Share

บทที่ 1 ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 12:06:53

‘หยางซื่อหง’ นอนป่วยอยู่บนเตียงมานานหลายวัน หลายวันมานี้เธอล่องลอยในห้วงความคิด เหมือนเธอกำลังฝันอยู่ ทุกอย่างที่อยู่ในฝันเหมือนปกคลุมไปด้วยผ้าสีขาว พร่ามัวมองเห็นไม่ชัดเจน ในภวังค์ความคิดเหมือนซื่อหงจะได้ยินเสียงของใครบางคนดังก้องอยู่ในหู

“สามปีแล้วนะ หมอก็ได้ตรวจดูร่างกายแล้ว ยาบำรุงก็กินแล้ว แต่กลับไม่มีวี่แววที่จะท้องเลย ตัวปัญหาจริง ๆ ไม่รู้สูญเสียเงินไปตั้งเท่าไรแล้ว เห็นว่าสะโพกใหญ่หน้าอกอวบน่าจะมีลูกง่าย แม่ถึงได้ยอมให้เจียวหมิงแต่งงานด้วยหรอกนะ ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงอย่างซื่อหงกลับมีลูกไม่ได้ มาทำให้ตระกูลเราอับอายขายขี้หน้าจริง ๆ เลย”

“แม่คะ แม่พูดเบา ๆ หน่อยค่ะ เดี๋ยวพี่เขาก็มาได้ยินหรอก”

“ได้ยินแล้วจะทำไม? แต่งงานมานานกี่ปีแล้ว แต่กลับไร้วี่แววที่จะท้อง ไก่ที่เล้าของเรายังทำหน้าที่ตัวเองดีกว่านังนี่เสียอีก รู้ว่ามีลูกให้ไม่ได้ก็ยังไม่ยอมหย่า นังนั่นตั้งใจทำให้ตระกูลเราไม่มีผู้สืบสกุล ถ้านังนั่นอยากจะรักษาหน้าของตระกูลหยางไว้นะ นังนั่นต้องหย่ากับพี่ชายลูกเท่านั้น”

“แม่คะ พี่ซื่อหงหัวแข็ง ดื้อรั้นมากนะคะ แม่ต้องพูดดี ๆ กับพี่เขา ถ้าไม่อย่างนั้นแม่ก็ต้องรอพี่เจียวหมิงกลับมาก่อนค่ะ”

“ที่ผ่านมาแม่ดูแลนังนั่นอย่างดี เรื่องนี้จะปล่อยไว้นานไม่ได้ คอยดู แม่จะต้องหาวิธีทำให้พี่ชายของลูกหย่ากับนังนั่นให้ได้”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นซื่อหงได้ยินมันได้อย่างชัดเจน คำพูดทุกถ้อยคำที่พ่นออกมาจากปากแม่ของสามี ไม่ต่างจากดาบที่กำลังเฉือนเนื้อเธออยู่ เธอรู้สึกเจ็บปวดไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจ

ซื่อหงได้สติเหมือนประตูแห่งห้วงความคิดของเธอได้เปิดออก ความทรงจำในอดีตผุดไหลเข้ามาในหัวเธอไม่หยุด อาการปวดที่ศีรษะทำให้เธอถึงกับนิ่วหน้า มือเล็กนวดที่ขมับอยู่ครู่หนึ่งถึงรู้สึกดีขึ้น ดวงตากลมโตกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ห้อง ข้าวของที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้คุ้นตานัก เธอนอนในห้องนี้มาหลายปีแล้วอย่างนั้นหรือ? ทำไมเธอจะจำห้องนอนห้องนี้ไม่ได้กันล่ะ นี่คือห้องหอของเธอกับ ‘เหอเจียวหมิง’ อย่างไรล่ะ

แต่...เธอจำได้ว่าเธอหย่ากับเจียวหมิงนานแล้วนี่นา นัยน์ตาคมกวาดสายตารอบ ๆ ห้องอีกครั้ง เห็นรูปแต่งงานตั้งอยู่ตรงหัวเตียง ปฏิทินที่วางอยู่ข้าง ๆ รูปแต่งงานหยุดอยู่ในวันที่ 10 ตุลาคม ปี 1978 ความทรงจำในอดีตยังผุดเข้ามาในหัวเธอไม่หยุด ทว่าครู่นั้นเหมือนซื่อหงจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

เธอรีบลุกจากเตียงเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง นัยน์ตามองดูเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจก ใบหน้าเรียวเล็ก จมูกโด่งริมฝีปากบางอมชมพู ดวงตากลมโตแววตาดูเศร้าสร้อย คิ้วโก่งสวย แม้ว่าใบหน้าจะดูผอมไปหน่อย แต่ซื่อหงจำได้ว่านี่คือเธอเมื่อหลายปีก่อน

ซื่อหงดีใจมากเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว ปี 1978 คือปีที่สามที่เธอกับเจียวหมิงใช้ชีวิตคู่ด้วยกันและยังเป็นปีที่ครอบครัวสามีบังคับให้เธอหย่ากับเจียวหมิง ซื่อหงยังจำวันนั้นได้ดี วันที่เธอสิ้นใจตายลาโลกนี้ไป ไม่คิดว่าลืมตาอีกทีเธอกลับได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ซื่อหงและเจียวหมิงรู้จักกันเพราะมีแม่สื่อมาทาบทามแนะนำให้พวกเขาสองคนได้รู้จักกัน แม้ว่าเธอจะไม่ชอบเจียวหมิงก็เถอะ แต่เจียวหมิงเขาขับรถบรรทุกเป็นและยังทำงานที่เขตชุมชนด้วย เขาออกไปทำงานขับรถบรรทุกทุกวัน เพราะแบบนี้...ครอบครัวของเขาถึงได้มีฐานะดีกว่าผู้คนในหมู่บ้านนี้ ครอบครัวซื่อหงชอบเจียวหมิงมากเหมือนกัน

ชีวิตคู่เธอไม่ได้เป็นคนกำหนด จำใจที่ต้องแต่งงานกับเจียวหมิง สามีของเธอมีอายุมากกว่าเธอถึง 6 ปี หลังจากที่แต่งงานกันได้ไม่กี่วัน ‘โจวเฟยเทียน’ แม่สามีก็บังคับให้เธอรีบ ๆ มีลูกให้ตระกูลเหอ ดูเหมือนว่ายิ่งคาดหวังมากเท่าไรก็ยิ่งผิดหวังมากเท่านั้น

หลายวันหลายเดือนผ่านไปร่างกายเธอไร้วี่แววที่จะท้อง พอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก็ไม่มีปัญหาอะไร ยาบำรุงก็กินแล้ว เทพก็พึ่งแล้วแต่เธอก็ไม่ท้องสักที แม่สามีไม่ชอบหน้าเธอตั้งแต่แรกเห็น นับวันยิ่งพ่นแต่คำหยาบไม่น่าฟังต่อหน้าเธอ ไม่พอแค่นั้น...แม่สามียังจิกหัวใช้งานเธอเยี่ยงทาสคนหนึ่ง ทำอะไรไม่ถูกใจก็เอาแต่ก่นด่าอยู่ไม่หยุด

นำเรื่องที่เธอมีลูกให้ไม่ได้ไปพูดให้ชาวบ้านฟังอยู่ทุกวัน หาว่าเธอทำลายตระกูลเหอ เจียวหมิงเขารู้ทุกอย่าง แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยยื่นมือเข้ามาช่วยเธอเลยสักครั้ง กลับเห็นด้วยกับแม่ดุด่าต่อว่าเธออีกคน บางครั้งยังลงมือทำร้ายร่างกายเธอด้วย เมื่อชาติที่แล้ว...ซื่อหงไม่เคยคิดที่จะหย่า ถ้าเธอหย่าจะถูกคนอื่นต่อว่าสาปแช่งไปตลอดชีวิต อีกอย่างคนในครอบครัวของเธอก็ไม่ยอมให้เธอหย่ากับเจียวหมิง

เพราะไม่อยากทำให้ตระกูลหยางเสื่อมเสียชื่อเสียง ซื่อหงถึงต้องทน อดทนอดกลั้นทำดีกับครอบครัวสามี คอยเอาอกเอาใจแม่สามี มีเวลาว่างเธอก็ใช้ความสามารถทางด้านการทำอาหารหาเงินมาให้แม่สามีใช้ แต่ยุคนี้...ผู้หญิงที่แต่งงานออกเรือนไป มีลูกให้ครอบครัวสามีไม่ได้ก็จะถูกคนอื่นนินทาว่าร้าย กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ ทนอยู่มานานหลายปีสุดท้ายเธอกับสามีก็ต้องหย่ากัน

หย่ากันได้ไม่นาน เจียวหมิงก็แต่งงานกับหญิงชู้ที่แอบดูใจกันมานาน ส่วนซื่อหง...เพราะคิดว่าตัวเองไม่อาจมีลูกได้ ถึงได้ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว สุดท้ายก็จากไปไร้คนดูแลพร้อมกับความแค้น ถ้าเธอไม่ได้ย้อนเวลากลับมาเธอไม่อาจรู้ได้ว่าเธอคือตัวประกอบในนิยายย้อนยุคเรื่องหนึ่ง ในนิยายซื่อหงคือตัวละครที่โชคร้ายที่นักเขียนเป็นผู้ลิขิตชะตาชีวิต

อ่อนแอ ไม่สู้คน ทนเหมือนวัวเหมือนควาย ไม่มีการศึกษาเหมือนตัวละครอื่น เรื่องที่น่าขันที่สุดก็คือ นักเขียนได้อธิบายในตอนท้ายว่าทำไมเธอกับเจียวหมิงถึงไม่มีลูกกันสักที เพราะเจียวหมิงเป็นหมัน ถึงมีลูกไม่ได้อย่างไรล่ะ

ปัง ๆ ! ได้ยินเสียงเคาะประตู ร่างบางถึงกับสะดุ้งโหยง ซื่อหงพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะหันไปมองที่ประตู

“ซื่อหงตื่นหรือยัง? ก็แค่ไข้หวัดธรรมดาทำไมถึงต้องพักรักษาตัวนานขนาดนี้ด้วย รู้ไหมว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้วยังไม่ยอมลุกจากเตียงอีก”

น้ำเสียงที่แผดออกมา ต่อให้ซื่อหงสิ้นใจตายอีกครั้งเธอก็ไม่มีวันลืมได้ แม้ว่าชาติที่แล้วเธอจะคุ้นชินกับน้ำเสียงและการกระทำของแม่สามีแล้วก็ตาม แต่พอได้ยินมันอีกครั้งทำไมเธอถึงได้รู้สึกปวดหัวก็ไม่รู้ เธอรู้สึกอึดอัดใจมาก แต่ตอนนี้ซื่อหงไม่อยากมาเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงกับแม่สามี

“ฉันตื่นแล้วค่ะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” เฟยเทียนได้ยินเสียงอันอ่อนโยนตอบกลับก็ชอบใจมาก

“รีบ ๆ ออกจากห้องมาเลยนะ อย่ามัวชักช้าล่ะ ถ้าเป็นคนอื่นนะ ผู้หญิงที่ไร้น้ำยาอย่างเธอคงถูกเฉดหัวออกจากบ้านไปนานแล้ว”

ได้ยินแม่สามีเอาแต่พูดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ไปมา ซื่อหงก็กัดฟันแน่น

“ฉันรู้แล้วค่ะ” ที่ผ่านมาซื่อหงไม่เคยทำตัวไม่ดีกับแม่สามี เฟยเทียนได้ยินซื่อหงไม่พูดอะไรอีกก็รีบหมุนกายเดินกลับออกมา

ได้ยินเสียงฝีเท้าค่อย ๆ เดินจากไป ซื่อหงก็เหยียดยิ้มที่มุมปาก มือเล็กหยิบเอารูปแต่งงานไปทิ้งลงถังขยะ ชีวิตที่ผ่านมาของเธอไม่ต่างจากอยู่ในนรก ตอนนี้เธอตาสว่างแล้ว จะไม่ทนอยู่ที่นี่อีกต่อไป!

ได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอจะไม่โง่ไม่เป็นวัวเป็นควายคอยรับใช้แม่สามีอีก ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจียวหมิงไม่อาจประคับประคองกันไปได้ ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือหย่า!

น่าเสียดาย...เจียวหมิงออกจากบ้านไปทำงานหลายวันแล้ว พรุ่งนี้เขาถึงจะกลับมาที่บ้าน ถ้าไม่อย่างนั้นวันนี้เธอคงลงนามในใบหย่ายื่นให้เขาแล้ว แม้จะรู้ว่าพรุ่งนี้เจียวหมิงถึงจะกลับมา แต่เธอไม่อยากทนอยู่ที่บ้านหลังนี้สักวินาทีเดียว หลังจากที่รู้ความจริงทุกอย่างและตัดสินใจได้แล้ว ซื่อหงก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า

ซื่อหงรวบผม เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ จากนั้นก็หยิบเอาถุงผ้าออกมา ก่อนจะเก็บเสื้อผ้าในตู้ใส่ลงในถุง เงินทั้งหมดที่หามาได้แม่สามีจะเป็นคนเก็บไว้ทั้งหมด วันแต่งงานแม่สามีซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอแค่ไม่กี่ชุด ทุกวันนี้ซื่อหงถึงไม่มีเงินเก็บหรือมีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเลย เสื้อผ้าที่มีอยู่ก็มีไม่มาก

เมื่อเก็บเสื้อผ้าเสร็จ บังเอิญเธอฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ซื่อหงควานหาของสิ่งนั้นทั่วห้อง สุดท้ายเธอก็หากล่องไม้นั้นเจอใต้ตู้เสื้อผ้า กล่องไม้นี้คือกล่องไม้ของเจียว หมิง ปกติเขาจะเก็บกระดาษสินค้าและใบเสร็จไว้ในนี้ ก่อนหน้านี้เจียวหมิงกำชับนักกำชับหนาว่าไม่ให้เธอแตะต้องกล่องไม้นี้ ซื่อหงเชื่อฟังไม่เคยแตะต้องมันเลย

แต่ตอนนี้...ซื่อหงรู้ทุกอย่างหมดแล้ว ในกล่องไม้นอกจากจะมีใบเสร็จแล้วยังมีจดหมายที่เจียวหมิงกับผู้หญิงที่มีนามว่า ‘จูโม่วหลี’ คนนั้นคอยส่งหากัน ในกล่องไม้มีกุญแจเล็ก ๆ อยู่ ก็เป็นแค่กุญแจประดับข้างนอกเท่านั้น เธอทุบกุญแจนั่นออก ก็มีซองจดหมายสีขาวอยู่ 3 ซอง

ซื่อหงหยิบจดหมายนั่นมาอ่านดู ที่หน้าซองเขียนว่าส่งถึงสหายเจียวหมิง แต่เนื้อหาข้างในกลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย โม่วหลีขอให้เจียวหมิงหลังจากที่อ่านจดหมายเสร็จให้ทำลายทิ้ง แน่นอนว่าเจียวหมิงทำแบบนั้นไม่ลงเขาถึงได้เก็บจดหมายพวกนี้ไว้ ถ้าเธอจำไม่ผิด...โม่วหลีคนนี้มีชีวิตที่ดีกว่าเธอมากและยังมีสามีที่ดีและมากความสามารถ

ซื่อหงไม่สนใจว่าพวกเขาสองคนรู้จักกันมานานแค่ไหนแล้วและเธอก็ไม่อยากจะรู้ด้วยว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้วเหมือนกัน เธอรู้แค่ว่าจดหมายพวกนี้มีประโยชน์ต่อเธอในอนาคต!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทส่งท้าย คอยอยู่เคียงข้างกันและกัน

    15 ปีต่อมา“พ่อครับ แม่ครับ ผมสอบติดแล้วครับ ผมจะได้ไปเรียนที่ปักกิ่งแล้ว ~ ”จางหมิ่นเด็กชายอ้วนท้วนในตอนนั้นกลายเป็นหนุ่มเต็มวัยในวัย 20 เขาวิ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับกระดาษใบหนึ่ง“พี่จางหมิ่น พี่สอบติดมหาลัยชื่อดังจริง ๆ เหรอคะ ? ” ซูฮวากำลังตรวจสมุดรายได้อยู่ ได้ยินพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอบอกว่าตนสอบติดมหาลัยชื่อดังได้ก็ดีใจมาก เธอรีบวางปากกาในมือลง ก่อนจะวิ่งไปแย่งเอากระดาษในมือของพี่ชายมาดู“พี่สอบติดมหาลัยจริง ๆ ด้วย สอบได้ตั้ง 475 คะแนนแน่ะ สอบได้คะแนนเยอะกว่าแม่ซะอีก”“แน่นอนอยู่แล้ว เพราะพี่เก่งไง เธอว่าพี่เก่งใช่ไหม ?”“พี่ชายของฉันเก่งและใจดีที่สุดเลยค่ะ ยินดีด้วยนะคะพี่จางหมิ่น เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้พี่ทานนะคะ”“พ่อกับแม่ล่ะอยู่ไหน ?” จางหมิ่นกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ร้านก็ไม่เห็นใคร“พ่อกับแม่ตรวจงานอยู่ในครัวน่ะ พี่รีบไปหาพ่อกับแม่สิ”“เสียงดังอะไรกัน ? ทะเลาะกันอีกแล้วหรือ ?” มู่เหยียนเดินออกมาจากในครัวด้วยสีหน้าที่นิ่งขรึม จางหมิ่นเห็นพ่อกับแม่เดินมาก็รีบวิ่งเข้าไปหา“พ่อครับ ผมสอบติดมหาลัยชื่อดังแล้ว”“อืม แล้วยังไง ?”“พ่อไม่ดีใจเหรอครับ ?” จางหมิ่นทำหน้างุนง

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 133 หน้าที่ของลูก

    “พ่อคะ แม่คะ พี่ซื่อหงเขาไม่อยากให้พ่อกับแม่ตามไปวอแวพี่เขาอีก พ่อกับแม่รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าได้ไปเจอพี่เขาเลยนะ ปล่อยให้พี่เขาได้ใช้ชีวิตตามที่พี่เขาต้องการเถอะค่ะ พี่เขาลำบากมามากแล้ว ให้พี่เขาได้มีความสุขบ้าง”“แกคิดว่าฉันไม่ลำบากเลยหรือ ?ฉันลำบากมากกว่าจะเลี้ยงดูแกกับพี่สาวแกโตได้ แกสองคนกลับไม่คิดที่จะตอบแทนบุญคุณฉันกับพ่อแก พวกแกหายหน้าหายตาไปนานหลายปี ไม่คิดที่จะกลับมาเหยียบที่นี่เลย เงินสักหยวนก็ไม่ส่งกลับมา แกรู้บ้างไหมว่าฉันกับพ่อแกลำบากแค่ไหน อดมื้อกินมื้อบางวันก็ไม่มีข้าวให้กิน ดูชีวิตของพวกแกสองคนตอนนี้สิกลับสุขสบาย มีเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ใส่ แกเคยย้อนกลับมามองดูพ่อกับแม่ของตัวเองบ้างไหม ซื่อหลิน !!”ฮุ่ยหนิงต่อว่าลูกสาวคนเล็กด้วยความอัดอั้นใจ หลายปีที่ผ่านมาตนพยายามที่จะหาที่อยู่ หมายเลขโทรศัทพ์เพื่อติดต่อหาพวกเขา แต่...ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครรู้หนังสือ ถามไปก็ไม่ได้ข่าวอะไร หมายเลขโทรศัพท์ที่ได้มา ตนโทรไปแค่ครั้งเดียว ซื่อหงก็ไม่ยอมรับสาย พอรู้ว่าเป็นตนโทรไป ซื่อหงก็วางสายใส่ไม่ยอมคุยด้วยซื่อหลินกลับมาคราวนี้กลับอยากจะได้ทะเบียนบ้านไป ลูกสาวทั้งสองที่ตนหวังจะฝากชีวิตไว้กลับท

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 132 จุดจบของแต่ละคน

    ซื่อหงได้ยินแบบนั้นก็ประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าอดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบเช่นนี้ พอย้อนกลับไปคิดดู...เธอก็ไม่แปลกใจที่อดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบแบบนั้น อดีตแม่สามีเคยทำอะไรไว้กับทุกคนบ้างเธอรู้ดีกว่าใคร แต่...การจากไปของอดีตแม่สามี ทำให้เธอหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันที่เจียวหมิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไป บ้านเหอตกต่ำลงทุกวันเมื่อปีก่อน...เธอได้ยินซื่อหลินบอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวเจียวหมิงไปทำงานที่เหมือง ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับออกมา นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อดีตแม่สามีของเธอล้มป่วย เฟยเทียนรับความจริงนี้ไม่ได้ ไม่ยอมทานข้าวทานปลา คิดว่าตนทำแบบนี้แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสงสารปล่อยตัวเจียวหมิงให้ออกมาดูแลตนแต่...ความเป็นจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้สนใจเลยว่าเฟยเทียนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก่อนที่เฟยเทียนจะสิ้นใจตาย เฟยเทียนยังสาปแซ่งให้ซื่อหงทำมาหากินไม่ขึ้น ชีวิตพังพินาศเหมือนกับพวกเขา แต่...ดูเหมือนคำสาปแซ่งจะย้อนกลับเข้าตัวเฟยเทียน เพราะวันที่เฟยเทียนจากโลกนี้ไป ไม่มีชาวบ้านคนไหนแวะมาที่บ้านเหอเลยสักคนชาวบ้านตีตัวออกห่าง ต่างก็สาปส่งเฟยเทียนกันหมด ถ้าเฟยเทียนไม่เอารั

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 131 เศรษฐีคนใหม่

    หลายปีต่อมา...เจ้าแฝดหน้าหงิกหน้างอหลบอยู่ในมุมห้อง ซื่อหงพยายามเรียกแค่ไหนเจ้าแฝดก็ไม่ยอมโผล่หน้าออกมา วันนี้เป็นวันแรกที่เจ้าแฝดต้องไปเรียน แต่...เจ้าแฝดกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ เอาแต่หลบอยู่ในห้อง ใครเข้าไปเกลี้ยกล่อมก็ไม่ยอมเดินออกมาจากห้อง เพราะเจ้าแฝดกลัวว่าพ่อกับแม่จะทิ้งพวกเขาที่โรงเรียน“ผมไม่อยากไปเรียนฮะ ที่โรงเรียนไม่มีของอร่อยให้ผมกับน้องกิน พ่อกับแม่ไม่รักพวกเราแล้ว”“หนูก็ไม่อยากไปเรียนค่ะแม่ หนูอยากอยู่ที่บ้านกับย่า” ให้ตายยังไงเจ้าแฝดก็ไม่ยอมไปโรงเรียนซื่อหงได้ยินแบบนั้นได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความจนใจ ปีนี้เจ้าแฝดอายุได้ 5 ขวบแล้ว ถึงวัยที่ต้องไปเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เขา โรงเรียนที่เด็ก ๆ จะต้องไปเรียนอยู่ใกล้ ๆ กับที่เธออยู่พอดี เมื่อวานเจ้าแฝดรู้ว่าพ่อกับแม่จะให้พวกเขาไปเรียน เจ้าแฝดงอแงไม่ยอมนอน ต้องพามานอนด้วยเจ้าแฝดถึงยอมนอนแต่โดยดี“ที่โรงเรียนมีของอร่อย มีเพื่อนใหม่ มีของเล่นด้วยนะคะ แม่รู้ว่าพวกหนูกลัวอะไร แม่สัญญาว่าพอถึงเวลาเลิกเรียนแม่กับพ่อจะไปรับนะคะ”“ไม่เอา ผมไม่ไป ผมจะอยู่ที่บ้านกับย่า ฮือ ๆ~ ” เจ้าจางหมิ่นแฝดพี่ร้องไห้เสียงดังไม่ยอมออกมาจากห้อง ผู้เ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 130 วางแผนอนาคตไว้หมดแล้ว

    ซื่อหงได้ยินสิ่งที่แม่สามีเล่า เธอก็แปลกใจไม่น้อย แต่...เธอก็ไม่ได้สนใจ เพราะสิ่งที่บ้านหยางต้องเจอเป็นผลของการกระทำของพวกเขาเอง สิ่งที่เธอให้ความสำคัญในตอนนี้มีแค่เรื่องกิจการแล้วก็ลูก ๆ เท่านั้น ซื่อหงไม่ได้ถามอะไรมาก เปลี่ยนเรื่องคุยแทน“แล้ว...เรื่องร้านเป็นอย่างไรบ้างคะ ?พี่มู่หยางบอกไหมคะว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะซ่อมแซมร้านเสร็จ ?”“ร้านเราหาได้แล้ว มู่หยางบอกว่าซ่อมแซมร้านไม่เกิน 7 วัน หนูอย่าเป็นกังวลไปเลยนะ ระยะเวลาที่รอมู่หยางซ่อมแซมร้าน แม่จะช่วยสอนงานหนิงซวนเอง”“ค่ะแม่ ฝากแม่ดูแลร้านทางนู่นแทนฉันด้วยนะคะ ต้องการเงินเท่าไรให้รีบโทรมาบอกฉัน”หลังจากที่วางสาย...รั่วซีก็รีบกลับไปที่บ้านเตรียมตัวสอนงานให้กับหนิงซวน ทางด้านซื่อหง...หลังจากที่คุยกับแม่เสร็จ เธอก็รีบพาเจ้าแฝดไปที่ร้าน เห็นลูกค้าภายในร้านแวะเวียนมากินบะหมี่ที่ร้านแล้ว เธอก็รู้สึกดีไม่น้อย ตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว ผู้คนแถวนี้เริ่มรู้จักร้านบะหมี่เธอมากขึ้น ทางสื่อเองก็เริ่มให้ความสนใจกับกิจการของเธอซื่อหงคิดว่า...เธอจะไม่มีทางหยุดอยู่แค่นี้ เธออยากจะเปิดร้านอาหารเพิ่ม อยากจะปูทางให้ลูก ๆ ได้สานต่อกิจ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 129 เปิดร้านบะหมี่ที่อำเภอ

    เด็ก ๆ พอรู้ว่าซือซือจะกลับไปที่บ้านหลิว พวกเขาก็ไม่อยากจะตามหล่อนกลับไปที่นั่นอีก รั่วซีเห็นซือซือเดินออกจากบ้านไป ก็ลอบถอนหายใจแรง ตนเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปีใหม่ปีนี้พวกเขาจะได้มีความสุขด้วยกันจริง ๆ สักที แม้ว่าเด็ก ๆ จะไม่มีแม่คอยอยู่ข้าง ๆ แต่...อย่างน้อย เด็ก ๆ ก็ไม่ต้องไปทนลำบากที่บ้านหลิวหนิงซวนกับซือซือแต่งเข้ามาอยู่ในบ้านหลี่มานานหลายปี หนิงซวนไม่อยากจะเชื่อว่าซือซือจะเป็นคนแบบนั้น ไม่รู้ว่าความคิดนั้นเข้ามาครอบงำซือซือตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าเป็นเพราะข่าวลือของซื่อหง ถึงได้ทำให้ซือซือเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พอนึกถึงซื่อหงแล้ว หนิงซวนพลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมา“แม่คะ เราควรจะบอกให้ซื่อหงรู้ดีไหมคะ ?ให้ซื่อหงมาเปิดร้านบะหมี่ที่นี่ดีไหมคะแม่ ? ฉันกับมู่หยางจะเป็นคนงานให้กับซื่อหงเองค่ะ”ตอนนี้...ทางรัฐได้จัดสรรแบ่งที่ดินให้ชาวนาอย่างพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่ต้องลำบากไปงานหนักที่ทุ่งอีก ขอแค่แต่ละปีพวกเขาปลูกข้าวตามจำนวนที่รัฐกำหนดไว้ก็พอ ผู้คนที่นี่เริ่มออกไปทำงานหาเงินที่เมืองหยางเฉิงกันแล้ว แต่...พวกเขากลับไม่ได้ออกไปไหนเลย เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในหมู่บ้านนี้ หนิงซวนเห็นชาวบ้านเริ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status