Share

บทที่ 4 หยกวิเศษ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-03 14:44:23

“คุณตำรวจคะ ฉันกับฝูซิงรีบไปจดทะเบียนสมรสค่ะ พวกเรา...ไปได้หรือยังคะ ?”

เจ้าหน้าที่ตำรวจหัวเราะเบา ๆ พลางพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยกำชับเสี่ยวอวี่ว่า

“รีบไปเถอะ แต่...ครั้งหน้าถ้าเจอคนแปลกหน้าอีก อย่าไว้ใจพวกเขา เข้าใจไหม ?”

เจ้าหน้าที่ตำรวจมองทั้งคู่ด้วยสายตาอบอุ่นแฝงความเอ็นดู สาวน้อยหน้าตาน่ารักกับหนุ่มหน้าคมคาย ดูจากท่าทีคงเพิ่งเข้าเมืองมาจดทะเบียนสมรสสินะ ไม่คิดเลยว่ากลางทางจะเจอพวกค้ามนุษย์ได้ มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเดาว่า

พวกนั้นคงเห็นทั้งคู่หน้าตาดี คิดว่าน่าจะขายได้ราคาสูงเลยคิดจะลักพาตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจให้คนมาควบคุมตัวผู้ร้ายไว้ แล้วกำชับเสี่ยวอวี่อีกครั้งว่าไม่ให้พูดคุยกับคนแปลกหน้าอีก เสี่ยว อวี่โค้งศีรษะขอบคุณ ก่อนจะเดินออกมาจากสถานีตำรวจ

อยู่ข้างนอก ซิงโจวยืนรออยู่แล้ว ใบหน้าขาวซีดชวนให้ใจหาย ครอบครัวเย่มีสมาชิกมาก แต่บ้านยากจน เสื้อผ้าขาด ๆ เก่า ๆ ร่างของเขาผอมจนไหล่ดูเหมือนจะแตกสลายไปกับลมหนาว ลมพัดเบา ๆ ก็ทำให้ชายเสื้อสั่นระริก เผยให้เห็นกระดูกไหล่ที่นูนขึ้นมา เห็นแล้วก็สงสารจับใจ

เสี่ยวอวี่เห็นอย่างนั้นแล้วหัวใจพลันอ่อนโยน เธอแอบคิดอะไรบางอย่างในใจ เธอจะเลี้ยงเขาให้แข็งแรงกว่านี้ให้ได้ เสี่ยวอวี่เดินไปหาเขา ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเป็นการทักทาย แล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนว่า

“ฝูซิง ~ เราไปจดทะเบียนสมรสกันเถอะ”

..........

ไฟในเตาเล็ก ๆ ลุกโชน เสียงฟืนแตกดังเปรี๊ยะ ๆ ก่อนจะมีประกายไฟกระเด็นออกมาเป็นจุดเล็ก ๆ ‘หลิวซิ่วห่าว’ ที่กำลังนั่งยอง ๆ เป่ากองไฟถึงกับสะดุ้ง รีบถอยหลังหนีเปลวไฟที่พุ่งใกล้หน้า

แม่สามีเพิ่งจะทอดไข่เจียวเสร็จ ไข่สีเหลืองทองนุ่มนวลแต่งด้วยต้นหอมสีเขียวสด กลิ่นหอมลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวชวนให้หิว วันนี้...เป็นวันพิเศษ วันที่ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่เข้าเมืองไปจดทะเบียนสมรส

‘เกาเฟิน’ ผู้เป็นแม่ ถึงกับยอมลงทุนเจียวไข่ตั้ง 2 ฟอง ปกติ...นาน ๆ ทีพวกเขาถึงจะได้กินไข่ กินครั้งไม่เกิน 2 ฟอง ซิ่วห่าวกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอยาก ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า

“แม่ ไม่ต้องรอฝูซิงหรอก เรารีบกินข้าวกันเถอะ บ่ายนี้...หนูต้องไปทำงานนะ”

เกาเฟินยืนพิงประตูห้องครัว มองออกไปยังถนนลูกรังที่ทอดยาวออกไปหน้าหมู่บ้าน

“ฝูซิงกับเสี่ยวอวี่ไปจดทะเบียนสมรส เดี๋ยวก็กลับถึงบ้านแล้ว”

เกาเฟินรู้ดีว่า การแต่งงานครั้งนี้ เสี่ยวอวี่ไม่ได้เต็มใจนักหรอก เธอเป็นถึงยุวปัญญาชนมีการศึกษาที่เดินทางมาจากเมืองใหญ่มาทำงานที่ชนบท เธอทั้งสวยทั้งฉลาดมีชาติตระกูล ตอนมาสอนหนังสือที่โรงเรียนประถมของหมู่บ้าน ไม่มีเด็กคนไหนที่ไม่รักไม่เอ็นดูเธอ

ผู้ชายในหมู่บ้านนี้ พอเห็นหน้าเธอก็พากันหน้าแดงหัวใจเต้นแรง แต่...ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีบ้านไหนรับเธอเป็นสะใภ้ เพราะทุกคนรู้ว่า เสี่ยวอวี่หนีงานแต่งที่เมืองใหญ่มาที่นี่ เกาเฟินได้ยินชาวบ้านพูดกันว่า มีชายอันธพาลคนหนึ่งแซ่เหลียง หลงใหลในตัวเสี่ยวอวี่มากถึงขั้นทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้แต่งงานกับเธอ

เพราะอยากจะบังคับให้เสี่ยวอวี่กลับไป เขายังส่งคนมาก่อกวนเธอถึงที่นี่ด้วย ในยุคนี้ ยุวปัญญาชนที่มีการศึกษาอย่างเสี่ยวอวี่ หากไม่ได้สอนหนังสือก็ต้องทำงานไร่งานนากับชาวบ้าน แต่...ร่างกายบอบบางอย่างเธอ ทำงานไร่งานนา แบกจอบขุดดินไม่ได้หรอก

ความเหนื่อยล้าและความอับจนทำให้เสี่ยวอวี่โมโหจนประชดออกมาว่า แต่งงานกับไอ้โง่หมู่บ้านต้าเหอ ดีกว่ากลับเมืองใหญ่ไปแล้วแต่งงานกับชายแซ่เหลียงนั่น พูดจบ...เสี่ยวอวี่ก็วิ่งไปที่บ้านเย่ เธอไม่เรียกสินสอด ไม่จัดงานแต่ง บอกแค่ว่า เธอยินดีแต่งงานกับเย่ซิงโจว แล้วเธอก็ชวนซิงโจวไปจดทะเบียนสมรส

ครอบครัวเย่นั้นยากจนถึงขั้นไม่มีอันจะกิน ลูกชายเล็กอย่างซิงโจว ดูนิ่งเงียบ ดูโหดร้าย ในสายตาคนอื่น เขาไม่ต่างจากปีศาจ แต่...เขากลับได้ภรรยาสวย อ่อนหวานอย่างเสี่ยวอวี่มาโดยไม่ต้องเสียเงินสักเฟิน เรื่องนี้...ทำให้หนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาตาร้อนผ่าว แต่...ผู้เฒ่าผู้แก่กลับพากันส่ายหน้า

“ไม่เรียกสินสอดก็ไม่ควรแต่ง ถ้าแต่งมาแล้วไม่ทำงานไร่งานนา ไม่ช่วยงานบ้านงานเรือน จะเอาอะไรกินล่ะ ? จะให้เธอใช้ชีวิตดั่งคุณนายหรืออย่างไร ?”

คำพูดเหล่านั้นฟังดูแรงไปหน่อย แต่...ก็ไม่ผิด เพราะซิงโจวไม่เหมือนคนทั่วไป อีกทั้ง...ครอบครัวเย่เองก็ยากจนเหลือเกิน หากวันนั้นเสี่ยวอวี่ไม่ได้พูดประชดเพราะอารมณ์โกรธ ชาตินี้...ซิงโจวคงไม่ได้แต่งงาน วันที่เสี่ยวอวี่มาขอแต่งเองกับปากตัวเอง เกาเฟินก็ได้แต่เม้มปากแน่นขบคิด ตนไม่สนหรอกว่าเสี่ยวอวี่จะทำงานไร่งานนาได้หรือไม่ ขอให้ลูกชายตนได้แต่งงานก็พอ

คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เกาเฟินคือซิ่วห่าว ลูกสะใภ้รองของบ้านซิ่วห่าวมองจานไข่เจียวหอมชวนหิวบนโต๊ะแล้วเบะปาก

‘เฮ้อ ~ ถ้าคำพูดของหยกนั่นเป็นจริงละก็ เสี่ยวอวี่ไม่กลับมาแน่’

ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัว เรื่องทั้งหมดนี้ เริ่มจากเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนั้น...ซิงโจวล้มหัวกระแทกพื้นจนสลบ ชาวบ้านจึงรีบหามเขากลับมาส่งที่บ้าน และตอนนั้นเอง ซิ่วห่าวก็บังเอิญเก็บหยกชิ้นหนึ่งได้ตรงที่เขาล้มพอดี

ตอนแรก...หล่อนก็ไม่ได้สนใจ แต่...คืนถัดมา หล่อนกลับได้ยินเสียงพูดแผ่วเบาดังออกมาจากหยกนั้น ตอนนั้น...ซิ่วห่าวตกใจแทบสิ้นสติ รีบหันไปปลุกสามีให้ลุกมาฟังเสียงนั้นด้วยกัน แต่...สามีหล่อนกลับหัวเราะ บอกว่าหล่อนคิดไปเอง เพราะเขาไม่ได้ยินอะไรเลย ยังหาว่าหล่อนหลอนด้วย

แต่...ซิ่วห่าวยืนกรานว่าหล่อนได้ยินเสียงนั้นจริง ๆ เสียงนั้นชัดเจนยิ่งกว่าเสียงลมหายใจเสียอีก และ...ที่น่าประหลาดยิ่งกว่าคือ หล่อนกลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด เพราะเสียงนั้นพูดว่า

“ซิงโจวผู้นี้มีโชคติดตัว หากเขาได้ภรรยา โชคนั้นจะเป็นของครอบครัวเขาเพียงผู้เดียว คนในครอบครัวจะไม่ได้อะไรจากโชคนี้ของเขา”

ซิ่วห่าวไม่เชื่อ ก็แค่ไอ้โง่คนหนึ่ง จะมีโชคได้ยังไง และตอนนั้น หล่อนก็หลุดปากพูดออกมาว่า

“ถ้าไอ้ซิงโจวมันมีโชคติดตัวจริง ก็ขอให้มันอย่าได้แต่งงานกับผู้หญิงคนไหนเลย โชคนั้นจะได้ตกอยู่ที่บ้านเย่นี้ ทุกคนในบ้านจะได้สุขสบาย” สิ้นเสียง...เสียงจากหยกนั้นก็ตอบกลับมาทันทีว่า

“ได้” แล้วเสียงจากหยกนั่นก็ดังแว่วมาอีกว่า

“ในวันที่ไปจดทะเบียนสมรส เสี่ยวอวี่จะเจอกับพวกค้ามนุษย์ พวกนั้นจะขายซิงโจวให้กับเหมืองถ่านหิน ส่วนเสี่ยวอวี่จะถูกหลอกไปขายให้กับพวกชายแก่บนเขา”

ได้ยินอย่างนั้น ซิ่วห่าวก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา หล่อนไม่เชื่อสิ่งที่หยกนั้นพูดเลย

แต่...ตอนนี้ เวลาล่วงเลยเกือบเที่ยงแล้ว ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่ก็ยังไม่กลับมา แววตาของซิ่วห่าวเริ่มมีประกายประหลาดปนความโลภลึก ๆ ในใจ หรือว่า...สิ่งที่หยกนั่นพูดจะเป็นความจริง ?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทส่งท้าย ความสุขและรอยยิ้ม

    วันรุ่งขึ้น ซิงโจวกลับไปที่ศาลเจ้าอีกครั้ง เขาเห็นแค่ร่างของเหลียงฝูที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ร่างของเหลียงฝูเริ่มแข็งตัวแล้ว คาดคะเนเวลาที่เสียชีวิต เหลียงฝูคงมาที่นี่หลังจากที่พวกเขาออกไปจากที่นี่ ไม่รู้ว่าวิญญาณของเหลียงฝูนั้นล่องลอยไปอยู่ที่ไหน ซิงโจวเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเงียบ ๆสามวันต่อมา ชาวบ้านก็ได้พบศพของเหลียงฝูที่ศาลเจ้า ก็รีบลงจากเขาไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจก็รีบไปหาครอบครัวเหลียงเพื่อสอบถามดู เทียนตงร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าตนไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าพี่ชายไปทำอะไรอยู่ที่ศาลเจ้านั่น ในใจของเทียนตนแม้จะรู้สึกเศร้าโศก แต่...หล่อนกลับรู้สึกโล่งอกมากกว่า ในที่สุด...ก็ไม่มีใครบังคับให้หล่อนอยู่ที่ลั่วเฉิงอีกต่อไปคนเป็น ๆ หายตัวไป เสี่ยวอวี่อยากจะแจ้งความคนหาย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนหน้านี้เธอได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว พนักงานในร้านก็เป็นพยานว่าเถ้าแก่เนี้ยเกาเดินทางไปดูที่ทำเลเพื่อขยายสาขาร้านบะหมี่ เหตุผลนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สงสัยอะไร ทั้งครอบครัวต่างก็โศกเศร้าแต่...มีแค่ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่เท่านั้นที่รู้ความจริงว่าเรื่องราวเป็นมายังไง แต่...พวกเขาก็ยังคงกังวล กังว

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 90 ต้องไปแล้ว

    แต่...เกาเฟินยังห่วงทุกคนที่อยู่ที่นี่อยู่ จึงพูดกับทุกคนว่า “แต่ว่า...อวี่เอ๋อร์กำลังท้องอยู่ แม่อยากจะกลับไปคิดดูอีกที”“จะคิดอะไรอีกเล่า ทางนี้ไม่มีอะไรให้ลูกต้องห่วงเลยอาเฟิน แม่ยังแข็งแรงดี ร่างกายแม่ดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว แม่ดูแลหลานกับเหลนของแม่ได้สบาย ลูกลองคิดดูสิอาเฟิน อาจิ่งอยู่ที่นั่นคนเดียวน่าสงสารแค่ไหน อาจิ่งเฝ้ารอลูกอยู่ตลอดเวลา แม่จะบอกอะไรให้นะ แม่รู้จักลูกชายของแม่ดี ถึงแม้จะอยู่ที่อื่นอยู่บนโลกนี้ เรื่องความรักน่ะ อาจิ่งรักใครรักจริง รักฝังใจไม่แบ่งใจให้ผู้หญิงคนอื่นหรอก ถ้าลูกไม่ยอมไปอยู่กับอาจิ่งที่นั่น ลูกชายแม่จะต้องเสียใจมากแน่ ๆ เกิดในอนาคตอวี่เอ๋อร์ไม่ฝันถึงอาจิ่งอีกจะทำยังไง ? เราก็จะไม่รู้ว่าอาจิ่งจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ยังไง ? ถึงตอนนั้นลูกต้องเสียใจมากแน่ ๆ อาเฟิน เชื่อแม่เถอะนะ ไปอยู่กับอาจิ่งที่นั่นเถอะ ฝากดูแลอาจิ่งแทนแม่ด้วย”คำพูดของย่าโจวได้ปัดเป่าความลังเลสุดท้ายของเกาเฟินออกไปจนหมดสิ้น สุดท้าย...เกาเฟินก็ตัดสินใจที่จะไปอยู่กับหวงจิ่งที่นั่น..........เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เสี่ยวอวี่ใกล้คลอดแล้ว ซิงโจวจึงรีบพาเธอมาที่โรงพยาบาล ไม่นาน...พี่ชายกับพี่ส

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 89 เบาะแสสำคัญ

    เกาเฟินพาเสี่ยวอวี่กลับมาพักที่บ้าน ไม่ลืมกำชับให้พักผ่อนเยอะ ๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง จากนั้น...ก็โทรศัพท์ไปที่ทีมโบราณคดีบอกให้ซิงโจวรีบกลับมาที่บ้าน เกาเฟินไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวดีให้กับย่าโจวด้วย พอวางสายจากย่าโจว กำลังหมุนตัวจะกลับออกไปก็บังเอิญนึกได้ว่ายังไม่ได้โทรไปแจ้งข่าวดีให้กับพี่ชายกับพี่สะใภ้ของลูกสะใภ้ทราบด้วยซิงโจวทราบข่าวก็รีบตรงดิ่งมาที่บ้านทันที พอมาถึงเขาก็เห็นเสี่ยวอวี่กำลังนั่งอาบแดดอยู่บนเก้าอี้เอน เขาเดินไปนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอาหูแนบท้องแบนราบของเธอ หวังอยากจะได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อย ๆ สักหน่อย“คุณ ~ ตอนนี้ยังไม่ได้ยินเสียงหัวใจลูกหรอกค่ะ”“ผมได้ยินเสียงหัวใจคุณแล้ว มันแตกต่างจากปกติมาก”“คุณนี่จริง ๆ เลยนะ ฉันท้อง ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา” เสี่ยวอวี่ดึงเก้าอี้เล็ก ๆ มาให้เขานั่ง พลางพูดกับเขาว่า“วันนี้...ฉันเดินผ่านสหกรณ์ บังเอิญได้ยินเทียนตงคุยโทรศัพท์กับเหลียงฝู ฉันว่าเหลียงฝูต้องเดาออกแน่ ๆ เลยค่ะ ว่ากุนซือข้างกายองค์ชายสิบเอ็ดคือพ่อของคุณที่ทะลุมิติไปอยู่ที่นั่น”ซิงโจวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกให้เธอพักผ่อนไม่ต้องคิดมาก เขาจะจัดการเรื่องนี้

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 88 เจ้าตัวน้อยมาแล้ว

    เสี่ยวอวี่ตื่นขึ้นมารู้สึกร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนไม่อยากลุกไปไหน นึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่อลหม่านกันเกือบทั้งคืน เธอก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคุมร่างไว้มิดชิดด้วยความเขินอาย ไม่ได้ลุกไปกินข้าว แม่สามีก็ไม่ได้มารบกวนเธอ ใกล้เที่ยง...ซิงโจวก็ได้นำมันเผาหอมกรุ่นเข้ามาให้“อวี่เอ๋อร์ คุณบ่นว่าอยากกินมันเผาไม่ใช่เหรอ ?” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วอมยิ้มเสี่ยวอวี่รีบลุกจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วทั้งสองก็ไปนั่งกินมันเผาด้วยกันใต้ชายคาบ้าน ซิงโจวแอบหยิกแก้มขาวนวลเธอเบา ๆ ด้วย เกาเฟินยืนมองอยู่ข้างหลังพลางอมยิ้มไปด้วย แค่นี้จริง ๆ ที่ตนอยากจะเห็น ยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก็หมุนตัวเดินกลับเข้าครัวไปทำอาหารกลางวันต่อก่อนหน้านี้ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่ก็ดีต่อกัน แต่...รู้สึกว่ามันยังมีช่องว่างบางอย่างอยู่ระหว่างลูก ๆ สองคน ตอนนี้...ทุกอย่างราบรื่น ดีทุกอย่าง ลูกทั้งสองเข้าหอกันแล้ว ความสัมพันธ์ก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก มื้อเที่ยงวันนี้ ตนต้องทำอาหารอร่อย ๆ บำรุงลูกทั้งสองสักหน่อยแล้วในช่วงเดือนอ้าย เสี่ยวอวี่กลับไปที่เมืองหยุนซินไปเยี่ยมพี่ชายกับพี่สะใภ้ เธอถามพี่สะใภ้ว่าอยากจะเปิดร้านบะหมี่เกาจี้

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 87 ได้เข้าหอสักที

    เกาเฟินสับเนื้อหมูติดมันติดเนื้อให้ละเอียด เทเครื่องเทศลงไป นวดกับแป้งแล้วปั้นเป็นลูกชิ้น เถาฮวาก่อไฟในครัวอุ่นน้ำมันในกระทะ เกาเฟินปั้นลูกชิ้นไปพลางพูดไปด้วยว่า“หาเงินไว้เยอะ ๆ แล้วซื้อบ้านในเมืองสักหลัง ซื้อบ้านไว้ไม่ขาดทุนหรอก ดีที่สุดคือซื้อในเมืองใหญ่ ต้นไม้ย้ายที่ก็รอด คนย้ายที่ก็จะรุ่งเรือง อย่าไปกลัว ก็แค่ย้ายบ้านไปเปิดร้านบะหมี่ในเมืองเอง”“ค่ะแม่ ฉันจะเชื่อฟังแม่” หลังจากที่คืนเงินให้แม่เสร็จ เถาฮวาก็กลับบ้านไป ระหว่างทาง ก็เจอกับซิ่วห่าว“พี่ไปหาแม่มาเหรอ ?”“อืม พี่เอาเงินทุนไปคืนแม่น่ะ”“แม่รับเงินนั่นจริง ๆ เหรอ ?” แม่สามีมีร้านที่ลั่วเฉิง มีร้านที่ปักกิ่ง มีบ้านไม่รู้กี่หลัง หลายปีมานี้แม่สามีหาเงินได้เยอะมากแน่ ๆ เงินทุนให้ลูกชายยืมไปตั้งตัว ทำไมต้องเอาคืนด้วยก็ไม่รู้“ทำไมจะไม่รับล่ะ ?” เถาฮวาคลี่ยิ้ม แล้วจงใจพูดเสียงดังว่า“ตอนนั้น...เราเขียนสัญญากู้ยืมนี่นา ปีนี้...เราทั้งสองครอบครัวหาเงินได้ไม่น้อยเลยนะ บ้านเธอไม่ถึงกับจ่ายไม่ไหวหรอกมั้ง ใกล้ตรุษจีนแล้ว อย่าทำให้แม่โกรธเลยนะ”อินซานเตรียมเอาเงินไปคืนให้แม่เหมือนกัน ปีนี้...ร้านบะหมี่ของเขาที่สถานีรถไฟหาเงินได้ไม่น

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 86 ตามติดยิ่งกว่าปลิง

    เทียนตงกลับบ้านไปหาเหลียงฝู หลายปีมานี้ กลอุบายของพี่ชายเหี้ยมโหดขึ้นเรื่อย ๆ ปีที่แล้วก็ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงาน แล้วหล่อนก็ได้เล่าให้พี่ชายฟังว่า ร้านอาหารเล็ก ๆ ของเสี่ยวอวี่ทำเงินได้มาก แต่…พี่ชายก็ไม่ได้รังเกียจที่เสี่ยวอวี่ทำมาค้าขาย และเสี่ยวอวี่ยังขยายร้านอีกหลายแห่ง ทำเงินไม่น้อยเลย หลายปีมานี้ พี่ชายก็คอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่…หล่อนไม่อยากไปฝึกงานที่ลั่วเฉิงจริง ๆ“พี่ พี่อยากให้ฉันไปที่ลั่วเฉิงจริง ๆ เหรอ ? มันคุ้มค่าเหรอ ? ตอนนี้…ฝูซิงมีฐานะร่ำรวยแล้ว หาเงินได้เยอะกว่าเราเสียอีก เสี่ยวอวี่ไม่หย่ากับเขาหรอกค่ะ”เหลียงฝูหัวเราะ ชาติที่แล้วหลังจากตัดสินใจติดตามองค์ชายสาม เพื่อสร้างชื่อเสียงและอำนาจ เขาไม่เคยกลัวหรือหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยทตอนนี้ก็เช่นกัน เขายังคงรักผู้หญิงที่ยื่นข้าวกล่องให้เขากินในยามที่เขาลำบากยากจนที่สุด ต่อให้ต้องตายก็จะไม่ปล่อยมือเธอเด็ดขาด“คนเราต้องมีเป้าหมาย เมื่อกำหนดเป้าหมายแล้วจะละทิ้งความตั้งใจไม่ได้ เพราะถ้าสูญเสียเป้าหมายไป ชีวิตก็ไร้ความหมาย”เทียนตงรู้ว่าเป้าหมายที่พี่ชายพูดถึงก็คือเสี่ยวอวี่ แต่…หล่อนก็ไม่เข้าใจอยู่ดี พี่ชายหล่อนมีทุกอย

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 9 รู้เห็นทุกอย่าง

    วันนั้น...มีหมูป่าตัวหนึ่งวิ่งลงมาจากเขา วิ่งไปที่หน่วยผลิต 3 ของหมู่บ้านต้าเหอ มันพุ่งชนชาวบ้านบาดเจ็บ 2 คน ก่อนจะวิ่งไปเหยียบย่ำแปลงพืชผลเสียหายยับเยินไปทั้งแถบ ซิงโจวเป็นคนที่ชกหมูป่าตัวนั้นตายคาที่แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้แบ่งเนื้อหมูป่าให้ทุกคน รวมถึงปัญญาชนคนอื่นๆ ด้วย ได้รับส่วนแบ่ง 4 ชั่ง ในบรร

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 8 เป็นห่วง

    เสี่ยวอวี่เห็นซิงโจวกำลังเหม่อ เธอก็เขย่าแขนเขาเบา ๆ พลางเอ่ยว่า“คุณ ~ อาหารอยู่ในถ้วยของคุณ นั่นหมายความว่าเป็นของคุณแล้ว รีบกินได้แล้ว”ตั้งแต่เล็กจนโต เขาได้กินไข่ไก่นับครั้งได้ อยู่ที่สนามฝึกซ้อมมีคนอยู่หลายร้อยคน ข้าวโพดชุบแป้งทอดที่ขึ้นราอยู่ในตะกร้าไม้ถูกโยนลงมาจากข้างบน ใครแย่งได้ก็มีกิน ใ

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 7 มีคนคิดร้าย

    เสี่ยวอวี่ถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ใหญ่ ทำไมแม่ถึงรู้ว่ามีกลุ่มพวกค้ามนุษย์ด้วยล่ะคะ ?”จินซานเอ่ยตอบด้วยความซื่อตรง ตรงไปตรงมาว่า “ก็พี่สะใภ้รองของเธอน่ะสิ ฝันเห็น ฝันเห็นว่า...ว่าเธอตามกลุ่มพวกค้ามนุษย์ไปเพราะอยากจะขายฝูซิงให้กับคนพวกนั้น”เสี่ยวอวี่แอบคิดในใจ มือทองอยู่ที่พี่สะใภ้รองแน่ ๆ ดูเ

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 6 ยังไม่คุ้นเคย

    “เลือกผ้า” เขายังจำสิ่งที่แม่บอกเขาก่อนออกจากบ้านได้ ว่าให้พาเธอไปซื้อผ้ากลับมาตัดเสื้อผ้าชุดใหม่เสี่ยวอวี่ไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้า พ่อแม่ของเธอเป็นคนชอบแต่งตัว ทุก ๆ ปี พ่อกับแม่จะคอยส่งเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอใส่เสมอ ตรงกันข้าม ซิงโจวกลับขาดแคลนเสื้อผ้าใส่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงผ้าสีดำที่ดูสะอาดสะอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status