เข้าสู่ระบบหนิงฮวาเดินออกมามองไปรอบสวนของจวนหานหนิงโหวซึ่งนับว่าตกแต่งได้สวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะศาลาริมสระบัวเบื้องหน้า ดูสงบร่มเย็นน่านั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจยิ่งนัก
นางจึงไม่เสียเวลาคิด ออกเดินไปยังศาลาริมน้ำทันทีและนั่งพักอยู่ที่นั่นพร้อมจ้องมองดอกบัวในสระและปลาเล็กปลาน้อยอย่างสบายอารมณ์
หากแต่นางนั่งพักผ่อนอยู่ท่ามกลางความสงบสุขได้ไม่นาน ก็มีเสียงผู้ที่นางเบื่อหน่ายเต็มทีดังแว่วมาแต่ไกล
“ฮวาเอ๋อ ฮวาเอ๋อเจ้าอยู่ที่ใดกัน” เป็นเสียงเยว่ซินนั่นเองที่เดินร้องเรียกนางใกล้เข้ามา
“อ้อ..อยู่นี่นี่เอง ฮวาเอ๋อ เหตุใดเจ้าจึงหลบมานั่งอยู่ที่นี่เพียงลำพังเล่า เดี๋ยวผู้อื่นก็หาว่าเจ้ามาคอยตามผู้ใดหรอก” เยว่ซินกล่าวกับน้องสาวต่างมารดาด้วยน้ำเสียงติดจะแดกดันเล็กน้อย
“ท่านกล่าวเช่นนี้ย่อมแสดงว่า ท่านโหวของท่านไม่อยู่ในงานเลี้ยงเช่นนั้นสิ” หนิงฮวากล่าวอย่างรู้ทัน
คาดเดาได้ว่าเยว่ซินเพียงหาข้ออ้างออกมาตามหานาง หากแต่ความจริงแล้วกลับมาตามหาท่านโหวต่างหากเล่า แถมยังถือโอกาสมาแขวะกัดนางเสียด้วยเลย
“เจ้านี่พูดอะไรกัน ท่านโหวใช่ของข้าซะที่ไหน” เยว่ซินแสร้งกระมิดกระเมี้ยนตอบ หากแต่สีหน้าแววตาซ่อนความพึงพอใจเอาไว้ไม่มิด
“เฮ้อ..เอาเป็นว่าท่านโหวของท่านไม่ได้อยู่ที่นี่ และข้า..ไม่ได้คิดจะไปตามหาเขาจบหรือไม่”
“เชิญท่านไปตามหาคนของท่านต่อเถอะ ให้ข้าอยู่ที่นี่สงบๆอีกสักครู่จะขอบคุณมาก” หนิงฮวากล่าวน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
“เจ้าพูดอะไรเช่นนั้นกัน ข้าเพียงออกมาตามเจ้าด้วยความเป็นห่วงกังวล หาได้มาตามหาตัวท่านโหวไม่”
“แต่หากเจ้ายังไม่อยากกลับเข้าไปก็ตามใจเถอะ เช่นนั้นแล้วข้าขอตัวก่อนล่ะ” เยว่ซินกล่าวจบก็เดินจากไปไม่รีรออีก
หากแต่แทนที่จะมุ่งตรงเข้าไปในงาน นางกลับเดินไปทางอื่นเสียนี่ ทำให้หนิงฮวาอดส่ายศีรษะให้กับความเสแสร้งของพี่สาวไม่ได้
ก่อนจะหันไปสนใจดอกบัวและหมู่ปลาน้อยใหญ่ในสระน้ำแทน โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครผู้หนึ่งกำลังจ้องมองนางอยู่ไม่ไกลนัก รวมทั้งยังได้ยินบทสนทนาระหว่างสองพี่น้องมาโดยตลอด
‘ผ่านไปกว่าสามปีแล้วที่เขาไปประจำอยู่ที่ชายแดนจึงไม่ได้เจอเยว่ซินและหนิงฮวาสองพี่น้องเลย เยว่ซินนั้นยังคงดูอ่อนหวานงดงามดั่งเช่นแต่ก่อน’
‘หากแต่หนิงฮวากลับดูแตกต่างจากเดิมไม่น้อย นางเติบโตขึ้น ดูเป็นผู้ใหญ่ ดูนิ่งขึ้นและดูเหมือนว่าน้ำเสียงและการพูดจายามเอ่ยถึงเขาก็แตกต่างจากเดิมยิ่งนัก’
‘เมื่อก่อนนางคอยตามตอแยเขาไม่ได้หยุด มายุ่งวุ่นวายและทำตัวน่ารำคาญจนเขาระอา แต่ฟังจากเมื่อครู่แล้วนางคงคิดได้แล้วกระมัง เติบโตขึ้นแล้วสินะ’
ลี่หยางคิดพลางเผลอมองดูนางเช่นนั้นโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งหนิงฮวาลุกขึ้นและเดินกลับเข้าไปในงาน เขาจึงหันหลังกลับไปบ้าง
“พี่ลี่หยาง ท่านอยู่นี่เองหรือเจ้าคะ” เยว่ซินที่เดินหาลี่หยางไปทั่วเอ่ยขึ้น
“อืม..พอดีข้าดื่มสุราจนรู้สึกมึนหัวนิดหน่อยจึงออกมาเดินเล่นสูดอากาศให้อาการดีขึ้นน่ะ” ลี่หยางตอบกลับไป
“ตายจริงแล้วท่านเป็นอันใดมากหรือเปล่าเจ้าคะ ให้ข้าช่วยพยุงหรือไม่เจ้าคะ” เยว่ซินบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงพร้อมทำท่าจะเข้าไปประคองเขา
หากแต่ลี่หยางเบี่ยงตัวหลบอย่างสุภาพ เพราะมันดูไม่เหมาะสมเนื่องจากพวกเขาต่างก็ไม่ใช่เด็กหญิงเด็กชายเช่นแต่ก่อนแล้ว
“ข้าไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้องห่วงหรอกเยว่ซินรีบกลับเข้าไปในงานก่อนเถิดเดี๋ยวท่านพ่อเจ้าจะเป็นห่วง” ลี่หยางกล่าว
“เช่นนั้นก็เข้าไปพร้อมกันเถอะเจ้าค่ะ” เยว่ซินบอกพร้อมแผนการในใจ
หนิงเฉิงมองสบตาหนิงฮวาครู่หนึ่งก่อนหันไปกล่าวกับศิษย์เอกอย่างจิ่วซิ่น“ศิษย์น้องของเจ้าไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงหรอก เพียงแต่เป็นในสิ่งที่สตรีหลังสมรสแล้วสมควรจะเป็นน่ะ” หนิงเฉิงกล่าวอ้อมๆ“หา..อันใดนะขอรับ ข้าไม่เข้าใจ” จิ่วซิ่นเอ่ยสีหน้างุนงงเป็นอย่างมาก“เช่นนั้นเจ้าก็ลองจับชีพจรนางดูสิ หากเจ้ายังไม่รู้อีก ข้าจะให้เจ้ากลับไปเรียนกับศิษย์น้องที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่เสียเลย”หนิงเฉิงกล่าว จิ่วซิ่นจึงลงมือจับชีพจรหนิงฮวาด้วยตนเอง เขาทำหน้าประหลาดใจไม่ต่างกับหนิงเฉิงคราวแรกที่จับชีพจรนางเท่าใดนัก“ฮวาเอ๋อ นะนี่เจ้า..เหตุใดจึงไม่ยอมบอกผู้ใดเล่า” จิ่วซิ่นเอ่ยถามทันที ก่อนนึกถึงคำพูดหนิงฮวาเมื่อครู่“หากเพราะเกรงว่าท่านโหวจะกักตัวเจ้าเอาไว้ในจวน นั่นก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว”“เป็นข้า ข้าก็ทำเพราะเจ้าชอบหาเรื่องใส่ตัวหรือไม่ก็ซุ่มซ่าม หากเสี่ยงออกไปรักษาผู้ป่วยสุ่มสี่สุ่มห้าจะติดไข้ได้ป่วยกลับมาเป็นเรื่องใหญ่แน่” พูดจบจิ่วซิ่นก็นึกขึ้นมาได้ถึงข้อสงสัยของเขาก่อนหน้านี้&ld
หลังเหตุการณ์เมื่อคืน สาวใช้ที่ถูกเยว่ซินซื้อตัวถูกจับมาไต่สวนและรับสารภาพทั้งหมด ว่าเยว่ซินซื้อตัวนางเอาไว้ก่อนท่านโหวจะเดินทางมาถึงเมืองเหินอันอีกทั้งยังใช้นางทำตามแผนการชั่วร้ายหมายให้ท่านโหวติดกับรับนางเข้าเป็นฮูหยินอีกคน สาวใช้อย่างนางนอกจากค่าตอบแทนแล้วก็จะได้เสวยสุขไปด้วยหนิงฮวาส่งตัวสาวใช้ที่นายอำเภอหลิ่วจัดเตรียมมาให้โดยไม่รู้ถึงแผนการร้ายของเยว่ซิน ให้เขาเป็นฝ่ายตัดสินลงโทษด้วยตนเองส่วนทางด้านเยว่ซินนั้นหนิงฮวาเขียนจดหมายบอกเล่าเรื่องราวที่นางกระทำทุกอย่างไปให้เสนาบดีลู่ที่เมืองหลวงรู้โดยละเอียดรวมทั้งฮูหยินรองซึ่งหลังฝึกฝนบำเพ็ญตนอย่างเคร่งครัดก็กลับตัวกลับใจ สำนึกได้ว่าเพราะนางไม่อบรมสั่งสอน อีกทั้งยังปลูกฝังสิ่งเลวร้ายแก่บุตรสาวจึงก่อให้เกิดเรื่องราวเลวร้ายไม่หยุดนางจึงตัดสินใจไม่เข้าข้างเยว่ซิน พร้อมปรึกษาเสนาบดีลู่จัดการบุตรสาวให้ออกเรือนไปกับขุนนางต่างเมือง ซึ่งเป็นคนรู้จักของญาติที่สนิทสนมคุ้นเคยกันมาก่อนเพื่อตัดปัญหาไม่ให้เยว่ซินก่อเรื่องวุ่นวายและหวังในตัวท่านโหวอีก พร้อมทั้งฮูหยินรองก็ย้ายไปอยู่ต่างเมืองกับบุตรสาวด้
“หยุดนะพี่เยว่ซิน หยุดทำเรื่องชั่วช้ากับสามีข้าเดี๋ยวนี้” เป็นหนิงฮวานั่นเอง นางไม่คิดไว้ใจเยว่ซินอยู่ก่อนแล้วจึงให้เย่าหลิงและเฟยอวี่คอยจับตาดูนางรวมทั้งป้องกันลี่หยางไว้ และก็เป็นจริงดังคาด“นังน้องสารเลวเจ้าแย่งชิงคนรักข้า ตอนนี้ยังมีหน้ามาขัดขวางข้าอีกงั้นเหรอ” เยว่ซินกล่าวอย่างเดือดดาลหมดสภาพสตรีผู้งดงาม สุภาพเรียบร้อยที่เสแสร้งแกล้งทำเอาไว้จนหมดสิ้น“เจ้านั่นแหละหุบปาก!!” หนิงฮวาสวนกลับไป“เฟยอวี่จับเยว่ซินออกไปจากเรือน ให้คนพานางไปส่งที่วัดบนเขาแล้วให้คนของเราไปคุมไม่ให้นางออกมาจากวัดได้อีก” ลี่หยางสั่งเสียงดุ“ขอรับ” เฟยอวี่รับคำแข็งขันก่อนจะลากตัวเยว่ซินออกไป “ไม่ ไม่นะพี่ลี่หยาง ข้ารักท่าน ท่านเป็นของข้า ไม่นะ ปล่อย พี่ลี่หยาง พี่ลี่หยาง” เยว่ซินโอดครวญไม่ยอมแพ้ สุดท้ายเฟยอวี่เลยหาผ้าอุดปากนางเอาไว้จึงเงียบเสียงลงได้ “ท่านพ
หลังเยว่ซินมาถึงห้องพักและเย่าหลิงเดินกลับไปแล้ว สักครู่ใหญ่ก็มีสาวใช้ในเรือนผู้หนึ่งมาเคาะประตูห้องนางของเบาๆ ก่อนเยว่ซินจะเปิดประตูและรีบพาตัวสาวใช้เข้าห้องไป“ฮูหยินท่านโหวเข้านอนไปหรือยัง” เยว่ซินเอ่ยปากถามสาวใช้ซึ่งนางซื้อตัวเอาไว้ และวางแผนให้เข้ามาอยู่รับใช้ในเรือนหลังนี้ก่อนลี่หยางและหนิงฮวาจะเดินทางมาถึง“ข้าเห็นนางเข้าห้องและลดไฟลงแล้วเจ้าค่ะ หากแต่ไม่แน่ใจว่าเข้านอนหรือยังเจ้าค่ะ” บ่าวรับใช้ตอบ“ไม่เป็นไร เจ้าเอาของที่สั่งมาให้ข้าเถอะ” เยว่ซินกล่าว“นี่เจ้าค่ะ รังนกตุ๋นโสมร้อนๆ” บ่าวรับใช้ยกถ้วยกระเบื้องใส่รังนกตุ๋นโสม อาหารบำรุงชั้นเลิศมาด้วย“ดีมาก วางมันลงบนโต๊ะ” เยว่ซินบอก ก่อนจะเปิดฝาถ้วยกระเบื้องแล้วนำยาที่พกมาในอกเสื้อเทใส่ลงไปในถ้วย“เอาล่ะเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเจ้าเอารังนกนี่ไปให้ท่านโหวนะ บอกว่าฮูหยินตุ๋นรังนกมาให้เขาดื่มตอนกำลังร้อนๆ”“จากนั้นเจ้าก็รั้งรอให้ท่านโหวดื่มจนหมดเพื่อเอาถ้วยกลับไปเก็บล้างแล้วรีบออกมาเข้าใจไหม อ้อ..แล้วก็คอยกันไ
หลังจากทำอาหารเสร็จ เหล่าสาวใช้ก็นำออกมาตั้งโต๊ะส่งกลิ่นหอมน่ากินทีเดียว ลี่หยางรอจนหนิงฮวากลับเข้ามาในห้องรับรองเขาจึงออกมาพร้อมกับนางด้วย เพราะไม่อยากอยู่พูดคุยกับเยว่ซินตามลำพัง“ฮวาเอ๋อ ข้าเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเจ้ามีฝีมือในการปรุงอาหารมากมายเช่นนี้ด้วย” เยว่ซินเอ่ย“ข้าเองก็เพียงแค่ฝึกหัดมาได้ไม่นานหรอกเจ้าค่ะ หวังว่าท่านจะทนทานฝีมือข้าได้นะเจ้าคะพี่เยว่ซิน” หนิงฮวาบอกอย่างมีมารยาท“แม้นจะฝึกมาได้ไม่นาน แต่ข้าชอบกินอาหารฝีมือเจ้าที่สุดเลยฮูหยิน อร่อยขนาดนี้ข้าไม่อยากให้ผู้ใดได้ชิมด้วยซ้ำ เพราะเกรงว่าจะติดใจรสมือฮูหยินของข้าน่ะสิ”ลี่หยางเอ่ยปากชื่นชมภรรยาไม่หยุด เพิ่มความอิจฉาริษยาในใจเยว่ซินมากขึ้นไปอีก‘หนิงฮวานี่เจ้าใช้ยาเสน่ห์ใดกับพี่ลี่หยางกันจึงทำให้เขาเปลี่ยนไปรักใคร่ชอบพอเจ้าได้ถึงเพียงนี้’ เยว่ซินคิดถามในใจอย่างแค้นเคือง“ท่านพี่ก็พูดเกินไป รีบทานเถอะเจ้าค่ะ” หนิงฮวาบอกพลางคีบเนื้อปลานึ่งซีอิ๊วของโปรดลี่หยางให้เขา“ขอบคุณฮวาเอ๋อ เจ้ารู้ใจข้าที่สุด” ลี่หย
หนิงฮวามองสำรวจเยว่ซินโดยถ้วนถี่ นิ่งรอฟังคำตอบว่าเหตุใดเยว่ซินจึงรู้เรื่องลี่หยางและนางเดินทางมาเหินอันได้รวดเร็วเพียงนี้“ข้าเพียงบังเอิญได้ยินผู้คนที่มากราบไหว้บูชาพระที่วัดพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้น่ะ จึงร้อนใจเข้าไปถามไถ่ เพราะอยากเจอพวกเจ้าเพื่อกล่าวคำยินดีและขอโทษในเรื่องที่ผ่านมา”เยว่ซินตอบอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ท่าทีสุภาพเรียบร้อยดูไร้ซึ่งพิษสงใดๆ“เป็นเช่นนั้นเองหรือเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าก็ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ” หนิงฮวาตอบกลับอย่างนุ่มนวลตามมารยาทนั่งคุยกันได้พักใหญ่ลี่หยางก็กลับมาจากทำงานเข้ามาในโถงรับรอง เยว่ซินจ้องมองไปที่เขาสีหน้าท่าทางยินดีอย่างปิดไม่มิด“พี่ลี่หยาง ข้าดีใจจริงๆที่ได้เจอท่านอีกครั้ง” เยว่ซินแสดงออกอย่างไม่ปิดบังอีกทั้งยังรีบเดินเข้าไปโอบกอดเขาเอาไว้ทันทีลี่หยางตกใจชั่วครู่ก่อนจะรีบผละตัวออก เหลือบมองหนิงฮวาที่จ้องมองมาอยู่ก่อนแล้วด้วยท่าทีสงบนิ่ง“ข้าว่าพี่เยว่ซินคงคิดถึงข้าและท่านโหวมาก เช่นนั้นแล้วพวกท่านก็อยู่พูดคุยกันไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ วันนี้ข้าจะเข้าครัวทำอาหารพ
หนิงฮวาได้ยินลี่หยางเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย มั่นใจว่าเยว่ซินไม่ได้เป็นคนเอ่ยเรื่องนี้ออกมาแน่“ท่านรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไรกัน” หนิงฮวาถามลี่หยางด้วยความประหลาดใจ“คืนวันที่ข้าและท่านแม่ไปเยี่ยมเยียนฮูหยินผู้เฒ่าที่จวนเสนาบดี ข้าได้ยินเจ้าแล
เมื่อหนิงฮวาได้ยินอาจารย์ของตนเอ่ยออกมาเช่นนั้นก็ประหลาดใจไม่น้อยกับแผนการเพื่อความปลอดภัยที่ลี่หยางจัดการให้นางอย่างรอบคอบ“ชื่อเสียงของเจ้าเรื่องการรักษาโรคที่เกิดขึ้นมีมาไม่น้อย ทำให้เจ้าน่าจะกำลังตกเป็นเป้าหมายของโจรกบฏแล้ว ท่านโหวจึงคิดวางแผนการอย่างรอบคอบเพื่อความปลอดภัยของตัวเ
หลังจากเรื่องโรคระบาดได้รับการแก้ไขแล้ว ยามนี้จึงมาถึงเรื่องของกลุ่มโจรหรือกบฏซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ ทั้งยังเป็นผู้สร้างให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นในเมืองเสิ่นอี้ด้วยซึ่งหานหนิงโหววางแผนการอย่างรัดกุมเพื่อจัดการกับเหล่ากบฏที่เขารู้มานานแล้วว่ายังคงมีอยู่ จึงกราบทูลฝ่าบาทวางแผนกลับไปเมืองหล
หนิงฮวากล่าวจบก็เหลือบมองไปยังลี่หยางนิดหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่าเขาไม่มีทีท่าแปลกประหลาดใจเลยสักนิด ราวกับรู้อยู่แล้วว่ามีเหล่ากบฏแอบแฝงตัวอยู่และการเดินทางมาเมืองเสิ่นอี้ครั้งนี้ข่าวที่แพร่ออกไปหลักๆเน้นเรื่องการเดินทางมาจัดการเรื่องโรคระบาดเท่านั้น เพราะจากที่นางสังเกต กองทัพของท่านโหวที่น







