ログインชีวิตก่อนหน้านี้นางพลาดพลั้งหลงรักบุรุษผู้หนึ่งจนยอมทำผิดพลาดและถูกโบยตายอย่างไร้ความปรานี หากแต่ในชาติใหม่ที่นางได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขนั้น นางจะไม่มีทางหลงผิดกลับไปรักเขาอีกแน่นอน
もっと見るหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันพระราชทานสมรสระหว่างลู่หนิงฮวาและหานลี่หยาง แม่ทัพใหญ่ซึ่งเสร็จศึกรบชนะแคว้นเยว่ที่เป็นศัตรูของแคว้นฉินมานานหลายปี
ทำให้เขาได้รับความดีความชอบ ส่งผลให้ฮ่องเต้ทรงพระราชทานสมรสพร้อมกับตำแหน่งโหว ซึ่งจัดพิธีพระราชทานตำแหน่งเสร็จสิ้นไปเมื่อไม่นานมานี้
หากแต่สมรสพระราชทานนั้น กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก่อนจะได้จัดงานมงคล
“หนิงฮวา เจ้ามีเล่ห์เหลี่ยมมากแผนการ น่าชิงชังนัก เจ้ากล้าหลอกลวงเบื้องสูงได้อย่างไรกันว่าข้าได้หมั้นหมายและมอบของแทนใจให้เจ้าเอาไว้ก่อนจะออกเดินทางไปทำศึก”
“เรื่องที่เจ้ากล่าวออกไปหาได้มีความจริงเลยแม้นแต่น้อย หรือหากเป็นจริงมันควรเป็นเรื่องระหว่างข้ากับพี่สาวเจ้ามากกว่า ไม่มีทางเป็นเจ้าไปได้แน่”
ลี่หยางกล่าวอย่างขุ่นเคืองใจ หลังรู้ว่าการพระราชทานสมรสที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามพระประสงค์ของฮ่องเต้ตั้งแต่แรก
หากแต่เกิดจากกลอุบายของหญิงเจ้าเล่ห์ร้ายกาจเช่นหนิงฮวาบุตรสาวคนรองของเสนาบดีกรมคลัง ซึ่งถือตนว่าเป็นบุตรีฮูหยินใหญ่ที่ได้รับพระราชทานสมรสจากอดีตฮ่องเต้กับจวนเสนาบดี
ทั้งยังเป็นสหายของหลินกุ้ยเฟยสนมรักของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ถือโอกาสโป้ปดทูลความเท็จแก่หลินกุ้ยเฟยจนพระนางหลงเชื่อ เข้าไปกราบทูลฝ่าบาทขอพระราชทานสมรสให้บุตรสาวตนเองกับเขา
เรื่องนี้ลี่หยางไม่มีทางยินยอมให้เป็นไปตามแผนของหนิงฮวาแน่ ก่อนหน้านี้ที่เขายอมตกลงรับพระราชทานสมรสทั้งที่มีใจชอบพออยู่กับลู่เยว่ซินพี่สาวของนาง ก็เพราะเข้าใจว่าเกิดจากความตั้งใจของฝ่าบาท
ที่สำคัญหานฮูหยินมารดาเขายังพอใจในความเหมาะสมของฐานะระหว่างคุณหนูรองจวนเสนาบดีลู่ซึ่งเป็นบุตรของภรรยาเอก
ต่างจากเยว่ซินซึ่งแม้นจะเป็นคุณหนูใหญ่หากแต่เกิดจากภรรยารองซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเพียงบุตรสาวชาวบ้านธรรมดาเท่านั้นจึงไม่ได้รับการยอมรับจากตระกูลลู่
“พี่ลี่หยางเจ้าคะ ท่านใจเย็นก่อนเถิดเจ้าค่ะ ที่ข้าทำไปทุกอย่างก็เพียงเพราะข้ารักท่านเท่านั้น ท่านอย่าได้โกรธเคือง คิดกล่าวโทษข้าเลยนะเจ้าคะ” หนิงฮวาตีหน้าเศร้าพูดจาออดอ้อนลี่หยาง
นางมีใจรักต่อแม่ทัพหนุ่มมานานแล้ว ตั้งแต่มีโอกาสได้พบเจอกันในวัยเยาว์ยามที่เขามาเยือนจวนเสนาบดีราวสิบปีก่อน
ยามนั้นหนิงฮวากำลังเล่นซ่อนหาอยู่กับบ่าวรับใช้ภายในจวนแล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันทำให้พลัดตกลงไปในสระน้ำ
ลี่หยางผ่านมาพอดีจึงช่วยเหลือนางเอาไว้ได้ ทำให้หนิงฮวาจดจำซาบซึ้งใจในตัวเขามาโดยตลอด คิดหมายว่าวันหนึ่งจะเป็นฮูหยินของลี่หยางให้ได้
เมื่อถึงเวลาประจวบเหมาะหนิงฮวาทราบข่าวเรื่องลี่หยางรบทัพจบศึกได้ชัยชนะและกำลังจะเดินทางกลับเมืองหลวง งานนี้มีข่าวว่าฝ่าบาทหมายพระราชทานสมรสพร้อมตำแหน่งโหวให้แก่เขา
สุดท้ายหนิงฮวาจึงคิดแผนการ วางอุบายให้ท่านแม่ของนางพาเข้าวังไปเยี่ยมเยียนหลินกุ้ยเฟยซึ่งเป็นสหายรักกันมาแต่เยาว์วัย
จากนั้นก็พูดจาโป้ปดเรื่องนางกับลี่หยางว่าเป็นคู่หมายพึงใจในกันและกันโดยไม่คิดว่าลี่หยางจะมารู้ความจริงในวันนี้ ซึ่งหนิงฮวาก็คิดไม่ถึงว่าข่าวหลุดรอดออกมาได้อย่างไร
เนื่องจากนางกำชับมารดาให้พูดคุยกับหยางกุ้ยเฟยแล้วว่าไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ อ้างว่าอายที่จะเอ่ยหากสตรีเป็นฝ่ายขอพระราชทานสมรสด้วยตนเอง ซึ่งหลินกุ้ยเฟยยอมรับปากว่าจะไม่กล่าวเรื่องนี้กับผู้ใด
“เจ้าไม่ให้ข้าโกรธเคือง กล่าวโทษเจ้าอย่างงั้นหรือ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็ไปสารภาพกับหลินกุ้ยเฟยเสียสิว่าเจ้าพูดจาโป้ปดกับพระนาง แล้วข้าจะยอมยกโทษให้” ลี่หยางกล่าวอย่างเหลืออด
‘หญิงนางนี้เจ้าเล่ห์มากแผนการคิดแย่งได้แม้นแต่ชายคนรักของพี่สาวตัวเองแท้ๆ ถึงขนาดยอมโกหกเบื้องสูง ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก’
ลี่หยางคิดอย่างรับไม่ได้หากต้องแต่งหนิงฮวาเข้ามาในสกุลหาน สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือการโกหกหลอกลวงและความไม่ยุติธรรม วางแผนบิดเบือนบังคับใจผู้อื่นอีกทั้งยังทำร้ายได้แม้นกระทั่งพี่สาวของตัวเอง
วันต่อมาเยว่ซินก็ได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ลี่หยางฟังในขณะที่นางแสร้งบังเอิญไปเจอเขาระหว่างทางกลับไปยังจวนหานหนิงโหวหากแต่เรื่องที่เล่านั้นก็ช่างกลับขาวเป็นดำกลับดำเป็นขาวได้อย่างแนบเนียนยิ่งนัก“เมื่อคืนข้าอุตส่าห์หวังดี สนับสนุนฮวาเอ๋อกับอาจารย์จ้านแท้ๆ แต่ดูสิเจ้าค่ะ ฮวาเอ๋อกลับมาพูดจาใส่ความว่าข้ากลั่นแกล้งให้นางออกไปแสดงทั้งที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน”“เท่านั้นไม่พอยังใส่ร้ายว่าข้ายุยงท่านพ่อให้เข้าใจผิดในความสัมพันธ์ระหว่างนางกับอาจารย์จ้านอีกด้วยเจ้าค่ะ” เยว่ซินที่ยามนี้ได้รับเชิญเข้ามาในจวนโหวแสร้งทำเป็นร้องห่มร้องไห้เศร้าเสียใจเต็มที่“อะไรกันเหตุใดหนิงฮวาจึงต้องทำตัวไร้เหตุผลเช่นนี้ด้วยเล่า” ลี่หยางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ เขาอุตส่าห์คิดว่าหนิงฮวาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแล้วแท้ๆ“นางคงโกรธเกลียดที่ข้าได้รับความรักความเอาใจใส่จากท่านพ่อมากกว่านางน่ะสิเจ้าคะ” เยว่ซินใส่ไฟเพิ่มไม่หยุด“เช่นนั้นแล้วเจ้าก็พยายามอย่าไปยุ่งกับนางนักเลย อยู่ให้ห่างนางเอาไว้เสียจะดีกว่า&rdq
หลังงานเลี้ยงเลิกทุกคนต่างแยกย้ายกลับจวนของตน ทางด้านตระกูลลู่นั้นเมื่อกลับมาถึงจวน เยว่ซินก็เริ่มแสดงงิ้วฉากใหม่ขึ้นทันที“ฮวาเอ๋อ ข้าไม่รู้มาก่อนเลยนะว่าเจ้ามีความสามารถในการร่ายรำเช่นนั้นด้วย แม้นแต่ฮูหยินใหญ่เองก็ยังประหลาดใจไม่น้อย”“ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์จ้านผู้นั้น นอกจากสอนเรื่องวิชาแพทย์ให้เจ้าแล้ว ยังสอนสั่งเรื่องการร่ายรำให้เจ้าเช่นกัน ดูท่าว่าเจ้ากับเขาจะเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว” เยว่ซินแสร้งเอ่ยชมก่อนตลบหลังหนิงฮวา“ฮวาเอ๋อ ตกลงว่าเจ้าไปร่ำเรียนอันใดกับอาจารย์จ้านมากันแน่”“อย่าบอกนะว่าที่ออกไปนอกจวนทุกวันนีhไม่ใช่ไปศึกษาเรียนรู้วิชาแพทย์ หากแต่หาข้ออ้างไปร้องรำทำเพลงขลุกอยู่กับอาจารย์จ้านนั่นน่ะ” เสนาบดีลู่หลงเชื่อคำบุตรสาวคนโตทันที“ท่านพ่อเจ้าคะ อาจารย์จ้านเป็นอาจารย์ของข้านะเจ้าคะเหตุใดท่านจึงพูดจาเช่นนั้นเล่า”“ตัวข้าเองเป็นบุตรสาวของท่าน จะว่ากล่าวอันใดข้าย่อมไม่อาจโกรธเคือง แต่ซือฝุเป็นอาจารย์ข้าพระคุณเทียบได้ดั่งบิดา ท่านกล่าวหาอาจารย์ข้าเช่นนั้นข้ายอมไม่ได้นะ
หนิงเฉิงรับหนิงฮวาเข้ามาเป็นศิษย์ได้ครึ่งปีแล้ว คราแรกที่เจอนางเขาเองก็ไม่มั่นใจในวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนางเท่าไรนัก จากชื่อเสียงที่ร้ายกาจก่อนหน้านี้ทำให้เขาต้องระมัดระวังตนเองไม่น้อยหากแต่หลังจากได้อบรมสั่งสอน ใกล้ชิดหนิงฮวามานานนับเดือน หนิงเฉิงจึงได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของนางที่จะเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆทางการแพทย์อีกทั้งพบว่านิสัยใจคอและพฤติกรรมของหนิงฮวาที่เขาได้สัมผัสด้วยตนเองนั้นช่างแตกต่างจากที่ได้ยินได้ฟังมามากนัก แม้นจะมีความร้ายกาจอยู่ในตัวแต่นั่นก็เพราะมีเหตุผลอันควรอยู่เบื้องหลังอย่างคราแรกที่เข้ามานางถูกศิษย์รุ่นพี่กลั่นแกล้ง พูดจาเยาะเย้ยถากถาง อีกทั้งยังเอาตำราแพทย์ของนางไปซ่อน ทำให้หนิงฮวาคิดเอาคืนด้วยการเอาตำราของศิษย์ผู้นั้นขึ้นมาเผาต่อหน้าศิษย์ผู้นั้นโกรธมากจนเผลอเอ่ยออกมาว่า เขาไม่สนใจตำราที่ถูกเผาไปหรอกเพราะเขาจะใช้ตำราของนางที่เอาไปมาชดใช้แทน นับว่าไม่ผิดอะไรหากแต่นั่นก็ทำให้หนิงเฉิงและทุกคนรู้ว่าเพราะเหตุใดหนิงฮวาจึงทำเรื่องเช่นนี้หลังจากเรื่องราวคลี่คลายลงศิษย์คนนั้นก็ถูกทำโทษ หากแต่หนิงฮวาก็นำเอาตำราที่คัดลอก
หนิงฮวามองหาอาจารย์ของนางเพื่อขอความช่วยเหลือและยามนี้นางก็เจอเขาซึ่งกำลังจ้องมองมาทางนางอยู่ก่อนแล้วนางส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากจ้านหนิงเฉิงหรือที่ผู้คนทั่วไปเรียกว่าอาจารย์จ้าน เจ้าของหอยาเย่าเทียนหรู ร้านขายสมุนไพร ร้านหมอยาทั้งนอกและในเมืองหลวงหนึ่งในคุณชายที่เพียบพร้อมมั่งคั่งร่ำรวยหากแต่ทำตัวสมถะ เป็นหมอที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในเมืองหลวงทั้งที่อายุเพียง 23 ปี ความสามารถเรียกได้ว่าไม่แพ้เหล่าบรรดาหมอหลวงในวังเลยทีเดียวเขาสั่งสอนให้ความรู้ทางวิชาแพทย์จนมีลูกศิษย์มากมาย อีกทั้งยังมีความสามารถทางศิลปะดนตรีแทบทุกแขนงที่สำคัญบุคลิกรูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลาคมคายไม่แพ้หานหนิงโหวซึ่งทั้งสองต่างก็เป็นที่หมายปองของเหล่าสตรีทั่วทั้งเมืองหลวงหนิงเฉิงมองเห็นลูกศิษย์ของเขาตั้งแต่เข้ามาในงานแล้ว และพอจะมองดูสถานการณ์ต่างๆออกโดยทะลุปรุโปร่ง นางต้องโดนเยว่ซินพี่สาวต่างมารดาใช้แผนกลั่นแกล้งเป็นแน่สุดท้ายหนิงเฉิงจึงลุกขึ้นและเดินตรงมายังหนิงฮวาเพื่อให้ความช่วยเหลือศิษย์รักเสียหน่อย“ซือฝุ..ช่างดียิ่งนักที่ท่านมาร่วมงานนี้ด้วย ยามนี้ข้าดีใจม
เยว่ซินตั้งใจแสดงฝีมือการดีดพิณอย่างเต็มที่เพื่อให้ลี่หยางกับเหล่าบรรดาบุรุษมากมายภายในงานได้ชื่นชมส่วนหนิงฮวานั้นงานนี้ไม่ได้เตรียมอะไรมานอกจากของขวัญพิเศษซึ่งทำให้หลินกุ้ยเฟยระลึกถึงความทรงจำในวัยเยาว์ ยามพระนางได้เที่ยวเล่นอย่างมีความสุขอยู่กับมารดาของหนิงฮวาซึ่งเป็นสหายสนิทนั่
หลังหนิงฮวาอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเสร็จนางก็กลับเข้ามาในโถงรับรองซึ่งยามนี้ข้าวปลาอาหารและสุราถูกยกมาเสิร์ฟเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดทำให้กระเพาะน้อยๆของนางเริ่มส่งเสียประท้วงขึ้นมา และผู้ที่นั่งอยู่ไม่ห่างเท่าใดนักต่างก็ได้ยิน รวมทั้งลี่หยางด้วยที่แอบลอบยิ้มเพราะนั่งถัดออกไปจากบิดาขอ
ในขณะที่ลี่หยางฟังเรื่องราวของหนิงฮวาแล้วก็ทั้งประหลาดใจและอดทึ่งในตัวนางไม่ได้“เป็นเช่นนั้นเองเหรอขอรับท่านป้า ดูท่าว่าหนิงฮวาจะเติบโตขึ้นมากทีเดียว ยามนี้จึงคิดสนใจด้านวิชาการที่มีประโยชน์ดั่งเช่นวิชาแพทย์”ลี่หยางเอ่ยชื่นชมอดนึกประหลาดใจไม่ได้กับสิ่งที่ได้รับรู้ เนื่





