Teilen

ขายทอง

last update Zuletzt aktualisiert: 15.03.2026 13:30:26

"โอ้ว....ทองคำแท้ที่มีความบริสุทธิ์ถึงสิบส่วนเชียวรึนี่"

ฝูฉางอัน หรือก็คือผู้อาวุโสของร้านฝูเหยาแห่งนี้ ทั้งชายชรายังเป็นผู้ดูแลกิจการร้านรับฝากเงินที่เมืองแห่งนี้เอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ

อาจจะเพราะส่วนใหญ่ทองคำที่พวกชาวบ้านหรือว่าพวกพ่อค้า ชนชั้นสูงนำมาขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินนั้นมีความบริสุทธิ์อยู่มากสุดเพียงแค่ 8 ใน 10 ส่วนเพียงเท่านั้น

แต่สำหรับเจ้าก้อนทองที่ดูเหมือนก้อนหินก้อนกรวดของเด็กสาวตรงหน้านี้กลับมีความบริสุทธิ์อยู่เต็ม 10 ส่วน นั่นจึงสร้างความแปลกใจและสนใจให้กับชายชราในเวลาเดียวกัน

"เอ่อ...ผู้อาวุโสหมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ?"

เหอฟ่านชิงเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายชราเอ่ยออกมาก็รู้สึกงุนงงกับคำพูดของอีกฝ่ายไม่น้อยนางจึงได้เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย

"ข้าหมายความว่าทองคำที่เจ้านำมาขายนั้นมีความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วน โดยส่วนมากแล้วทองที่ผู้คนนำมาให้ข้าประเมินราคาจะมีเพียง 7-8 ส่วนเท่านั้น แต่ของเจ้ามันกลับมีถึง 10 ส่วนอย่างไรเล่า"

ฝูฉางอันเอ่ยอธิบายความหมายให้กับเด็กสาวตรงหน้าได้รับรู้ว่าของที่นางมีอยู่นี้มีราคาที่สูงมากนั่นเอง

"เช่นนั้นท่านรับซื้อที่ราคาเท่าไหร่หรือเจ้าคะ"

ไม่รอช้าเด็กสาวก็ได้เอ่ยถามถึงราคาที่ทางร้านจะรับซื้อเจ้าก้อนทองนี้ของนางด้วยใจที่เต้นระทึกอย่างตื่นเต้น

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่หนูน้อยเจ้าช่างใจร้อนเสียจริง ๆ "

ชายชราถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อเห็นว่าเด็กสาวตรงหน้านั้นช่างดูจะตื่นเต้นกับราคาของทองคำของนางจนดวงตานั้นแทบจะเปล่งแสงออกมาได้อยู่แล้ว

"ข้าขออภัยเจ้าค่ะ"

เหอฟ่านชิงที่เมื่อรู้ว่าตนเองได้เผลอตัวแสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสมออกไปจึงได้เอ่ยขออภัยกับชายชราอย่างรวดเร็ว

"ไม่เป็นไร ๆ ว่าแต่เจ้าเด็กหนุ่มนี่ยังไม่ชีวิตอยู่หรือไม่เล่า ข้าเห็นว่าเขาเอาแต่ยืนนิ่งราวกับหุ่นดินปั้นไปเสียแล้ว"

ฝูฉางอันหันมองไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่มอีกคนที่เขาคิดว่าคงจะเป็นพี่ชายของเด็กสาวตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี

"เอ่อ...ขออภัยท่านผู้อาวุโสขอรับ"

เหอชงหยวนเอ่ยขึ้นหลังจากที่ได้สติคืนกลับมาในจังหวะที่ชายชรากำลังเอ่ยถึงตนเองพอดี

"ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าทั้งสองนี่ช่างทำให้ข้ารู้สึกสนุกเสียจริง"

ชายชราเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นอย่างมีความสุข

"เอาละ ๆ ข้าไม่แกล้งพวกเจ้าแล้ว ราคาทองที่มีความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วนนั้นทางร้านของเรารับซื้อยู่ที่เฟินละ8ตำลึง(1เฟิน=0.5กรัม)"

ฝูฉางอันเอ่ยบอกราคารับซื้อทองคำให้กับสองพี่น้องตรงหน้าพร้อมกับสังเกตดูปฏิกิริยาของทั้งสองคนอยู่เงียบ ๆ 

"เฟินละ 8 ตำลึงเงินใช่หรือไม่เจ้าคะ"

เหอฟ่านชิงเอ่ยถามเพื่อต้องการจะยืนยันในสิ่งที่หูของนางได้ยิน เพราะถ้าเกิดเป็นเช่นนั้นจริง ๆ นางก็มีเงินพอจะรักษาขาของบิดาได้อย่างแน่นอน

"ใครบอกเจ้ากันว่า 8 ตำลึงเงิน ข้าหมายถึง 8 ตำลึงทองต่างหาก"

ชายชราเอ่ยบอกราคาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทำเอาสองพี่น้องสกุลเหอถึงกับดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับจำนวนราคาที่ชายชรารับซื้อ

"ทะ...ทำไมถึงได้แพงเช่นนี้เล่าขอรับ"

เป็นเหอชงหยวนที่เอ่ยถามกับชายชราด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักอย่าประหม่า

"เรารับซื้อทองตามค่าความบริสุทธิ์ของทองแต่ละชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 4-5 ตำลึงทองอยู่แล้ว แต่ทองของพวกเจ้ามันมีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนข้าจึงให้ราคาตามความเหมาะสม นั่นจึงไม่เรียกว่าแพง"

"เป็นเช่นนี้เอง ถ้าอย่างนั้นข้าขายทั้งหมดนี่เลยเจ้าค่ะ"

เหอฟ่านชิงเมื่อรู้ว่าทองมีราคาสูงก็รู้สึกดีใจและขอบคุณสวรรค์เป็นอย่างมากที่ทำอย่างน้อยพวกท่านก็ไม่ใจร้ายกับครอบครัวนางจนเกินไป

"ได้ ข้าจะช่างน้ำหนักทองทั้งหมดให้เดี๋ยวนี้เลย"

ฝูฉางอันเอ่ยจบก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบเอาตาชั่งสำหรับช่างทองคำมาวางลงตรงหน้าของสองพี่น้องสกุลเหอ

จากนั้นชายชราก็ได้ทำการชั่งน้ำหนักของเจ้าก้อนทองที่มีขนาดเท่าไข่ไก่ป่าที่เล็กกว่าไข่ไก่บ้านอยู่สองส่วนก่อน ก้อนแรกนั้นมีน้ำหนักอยู่ที่ 6 เฟิน ก้อนที่สอง 7 เฟิน ก้อนที่สามมีขนาดใหญ่สุดจึงมีน้ำหนัก 8 เฟิน

ส่วนเจ้าก้อนเล็ก ๆ ที่มีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวนั้นชั่งรวมกันสี่ก้อนได้มา 5 เฟิน ช่างมีความหนักมากกว่าทองคำปกติยิ่งนัก

"เจ้าก้อนทองใหญ่สามก้อนรวมกันแล้วได้ 21 เฟิน(10.5 กรัม) กับเจ้าก้อนเล็กทั้งสี่ก้อนได้มา 5 เฟิน(2.5กรัม) รวมทั้งหมด 26 เฟิน"

ฝูฉางอันเอ่ยแจกแจงเกี่ยวกับจำนวนน้ำหนักของทองที่ช่างในแต่ละครั้งพร้อมกับบอกถึงจำนวนทั้งหมดที่ทองเหล่านี้มีอยู่ให้กับสองพี่น้องตรงหน้า ฟังอย่างเปิดเผย

"เจ้าค่ะ/ ขอรับ"

เหอฟ่านชิงกับพี่ชายของนางขานรับคำพูดของชายชราและคำตามอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ ภายในใจ

'ถ้าทั้งหมด 26 เฟิน เช่นนั้นข้าก็ขายทองได้เงิน 208 ตำลึงทองเลยนะสิ' 

เหอฟ่านชิงที่คิดคำนวณราคาทั้งหมดออกมาได้ก็ถึงกับร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจกับจำนวนก้อนทองที่นางจะได้รับ

"รวมทั้งหมดก็เป็นเงิน 208 ตำลึงทองพอดีนะ"

"!!!"  

เหอชงหยวนถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงเพราะตกใจกับจำนวนตำลึงที่ขายทองได้ในครั้งนี้ ส่วนเหอฟ่านชิงเองก็พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงอาการออกมาว่าตัวเองก็แทบจะทรงตัวอยู่ต่อไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

ท่าทางของสองพี่น้องที่แสดงออกมาต่างกันนั้นทำให้ผู้ที่เฝ้ามองอยู่ตลอดอย่างฝูฉางอันถึงกับแทบกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองไม่ไหว เพราะท่าทางของทั้งสองคนนั้นช่างทำให้ชายชรารู้สึกเอ็นดูไม่ได้ อีกทั้งไม่แปลกที่สองพี่น้องจะมีท่าทางเช่นนี้หลังจากที่รู้ว่าตัวเองมีเงินมากมายถึงเพียงนี้

"อะแฮ่ม.."

ชายชราแสร้งกระแอมไอเพื่อเป็นการบอกกล่าวกับทั้งสองคนว่าควรได้สติกลับมาพูดคุยเรื่องราวต่อให้จบเสียที

"ขะ ขออภัยเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าสามารถทำเรื่องฝากเงินกับทางร้านของท่านผู้อาวุโสเลยได้หรือไม่เจ้าคะ"

เหอฟ่านชิงหลังจากที่ตั้งสติและตั้งหลักได้อย่างมั่นคงดีแล้วก็ได้เอ่ยกับชายชรา

"ย่อมได้ถ้าเจ้าต้องการก็สามารถดำเนินการได้เลย แล้วก็เรียกข้าว่าท่านตาฝูก็พอไม่ต้องเรียกผู้อาวุโสหรอก"

ฝูฉางอันเอ่ยตอบคำถามของเด็กสาวตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยบอกให้ทั้งสองนั้นเรียกตัวเองว่าท่านตาแทนการเรียกผู้อาวุโส อาจจะด้วยเพราะรู้สึกถูกชะตากับทั้งสองหรือว่าอะไรก็ไม่สามารถรู้ได้เช่นกัน

"เจ้าค่ะ / ขอรับ"

พี่น้องสกุลเหอทั้งสองก็ไม่ได้เอ่ยคัดค้านอะไรด้วยพวกเขาเองก็รู้สึกนับถือและเคารพชายชราตรงหน้าราวกับเป็นญาติผู้ใหญ่ของตนเองอย่างไรอย่างนั้น

"ดี ดี เช่นนั้นข้าจะให้พนักงานนำตั๋วเงินมามอบให้ ส่วนเจ้าทั้งสองก็สามารถลงไปทำเรื่องฝากเงินที่ด้านล่างได้เลย"

ชายชราเอ่ยบอกกับเด็กทั้งสอง

จากนั้นเขาก็เอ่ยเรียกพนักงานสาวคนเดิมที่พาทั้งสองขึ้นมาก่อนที่จะเอ่ยสั่งให้พนักงานสาวคนนั้นไปเบิกตั๋วเงินตามจำนวน มามอบให้กับเด็กสาวและให้พาทั้งสองไปทำเรื่องฝากเงินเป็นลำดับต่อไป

เมื่อพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยดีแล้วเหอฟ่านชิงกับพี่ชายจึงได้เอ่ยขอตัวลากับชายชราตรงหน้า จากนั้นพวกเขาสองพี่น้องก็ได้เดินตามหลังพนักงานสาวสวยลงมายังชั้นล่างตรงจุดสำหรับแลกตั๋วเงิน จนในที่สุดพนักงานสาวคนเดิมก็เดินกลับมาพร้อมกับตั๋วเงิน 208 ตำลึงทองของสองพี่น้องสกุลเหอ

"นี่คือตั๋วเงินของท่านทั้งสองเจ้าค่ะ"

พนักงานสาวเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นมือที่ถือตั๋วเงินไปตรงหน้าของเหอชงหยวนเพื่อส่งมอบตั๋วเงิน

"ขอบคุณแม่นาง เช่นนั้นข้าทั้งสองต้องรบกวนแม่นางช่วยชี้แนะขั้นตอนการฝากเงินของที่ร้านเสียแล้ว"

ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณพนักงานสาวที่อายุน่าจะเท่ากันกับเขาหรืออาจจะมากกว่าเขาอยู่เล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ยรบกวนอีกฝ่ายถึงเรื่องการฝากเงินของที่ร้านแห่งนี้อีกครั้ง

"ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ เช่นนั้นเชิญคุณชายกับคุณหนูตามข้าน้อยมาทางด้านนี้ได้เลย"

พนักงานสาวเอ่ยบอกกับสองพี่น้องด้วยความสุภาพ

สองพี่น้องสกุลเหอทำเพียงพยักหน้าตอบรับจากนั้นคนทั้งสามก็เดินไปยังอีกฝั่งที่ใช้สำหรับดำเนินการฝากเงิน ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ได้ยุ่งยากมากมาย เพียงแค่ใครที่ต้องการจะฝากเงินจำเป็นต้องฝากขั้นต้นที่ 10 ตำลึงทอง

หลังจากที่ฝากเสร็จเรียบร้อยก็จะได้รับป้ายไม้ไผ่ที่มีชื่อผู้ฝากเอาไว้ใช้สำหรับนำมาแลกเป็นเงิน หรือก็คือไม้ไผ่นั้นก็เหมือนกับสมุดบัญชีธนาคารในโลกอนาคตนั่นเอง

ซึ่งป้ายที่แต่ละคนได้นั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่มีอยู่ในสมุดบัญชีรายชื่อ ผู้ที่มีเงินตั้งแต่ 10ตำลึงทอง-500 ตำลึงทองจะได้เป็นป้ายไม้ไผ่ธรรมดา ๆ ตั้งแต่ 501-1000 ตำลึงทองจะได้ป้ายหิน ตั้งแต่ 1001-10000 ตำลึงทองจะได้เป็นป้ายหยกสีเขียว

ส่วนผู้ที่มีมากกว่า10000ขึ้นไปจะได้เป็นป้ายหยกสีดำ แต่ก็จะมีป้ายที่มีเพียงคนพิเศษที่จะได้ครอบครองป้ายหยกดำนิลกาฬที่มีรูปแกะสลักลวดลายพญาอินทรี นั่นก็คือเหล่าเจ้านายของสกุลฝูผู้ครอบครองกิจการร้านรับฝากเงินที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นอู่แห่งนี่นั่นเอง

ดังนั้นหลังจากที่เหอฟ่านชิงเลือกที่จะฝากเงินทั้งหมด 200 ตำลึงทองกับทางร้านจึงได้รับป้ายไม้ไผ่มาเพียงแต่มันกลับเป็นป้ายไม้ไผ่ที่แกะสลักลวดลายนกอินทรีเอาไว้

แต่เหอฟ่านชิงไม่ได้สังเกตด้วยนางกับพี่ชายนั้นเร่งรีบไปยังอีกสถานที่หนึ่งเพื่อเร่งทำเวลาก่อนจะถึงเวลานัดหมายกับสองพี่น้องสกุลหยางเอาไว้

*********************************************************************************************

เอะ! ยังไงป้ายไม้ไผ่แต่ไม่ธรรมดา ทำไมยัยน้องถึงได้ไม่เหมือนคนอื่นกันนะ

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ซื้อที่สร้างบ้านใหม่

    เสียงสะดุ้งสุดตัวของทั้งสามคนทำเอาเหอฟ่านชิงกับเหอชงหยวนถึงกับตกใจตาม ด้วยไม่คิดว่าทั้งสามคนจะมีอาการหนักถึงเพียงนี้"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่รอง พวกท่านยังสบายดีอยู่ใช่หรือไม่เจ้าคะ" เด็กสาวรีบเอ่ยถามอาการของทั้งสามคนด้วยความเป็นห่วงเพียะ!แต่กลับได้ฝ่ามือมารดาที่ฟาดลงมายังต้นแขนของนางแทนคำตอบเสียอย่างนั้น"นี่แหนะโทษฐานที่ทำให้แม่เกือบหัวใจวายตาย" นางมี่ซือเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงคาดโทษ พร้อมกันนั้นเหอหลวนซานและเหอชงอี้เองก็ยังพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในคำพูดของนางมี่ซือ"โอ๊ยยท่านแม่เจ้าคะ ลูกไม่ได้ตั้งใจเพียงแต่ยังไม่สบโอกาสที่จะเอ่ยบอกพวกท่านจริง ๆ " เหอฟ่านชิงเอ่ยขอโทษมารดาพร้อมทั้งใช้มือลูบไปมาบริเวณที่โดนตี ราวกับว่าเจ็บปวดมากมายนางมี่ซือเห็นการแสดงของบุตรสาวก็ถึงกับอยากจะตีซ้ำลงไปอีกสักครั้งด้วยความหมั่นเคี้ยวกับท่าทางที่เด็กสาวแสดงละครอยู่ในตอนนี้"เอาเถิด ๆ ตอนนี้เรามาคุยเรื่องสำคัญกันก่อนดีกว่า ชิงเอ๋อร์เจ้าคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรก็ว่ามา"เหอหลวนซานที่เห็นว่าภรรยารักจะลงมือฟาดบุตรสาวของตนอีกครั้งจึงได้รีบเอ่ยห้ามทั

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   หารือเรื่องการสร้างบ้าน

    "เจ้าว่าอย่างไรนะชิงเอ๋อร์!" เหอหลวนซานที่หายจากอาการตกใจแล้วนั้นก็ได้เอ่ยถามบุตรสาวของตนเองเพื่อยืนยันในสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อครู่"ข้าบอกว่าข้าขายเห็ดหลินจือดำสามดอกได้เงินมาหนึ่งร้อยตำลึงทองเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าอยากจะขอแบ่งให้กับพี่หยางฉีสักห้าสิบตำลึงทอง เพราะถ้าข้าไม่ได้ขึ้นเขาไปกับพี่หยางฉีข้าก็คงจะไม่ได้พบกับเห็ดหลินจือดำพวกนี้หรอกเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกราคาที่ขายเจ้าเห้ดหลินจือดำได้ให้กับผู้เป็นบิดาฟังอีกครั้งพร้อมทั้งนางยังต้องการขออนุญาตในการแบ่งเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับชายหนุ่มที่เป็นผู้พาตนเองขึ้นเขาในครั้งนี้อีกด้วย"จะได้อย่างไรกันนั่นเป็นเงินของเจ้าหาได้เกี่ยวข้องกับบุตรชายของลุงไม่ เจ้าไม่ต้องแบ่งให้เจ้าหน้าตายนี่หรอกเก็บเอาไว้เสีย" แต่ยังไม่ทันที่เหอหลวนซานจะได้เอ่ยตอบอนุญาตหรือไม่กับคำขอของเด็กสาว หยางเฟิงกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาแทนด้วยเขาเองก็ไม่คิดว่าจะต้องจำเป็นถึงขนาดที่เด็กสาวจะต้องแบ่งส่วนแบ่งให้กับบุตรชายของตนเองเพียงเพราะเขาเป็นผู้พาขึ้นไปเท่านั้น"แต่ว่า....""ท่านพ่อพี่พูดถูกต้องแล้วละเจ้าไม่จำเป็นจะต้องแบ่งเงินส่วนแบ่งที่เจ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   สู่ขอหมั้นหมาย

    "เอาละ ๆ อาซานเจ้าพาพี่หยางกับผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าหนุ่มนี่เข้าไปคุยตกลงเรื่องหมั้นหมายกับข้าด้านในเสีย ส่วนเจ้ายายแก่จะเข้าไปฟังด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ก็พากันกลับไปเสีย" เหอหานตงที่ยืนเงียบเฝ้ามองภาพสองครอบครัวที่ดูมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพียงแต่ชายชรากับเลือกที่จะไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเอ่ยบอกกับบุตรชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เขาที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของเด็กสาวจึงต้องอยู่ร่วมรับฟังด้วย"ขอรับท่านพ่อ เชิญท่านลุงหยางกับพี่หยางเฟิงด้านในบ้านเลยขอรับ" เหอหลวนซานเองก็เอ่ยรับคำของบิดาด้วยความดีใจที่อย่างน้อย ๆ บิดาของตนก็ยังคงใส่ใจลูก ๆ ของเขาอยู่ไม่น้อย"ข้าไม่ขออยู่ฟังก็แล้วกัน เรื่องงามหน้าเช่นนี้ข้าฟังแล้วรู้สึกเป็นเสนียดหูยิ่ง ไปกันเถิดหลานรักพาย่ากลับบ้านที" นางจางที่ไม่พอใจตั้งแต่ที่นางถูกสามีดุด่าต่อหน้าผู้คนเพียงเพราะหลานสาวคนเล็กอยู่ก่อนแล้วจึงได้เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ไยดี จากนั่นก็บอกให้หลานสาวอันเป็นที่รักมาช่วยพยุงตนเองกลับบ้านในทันทีเมื่อนางจาง นางจูและเหอลี่ถิงจากไปแล้วผู้ใหญ่ทั้ง

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ข้ารับผิดชอบนางเอง

    เหอฟ่านชิงเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้างุนงง ว่าตนเองไปทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรให้กับคนสกุลเหอบ้านใหญ่ จนทำให้ต้องยกกันมาถึงที่บ้านของนาง"หึ ก็แกเมื่อวานไปนอนกกกอดกับผู้ชายบนเขาจนถึงเช้าไม่ใช่หรืออย่างไรกัน"เป็นนางจางที่เป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของหลานสาวที่นางไม่เคยคิดจะรัก"หะ! เมื่อวานข้าเพียงขึ้นเขาไปล่าสัตว์ แต่พอตอนจะกลับลงมาฝนดันตกหนักจนมองไม่เห็นเส้นทางจึงได้พากันไปหลบฝน""อีกทั้งมันยังตกหนักยาวนานกว่าจะหยุดก็เกือบรุ่งเช้าแล้ว ข้ากับพี่หยางฉีไม่ได้นัดกันขึ้นเขาไปพอดรักกันเสียหน่อยนะเจ้าคะท่านย่า"เหอฟ่านชิงเอ่าบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปตามความจริงให้กับทุกคนได้รับรู้แต่ว่าจะมีคนเชื่อถือหรือไม่ก็สุดแล้วแต่พวกเขาเถิด นางเองก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมานั่งสนใจคำพูดของผู้ที่ไม่ได้หาเลี้ยงดูนางและครอบครัวอยู่แล้ว"เหอะ แล้วไหนเล่าหลักฐานที่จะเอามายืนยันว่าพวกเจ้าทั้งสองไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียกัน ชายหญิงอยู่กันเพียงลำพังบนเขา ซ้ำฝนยังตกหนักเช่นนั้นอีก"แต่แล้วจู่ ๆ คำพูดที่ดูจะกร้านโลกนี้ของเหอลี่ถิงก็ดังขึ้น นางพูดออกมาเป็นห

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย

    "ว่ายังไง ทำไมเจ้าไม่ตอบคำถามของข้ากัน หรือว่านังเด็กนั่น.....บัดซบ!"เมื่อนางจางเห็นว่าคนทั้งสามเอาแต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยโต้ตอบเหมือนเช่นทุกครั้ง จึงได้เอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาเหี่ยวย่นของนางจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อคาดเดาคำตอบได้จากท่าทางของคนทั้งสามจนนางจางถึงกับหลุดด่าคำหยาบออกมา"นังเด็กสารเลวนั่นอยู่ที่ไหน! ไปเรียกนังตัวดีออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้นะเจ้าลูกอกตัญญู"หญิงชราเอ่ยตะคอกเสียงดังด้วยความโกรธที่พุ่งจนถึงที่สุด นางแทบอยากจะจับหลานสาวไม่รักดีมาทุบตีที่หายอับอายยิ่งนัก"อาซานเจ้าบอกข้ามาสิว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง"ท่ามกลางความตึงเครียดจู่ ๆ เสียงแหบแห้งของผู้เฒ่าเหอก็เอ่ยถามกับบุตรชายด้วยใบหน้านิ่งสงบ ชายชรายังคงไม่เชื่อว่าเรื่องที่ชาวบ้านเอ่ยมาจะเป็นความจริงเพราะเขานั้นรู้ดีที่สุดว่าลูกชายคนเล็กของตนไม่มีทางให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนเพราะพวกเขานั้นรกและทะนุถนอมบุตรีเสียยิ่งกว่าอะไรดี คงไม่มีทางยอมให้เด็กสาวทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้ได้อย่างแน่นอน"ท่านพ่อ.....ชิงเอ๋อร์ไม่มีทางทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นอย่างแน่นอน

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   เกิดเรื่องแล้ว

    อีกด้านของหมู่บ้านเป่าหนิงหลังจากที่พวกของเหอฟ่านชิงเดินทางเข้าเมือง เหอชงอี้ก็ได้นำไก่ป่ากับกระต่ายป่าบางส่วนที่ผู้เป็นน้องสาวล่ามาได้เดินกลับไปยังบ้านของตัวเองด้วยความสบายใจโดยไม่ได้รับรู้เลยว่าเมื่อครู่นี้ในตอนที่หยางฉีกับเหอฟ่านชิงเดินออกมาจากป่าด้วยกันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาสามคนที่พบเห็นแต่ยังมีสองสามีภรรยาบ้านจวงที่ออกมาหาผักป่าตั้งแต่เช้าพบเห็นเข้าเช่นกัน นางจวงที่เป็นพวกปากตลาดอยู่แล้วจึงได้นำเรื่องที่เห็นเมื่อช่วงเช้าไปพูดต่อกับเหล่าแม่บ้านภายในหมู่บ้านจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในเวลาต่อมาข่าวลือว่าบุตรสาวคนเล็กของบ้านเหอนั้นแอบไปนอนค้างอ้างแรมกับชายหนุ่มในป่าจนถึงเช้า ไม่รู้ว่าบิดามารดาจะรู้เห็นเรื่องนี้หรือไม่ อีกทั้งตอนที่ออกมายังอยู่ในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยทำเอาเหล่าแม่บ้านทั้งหลายที่ได้ฟังคำบอกเล่าที่ใส่สีตีไข่เข้าไปอีกนั้นถึงกับรับไม่ได้กับพฤติกรรมไร้ยางอายของเด็กสาวจนต้องนำเรื่องนี้ไปเอ่ยบอกแก่นางจางผู้เป็นท่านย่าของเหอฟ่านชิง"ท่านป้าจางอยู่หรือไม่เจ้าคะ"หนึ่งในแม่บ้านที่ได้ยินข่าวลือของเหอฟ่านชิงมาที่ต้องการ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status