Share

เข้าเมืองอีกครั้ง

last update Huling Na-update: 2026-03-15 13:29:22

ภายหลังจากที่ทั้งหมดพูดคุยตกลงกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น พวกของเหอฟ่านชิงเองก็พากันเดินทางโดยใช้เส้นทางลัดจากหลังเขาไปยังตัวเมืองกันในทันที ด้วยว่าเวลานี้นั้นเป็นช่วงปลายยามเหม่า(05.00-06.59 น.)

เหล่าชาวบ้านเองก็เริ่มทยอยกันออกมาทำงาน หรือบางคนก็เริ่มเดินทางเข้าตัวเมืองเพื่อหางานทำในช่วงที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวเช่นนี้ ดังนั้นหลังจากที่พวกของเหอฟ่านชิงเดินพ้นตัวชายป่าออกมาแล้วตัดเข้าเส้นทางหลักที่พวกชาวบ้านใช้เดินทางเข้าเมืองเป็นประจำจึงได้พบปะกับพวกชาวบ้านบ้าง

แต่ก็เพียงเท่านั้นเพราะทั้งสี่คนนั้นไม่คิดที่จะเสียเวลาในการเดินทางในวันนี้ เพราะยังต้องไปอยู่หลายที่  จนในที่สุดพวกเขาทั้งหมดก็เดินมาถึงประตูทางเข้าเมืองในช่วงสาย

"อาฉีเจ้าจะนำสัตว์พวกนี้ไปขายให้ผู้ใดรึ?"

เป็นเหอชงหยวนที่เอ่ยถามสหายข้างกายของเขา ด้วยเพราะเขากับน้องสาวนั้นมีสถานที่ที่จะนำสัตว์ที่ล่ามาได้ไปขายยังโรงเตี๊ยมอันหยางของท่านลุงตู้นั่นเอง

"ข้าเองก็ยังไม่รู้ อาจจะนำไปขายให้เหลาอาหารที่รับซื้อกระมัง แล้วเจ้าเล่า"

หยางฉีเอ่ยตอบตามความจริง ด้วยปกติเขาไม่ค่อยมีที่ขายที่เป็นที่ประจำเสียเท่าไหร่

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ไปกับพวกเราเถิด"

เมื่อได้ยินคำตอบของสหายเหอชงหยวนจึงได้เอ่ยชวนอีกฝ่ายให้ไปด้วยกันแทน

"นั่นสิเจ้าคะพี่หยางฉีไปกับพวกเราเถิดหลิงหลิงจะได้มีเพื่อนด้วย"

เหอฟ่านชิงเองก็ช่วยพี่ชายของตนเอ่ยชวนอีกแรงหนึ่ง เพราะนางรับรู้ได้ถึงแรงบีบที่มือของตนเองที่ในตอนนี้มีหยางหลิงเป็นผู้กุมมันอยู่

"ใช่เจ้าค่ะท่านพี่ พวกเราไปกับชิงชิงเถิด"

หยางหลิงที่ยืนเงียบมาตลอดเองก็ยอมเปิดปากพูดขึ้นด้วยนางเองก็อยากที่จะไปกับสหายของตนเช่นกัน

"ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เดินนำไปเลยอาหยวน"

หยางฉีที่เห็นว่าทั้งสามคนต้องการที่จะไปด้วยกันจึงได้เอ่ยตอบรับคำอย่างเสียไม่ได้ อีกอย่างเขาเองก็เพิ่งจะได้เห็นรอยยิ้มที่ดูมีความสุขเช่นนี้เป็นครั้งแรกของน้องสาว อาจจะเพราะในหมู่บ้านนั้นไม่ค่อยจะมีใครอยากคบหาเด็กสาว จึงทำให้น้องสาวของเขาไร้สหาย 

เมื่อได้มีสหายเหมือนอย่างที่ฝันเอาไว้นางย่อมมีความสุขและอยากเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากอีกฝ่าย ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้หยางฉียอมเอ่ยตอบตกลงกับสองพี่น้องสกุลเหอนั่นเอง

ไม่นานทั้งสี่คนก็เดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของโรงเตี๊ยมอันหยางเพื่อจัดการขายสัตว์ที่นำมาด้วย และได้ราคาที่ดีเช่นเคย เพราะคนที่ออกมารับซื้อนั้นจดจำสองพี่น้องสกุลเหอได้จึงได้ให้ราคาที่ดีตามที่ผู้จัดการตู้สั่งเอาไว้ โดยในครั้งนี้เหอฟ่านชิงขายไก่ป่า 5 ตัว และกระต่ายป่าอีก 8 ตัว ได้เงินมาสามตำลึง

ส่วนทางด้านของหยางฉีเองเขาที่ในตอนแรกคิดจะล่าเพื่อนำมาทำเป็นเสบียงในช่วงหน้าหนาวกลับเปลี่ยนใจขายสัตว์ที่ล่ามาได้ทั้งหมดเพื่อจะนำไปซื้อของจำเป็นก่อน เอาไว้วันหลังค่อยขึ้นไปล่าใหม่จึงทำให้เขาขายทั้งไก่ป่าและกระต่ายป่าได้มาทั้งหมด6ตำลึง 

หลังจากที่ทั้งสี่คนเดินพ้นทางแยกของโรงเตี๊ยมอันหยางแล้วนั้นเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยบอกกับพี่ชายของนางถึงสิ่งที่ต้องไปทำเป็นลำดับต่อไป

"พี่ใหญ่เจ้าคะข้าอยากไปร้านค้าหรือสถานที่ที่สามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของเป็นตำลึงได้เจ้าค่ะ"

"หืม..ชิงเอ๋อร์เจ้าจะไปที่แบบนั้นทำไมรึ?"

เหอชงหยวนเอ่ยถามน้องสาวของตนเองด้วยความสงสัย

"พอดีข้ามีสิ่งของบางอย่างต้องไปให้ที่ร้านตีราคาให้อยู่เจ้าค่ะ"

เหอฟ่านชิงเลือกที่จะไม่บอกว่าสิ่งของที่นางจะนำไปแลกเปลี่ยนนั้นคืออะไร เพียงแค่เอ่ยบอกเรียบ ๆ แทน

"อืม ได้สิเดี๋ยวพี่พาเจ้าไปแล้วเจ้า...."

"พวกเจ้าไปเถิดข้ากับหลิงเอ๋อร์จะไปหาซื้อข้าวของเหมือนกันไว้ปลายยามอู่(11.00-12.59 น.) พวกเราไปเจอกันที่หน้าประตูเมืองก็แล้วกัน"

ยังไม่ทันที่เหอชงหยวนจะได้เอ่ยจบ หยางฉีก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน 

"ได้ เช่นนั้นพวกเราก็แยกกันตรงนี้เลยก็แล้วกันนะ"

เหอชงหยวนเอ่ยบอกกับสหาย

"ได้" จบคำตอบรับพี่น้องทั้งสองครอบครัวก็เดินแยกกันไปคนละทิศละทางตามจุดมุ่งหมายที่มีอยู่ภายในใจทันที

"เจ้าต้องการจะแลกเปลี่ยนสิ่งใดอย่างนั้นหรือชิงเอ๋อร์พี่ใหญ่จะได้พาไปถูกร้าน"

เดินมาได้สักพักเหอชงหยวนจึงได้เอ่ยถามถึงสิ่งที่น้องสาวของเขาต้องการจะนำไปแลกเปลี่ยนเพื่อที่เขาจะได้นำทางนางไปได้

"ทองเจ้าค่ะ ข้าต้องการไปร้านที่รับซื้อทองทุกรูปแบบและให้ราคาที่สูง"

เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกพี่ชายของตนเองอย่างไม่ปิดบัง เพราะถึงอย่างไรพี่ชายของนางก็โตและคิดอ่านรอบคอบที่สุดแล้ว

"อืมงั้นไปร้านแลกเงินฝูเหยาก็แล้วกัน"

เหอชงหยวนเอ่ยบอกกับน้องสาวถึงร้านค้าที่เหมาะสม เพราะร้าน ฝูเหยา นั้นถือว่าเป็นร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราและรับฝากเงินที่มีชื่อเสียงทางด้านความยุติธรรมที่ใหญ่ที่สุดของเมืองแห่งนี้ อีกทั้งร้านฝูเหยานี้ยังรับซื้อทองคำทุกรูปแบบให้ราคาที่สูงและมีความยุติธรรม

"เจ้าค่ะ"

เหอฟ่านชิงเอ่ยรับคำสั้น ๆ จากนั้นสองพี่น้องก็มุ่งหน้าไปยังร้านแลกเงินฝูเหยาที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่ทั้งสองกำลังเดินไป

สองพี่น้องสกุลเหอใช้เวลาในการเดินทางไปยังร้านแลกเงินฝูเหยาราว ๆ หนึ่งก้านธูปก็ได้เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าตึกสองชั้นขนาดใหญ่ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างดีเยี่ยม

ที่บอกว่าดีย่อมก็เพราะว่าด้านหน้าประตูทางเข้าร้านนั้นมีองครักษ์สีหน้าดุดันยืนเฝ้ามองดูผู้คนเข้าออกภายในร้านอย่างดี เหอฟ่านชิงกวาดสายตามองสำรวจตึกหรือที่เรียกว่าอาคารสองชั้นขนาดใหญ่ตรงหน้า

โดยร้านแลกเงินฝูเหยานั้นสร้างจากอิฐทั้งสองชั้น แบ่งแยกกันออกอย่างชัดเจน ชั้นล่างนั้นเอาไว้สำหรับผู้ที่มาฝากเงินและรับแลกเงิน ส่วนชั้นที่สองนั้นเป็นชั้นที่เอาไว้ใช้สำหรับแขกที่นำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนเป็นตำลึงอย่างทอง ไข่มุกและเพชรพลอยเป็นต้น

เมื่อเหอฟ่านชิงมองสำรวจดูจนทั่วบริเวณอาคารแล้วนั้นนางก็หันไปส่งสัญญาณให้กับพี่ชายของตนเอง ก่อนที่สองพี่น้องจะเดินตรงไปยังประตูทางเข้าที่มีองครักษ์ร่างใหญ่ยืนเฝ้าอยู่ในทันที

"พี่ชายทั้งสองข้ากับพี่ชายของข้าต้องการนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยน ข้าขอเข้าไปได้หรือไม่เจ้าคะ"

เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับองครักษ์ทั้งสองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"หือ...ได้สิ"

หนึ่งในองครักษ์เอ่ยบอกกับเหอฟ่านชิง พร้อมกับขยับกายหลีกทางให้ทั้งสองพี่น้องอย่างง่ายดาย

เมื่อสองพี่น้องเห็นดังนั้นจึงได้พากันเดินเข้าไปด้านในตึก ก่อนจะมีพนักงานสาวหน้าตาสะสวยเดินมาต้อนรับพวกนางสองคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"ร้านฝูเหยายินดีต้อนรับเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านทั้งสองต้องการจะฝากเงินหรือว่าแลกเปลี่ยนสิ่งของเจ้าคะ"

พนักงานสาวสวยเอ่ยถามถึงความต้องการจากเหอฟ่านชิงเพื่อจะได้พาไปยังจุดที่ทั้งสองต้องการ

"ข้าต้องการแลกเปลี่ยนเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบ

"เช่นนั้นเชิญตามข้าขึ้นไปที่ชั้นบนได้เลยเจ้าค่ะ" 

"ได้..พี่สาวนำทางเถิด"

เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบรับ หลังจากนั้นพนักงานสาวก็ได้เดินนำทั้งสองขึ้นไปยังชั้นสองของตึกไปยังห้องที่ใช้สำหรับตรวจสอบสินค้าเพื่อประเมินราคา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูจากด้านหน้าห้องทำให้ชายชราอายุ 68 ปีที่กำลังตั้งหน้าตั้งตานั่งตรวจสอบสินค้าอยู่นั้นต้องลุกขึ้นยืนมายังโต๊ะทำงานของตนที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง ก่อนที่ชายชราจะเอ่ยตอบกลับไป

"เข้ามา..." 

จากนั้นไม่นานประตูหน้าห้องทำงานก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของพนักงานสาวคนเดิม ก่อนที่สองพี่น้องสกุลเหอจะเดินเข้ามาภายในห้องทำงานที่ในตอนนี้มีชายชรากำลังนั่งรออยู่ตรงโต๊ะกลางห้อง

"คารวะผู้อาวุโสเจ้าค่ะ / ขอรับ"

สองพี่น้องสกุลเหอที่หลังจากเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของชายชราจึงได้เอ่ยทำความเคารพอีกฝ่ายอย่างพร้อมเพรียงกัน

"ตามสบาย ๆ แล้วมาวันนี้มีสิ่งใดมาให้ข้าช่วยประเมินราคาอย่างนั้นรึ?"

ชายชราเอ่ยขึ้นหลังจากที่มองสำรวจเด็กหนุ่มและเด็กสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับหลานชายของตนเอง

"นี่เจ้าค่ะคือสิ่งที่ข้านำมาให้ผู้อาวุโสช่วยประเมินราคา"

เอ่ยจบเหอฟ่านชิงก็ได้ล้วงมือเข้าไปภายในอกเสื้อของตัวเอง ก่อนจะหยิบเอาผ้าที่ใช้ห่อทองที่เก็บมาได้ออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าของชายชราพร้อมกับใช้มือคลี่ผ้าสีเก่า ๆ ออกเผยให้เห็นเจ้าก้อนทองที่อยู่ด้านใน

"!!!"

สีหน้าของเหอชงหยวนในตอนนี้ถึงกับแข็งค้างด้วยความตกใจ พร้อมกับวิญญาณที่แทบจะหลุดลอยออกไปจากร่างเสียแล้ว

*******************************************************************************************

ยัยน้องจะขายทองได้เงินเท่าไหร่กันนะ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ซื้อที่สร้างบ้านใหม่

    เสียงสะดุ้งสุดตัวของทั้งสามคนทำเอาเหอฟ่านชิงกับเหอชงหยวนถึงกับตกใจตาม ด้วยไม่คิดว่าทั้งสามคนจะมีอาการหนักถึงเพียงนี้"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่รอง พวกท่านยังสบายดีอยู่ใช่หรือไม่เจ้าคะ" เด็กสาวรีบเอ่ยถามอาการของทั้งสามคนด้วยความเป็นห่วงเพียะ!แต่กลับได้ฝ่ามือมารดาที่ฟาดลงมายังต้นแขนของนางแทนคำตอบเสียอย่างนั้น"นี่แหนะโทษฐานที่ทำให้แม่เกือบหัวใจวายตาย" นางมี่ซือเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงคาดโทษ พร้อมกันนั้นเหอหลวนซานและเหอชงอี้เองก็ยังพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในคำพูดของนางมี่ซือ"โอ๊ยยท่านแม่เจ้าคะ ลูกไม่ได้ตั้งใจเพียงแต่ยังไม่สบโอกาสที่จะเอ่ยบอกพวกท่านจริง ๆ " เหอฟ่านชิงเอ่ยขอโทษมารดาพร้อมทั้งใช้มือลูบไปมาบริเวณที่โดนตี ราวกับว่าเจ็บปวดมากมายนางมี่ซือเห็นการแสดงของบุตรสาวก็ถึงกับอยากจะตีซ้ำลงไปอีกสักครั้งด้วยความหมั่นเคี้ยวกับท่าทางที่เด็กสาวแสดงละครอยู่ในตอนนี้"เอาเถิด ๆ ตอนนี้เรามาคุยเรื่องสำคัญกันก่อนดีกว่า ชิงเอ๋อร์เจ้าคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรก็ว่ามา"เหอหลวนซานที่เห็นว่าภรรยารักจะลงมือฟาดบุตรสาวของตนอีกครั้งจึงได้รีบเอ่ยห้ามทั

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   หารือเรื่องการสร้างบ้าน

    "เจ้าว่าอย่างไรนะชิงเอ๋อร์!" เหอหลวนซานที่หายจากอาการตกใจแล้วนั้นก็ได้เอ่ยถามบุตรสาวของตนเองเพื่อยืนยันในสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อครู่"ข้าบอกว่าข้าขายเห็ดหลินจือดำสามดอกได้เงินมาหนึ่งร้อยตำลึงทองเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าอยากจะขอแบ่งให้กับพี่หยางฉีสักห้าสิบตำลึงทอง เพราะถ้าข้าไม่ได้ขึ้นเขาไปกับพี่หยางฉีข้าก็คงจะไม่ได้พบกับเห็ดหลินจือดำพวกนี้หรอกเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกราคาที่ขายเจ้าเห้ดหลินจือดำได้ให้กับผู้เป็นบิดาฟังอีกครั้งพร้อมทั้งนางยังต้องการขออนุญาตในการแบ่งเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับชายหนุ่มที่เป็นผู้พาตนเองขึ้นเขาในครั้งนี้อีกด้วย"จะได้อย่างไรกันนั่นเป็นเงินของเจ้าหาได้เกี่ยวข้องกับบุตรชายของลุงไม่ เจ้าไม่ต้องแบ่งให้เจ้าหน้าตายนี่หรอกเก็บเอาไว้เสีย" แต่ยังไม่ทันที่เหอหลวนซานจะได้เอ่ยตอบอนุญาตหรือไม่กับคำขอของเด็กสาว หยางเฟิงกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาแทนด้วยเขาเองก็ไม่คิดว่าจะต้องจำเป็นถึงขนาดที่เด็กสาวจะต้องแบ่งส่วนแบ่งให้กับบุตรชายของตนเองเพียงเพราะเขาเป็นผู้พาขึ้นไปเท่านั้น"แต่ว่า....""ท่านพ่อพี่พูดถูกต้องแล้วละเจ้าไม่จำเป็นจะต้องแบ่งเงินส่วนแบ่งที่เจ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   สู่ขอหมั้นหมาย

    "เอาละ ๆ อาซานเจ้าพาพี่หยางกับผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าหนุ่มนี่เข้าไปคุยตกลงเรื่องหมั้นหมายกับข้าด้านในเสีย ส่วนเจ้ายายแก่จะเข้าไปฟังด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ก็พากันกลับไปเสีย" เหอหานตงที่ยืนเงียบเฝ้ามองภาพสองครอบครัวที่ดูมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพียงแต่ชายชรากับเลือกที่จะไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเอ่ยบอกกับบุตรชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เขาที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของเด็กสาวจึงต้องอยู่ร่วมรับฟังด้วย"ขอรับท่านพ่อ เชิญท่านลุงหยางกับพี่หยางเฟิงด้านในบ้านเลยขอรับ" เหอหลวนซานเองก็เอ่ยรับคำของบิดาด้วยความดีใจที่อย่างน้อย ๆ บิดาของตนก็ยังคงใส่ใจลูก ๆ ของเขาอยู่ไม่น้อย"ข้าไม่ขออยู่ฟังก็แล้วกัน เรื่องงามหน้าเช่นนี้ข้าฟังแล้วรู้สึกเป็นเสนียดหูยิ่ง ไปกันเถิดหลานรักพาย่ากลับบ้านที" นางจางที่ไม่พอใจตั้งแต่ที่นางถูกสามีดุด่าต่อหน้าผู้คนเพียงเพราะหลานสาวคนเล็กอยู่ก่อนแล้วจึงได้เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ไยดี จากนั่นก็บอกให้หลานสาวอันเป็นที่รักมาช่วยพยุงตนเองกลับบ้านในทันทีเมื่อนางจาง นางจูและเหอลี่ถิงจากไปแล้วผู้ใหญ่ทั้ง

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ข้ารับผิดชอบนางเอง

    เหอฟ่านชิงเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้างุนงง ว่าตนเองไปทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรให้กับคนสกุลเหอบ้านใหญ่ จนทำให้ต้องยกกันมาถึงที่บ้านของนาง"หึ ก็แกเมื่อวานไปนอนกกกอดกับผู้ชายบนเขาจนถึงเช้าไม่ใช่หรืออย่างไรกัน"เป็นนางจางที่เป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของหลานสาวที่นางไม่เคยคิดจะรัก"หะ! เมื่อวานข้าเพียงขึ้นเขาไปล่าสัตว์ แต่พอตอนจะกลับลงมาฝนดันตกหนักจนมองไม่เห็นเส้นทางจึงได้พากันไปหลบฝน""อีกทั้งมันยังตกหนักยาวนานกว่าจะหยุดก็เกือบรุ่งเช้าแล้ว ข้ากับพี่หยางฉีไม่ได้นัดกันขึ้นเขาไปพอดรักกันเสียหน่อยนะเจ้าคะท่านย่า"เหอฟ่านชิงเอ่าบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปตามความจริงให้กับทุกคนได้รับรู้แต่ว่าจะมีคนเชื่อถือหรือไม่ก็สุดแล้วแต่พวกเขาเถิด นางเองก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมานั่งสนใจคำพูดของผู้ที่ไม่ได้หาเลี้ยงดูนางและครอบครัวอยู่แล้ว"เหอะ แล้วไหนเล่าหลักฐานที่จะเอามายืนยันว่าพวกเจ้าทั้งสองไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียกัน ชายหญิงอยู่กันเพียงลำพังบนเขา ซ้ำฝนยังตกหนักเช่นนั้นอีก"แต่แล้วจู่ ๆ คำพูดที่ดูจะกร้านโลกนี้ของเหอลี่ถิงก็ดังขึ้น นางพูดออกมาเป็นห

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย

    "ว่ายังไง ทำไมเจ้าไม่ตอบคำถามของข้ากัน หรือว่านังเด็กนั่น.....บัดซบ!"เมื่อนางจางเห็นว่าคนทั้งสามเอาแต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยโต้ตอบเหมือนเช่นทุกครั้ง จึงได้เอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาเหี่ยวย่นของนางจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อคาดเดาคำตอบได้จากท่าทางของคนทั้งสามจนนางจางถึงกับหลุดด่าคำหยาบออกมา"นังเด็กสารเลวนั่นอยู่ที่ไหน! ไปเรียกนังตัวดีออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้นะเจ้าลูกอกตัญญู"หญิงชราเอ่ยตะคอกเสียงดังด้วยความโกรธที่พุ่งจนถึงที่สุด นางแทบอยากจะจับหลานสาวไม่รักดีมาทุบตีที่หายอับอายยิ่งนัก"อาซานเจ้าบอกข้ามาสิว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง"ท่ามกลางความตึงเครียดจู่ ๆ เสียงแหบแห้งของผู้เฒ่าเหอก็เอ่ยถามกับบุตรชายด้วยใบหน้านิ่งสงบ ชายชรายังคงไม่เชื่อว่าเรื่องที่ชาวบ้านเอ่ยมาจะเป็นความจริงเพราะเขานั้นรู้ดีที่สุดว่าลูกชายคนเล็กของตนไม่มีทางให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนเพราะพวกเขานั้นรกและทะนุถนอมบุตรีเสียยิ่งกว่าอะไรดี คงไม่มีทางยอมให้เด็กสาวทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้ได้อย่างแน่นอน"ท่านพ่อ.....ชิงเอ๋อร์ไม่มีทางทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นอย่างแน่นอน

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   เกิดเรื่องแล้ว

    อีกด้านของหมู่บ้านเป่าหนิงหลังจากที่พวกของเหอฟ่านชิงเดินทางเข้าเมือง เหอชงอี้ก็ได้นำไก่ป่ากับกระต่ายป่าบางส่วนที่ผู้เป็นน้องสาวล่ามาได้เดินกลับไปยังบ้านของตัวเองด้วยความสบายใจโดยไม่ได้รับรู้เลยว่าเมื่อครู่นี้ในตอนที่หยางฉีกับเหอฟ่านชิงเดินออกมาจากป่าด้วยกันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาสามคนที่พบเห็นแต่ยังมีสองสามีภรรยาบ้านจวงที่ออกมาหาผักป่าตั้งแต่เช้าพบเห็นเข้าเช่นกัน นางจวงที่เป็นพวกปากตลาดอยู่แล้วจึงได้นำเรื่องที่เห็นเมื่อช่วงเช้าไปพูดต่อกับเหล่าแม่บ้านภายในหมู่บ้านจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในเวลาต่อมาข่าวลือว่าบุตรสาวคนเล็กของบ้านเหอนั้นแอบไปนอนค้างอ้างแรมกับชายหนุ่มในป่าจนถึงเช้า ไม่รู้ว่าบิดามารดาจะรู้เห็นเรื่องนี้หรือไม่ อีกทั้งตอนที่ออกมายังอยู่ในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยทำเอาเหล่าแม่บ้านทั้งหลายที่ได้ฟังคำบอกเล่าที่ใส่สีตีไข่เข้าไปอีกนั้นถึงกับรับไม่ได้กับพฤติกรรมไร้ยางอายของเด็กสาวจนต้องนำเรื่องนี้ไปเอ่ยบอกแก่นางจางผู้เป็นท่านย่าของเหอฟ่านชิง"ท่านป้าจางอยู่หรือไม่เจ้าคะ"หนึ่งในแม่บ้านที่ได้ยินข่าวลือของเหอฟ่านชิงมาที่ต้องการ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status