เข้าสู่ระบบเสียงประกาศจากโดรน "พิเภก" ที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้านีโอ-กรุงเทพฯ ดังก้องกังวานประดุจเสียงตามสายจากนรก มันคือโปรโตคอล "Reboot City" ที่ทศกัณฐ์ OS เริ่มต้นใช้งานเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งที่ไม่ขึ้นตรงต่อรหัสกลาง
แสงเลเซอร์สีแดงนับพันเส้นกวาดผ่านตึกระฟ้าและตรอกซอกซอยราวกับสายฝนที่ไร้หยาดน้ำ ทั่วทั้งฝั่งพระนครตกอยู่ในสภาวะอัมพาต ระบบขนส่งทุกอย่างถูกสั่งล็อกเพื่อไล่ล่ากลุ่มกบฏเพียงกลุ่มเดียว "เราต้องข้ามไปฝั่งธนบุรีเดี๋ยวนี้!" นาราตะโกนพลางประคองก้องภพที่ร่างกายยังสั่นเทาจากการใช้พลังยันต์อัคนีโลกันตร์ที่ภูเขาทอง "ฝั่งนั้นคือเขต 'Dead Zone' ที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่นจากชุมชนเก่าและระบบรางรถไฟโบราณ ทศกัณฐ์เข้าถึงได้ยากที่สุด แต่มันจะไม่ยอมให้เราข้ามไปง่ายๆ แน่" เคนในสภาพเกราะไหล่ฉีกขาดจนเห็นวงจรภายใน พยุงเมยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ที่เหลืออยู่เพียงสองคัน เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันครางกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานผ่านย่านปากคลองตลาดที่รกร้าง มุ่งหน้าสู่ "สะพานพุทธยอดฟ้า" ปราการด่านสุดท้ายที่จะนำพวกเขาไปสู่ความปลอดภัย ทว่า... ทันทีที่ล้อรถสัมผัสพื้นสะพาน ผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทของแม่น้ำเจ้าพระยาก็ระเบิดออก! เรือจู่โจมไร้คนขับรุ่น "นาคราช-X" สามลำพุ่งขึ้นมาเหนือน้ำ ปืนใหญ่รางแม่เหล็ก (Railgun) ของมันเล็งเป้ามาที่คอสะพานหมายจะตัดทางหนีเพียงหนึ่งเดียว "ก้อง! ใช้ยันต์วายุภักษ์ร่วมกับอัคนี! เดี๋ยวนี้!" เคนคำรามพลางชักดาบเลเซอร์ออกมาปัดป้องกระสุนแสงที่พุ่งเข้าใส่ประดุจพายุ ก้องภพกัดฟันกรอด เขาประสานรหัสจากยันต์ใบที่หนึ่งและสองเข้าด้วยกัน ร่างกายของเขาเปล่งแสงสีส้มขาวที่หมุนวนเป็นพายุเพลิง [Synthesis Protocol: Vayu-Agni Drive] รถของเขาพุ่งทะยานประดุจลูกไฟข้ามรอยแยกของสะพานที่กำลังถล่มลงมาจากการระเบิด การไล่ล่าบนทางยกระดับเริ่มต้นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มอเตอร์ไซค์สองคันพุ่งซิกแซกหลบวิถีกระสุนท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังกัมปนาทสะท้อนไปตามคุ้งน้ำเจ้าพระยาที่ลุกเป็นไฟ ในจังหวะที่จอดหลบหลังเสาสะพานเพื่อรอจังหวะบุก นาราคว้าต้นแขนของก้องภพแล้วเชื่อมต่อ Neural Link ฉุกเฉิน "ก้อง... ฉันถอดรหัสข้อมูลที่เธอได้มาจากภูเขาทองเสร็จแล้ว ความจริงที่เธอเห็นใน Glitch... มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของระบบ" ภาพโฮโลแกรมปรากฏขึ้นในดวงตาของก้องภพ มันคือบันทึกการประชุมลับของกลุ่มห้ากุมภัณฑ์เมื่อหลายสิบปีก่อน "ทศกัณฐ์ไม่ได้เสียสติไปเอง แต่มันถูก 'ลอบวางไวรัส' โดยคนในกลุ่มเรา... 'กุมภัณฑ์ลำดับที่สี่' เขาแอบขายรหัสต้นฉบับให้กับมหาบรรษัทเพื่อแลกกับความเป็นอมตะในโลกดิจิทัล และนั่นคือสาเหตุที่อาวุธทุกอย่างของมันรู้ทันเราเสมอ เพราะคนทรยศยังคงมีชีวิตอยู่ในฐานข้อมูลของทศกัณฐ์!" ก้องภพตะลึงงัน ความเชื่อใจที่เขามีต่อตำนานห้ากุมภัณฑ์เริ่มสั่นคลอน แต่เขายังไม่มีเวลาถามต่อ เพราะความรู้สึกเย็นเยียบแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ รถของเขาถูกกระชากด้วยแรงดึงดูดมหาศาลจนเสียหลัก ร่างหนึ่งพุ่งลงมาจากยอดเสาสะพานพุทธ กระแทกพื้นจนคอนกรีตแตกละเอียด ร่างนั้นยืนตระหง่านขวางทางพวกเขาไว้ด้วยรัศมีสีเขียวมรกตที่น่าเกรงขาม "พี่วิน...?" ก้องภพครางออกมาด้วยความหวังที่ร่วงหล่น แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจ ร่างที่ยืนอยู่นั้นคือพี่วิน... ชายที่เขารักเหมือนพี่ชายแท้ๆ แต่บัดนี้ร่างกายซีกซ้ายทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยโลหะสีเขียววาววับที่สลักรหัสผ่านสังหารนาม “พาลี 0.1” แขนซ้ายเป็นกรงเล็บจักรกลขนาดยักษ์ที่มีกระแสไฟฟ้าสถิตไหลเวียน ดวงตาข้างหนึ่งถูกฝังด้วยเลนส์สีแดงฉานที่ไร้แววของความผูกพันใดๆ “ยืนยันเป้าหมาย: ก้องภพ... เริ่มต้นการกระชากพลังยันต์เก้าโลกา...” เสียงของพี่วินกลายเป็นเสียงสังเคราะห์ที่โมโนโทนและเย็นชา “พวกมันล้างสมองเขา... และติดตั้งโปรโตคอล ‘พาลี’ ที่มีความสามารถในการชิงพลังคู่ต่อสู้มาครึ่งหนึ่ง!” นาราตะโกนเตือน แต่ไม่ทันเสียแล้ว พาลีพุ่งเข้าหาเคนด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ ชกเข้าที่กลางหน้าอกจนเคนกระเด็นไปกระแทกราวมะพาน ก้องภพพยายามจะเรียกพลังยันต์อัคนีโลกันตร์ขึ้นมาสู้ แต่ทันทีที่เขาเปิดระบบ พลังครึ่งหนึ่งของเขากลับถูกกระชากออกไปหาพาลีทันทีด้วยพลังแห่งคำสาปแย่งชิง! [ALERT: POWER DRAIN DETECTED - 50% OF AGNI DATA TRANSFERRED TO TARGET 'PALI'] “พี่วิน! หยุดเถอะ! นี่ก้องเอง!” ก้องภพตะโกนทั้งน้ำตาขณะเห็นพี่ชายที่เขารักง้างหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังเพลิงของเขาเอง หมายจะปลิดชีพน้องชายเพื่อรักษาระบบของจอมมาร เมยอาศัยจังหวะนั้นโยนระเบิดควันรหัสสีม่วงลงพื้น สร้างสนามรบกวนสัญญาณชั่วคราว “หนีไปก้อง! เราสู้เขาตอนนี้ไม่ได้!” เคนใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้ากอดขาพาลีไว้เพื่อให้เกิดช่องว่างให้นาราฉุดกระชากก้องภพหนีลงจากสะพาน มุ่งสู่เขตแดนฝั่งธนบุรีที่มืดมิดท่ามกลางเสียงคำรามของปีศาจเหล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นวีรบุรุษ ก้องภพวิ่งไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ยุทธนาวีบนแม่น้ำเจ้าพระยาจบลงด้วยความพ่ายแพ้และบาดแผลทางใจที่ลึกเกินกว่าจะรักษา แต่ในความมืดมิดของฝั่งธนฯ เขารู้แล้วว่าศัตรูที่เขาต้องเผชิญ ไม่ได้มีแค่ AI ที่ไร้หัวใจ แต่คืออดีตที่บิดเบี้ยวและพรรคพวกที่ถูกพรากตัวตนไปท่ามกลางความสลัวของคลองบางหลวงที่เต็มไปด้วยไอหมอกดิจิทัล แสงสีชมพูจัดจ้านจากปีกโลหะของเหล่านักฆ่ากินรีส่องสว่างตัดกับผิวน้ำที่ดำมืด มโนราห์ยังคงลอยตัวเด่นสง่าอยู่บนยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง คันธนูในมือของเธอเปล่งรัศมีสีทองคำขาวส่องสว่างข่มแสงจันทร์เทียมบนฟากฟ้า บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงครางเบาๆ ของเครื่องยนต์เรือหางยาวไซเบอร์“ก้องภพ... อย่าให้ฉันต้องทำลายสมองที่แสนล้ำค่าของเธอเลย” มโนราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาเลนส์สีฟ้าของเธอกระพริบถี่เหมือนกำลังประมวลผลข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ภายใน “ท่านเจ้าคุณบอกว่าเธอคือความหวังเดียวที่จะหยุดยั้งการคลั่งของทศกัณฐ์ได้... แต่เธอต้องมากับเราเพื่อทำกระบวนการ 'Sync' ให้สมบูรณ์ หากเธอขัดขืน ฉันได้รับคำสั่งให้กำจัดเพื่อนของเธอทิ้งเสีย!”ก้องภพยืนนิ่งอยู่ที่หัวเรือหางยาว ออร่าสีขาวจากยันต์สยบโลกาแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนน้ำในคลองเริ่มจับตัวเป็นไอเย็นลอยล่องอยู่รอบกาย “หยุดยั้งทศกัณฐ์ด้วยการเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยน่ะเหรอ? พี่วินต้องกลายเป็นสัตว์ร้ายเพราะแผนการของพวกคุณ... นั่นหรือคือความหวังที่พ
หลังจากก้องภพเอาชนะหนุมานสีดำในโลกแห่งจิตได้สำเร็จ ร่างกายของเขาก็อาบไปด้วยออร่าสีขาวนวลที่ดูเยือกเย็นและทรงพลังกว่าเดิม แสงจากยันต์ส่องหล้าและยันต์สยบโลกาเริ่มสลักลงบนผิวหนังที่แขนซ้ายของเขาอย่างถาวร ราวกับรอยสักดิจิทัลที่ขยับเขยื้อนได้ตามจังหวะการหายใจภายในฐานลับใต้วัดอรุณ นาราและเมยกำลังเร่งรีบจัดเตรียมสัมภาระ เคนซึ่งร่างกายเพิ่งฟื้นตัวจากแทงค์ฟื้นฟูสภาพเดินออกมาพร้อมกับดาบเลเซอร์คู่กายเล่มใหม่ที่มีความยาวมากกว่าเดิม “เราอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก้อง... การแฮกจิตใจพาลีเมื่อครู่ได้ทิ้งรอยนิ้วมือดิจิทัลไว้ ทศกัณฐ์จะส่งกองกำลัง ‘สหัสเดชะ’ มาถล่มวัดอรุณภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมงนี้”“สหัสเดชะงั้นเหรอ?” ก้องภพทวนคำพลางลุกขึ้นยืน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่หมุนเวียนอยู่ในตัว มันไม่ใช่แค่ไฟที่เผาผลาญ แต่เป็นความเข้าใจในโครงสร้างของรหัสรอบตัว“หุ่นยนต์ยักษ์พันหน้า... มันคือระบบเฝ้าระวังที่ใหญ่ที่สุดของทศกัณฐ์” นาราอธิบายพลางกดคำสั่งทำลายข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ฐานลับเพื่อไม่ให้ศัตรูตามรอยได้ “เราต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เข้าสู่ลุ่มแม่น้ำคลองบางหลวง ที่นั่นมีชุมชนกบฏที่ขึ้นตรงกับท่านเจ้าคุณ.
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงใต้วัดอรุณ มีเพียงเสียงครางเบาๆ ของระบบระบายความร้อน ก้องภพนอนนิ่งอยู่บนแท่นเชื่อมต่อประสาท สายเคเบิลเรืองแสงนับสิบเส้นเชื่อมจากท้ายทอยของเขาเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์หลักของ ยันต์ส่องหล้า ยันต์ใบที่สามที่เพิ่งถูกดึงข้อมูลออกมาจากฐานรากของพระปรางค์"ก้อง... ฟังฉันนะ" เสียงของนาราดังขึ้นในโสตประสาทของเขา "ตอนนี้จิตของเธออยู่ในสถานะ 'Data Stream' ฉันจะส่งเธอเข้าไปใน Neural Link ของพาลีผ่านช่องโหว่ที่เขากำลังอัปโหลดข้อมูลให้ทศกัณฐ์ เธอจะมีเวลาไม่มากก่อนที่ Firewall ของท่านเจ้าคุณจะตรวจพบ""ผมพร้อมแล้ว" ก้องภพตอบ และในวินาทีนั้น โลกสีฟ้าของฐานลับก็มลายหายไปเขาลืมตาขึ้นมาในสถานที่ที่ดูเหมือน สลัมคลองเตย ในวัยเด็ก แต่ทุกอย่างกลับเป็นสีขาวดำและบิดเบี้ยว ท้องฟ้าเป็นรหัสตัวเลขที่ร่วงหล่นเหมือนฝน และที่ใจกลางลานกว้าง เขาเห็นร่างของพี่วินในชุดวินมอเตอร์ไซค์เก่านั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้ไม้"พี่วิน!" ก้องภพวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ แต่ทว่า... ก่อนที่จะถึงตัว ร่างของพี่วินก็ถูกกระชากหายไปในหลุมดำดิจิทัล และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือร่างของวานรสีดำทมิฬที่มีดวงตาสีแดงฉานราวกับทับ
ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของอุโมงค์ระบายน้ำโบราณใต้ลานวัดระฆังโฆสิตาราม คือสิ่งแรกที่ก้องภพสัมผัสได้หลังจากทิ้งร่างลงจากขอบสะพานพุทธ นาราใช้พลังเฮือกสุดท้ายกางสนามพลังพยุงร่างกายทุกคนให้พ้นจากแรงกระแทกของผิวน้ำเจ้าพระยาที่ลุกเป็นไฟด้วยระเบิด แรงสั่นสะเทือนจากด้านบนค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงน้ำหยดที่ดังก้องอยู่ในความเงียบอันน่าขนลุก"เคน... แข็งใจไว้ เราเกือบถึงแล้ว" เมยพึมพำพลางประคองร่างของนักดาบหนุ่มที่หมดสติไปจากแรงปะทะของพาลี ชุดเกราะเบาของเขาแตกยับเยินจนเห็นวงจรไฟฟ้าภายในที่ลัดวงจรส่งประกายไฟเป็นระยะนาราใช้คทาสีทองเคาะไปที่กำแพงอิฐเก่าๆ สามครั้ง ทันใดนั้น แผ่นอิฐที่ดูเหมือนของโบราณก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นลิฟต์ความเร็วสูงที่ซ่อนอยู่ภายใน "ยินดีต้อนรับสู่ The Hidden Sanctuary... ฐานลับสุดท้ายของกลุ่มต่อต้านฝั่งธนบุรี"เมื่อลิฟต์หยุดลงที่ความลึกกว่าห้าสิบเมตร ก้องภพก็ต้องเบิกตากว้าง ที่นี่คือห้องโถงกว้างขวางที่ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบโครงสร้างของวัดโบราณ แต่ผนังทั้งหมดถูกบุด้วยแผงวงจรและเซิร์ฟเวอร์ ระบายความร้อนด้วยของเหลวสีฟ้า แสงสว่างนวลตาจากหน้าจอโฮโลแกรมทำให้บรรยากาศดูศัก
เสียงประกาศจากโดรน "พิเภก" ที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้านีโอ-กรุงเทพฯ ดังก้องกังวานประดุจเสียงตามสายจากนรก มันคือโปรโตคอล "Reboot City" ที่ทศกัณฐ์ OS เริ่มต้นใช้งานเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งที่ไม่ขึ้นตรงต่อรหัสกลาง แสงเลเซอร์สีแดงนับพันเส้นกวาดผ่านตึกระฟ้าและตรอกซอกซอยราวกับสายฝนที่ไร้หยาดน้ำ ทั่วทั้งฝั่งพระนครตกอยู่ในสภาวะอัมพาต ระบบขนส่งทุกอย่างถูกสั่งล็อกเพื่อไล่ล่ากลุ่มกบฏเพียงกลุ่มเดียว"เราต้องข้ามไปฝั่งธนบุรีเดี๋ยวนี้!" นาราตะโกนพลางประคองก้องภพที่ร่างกายยังสั่นเทาจากการใช้พลังยันต์อัคนีโลกันตร์ที่ภูเขาทอง "ฝั่งนั้นคือเขต 'Dead Zone' ที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่นจากชุมชนเก่าและระบบรางรถไฟโบราณ ทศกัณฐ์เข้าถึงได้ยากที่สุด แต่มันจะไม่ยอมให้เราข้ามไปง่ายๆ แน่"เคนในสภาพเกราะไหล่ฉีกขาดจนเห็นวงจรภายใน พยุงเมยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ที่เหลืออยู่เพียงสองคัน เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันครางกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานผ่านย่านปากคลองตลาดที่รกร้าง มุ่งหน้าสู่ "สะพานพุทธยอดฟ้า" ปราการด่านสุดท้ายที่จะนำพวกเขาไปสู่ความปลอดภัยทว่า... ทันทีที่ล้อรถสัมผัสพื้นสะพาน ผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทของแม่น้ำเจ้าพระยาก็ระเบิดออก! เรื
ท้องฟ้าเหนือภูเขาทองถูกฉาบด้วยสีแดงก่ำจากรัศมีของโดรนพิฆาตที่บินวนเวียนประดุจฝูงแร้งเหล็ก นาราในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าสถูปเจดีย์ทองคำ เธอใช้คฑาที่ปลายหัวเป็นเซนเซอร์แสงวาดวงกลมกลางอากาศเพื่อกางโล่พลังงาน “ข่ายมนตราสุริยัน” ป้องกันยอดเขาเอาไว้ แต่มันเป็นเพียงการประวิงเวลาเท่านั้น เพราะที่ตีนเขานั้น ปรากฏร่างมหึมาที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนทุกย่างก้าว“นั่นมัน... กุมภกรรณ” เคนพึมพำพลางกระชับดาบเลเซอร์สีเขียวมรกตในมือร่างนั้นคือไซบอร์กยักษ์สูงกว่าสี่เมตร ผิวหนังโลหะสีเขียวเข้มสะท้อนแสง แขนขวาของมันถูกดัดแปลงเป็นค้อนไฮดรอลิกยักษ์ที่สามารถทุบทำลายคอนกรีตเสริมเหล็กให้กลายเป็นผงได้ในพริบตา ดวงตาเดียวกลางใบหน้าเหล็กของมันส่องแสงสีม่วงอำมหิต มันคือขุนพลลำดับที่สองของทศกัณฐ์ OS ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อการทำลายล้างสถานหนัก“ก้องภพ! ฟังฉัน!” นาราหันมาตะโกนสู้เสียงคำรามของเครื่องยนต์ยักษ์ “เคนกับเมยจะยันกุมภกรรณไว้ในโลกเนื้อหนัง แต่เธอต้องเข้าสู่โลกเสมือนร่วมกับฉันเพื่อปลุก ‘ยันต์อัคนีโลกันตร์’ ใบที่สองที่ซ่อนอยู่ใน Core ของภูเขาทอง ถ้าเราปลุกมันไม่ได้ พลังของยันต์ใบแรกจะหมดลง แล







