเยือกเพราะเป็นจังหวะที่สายลมพัดหอบความเย็นผ่านร่างกายของเธอราวกับมาทักทายและเตือนให้เธอรู้ว่า อีกไม่กี่วันจะถึงช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นมากกว่าปกติแล้ว

“หนาวเนื้อต้องห่มเนื้อ ถึงจะคลายหนาว”

ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติขยับพูดเปล่งเสียงหวานด้วยใบหน้าและสายตาที่เป็นประกาย ยิ่งขับให้เครื่องหน้าที่สวยอย่างเด็ดขาดและเสน่ห์ของเธอที่เจ้าตัวรู้ว่าจะต้องใช้มันอย่างไร ยิ่งเป็นภัยต่อชายหนุ่มหากเธอใช้ดวงตาคู่นี้จ้องมองและใช้เสียงหวาน ๆ เอ่ยอ้อน

แต่กลับมีชายผู้หนึ่งที่รำคาญและเกลียดชังเสียงของเธอจนไม่อยากได้ยิน

“จะร้อนหรือหนาว ข้ากลับไม่เคยเห็นพ่อครูออกมาอาบน้ำ ไม่อาบรึ”

เมื่อพูดจบไพรพายที่ยืนแช่ตัวอาบน้ำอยู่ในลำธารก็หันหน้ามองไปยังเรือนของพ่อครูเปลวเทียนที่ตั้งอยู่ด้านในป่าห่างจากลำธารพอสมควรด้วยความสงสัย เพราะไม่ว่าจะยามฟ้าสว่างหรือจนถึงตอนนี้ที่ฟ้ามืดไพรพายกลับไม่เคยเห็นพ่อครูเปลวเทียนออกมาอาบน้ำเหมือนผู้อื่นเลย

“เหตุใดคนไม่อาบน้ำ เนื้อตัวถึงได้หอมเหลือเกิน”

พูดจบใบหน้าขาวที่อยู่ภายใต้หัวสวมก็ร้อนผ่าวราวกับยื่นหน้าเข้าไปอังไฟและแก้มเนียนใสก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ เพราะไพรพายเคยได้กลิ่นกายของพ่อครูเปลวเทียนและเธอก็จำได้ดีว่ากลิ่นของเขามันหอมเพียงใด หอมจนเธออยากแนบหน้าซบแผงอกกว้างเพื่อสูดดมกลิ่นนั้นอย่างใกล้ชิด

ไพรพายสะบัดหน้าไปมาเบา ๆ เพื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองที่มันเริ่มเตลิดไปไกลออกไปจากหัว แล้วบรรจงวักน้ำขึ้นมาทำความสะอาดเรือนร่างด้วยความใจเย็นอย่างไม่นึกกลัว แม้ว่าตอนนี้จะมีเพียงแค่เธออยู่ที่ลำธารคนเดียวก็ตาม

ขาเรียวก้าวเดินขึ้นมาบนฝั่งหลังจากที่อาบน้ำเสร็จด้วยสภาพที่ผ้าพันอกและผ้านุ่งเปียกชุ่มแนบชิดไปกับผิวหนัง แล้วเดินกลับเรือนด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบ แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวไพรพายก็หยุดชะงักแล้วหันหน้ากลับไปมองยังเรือนไม้ที่อยู่ในป่า

“ไม่เจอหน้าข้าหลายวัน ป่านนี้พ่อครูคงจะคิดถึงข้าไม่น้อย”

แม้จะรู้ว่าสิ่งที่พูดออกมาช่างแสนจะห่างไกลจากความจริงนักแต่ไพรพายกลับยิ้มออกมาราวกับมีความสุข แล้วเปลี่ยนใจเดินเข้าไปในป่าเพื่อหมายจะไปหาชายหนุ่มที่เธอรักจนโงหัวไม่ขึ้นถอนตัวไม่ได้

เรือนพ่อครูเปลวเทียน

ไพรพายเดินย่องมานั่งคุกเข่าอยู่ข้างหน้าต่างเรือนพ่อครูเปลวเทียน หัวใจในอกข้างซ้ายก็เต้นแรงถี่รัวด้วยความกลัว ซึ่งชายหนุ่มที่อยู่ในเรือนนี้เป็นผู้เดียวที่ทำให้ไพรพายหวาดกลัวได้ กลัวว่าเขาจะไล่ กลัวว่าเขาจะด่าด้วยถ้อยคำที่ทำให้เธอช้ำในยิ่งกว่าถูกตบตี

ไพรพายนั่งหันหลังพิงผนังแล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวง เพราะนอกจากจะกลัวพ่อครูเปลวเทียนแล้วไพรพายยังกลัวกุมารเด็กและผีพรายที่พ่อครูเลี้ยงไว้ แต่ไม่ได้กลัวพวกเขาจะมาหลอกหรือมาทำร้าย แต่กลัวว่าจะเอาไปฟ้องพ่อครูว่าเธอแอบมาหาจนพานเสียเรื่อง

ไพรพายค่อย ๆ ขยับนั่งยอง ๆ หันหน้าเข้าหาหน้าต่างแล้วสอดมือเข้าไปในช่องว่างเล็ก ๆ เพื่อเปิดแง้มหน้าต่างที่ไพรพายรู้ดีว่าพ่อครูเปลวเทียนไม่เคยลงไม้ขัด และเมื่อเธอลองงัดขึ้นก็พบว่ายังเหมือนเดิมจึงยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

“!”

หัวใจของไพรพายเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อสายตาที่สอดส่องมองผ่านช่องว่างเข้าไปในเรือนที่จุดเทียนเล่มเล็กส่องสว่างไว้ไม่กี่เล่ม มองเห็นชายหนุ่มที่นั่งทำสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าหิ้งบูชามีสีผิวที่แปลกไปจากทุกครั้งที่เธอเคยพบเห็น

เขามีผิวกายสีน้ำผึ้งที่ไม่ได้เข้มมากจนเกินไปเพราะพ่อครูเปลวเทียนแทบจะไม่เคยออกจากเรือนมาโดนแสง นอกเสียจากในยามที่จะต้องทำพิธีหรือว่ามีเรื่องใดเกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ขาวมากหากเทียบกับสีผิวของไพรพายแล้วพ่อครูยังคล้ำกว่านัก 

ซึ่งทำให้ไพรพายที่จ้องมองหน้าท้องของพ่อครูเปลวเทียนอยู่นั้น เห็นกล้ามเนื้อความแข็งแรงของเขาได้อย่างชัดเจน

ยิ่งได้มองไพรพายก็ยิ่งตื่นเต้นและร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัวด้วยความเขินอายกับเรือนร่างของชายหนุ่มในวัยที่เพียบพร้อมมีคู่ครอง แต่ก็จำต้องตั้งสติแล้วค่อย ๆ ก้มหน้าลงต่ำเพื่อจะได้เห็นหน้าของพ่อครูเปลวเทียนเนื่องจากตอนนี้เธอเห็นเพียงแค่ลำคอที่มีลูกกระเดือกแหลมลงมาเท่านั้น

ตุบ!

“อุ๊บ!”

แต่ยังไม่ทันที่ไพรพายจะได้เห็นปลายคางของพ่อครูเปลวเทียนเธอก็หงายหลังล้มลงนั่งที่พื้นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นดวงตาคู่หนึ่งโผล่ขึ้นมาจ้องตากับเธอใกล้ ๆ แต่ไพรพายก็ยังมีสติรีบยกมือขึ้นมาปิดปากและกลืนเสียงที่กำลังจะกรีดร้องของตัวเองลงคอไปได้

และไม่เพียงแค่มองแต่คนที่อยู่หลังบานหน้าต่างยังกลิ้งเกลือกดวงตาหมุนไปตาจนดวงตาถลนออกมานอกเบ้า พร้อมกับเลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาขอบตาและแลบลิ้นยาวออกมานอกหน้าต่าง ทำให้ไพรพายมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่สั่นระริกและกลัวจนตัวสั่นไม่มีแม้แต่แรงจะขยับลุกหนีไปไหน

พรึบ

แต่แล้วตัวของเธอก็ถูกช้อนอุ้มลอยขึ้นจากพื้นทำให้ไพรพายที่กำลังช็อกจนสติแทบจะหลุดลอยออกจากร่างเงยหน้าขึ้นมองใครคนนั้นด้วยความตกใจไม่แพ้กัน แต่เมื่อเห็นใบหน้าของหัวสวมที่พอจะคุ้นตาก็ทำให้ไพรพายรู้สึกโล่งอกว่าอย่างน้อยชายผู้นี้ก็ยังเป็นคน

เขาอุ้มเธอเดินออกมาจนห่างจากเรือนพ่อครูเปลวเทียนโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ซึ่งไพรพายก็ยังตกใจจนพูดอะไรไม่ออกทำได้เพียงมองย้อนกลับไปยังเรือนไม้ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวด้านหลัง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกลัวและเสียดาย

“พ่อจ๋ามีคนมาช่วยมันไป”

กุมารภพยืนเท้าเอวจ้องมองไพรพายและชายคนนั้นเดินจากไปจนสุดสายตา แล้วหันกลับมาเอ่ยฟ้องเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ลืมตาขึ้นมองตรงอย่างไร้ความรู้สึก

“ให้ข้าไปจัดการชายผู้นั้นด้วยดีรึไม่ ที่มันบังอาจมาเสือก”

“...ไม่ต้อง”

น้ำเสียงเข้มตอบกลับเพียงสั้น ๆ ทำให้กุมารภพที่แม้จะเสียดายเพราะยังอยากเล่นสนุกต่อไม่อาจจะดื้อรั้นทำตามใจตัวเองได้ จึงสลายหายตัวกลับเข้าไปอยู่ในหุ่นกุมารที่ปั้นจากดินชนิดเดียวกันกับที่นำมาปั้นเป็นหัวสวม

และเมื่อภายในเรือนตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งพ่อครูเปลวเทียนก็หันไปมองยังหน้าต่าง ด้วยสายตาที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไร

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 10

    ดวงตาคู่สวยกลับมาเป็นประกายอีกครั้งในขณะที่เอ่ยถามแต่กลับถูกดับความสดใสลงด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบของแม่เฒ่า จึงลากสายตาจากหญิงตรงหน้าไปมองพ่อครูเปลวเทียนที่นั่งมองตรงมายังเธอ ทำให้ไพรพายรีบก้มหน้าด้วยกลัวว่าจะโดนพ่อครูเปลวเทียนด่าเพราะรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่“ข้าจะทำสมาธิ”“เช่นนั้นแม่ไม่กวนแล้ว”พูดจบแม่เฒ่าก็มองพ่อครูเปลวเทียนด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรือนที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวาอยู่สักพักแล้วลุกขึ้นยืนโดยมีไพรพายช่วยประคองแต่ก่อนที่ไพรพายจะเดินตามแม่เฒ่าออกไปเสียงของพ่อครูเปลวเทียนที่ดังขึ้นด้านหลังก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก“นำผ้ากูไปเผาทิ้ง อย่าให้เหลือแม้แต่เถ้า”“...ข้าไม่เผา”“มึงจะเผาผ้าหรือให้กูเผาเรือนมึง”“พ่อครูอยากทำสิ่งใดก็ทำเถิดจ้ะ เพราะข้าก็จะทำในสิ่งที่ข้าอยากทำ”พูดจบไพรพายก็เดินออกไปจากเรือนทันที ทำให้พ่อครูเปลวเทียนที่มองตามไปรู้สึกเกลียดชังไพรพายมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อกลับมาจากเรือนพ่อครูเปลวเทียนไพรพายก็เดินเข้าไปในป่าเพื่อเก็บดินเหนียวมาพอกหัวสวมบริเวณที่ปริแตก แต่ในตอนที่ไพรพายกำลังก้มลงจกดินที่อยู่ริมฝั่งข้างลำธารภายในป่าที่ห่างจากห

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 9

    เช้าเรือนพ่อครูเปลวเทียนไพรพายก้าวเดินตามหลังแม่เฒ่าเข้าไปในป่า มือเรียวก็ยกขึ้นมาจับผ้าที่ใช้คลุมไหล่ขึ้นปกปิดผิวกายเพราะรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะลมหนาวของฤดูกาลหรือเป็นเพราะคนที่เธอกำลังมุ่งหน้าไปหา ที่ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกจนขนลุกเช่นนี้ไพรพายก้มหน้าลงมองเท้าของแม่เฒ่าและตัวเองที่ก้าวเดินเหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งด้วยความรู้สึกประหม่า เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอไปหาพ่อครูเปลวเทียนแบบไม่ได้หลบซ่อน แต่ก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเธอจะโดนด่าเหมือนดังเช่นทุกครั้งที่แอบไปหารึไม่“หลบข้า”เมื่อได้ยินเสียงแม่เฒ่าเอ่ยพูดไพรพายก็เงยหน้าขึ้นและชะโงกมองไปข้างหน้าทันที แต่เธอกลับไม่พบเห็นผู้ใดมายืนขวางหน้ามีเพียงความว่างเปล่าที่ทำให้ไพรพายรู้ว่า สิ่งที่แม่เฒ่าพูดด้วยนั้นไม่ใช่คนหัวใจของไพรพายเต้นแรงและมือที่ถือพวงดอกพุ่มแดงก็เปียกชื้น เพราะหญิงตรงหน้าเธอเป็นถึงแม่เฒ่าแต่ก็ยังไม่อาจจะรอดพ้นจากบริวารผีที่พ่อครูเลี้ยงไว้ ไม่แปลกที่ไพรพายจะโดนทักทายทุกครั้งที่เธอมา“พ่อครู ให้แม่เข้าไปได้รึไม่”เมื่อเดินมาถึงเรือนพ่อครูเปลวเทียนแม่เฒ่าก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใจดี ทำให้ชายหนุ่มที

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 8

    เรือนพ่อครูเปลวเทียนพ่อครูเปลวเทียนเดินกลับมาที่เรือนด้วยใบหน้านิ่งเรียบแต่แววตากลับคุกรุ่นไปด้วยความโกรธแค้นที่หญิงไร้ยางอายผู้นั้นแตะต้องเนื้อตัวเขา อีกทั้งยังพูดไม่รู้ความเอาแต่ตามตอแยและยังแอบไปดูเขาอาบน้ำซึ่งบริเวณนั้นไม่เคยมีผู้ใดล่วงล้ำเข้าไปแต่เมื่อเดินมาจนเกือบถึงเรือนมือที่ยกขึ้นคว้าจับผ้าบนไหล่กว้างด้วยความเคยชินก็เกิดชะงักเมื่อสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า พ่อครูเปลวเทียนจึงหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองยังทิศทางที่ตนเดินมาเพราะนึกขึ้นได้ว่าวางไว้บนขอบบ่อก่อนที่จะลงไปแช่ตัวในน้ำพ่อครูเปลวเทียนถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วก้าวเดินกลับเรือน ส่วนผ้าผืนนั้นก็ตัดสินใจทิ้งมันเพราะเขาไม่มีทางเดินกลับไปเอาในขณะที่ไพรพายอยู่ที่นั่นเป็นเด็ดขาดเมื่อเดินมาถึงเรือนพ่อครูเปลวเทียนก็เปิดฝาตุ่มใบเล็กที่วางตั้งอยู่ข้างบันไดแล้วใช้กะลามะพร้าวตักน้ำขึ้นมาราดใส่ตัว มือก็ถูขยี้แผงอกและหน้าท้องรวมถึงบริเวณที่ไพรพายสัมผัสด้วยความแรงอย่างนึกรังเกียจ ยิ่งได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอติดตัว พ่อครูเปลวเทียนก็ยิ่งคิ้วขมวดและออกแรงขัดตัวไม่หยุดสองวันต่อมาเรือนเดือนอ้ายหลังจากเกิดเรื่องในวันนั้นไพรพายก็กลับมาหมก

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 7

    น้ำในบ่อกระเซ็นขึ้นด้านบนเมื่อร่างเล็กของไพรพายที่วิ่งหนีงูที่หล่นลงมาจากต้นไม้ตกใส่หัวของเธอวิ่งหนีมาหาพ่อครูที่นอนแช่ตัวอยู่บ่อ ทำให้ตอนนี้ร่างหนากำยำที่แสนหวงแหนไม่เคยให้ผู้ใดสัมผัสแม้แต่ชายผ้าถูกไพรพายนั่งตักและวาดแขนเล็กทั้งสองข้างคล้องกอดลำคอหนา ทำให้ดวงตาดุดันของพ่อครูเปลวเทียนที่ลืมตาขึ้นมองหลังจากที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกใจ“อี๋ ขนลุก!”ไพรพายเอ่ยพูดอย่างนึกรังเกียจในขณะที่สายตาก็มองไปยังงูเหลือมตัวใหญ่ที่เลื้อยลงไปจากโขดหิน ซึ่งมันมีขนาดตัวที่ใหญ่และยาวมาก กว่าจะหายไปจากสายตาก็นานพอสมควรและเมื่องูตัวนั้นหายไปจากสายตาสติของไพรพายที่แตกกระเจิงก็กลับเข้าร่างทำให้เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่า เธอวิ่งหนีงูมาหาคนที่น่ากลัวกว่างูและตอนนี้ก็กำลังนั่งทับตักเขาที่มีงูอีกตัวอยู่ในนั้น“ลุกออกไปจากตัวกู!”พ่อครูเปลวเทียนตะคอกเสียงดังหลังจากที่สติกลับเข้าร่าง แล้วยกมือขึ้นมาจับต้นแขนเล็กของไพรพายด้วยความแรงเพื่อผลักให้เธอปล่อยแขนออกจากคอเขาและลุกออกไปเสียที“พ่อครูข้ากลัวงู ฮึก”แต่ไพรพายก็ไม่ยอมจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีฝืนตัวเองเอาไว้แม้ว่าจะโดนพ่อครูเปลวเทียนบีบต้นแขนจนร

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 6

    “ข้าไม่หลบ เอ็งจงหันหลังแล้วเดินกลับไป”“เอ็งเป็นพ่อข้ารึถึงกล้ามาสั่ง!”“ข้าเพียงแค่เป็นห่วงเอ็ง”“เก็บไว้เถิด ข้าไม่ต้องการ หลบ”ไพรพายเอ่ยพูดเน้นย้ำเป็นการยื่นคำขาดเพราะหากเสือยังยืนขวาง แล้วเธอทำอะไรที่มันไม่ดีลงไปเขาจะโกรธหรือเสียใจไม่ได้“หากไป เอ็งก็จะโดนพ่อครูเปลวเทียนดุอีก”“เกี่ยวข้องกับเอ็งอย่างไร หลบไปสิวะ!”“ข้าไม่หลบ เอ็งต้องกลับ ลืมสิ้นแล้วรึว่าห้ามไปใกล้เรือนพ่อครู”“ไม่หลบงั้นรึ”พูดจบไพรพายก็ก้มลงไปหยิบท่อนไม้ที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมายกขึ้นง้างเตรียมจะฟาดใส่เสืออย่างไม่คิดจะยั้งแรง ทำให้ร่างสูงของคนที่ยืนกรานว่าจะไม่หลบก้าวเท้าเดินถอยหลังและยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาบังใบหน้าตัวเองไว้“ขี้ขลาด”ไพรพายเอ่ยพูดอย่างดูถูกแล้วโยนไม้ท่อนนั้นใส่เท้าของเสือแล้วเดินกระแทกเท้าด้วยความหงุดหงิดผ่านเขาไป ทิ้งให้เสือได้แต่ยืนมองตามด้วยความรู้สึกมากมายอยู่เบื้องหลังไพรพายเดินหน้าบึ้งเข้าไปในป่าด้านในจนเมื่อเห็นเรือนของพ่อครูเปลวเทียนอยู่ไม่ไกลใบหน้าสวยก็กลับมาประดับไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง เท้าเล็กก้าวเดินลงน้ำหนักให้เบากว่าตอนแรกและหันกลับไปมองทางด้านหลังเพื่อดูว่าเสือตามเธอมาหรือไม่ เมื่อ

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 5

    สายตาคมดุของพ่อครูเปลวเทียนมองตามกลุ่มควันสีเทาลอยคละคลุ้งขึ้นด้านบน ในขณะที่พ่อครูกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้นพรมหน้าหิ้งบูชาแล้วเอนหลังวางศอกเท้าไว้บนขอนไม้ และปรายตามองไปยังควันธูปที่นั่งขัดสมาธิแล้วจ้องมองพ่อครูเปลวเทียนโดยไม่พูดอะไรตั้งแต่ที่เขามาถึง ซึ่งคล้อยหลังไพรพายกลับไปไม่นานนักด้วยสายตาที่นิ่งไม่ต่างกัน“ลืมหน้ากูรึ ถึงได้จ้องไม่วางตา”“เปล่า”“...”“ข้าได้ยินว่าแม่เฒ่าจะจับคู่ให้พ่อครูทั้งสอง”“...”“พ่อครูจะยอมให้เป็นเช่นนั้นรึ”“มึงอยากพูดอะไรก็พูดออกมา”ด้วยความสนิทสนมจึงทำให้พ่อครูเปลวเทียนและควันธูปรู้ใจกันเป็นอย่างดี เนื่องจากควันธูปเป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่พ่อครูเปลวเทียนยอมรับและสั่งสอนวิชาคุณไสยดำมืดให้แก่เขา“หากจะยอมให้แม่เฒ่าเลือกให้ ข้าคิดว่าพ่อครูเลือกเองจะดีกว่า อย่างน้อยจะได้ตรงใจเพราะไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น”“เมียมึงเป่าหูให้มาพูดกับกูรึ อย่าให้กูต้องไล่มึงอีกคน”“หญิงที่ทนมือทนตีน ย่อมดีกว่าพวกอ่อนแอ”ควันธูปไม่ปฏิเสธว่าลัลนาเมียของเขาให้มาช่วยพูดกับพ่อครูเปลวเทียน เนื่องจากลัลนาและไพรพายเป็นเพื่อนรักกัน แต่ควันธูปที่ได้ยินผู้คนพูดกันปากต่อปากจนหนาหูว่าพ่อค

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 4

    “กูอยากได้กล้วย”“กล้วยรึ ได้จ้ะ วันพรุ่งข้าจะไปตัดมาให้พ่อครูหลาย ๆ เครือเลย”ผู้เป็นผัวรีบกระตือรือร้นรับปากในขณะที่เมียก็ยิ้มดีใจที่พ่อครูเปลวเทียนยอมรับของจากพวกเขาเป็นการตอบแทน แต่ยิ้มได้ไม่นานก็ต้องมองหน้าพ่อครูเปลวเทียนด้วยความงุนงง“ต้นกล้วย กูอยากได้ต้นกล้วย”“...”“นำมันมาปลูกไว้ข้างเรือน

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 3

    ตกค่ำเสียงร้องไห้กระจองอแงของเด็กน้อยในอ้อมอกของผู้เป็นแม่ ที่เดินอุ้มลูกวนไปวนมาอยู่ในเรือน เล็ดลอดออกมาเข้าหูปลุกผู้คนที่หลับใหลอยู่ในห้วงนิทรา ให้ค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมองไปรอบ ๆ เรือนของตนที่มืดมิดพร้อมกับเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดเมื่อถูกรบกวนการนอนไพรพายหนึ่งในผู้คนที่ได้ยินเสียงร

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 2

    พ่อครูเปลวเทียนมองหน้าแม่เฒ่าด้วยสายตานิ่งเรียบก่อนจะหันหน้ามองไปทางอื่นและถอนหายใจออกมาเมื่อเขาไม่อาจจะโต้เถียงอะไรกลับไปได้ แม่เฒ่าจึงละสายตาจากพ่อครูเปลวเทียนแล้วมองไปยังลูกชายอีกคนที่เป็นสายเลือดของตัวเองด้วยแววตาและสีหน้าที่นิ่งเรียบเพราะแม่เฒ่ารู้ดีว่าหากครั้งนี้ตนไม่เด็ดขาด ก็คงจะตายก่อนได้

  • ม่านรักสาริกา   ม่านรักสาริกา ตอนที่ 1

    เช้าเรือนไพรพาย“คิดแล้วก็เสียดายนัก หากเมื่อคืนนี้ข้าได้เห็นหน้าพ่อครูเปลวเทียน เช้านี้ข้าคงจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนพ่อครูแล้ว”“เพียงแค่เห็นหน้า เอ็งคิดว่าพ่อครูจะยอมรับเอ็งเป็นเมียรึ ข้ากลับคิดว่าเอ็งจะโดนพ่อครูเปลวเทียนและแม่เฒ่าลงโทษเสียมากกว่าที่ไปยุ่งวุ่นวาย”“ข้าเป็นเพื่อนเอ็งนะ เหตุใดถึ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status