ยุค 80 ฝ่ามิติครั้งนี้ ฉันต้องเป็นนางร้ายเท่านั้น

ยุค 80 ฝ่ามิติครั้งนี้ ฉันต้องเป็นนางร้ายเท่านั้น

last updateآخر تحديث : 2026-04-19
بواسطة:  เต้าหู้ยิ้มمستمر
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
64فصول
3.6Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ครั้งนั้น…เธอพลาดทำให้เขาต้องติดคุก ชาตินี้...เมื่อย้อนเวลากลับมา เธอสาบานว่าจะปกป้องเขาให้ถึงที่สุด บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 ย้อนเวลากลับมาเอาคืน

“แม่ รอนังนั่นฟื้นก่อน แล้วแม่ไปบอกให้นังนั่นไปให้การกับตำรวจนะว่าถูกชิงชวนลวนลาม ป้าใหญ่ของชิงชวนเพิ่งให้เงินหนูมา 200 หยวน ป้าเขาบอกว่า ถ้าชิงชวนถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลวนลามจริง จะเพิ่มให้อีก 300 หยวน”

“อะไรนะ ?! ความผิดฐานลวนลามนี่โดนเล่นงานหนักเลยนะ เรายังไม่รู้เลยว่าไอ้ชิงชวนลวนลามนังเจียงสวี่จริงหรือเปล่า อย่างน้อย…ก็น่าจะรอให้นังนั่นฟื้นก่อนสิ จะได้ถามว่าไอ้ชิงชวนลวนลามมันจริงไหม ?”

“จะถามอะไรอีกเล่า ตอนที่มันถูกหามมาที่โรงพยาบาล เสื้อชั้นนอกขาดยับเลยนะแม่ ต้องเป็นเพราะไอ้บ้านั่นเห็นนังเจียงสวี่หน้าตาสะสวย เลยฉวยโอกาสตอนที่นังเจียงสวี่หมดสติทำเรื่องตำทรามนั้นแน่ ๆ”

‘เจียงหงอู่’ พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจราวกับตอกตะปู ก่อนจะกล่อมแม่ตัวเองด้วยสีหน้าที่ลังเลว่า

“ยังไงชิงชวนก็แค่ไอ้เด็กไร้ประโยชน์ไม่มีงานทำ เป็นลูกของศักดินาใจคด มีดีตรงไหนกัน แม้แต่ป้าใหญ่ของมันยังอยากให้มันติดคุกเลย เราแค่พูดไม่กี่คำเอง ก็ได้เงินมาตั้ง 500 หยวนแล้ว ไม่รับก็โง่แล้วแม่”

500 หยวนเลยเหรอ ? สามีหล่อนทำงานได้เดือนละ 35 หยวนเอง อยู่ ๆ เงินก็หล่นตรงหน้า เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ ใครบ้างที่จะไม่อยากได้เล่า ‘สวี่หลิงจือ’ เหลือบมองเจียงสวี่ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง ก่อนจะกัดฟันพูดเพราะความโลภว่า

“รอให้นังเจียงสวี่ฟื้นก่อนเถอะ แม่จะพุดกับมันว่า หลังจากที่มันตกลงมาจากสันเขา ไอ้ชิงชวนได้ฉวยโอกาสตอนที่มันหมดสติทำลายศักดิ์ศรีของมัน จากนั้น...ก็บอกให้มันไปรีบไปแจ้งความที่โรงพักซะ”

“แม่พูดถูก แม่ทำถูกแล้ว เดี๋ยวหนูจะไปเอาเงินอีก 300 หยวนที่เหลือกับป้าใหญ่ไอ้ชีชวนก่อนนะ ส่วนแม่...ก็รออยู่ที่นี่แหละ รอนังเจียงสวี่ฟื้นแล้วรีบพามันไปแจ้งความที่โรงพักนะ”

สิ้นเสียง...หลิงจือก็หยิกแขนอันผอมบางใต้ผ้าห่มของเจียงสวี่อย่างแรงจนเป็นรอย แต่...คนบนเตียงกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ

“หมอบอกว่ากว่ามันจะฟื้นก็อีกนาน ลูกไปที่โรงพักแจ้งความก่อนนะ ไปบอกกับตำรวจว่า ทุกคำพูดที่เราให้การมาจากปากนังเจียงสวี่หลังจากที่มันฟื้น”

ก่อนจะออกจากห้องคนไข้ไป หลิงจือยังฉีกเสื้อคลุมของเจียงสวี่ออกเป็นเศษ ๆ แล้วนำไปที่โรงพักใช้เป็นหลักฐานว่าเจียงสวี่ถูกชิงชวนขืนใจจริง ๆ

“นังเด็กตัวซวย แกไม่มีค่าพออยู่รักษาตำแหน่งงานอีกแล้ว ตอนนี้...ความบริสุทธิ์ของแกพังป่นปี้แล้ว พอได้สติก็เตรียมตัวไประเห็จทำงานที่ชนบทอันห่างไกลได้เลย”

ความจริงแล้ว เจียงสวี่ได้สติก่อนหน้านั้นแล้ว ตอนที่...หลิงจือหยิกแขนเธอ ความเจ็บปวดแล่นวาบจนร่างสั่น แต่...เธอก็ข่มใจไว้พยายามไม่ส่งเสียงร้องออกมา เธอต้องรอให้สองแม่ลูกคู่นี้ออกไปก่อน เพราะเธอจะไม่มีวันยอมให้เหตุการณ์มันซ้ำรอยเหมือนชาติที่แล้วอีก...

....................

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เจียงสวี่กับทีมผลิต ได้ขึ้นเขาไปเก็บเกาลัด แต่...โชคร้ายดันพลัดหลงเข้าไปในหุบลึก แล้วยังกลิ้งตกลงมาจากสันเขาอีก เป็น ‘กู้ชิงชวน’ ที่แบกเธอออกมาจากซอกเขา พาไปส่งที่โรงพยาบาลเพื่อรักษา

ตลอด 6 ชั่วโมงเต็ม ชิงชวนไม่หยุดพักเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่แล้ว…ย่ากับอาของเธอกลับใส่ร้ายว่าเขาฉวยโอกาสตอนที่เธอหมดสติทำเรื่องเลวทราม เพราะชาติกำเนิดของชิงชวนไม่ดี จึงไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขาเลย

ตอนนั้น...เธอหมดสติไปนานกว่าสองสัปดาห์ พอรู้สึกตัวอีกที ชิงชวนก็ถูกส่งตัวไปที่เรือนจำชิงซานเพื่อรับโทษแล้ว เธอยังไม่ทันได้เป็นพยานล้างมลทินให้เขาเลย ก็ถูกคนใส่ร้ายว่ากักตุนของเกร็งกำไร และถูกพิพากษาจำคุกหลายปี

ครึ่งชีวิตของเธอกับชิงชวน ถูกพวกคนเลวพวกนั้นทำลายจนย่อยยับ วันที่เธอพ้นโทษ คนที่เรียกตัวเองว่าญาติ ไม่เห็นใครโผล่หน้ามาสักคน มีแค่ชิงชวนที่ยืนรอรับเธออยู่ เขาพาเธอกลับบ้าน พาลงใต้ไปทำมาค้าขาย

ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี ผู้ชายคนนั้นก็กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งนครฉิน และตลอด 10 ปีนั้นเขามอบแต่สิ่งดี ๆ ให้เธอ จนวันที่เธอล้มป่วยหนักใกล้สิ้นใจตาย ชิงชวนเจ็บปวดราวหัวใจแตกสลาย เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม

“ทั้งชีวิตนี้ คุณยังมีสิ่งใดที่ค้างคาใจหรือเปล่า ?” เจียงสวี่รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พูดประโยคท้ายของชีวิตว่า

“วันนั้น…ตอนที่ฉันตกจากสันเขา คุณเป็นแบกฉันไปส่งที่โรงพยาบาลใช่มั้ย ? ถ้าฉันได้สติเร็วกว่านั้น คุณคงไม่ต้องติดคุกอย่างไร้ความผิดหลายปีแบบนั้น”

สิ้นเสียง...เธอก็หมดลมหายใจลาโลกไป แต่...พอเธอลืมตาตื่นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเธอเองได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อ 15 ปีก่อน บางที…ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต ฟ้าอาจได้ยินเสียงหัวใจของเธอ ถึงให้เธอย้อนเวลากลับมาในตอนที่เธออายุ 17

ในวันที่กำลังปีนเขาเก็บเกาลัด พลัดตกลงจากสันเขา และถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาล คราวนี้…เจียงสวี่ฟื้นเร็วกว่าครั้งก่อน เธอรีบคว้าเสื้อคลุมเก่าของผู้ชายที่วางอยู่บนตู้หัวเตียง หลบสายตาแพทย์และพยาบาลออกมาอย่างเงียบ ๆ แล้วออกจากโรงพยาบาลไป

เธอมีเวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น คนที่ช่วยเธอกำลังจะถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลวนลาม เธอต้องรีบไปให้การกับตำรวจให้ทัน ก่อนอื่น...ต้องช่วยชิงชวนออกมาให้ได้ก่อน ไม่ให้พวกคนชั่วลากเขาเข้าคุกด้วยข้อหาที่ไม่เป็นธรรมนี้

...ที่ห้องสอบสวน...

“งั้น...หมายความว่า ตอนที่ชิงชวนช่วยเธอ เขาไม่ได้มีพฤติกรรมลวนลามอะไรเลยใช่มั้ย ?”

“ไม่มีค่ะ ตอนนั้น...ฉันยังมีสติอยู่ ฉันรู้สึกรับรู้ได้ทุกอย่าง ใกล้ถึงโรงพยาบาลฉันถึงหมดสติไป” ดวงตากลมใสของเจียงสวี่ฉายแววประหลาดใจ

“คุณตำรวจ ชิงชวนเขาเป็นคนดีจริง ๆ นะคะ เขาแบกฉันเดินลัดเลาะลงมาจากเขาตั้ง 6 ชั่วโมง ฝ่าป่าข้ามเขามาส่งถึงโรงพยาบาล คุณตำรวจห้ามใส่ร้ายคนดี ๆ อย่างชิงชวนนะคะ ฉันตั้งใจจะมอบธงเกียรติคุณให้เขาอยู่เลยค่ะ”

ตำรวจหญิงที่กำลังจดบันทึกชะงักไป แล้วเงยหน้ามองเด็กหญิงที่อยู่ตรงหน้า เธออายุราว ๆ 17-18 ปี ดวงตาใสสะอาดปราศจากมลทิน ไม่เหมือนคนกำลังโกหกเลยแม้แต่น้อย หรือว่า…พวกเขาจะเข้าใจผิดชิงชวนผู้ที่มีชาติกำเนิดจากครอบครัวศักดินากันนะ ตั้งแต่เขาถูกพาตัวมาที่นี่ ก็เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดอะไรสักคำ

“เมื่อกี้ย่าของเธอเพิ่งมาที่นี่ บอกว่าเธอฟื้นที่โรงพยาบาลแล้วคิดอยากจะฆ่าตัวตาย และเธอยังบอกด้วยว่าชิงชวนเป็นคนลวมลามเธอตอนที่อยู่ในป่า เสื้อของเธอเองก็ถูกฉีกขาด”

ตำรวจหญิงหยิบเศษเสื้อผ้าฝ้ายที่ขาดยับขึ้นมาให้เจียงสวี่ดู มันคือหลักฐานที่ย่าของเธอนำมาให้พวกเขาเป็นหลักฐาน

“ย่าของเธอบอกว่า ตอนที่ชิงชวนพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาล เสื้อเธอก็ขาดยับหมดแล้ว”

ตำรวจหญิงรู้สึกสงสารและเห็นใจเจียงสวี่มาก จึงปลอบใจเธอว่า

“หรือเป็นเพราะเธอกลัวเรื่องนี้จะกระทบถึงชื่อเสียงของเธอ เธอถึงได้เปลี่ยนคำให้การ ไม่ต้องห่วงหรอกนะ พวกเราจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ จะไม่เปิดเผยชื่อเหยื่ออย่างแน่นอน”

เก็บเป็นความลับงั้นเหรอ ? แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอว่าเป็นข้อกล่าวหาไร้หลักฐานน่ะ ตำรวจดึงเรื่องนี้มาใส่ร้ายชิงชวนได้ยังไง ? ชาติที่แล้ว หลังจากที่หลิงจือกลับจากสถานี ก็แพร่ข่าวไปทั่วว่าเธอถูกชิงชวนทำมิดีมิร้าย ทำให้ตำแหน่งงานที่กำลังจะจัดสรรให้เธอหลุดลอยไป

กลายเป็นไม่มีงานทำ เธอจึงต้องเอาของป่าที่บ้านไปขาย สุดท้าย...กลับถูกฟ้องร้องว่ากักตุนเกร็งกำไร จนต้องติดคุกอยู่หลายปีกว่าจะได้ออกมา เสื้อที่ถูกฉีกเละนี้ ความจริงแล้ว มันคือของขวัญที่เธอถักให้ตัวเองเมื่อตอนที่เธออายุครบ 17 ปี

เธอรักเสื้อตัวนี้มาก จนไม่กล้านำออกมาใส่บ่อย ๆ แต่...เจียงสวี่เพิ่งใส่เสื้อตัวนี้ครั้งแรก กลับถูกผู้เป็นย่าทำให้กลายเป็นหลักฐานมัดตัวชายที่เธอรัก ตอนเธอถูกหามไปส่งที่โรงพยาบาล เสี้อมีรอยขาดจากกิ่งไม้นิดเดียว

แต่...เพราะย่าอยากจะใส่ร้ายเธอ ถึงได้ฉีกเสื้อตัวนี้นำมาเป็นหลักฐานให้กับตำรวจ เพียงเพราะเงิน 500 หยวน ย่าถึงกับลงมือทำลายชื่อเสียงของเธออย่างนั้นเหรอ ? พอได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เธอก็ไม่เชื่อใครหน้าไหนอีก

“ตอนที่ฉันถูกหามไปส่งที่โรงพยาบาล เสื้อมีรอยขาดนิดหน่อยเอง ทำไมพอมาถึงสถานีตำรวจ ถึงกลายเป็นผ้าขี้ริ้วอย่างนี้ล่ะคะ ?”

เจียงสวี่สะบัดเสื้อที่ถูกใช้เป็นหลักฐานอย่างแรง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

“คุณตำรวจคะ เสื้อตัวนี้ ต้องเป็นฝีมือของย่าฉันแน่ ๆ ที่ฉีกมันขาดค่ะ ถ้าคุณตำรวจไม่เชื่อ คุณตำรวจไปถามหมอที่รักษาฉันได้เลย หมอยืนยันความบริสุทธิ์ให้ฉันได้ค่ะ”

เด็กสาวตัวเล็ก แต่...พูดจามีเหตุผลชัดเจน ทำให้ตำรวจหญิงเริ่มลังเล เรื่องเสื้อ...แค่ไปถามหมอที่รักษาเจียงสวี่ก็รู้ความจริงแล้ว แต่...มีสิ่งหนึ่งที่ตำรวจหญิงยังสงสัยอยู่

“สวี่หลิงจือคือย่าแท้ ๆ ของเธอ เรื่องศักดิ์ศรีของผู้หญิงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง ทำไมย่าของเธอถึงใส่ร้ายเธอแบบนี้ ฉันไม่เข้าใจ ย่าเธอทำไปทำไม ?”

ย่าทำไปทำไมอย่างนั้นเหรอ ?

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

Nira Ho
Nira Ho
สนุกดีนะ อ่านเพลิน
2026-04-26 08:26:52
0
0
64 فصول
บทที่ 1 ย้อนเวลากลับมาเอาคืน
“แม่ รอนังนั่นฟื้นก่อน แล้วแม่ไปบอกให้นังนั่นไปให้การกับตำรวจนะว่าถูกชิงชวนลวนลาม ป้าใหญ่ของชิงชวนเพิ่งให้เงินหนูมา 200 หยวน ป้าเขาบอกว่า ถ้าชิงชวนถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลวนลามจริง จะเพิ่มให้อีก 300 หยวน”“อะไรนะ ?! ความผิดฐานลวนลามนี่โดนเล่นงานหนักเลยนะ เรายังไม่รู้เลยว่าไอ้ชิงชวนลวนลามนังเจียงสวี่จริงหรือเปล่า อย่างน้อย…ก็น่าจะรอให้นังนั่นฟื้นก่อนสิ จะได้ถามว่าไอ้ชิงชวนลวนลามมันจริงไหม ?”“จะถามอะไรอีกเล่า ตอนที่มันถูกหามมาที่โรงพยาบาล เสื้อชั้นนอกขาดยับเลยนะแม่ ต้องเป็นเพราะไอ้บ้านั่นเห็นนังเจียงสวี่หน้าตาสะสวย เลยฉวยโอกาสตอนที่นังเจียงสวี่หมดสติทำเรื่องตำทรามนั้นแน่ ๆ”‘เจียงหงอู่’ พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจราวกับตอกตะปู ก่อนจะกล่อมแม่ตัวเองด้วยสีหน้าที่ลังเลว่า“ยังไงชิงชวนก็แค่ไอ้เด็กไร้ประโยชน์ไม่มีงานทำ เป็นลูกของศักดินาใจคด มีดีตรงไหนกัน แม้แต่ป้าใหญ่ของมันยังอยากให้มันติดคุกเลย เราแค่พูดไม่กี่คำเอง ก็ได้เงินมาตั้ง 500 หยวนแล้ว ไม่รับก็โง่แล้วแม่”500 หยวนเลยเหรอ ? สามีหล่อนทำงานได้เดือนละ 35 หยวนเอง อยู่ ๆ เงินก็หล่นตรงหน้า เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ ใครบ้างที่จะไม่อยากได้เล่า ‘สวี่หลิ
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ไม่ยอมง่าย ๆ
ย่าทำไปเพราะอะไรน่ะเหรอ ? ก็เพราะเงิน 500 หยวนที่ป้าของชิงชวนให้มาน่ะสิ ยังมีตำแหน่งงานในบ้านเป็นเดิมพันด้วย แต่...เจียงสวี่ในตอนนี้ ไม่ใช่เด็กสาวหัวอ่อนเหมือนชาติที่แล้วอีกต่อไป เรื่องเงิน 500 หยวนนั้น ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยให้คนอื่นรู้ต่อให้เธอให้การกับตำรวจไป ป้าของชิงชวนก็ปฏิเสธอยู่ดี เธอจะรอชิงงานของเธอกลับมาให้ได้ก่อน แล้วคนพวกนั้นก็จะหันมากัดกันเอง เจียงสวี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ดวงตาเริ่มแดงขุ่น ขนตาสั่นระริก ก่อนจะค่อย ๆ เล่าความวุ่นวายในครอบครัวอย่างอัดอั้นให้ตำรวจฟัง“ที่บ้าน มีแค่ฉันที่ยังไม่มีงานทำ ปู่เพิ่งเกษียณ ตั้งใจจะให้ฉันรับตำแหน่งต่อที่โรงงานเครื่องจักรฉินชวน แต่...ย่าฉันไม่ยอม บอกว่า...ผู้หญิงก็แค่ตัวถ่วง ไม่ควรนำเงินในบ้านไปซื้องานให้ฉัน ย่าทะเลาะกับปู่หลายวัน ย่าอยากจะขายตำแหน่งงานนี้ให้ญาติตัวเองในราคา 800 หยวนค่ะ แต่...ปู่ฉันไม่ยอม ไม่คิดเลยว่าย่าจะใจดำขนาดนี้ ย่าคงคิดว่า ถ้าทำลายชื่อเสียงฉันได้ ฉันคงไม่กล้าโผล่หน้าไปรับงานแทนปู่อีก แต่ว่า...ย่าคือย่าแท้ ๆ ของฉันนะคะ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมย่าถึงได้ใจร้ายกับฉันขนาดนี้”ตำรวจหญิงที่นั่งฟังอยู่ก็รู้สึกเห็นใจและสงส
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ฟาดกลับ
ตอนนี้...หลินหว่านไม่มีอารมณ์จะทำกับข้าวให้ใครกินทั้งนั้น เธอตอบกลับแม่สามีด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“ฉันจะออกไปตามหาเสี่ยวสวี่”“ฉันไม่ให้หล่อนไป ฟ้ามืดแล้ว เดี๋ยวมันก็กลับมา รีบเข้าครัวไปทำกับข้าวเดี๋ยวนี้ !!”หลินหว่านไม่แม้แต่จะตอบกลับ เธอหมุนตัวแล้วเดินดุ่ม ๆ ไปที่ประตูรั้ว และตอนนั้นเอง เจียงสวี่ก็เดินสวนมาพอดี เมื่อชาติที่แล้ว ก่อนที่แม่จะได้เจอหน้าเธออีกครั้ง เธอก็จากไปเสียก่อน ลองนับดูแล้ว เจียงสวี่ไม่ได้เจอแม่นาน 10 ปี เธอโผเข้ากอดแม่แน่น ความรู้สึกจุกแน่นแล่นขึ้นมาที่สันจมูก“แม่ ~ หนูกลับมาแล้ว” สำหรับหลินหว่านแล้ว เธอกับลูกห่างกันแค่วันเดียวเองแต่...สำหรับเจียงสวี่นั้น มันคือการพลัดพรากกว่า 10 ปี หลินหว่านเห็นลูกสาวหน้าซีดเผือด เสื้อผ้าที่ใส่เมื่อตอนเช้าเปลี่ยนเป็นชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาล ดวงตาก็แดงก่ำ หัวใจเธอร่วงวูบ หรือว่า...ลูกสาวสุดที่รักของเธอจะถูกคนอื่นรังแกมาจริง ๆ ?“เสี่ยวสวี่ บอกแม่มา ใครรังแกหนู ? แม่จะไปเอาเรื่องมัน”“ย่ากับอารังแกหนูค่ะแม่” เจียงสวี่โพล่งออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้เป็นปู่ แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ได้ยินที่โรงพยาบาลให้ปู
اقرأ المزيد
บทที่ 4 มีแต่คนโลภมาก
‘กงลี่ผิง’ ก็แอบเสียดายอยู่ไม่น้อยที่จะต้องให้หลานฝั่งตัวเองไปเป็นลูกเลี้ยงบ้านคนอื่น แต่...แม่สามีบอกว่า ยายแก่นั่นเดิมเป็นคุณหนูบ้านเจ้าที่ดินใหญ่เก่า สมัยก่อนมีสมบัติพัสถานมหาศาล ถ้ากำจัดชิงชวนออกไปได้ เด็กที่บ้านที่ส่งไปเป็นลูกเลี้ยงก็จะได้สืบทอดสมบัติทั้งหมดนั้น“ยายแก่ตาบอดนั่นไม่มีวันยอมให้ตระกูลใหญ่สิ้นสกุลแน่ ๆ แม่ว่า...ยายแก่นั่นตอบตกลงแน่”‘ตงเหอ’ รู้จักพี่สะใภ้ตัวเองดี ไม่อย่างนั้น ตนจะยอมทุ่มเงิน 500 หยวนจ้างลูกสะใภ้ไปเกลี้ยกล่อมคนที่บ้านเจียงเหรอ ตนอยากจะดันชิงชวนเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในคุก ทุกอย่างก็จะเป็นของตนกับลูก ๆ ทันที“แต่ว่าแม่ แม่แน่ใจใช่มั้ยว่ายายแก่นั่นยังมีของมีค่าเก็บไว้อยู่ ?” ลี่ผิงลังเลจึงเอ่ยถาม“หนูเห็น สิบกว่าปีที่ผ่านมา ยายแก่นั่นอด ๆ อยาก ๆ ไม่มีอันจะกินนะแม่ ไหนจะตอนนั้นถูกยึดของดีไปเต็มรถ ถ้าเกิดไม่มีสมบัติเหลืออยู่ แล้วเราส่งลูกหลานไปเป็นลูกบุญธรรมของยายแก่นั่น ก็ไม่ต่างจากส่งพวกเขาไปลำบากนะแม่”ตงเหอสบตาลูกสะใภ้ด้วยแววดูแคลน โง่ดักดานอย่างนี้ยังจะหวังรวยอีกเหรอ ?“แกจะไปรู้อะไร ก่อนยัยนั่นจะแต่งเข้ามา บ้านฝั่งแม่เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งในบรรดาพ่อค้าทั้
اقرأ المزيد
บทที่ 5 เตือนให้ระวังตัว
ชิงชวนผะแผ่วหัวเราะอย่างจนใจ ย่าเขาพูดถูก แต่...คนที่เดือดร้อนคือเจียงสวี่ เขาจะเมินเฉยไม่ช่วยเธอได้ยังไงกัน“ย่าครับ คราวหน้าผมจะระวังตัวให้มากกว่านี้”“คราวหน้า ? ยังจะมีคราวหน้าอีกเหรอ ? ย่ามีหลานชายอยู่คนเดียวนะ” ซิ่วหลานดุหลานชายสุดที่รักเสียงเข้ม“ต่อแต่นี้ไป ห้ามไปเจอเด็กคนนั้นอีก เดี๋ยวหลานได้ตายด้วยน้ำมือของเด็กนั่นจริง ๆ หรอก”ทุกอย่างมันเริ่มจากซาลาเปา 3 ลูกนั้น กรรมชัด ๆ ตอนที่บ้านถูกอายัด เพื่อนบ้านต่างหลีกเลี่ยงราวกับพวกเขาเป็นโรคระบาด ไหข้าวสารว่างเปล่าไม่มีเมล็ดข้าวเลยแม้แต่เมล็ดเดียว ด้วยชาติกำเนิดที่เป็นมลทิน หลานสาวคนโตถึงวัยทำงานก็ยังหางานทำไม่ได้เด็กเล็กร้องไห้หิวทั้งวัน ตอนนั้น...เจียงสวี่อายุได้ 7 ขวบ แอบขโมยซาลาเปาขาวที่บ้านมา 3 ลูก ยัดใส่กระเป๋าเสื้อของชิงชวน หลานชายตนดีไปเสียทุกอย่าง ติดก็แต่ พอเห็นเจียงสวี่ทีไรใจก็ว้าวุ่นทุกที ตนจะปล่อยให้หลานชายไปเจอเด็กนั่นไม่ได้ ซาลาเปา 3 ลูกนั้น หลานชายตนได้ตอบแทนไปแล้วถือว่าจบกันตงเหอนิ่งไปไม่รู้จะพูดอะไร ย่าบ้านนี้สอนหลานแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ ? แล้ว...ทำไมชิงชวนถึงกลับมาที่นี่ได้ล่ะ ?“ชิงชวน ใครให้แกออกมา ?” ชิงชวนปรา
اقرأ المزيد
บทที่ 6 บรรยากาศไม่เหมือนเดิม
ข้างในคือหมึกปากกาของชิงชวน เขาเขียนบอกไม่กี่คำสั้น ๆ เขารู้คนที่ผลักเธอตกลงมาจากเขาจริง ๆ ด้วย เขาถึงรีบมาบอกให้เธอรู้ เธอจะได้ระวังตัว หัวใจเธอเต้นรัวเร็ว เป็นอย่างที่เธอคาดไว้จริง ๆ ด้วย คนที่ผลักเธอตกลงมาจากเขาก็คือคนคนนั้น.......................“ผัดกวางตุ้งใส่กากหมูนี่ แม่ผมเป็นคนทำแน่ ๆ เลย รสชาติเห่ยสุด ๆ”ต้าจู้ตักผัดผักกินดูเกือบจะพ่นทิ้ง รสชาติเค็มปี๋จนกินไม่ได้“ทำไมถึงพูดกับแม่อย่างนั้นล่ะ ?” เหิงไห่เคาะศีรษะลูกชายเบา ๆ พลางพูดว่า“ถ้าอาหารไม่ถูกปากก็ไปนั่งที่อื่นไป”“ป้าใหญ่ ทำไมวันนี้ป้าไม่ลงมือทำกับข้าวครับ” ซานจู้เอียงคอถามหลินหว่าน ถึงกับข้าวที่พ่อทำจะอร่อยแต่...เขาชินกับรสชาติการทำอาหารของป้าใหญ่ไปแล้ว พอป้าใหญ่ไม่ได้ทำอาหารให้ทาน เขารู้สึกแปลก ๆ ผัดกวางตุ้งใส่กากหมูนั่น ไม่มีใครแตะ รสชาติกินไม่ได้จริง ๆ หลิงจือเจ็บใจแทนลูกชายมาก จึงหันไปดุสะใภ้รองทันที“โง่จริง ๆ แค่ผัดผักยังทำไม่ได้ ปล่อยให้สามีเข้าครัวทำอาหารให้กินอีก ไร้ประโยชน์จริง ๆ เลย”สุดท้าย...เพราะเสียดายกากหมู หลิงจือจึงคีบมาชิมดูหนึ่งคำก็เกือบสำรอกเหมือนหลานชาย ทั้งเค็มทั้งขม หลิงจือถึงกับของขึ้นทันที
اقرأ المزيد
บทที่ 7 มือทองของเจียงสวี่
สะใภ้ทั้ง 3 รวมตัวกันก็เหมือนคณะงิ้ว ตอนนี้...ในบ้านมีผู้หญิงตั้ง 5 คน ไหนจะลูกสาวที่ชอบทำตัวเกาะพ่อกับแม่ไปวัน ๆ อีก เมื่อตอนที่เขายังทำงานเป็นหัวหน้าที่หน่วยงาน เขายุ่งทั้งวันก็ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเลย แต่...พอเกษียณเท่านั้นแหละ ถึงได้รู้ว่ามันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ“ไอ้รอง ไอ้สาม ไปคุยกับพ่อที่ห้องหน่อย อย่าไปสนใจแม่แก รอให้แม่แกเบื่อทำงานบ้านเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็ยอมให้พวกแกเอาเงินจ้างคนมาทำเอง ใครเหนื่อย ใครบอกว่ายุ่งนักยุ่งหนา ก็กลับเข้าห้องไปพักซะ!”ประโยคหลังนี้ ต้าโหย่วหันไปพูดกับสะใภ้ทั้ง 3 พอผู้เป็นปู่เอ่ยปากแล้ว เจียงสวี่ก็ไม่รอช้า รีบพาแม่ขึ้นไปพักอยู่บนชั้นสองทันที ฮุ่ยฮุ่ยเห็นอย่างนั้นก็ตามเจียงสวี่ไปโดยไม่สนเสียงด่าของแม่สามีที่ไล่หลังมา ก่อนจะรีบเดินไปที่ห้องนอนของตัวเองทันที เหมยเหมยผู้มีการศึกษาก็พูดกับพ่อสามีหนึ่งประโยคว่า“พ่อคะ ตั้งแต่เดือนนี้หนูจะให้แม่ 23 หยวน แม่จะเอาไปซื้อของทำกับข้าวก็ได้ หรือจะจ้างคนมาทำงานแทนก็ได้ ถือว่าหนูมีส่วนร่วมแล้ว”สรุปคือ...เธอจะไม่มีวันยอมเป็นลูกสะใภ้คอยรับใช้ทุกคนในบ้านนี้เหมือนที่พี่สะใภ้ใหญ่ทำหรอก ใครดีใครร้ายก็รู้ ๆ กันอยู่ พูดจบ...เหมย
اقرأ المزيد
บทที่ 8 ความจริงปรากฎ
คนธรรมดาที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ไม่มีวันรู้หรอกว่านมสดนั้นมีรสชาติยังไง หลินหว่านต้องอาศัยเส้นสายจากที่ทำงาน บ้านนายจ้าง ถึงขอนมสดกลับมาให้ลูกสาวได้วันละขวด เพราะนมสดขวดนี้ หลินหว่านมีปากเสียงกับแม่สามีไปแล้วกี่รอบก็ไม่รู้ แม่สามีบอกกับเธอว่า ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องดื่มนมพวกนี้ ควรเก็บไว้ให้หลานชายสุดที่รักดื่มจะดีกว่า แต่...หลินหว่านไม่ยอม จึงทำให้แม่สามีเกลียดเธอกับลูกมากกว่าเดิม“แม่ดื่มเถอะค่ะ” เจียงสวี่ยื่นแก้วนมให้แม่พลางทำเสียงอ้อน“แม่ดื่มบ้างสิคะ ~” แม่ของเธอมีโรคหัวใจ พรุ่งนี้...พ่อจะพาผู้หญิงคนนั้นกลับมาที่บ้านชาติที่แล้ว เพราะแม่โกรธพ่อมากโรคหัวใจจึงกำเริบ อาการทรุดลงเรื่อย ๆ ภายในสองปีแม่ก็จากไป ครั้งนี้...เจียงสวี่หวังว่าน้ำวิเศษนี้จะช่วยได้ เธอไม่อยากให้พ่อกับผู้หญิงคนนั้นทำร้ายความรู้สึกแม่จนล้มป่วยอีก“ก็ได้ แม่ดื่มก็ได้” หลินหว่านดื่มนมทีเดียวหมดแก้ว ก่อนจะหันมาพูดกับลูกสาวสุดที่รักว่า“เสี่ยวสวี่ ยายกับน้าของลูกหาว่าแม่โง่ ที่ครองตัวเป็นม่ายไม่ยอมแต่งงานสักที ยายบอกว่า เสียเวลาชีวิตไปเปล่า ๆ บอกว่าสักวันนึงแม่จะต้องเสียใจ”เธอมองลูกสาวแสนสวยสุดแสนจะน่ารัก ดวงตาเอ่อคลอ
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ตัวร้ายปรากฎ
ฮุ่ยฮุ่ยสั่นสะท้านไปทั้งตัว พี่สะใภ้ใหญ่คงไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้แน่ ฐานะทางบ้านเหมยเหมยใช่ว่าจะจน ถ้าไม่สบายใจก็สามารถหลบไปอยู่ที่บ้านแม่ได้ ส่วนเธอ…ไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีพี่น้องให้พึ่ง และยังคลอดลูกให้บ้านเจียงตั้ง 4 คน เธอจะทำยังไง ? จะไปอยู่ไหน ? ต่อไปนี้เธอต้องสู้กับแม่สามีใจร้ายตามลำพังเหรอ ?ฮุ่ยฮุ่ยเริ่มจะทนไม่ไหว ก่อนจะเอ่ยขึ้นทวงความยุติธรรมให้หลินหว่าน“แม่เป็นแม่ที่ดีของลูกชายก็จริง แต่...พวกเราในฐานะสะใภ้ล่ะ ? 10 ปีก่อนพี่สะใภ้ใหญ่เพิ่งจะ 27 ยังสาวสะพรั่ง ถ้าบ้านเจียงยอมช่วยสินสอด พี่เขาได้ไปเจอผู้ชายที่ดีกว่านี้แล้ว พี่เขาคงมีความสุขกับคนที่พี่เขารัก ไม่ต้องมาทนอับอายอย่างทุกวันนี้ !!”สิ้นเสียง...เจียงสวี่ก็รู้สึกประทับใจกับอาสะใภ้รองคนนี้มาก หลิงจือเดือดพล่าน ง้างมือตบเข้าที่หน้าของฮุ่ยฮุ่ยเต็มแรง“ฮุ่ยฮุ่ย !! แกแต่งเข้ามาอยู่ในบ้านนี้กี่ปีแล้ว!! แกเคยทำกับข้าวให้ทุกคนกินสักมื้อมั้ย ?!! กินดีอยู่ดีจนเคยตัว !! พอถึงคราวกลับมาว่าฉัน!! ถ้านังหลินหว่านไม่อยู่ !! แกจะต้องเป็นคนรับผิดชอบงานทั้งหมดในบ้านหลังนี้ !!”โดนแม่สามีตบ ฮุ่ยฮุ่ยก็ไม่กล้าตอบโต้ จึงหันไปตบเหิงไห่แทน“แม่ค
اقرأ المزيد
บทที่ 10 ไม่มีใครเข้าข้าง
มีอะไรผิดพลาดอย่างนั้นเหรอ ? เวลานี้...เจียงสวี่ควรจะนอนหมดสติที่โรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ ? นอนหมดสติรอให้หล่อนไปฉีดยาให้ไม่ใช่เหรอ ? ทำไมเจียงสวี่ถึงฟื้นขึ้นมาได้ ?แล้วแผนการต่อจากนี้จะทำยังไง ?ไม่ได้ ! หล่อนต้องตั้งสติให้มั่น หล่อนผ่านเรื่องเหนือธรรมชาติมาแล้วทั้งชีวิต แม้ข้างในจะรู้สึกกลัวมากก็เถอะ กุ้ย เซียงก็ไม่ยอมปริปากซักคำ เพราะรู้ดีว่า ถ้าเอ่ยปากเมื่อไร ชีวิตหล่อนได้จบเห่แน่ แต่...กุ้ยเซียงก็อดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านเพราะในหีบไม้หอมนั้น มีสมุดเล่มนั้นซ่อนอยู่ ขอแค่เอามันออกมาได้ หล่อนก็จะรู้ว่าแผนการต่อไปจะต้องทำยังไง เพราะสมุดบันทึกเล่มนั้นจะเป็นคนแนะนำหล่อนทุกขั้นตอนเอง ห้ามกลัว ! ขอแค่ขึ้นไปเอาสมุดเล่มนั้นมาให้ได้ก็พอ ชาตินี้...หล่อนจะต้องกลับมามั่งคั่ง มีหนุ่ม ๆ รายล้อมให้ได้ทางด้านเจียงสวี่ เธอกลับรู้สึกแปลกใจ เพราะกุ้ยเซียงดูคุ้นเคยกับโครงสร้างบ้านตระกูลเจียงเป็นอย่างดี แล้ว...ทำไมถึงเอาแต่เหลือบมองขึ้นไปชั้นสองอยู่ได้ ? ชั้นสองนั่นน่ะ คือห้องนอนของเธอกับแม่ กุ้ยเซียงกำลังมองหาอะไรกันแน่ ?เจียงสวี่รู้สึกไม่ดี ระวังตัวมากขึ้น ส่วนกั๋วจู้นั้นก็รีบมาคุกเข่าต่อห
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status