ย้อนเวลากลับไปแก้แค้นอดีตสามีในยุค80

ย้อนเวลากลับไปแก้แค้นอดีตสามีในยุค80

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-04-05
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
53บท
4.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ชาติก่อนเพราะความโง่เขลา จ้าวหลินอีจึงยอมเสียสละส่งคนรักอย่างกู้เหวินเฟยเรียนต่อเพราะหวังจะสร้างครอบครัวด้วยกัน โดยให้เขาดูแลตนเองยอมเป็นภรรยาที่คอยเพียงเขา ทว่าสุดท้ายสามีกลับนำผู้หญิงคนอื่นกลับมาและหย่าขาดกับเธอ เพราะว่าเธอไม่มีอะไรเหมาะสมกับเขา แม้แต่ลูกสาวของตนเองก็ปกป้องไม่ได้ สุดท้ายลูกสาวของเธอก็ทนรับความบอบซ้ำทางใจไม่ไหวจึงได้ฆ่าตัวตาย เธอมีชีวิตอยู่อย่างละอายใจ ทว่าร่างกายที่ทำงานหนักมาตั้งแต่เยาว์วัยเสื่อมโทรม จึงได้ตายตามบุตรสาวไปเพียงไม่นาน แต่แล้วด้วยโชคชะตาหรือสิ่งใดก็ไม่อาจทราบได้ จ้าวหลินอีได้ย้อนเวลากลับมาในตอนที่เธออายุได้สิบเจ็ดปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่เธอจะตัดสินใจไม่เรียนต่อ และแน่นอนเธอจะต้องสร้างชีวิตใหม่ของตนเองให้ได้ ด้วยความหวังอันแน่วแน่ว่า ลูกสาวที่เธอไม่อาจปกป้องได้ในชาติก่อน มาชาตินี้เธอจะไม่มีวันปล่อยให้ลูกสาวที่จะเกิดมาถูกรังแกได้อีก ตัวอย่างในเล่ม “ลูกชายฉันทั้งเป็นคนดีอีกทั้งเรียนเก่งขนาดนี้ ยอมแต่งลูกสาวบ้านหล่อนก็บุญเท่าไหร่แล้ว” คำพูดของอดีตแม่สามีทำให้จ้าวหลิงอีหลุดหัวเราะเบา ๆ ลูกชายฉันเป็นคนดี? ช่างน่าขำเสียจริง แล้วลูกคนอื่นไม่ใช่คนดี

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ความเสียใจที่ไม่อาจหวนคืน 1

As night fell, I could finally relax after putting my daughter to bed. I grabbed my phone and mindlessly scrolled through TikTok when a street fashion live broadcast caught my eye.

I straightened up and focused on the screen, but the host had already switched the camera angle. My heart pounded, and my hands started to feel clammy as I held my phone. I checked the time and confirmed it was a live broadcast happening in the same city.

Then I hurriedly exited TikTok and video-called my husband, Matthew Murphy.

He was supposed to be on a three-day business trip in Canta, yet I just saw him on the live broadcast with another woman in his arms. The phone rang for a long while before he finally answered the call.

Matthew’s camera shook slightly, and his handsome face appeared on my phone’s screen. He greeted me warmly, “Hey, honey!”

"Where are you?" I asked urgently as my eyes scanned the footage from his end. He looked like he was in a corridor of a restaurant, and he was wearing a white shirt and tie. However, the figure I saw in the live broadcast wore a gray windbreaker.

"I'm having dinner with a client. I came out to answer your call. What's up? Is there something wrong? Is Ava asleep?" He asked.

"Are you in Canta?" I sidestepped his question and asked again.

"Of course I am. Why? Is something wrong?" He looked at me seriously through the camera, full of curiosity.

"Oh! It's...nothing!" I mumbled absent-mindedly, then asked, "When are you coming home?"

"Soon... I'll be back once I wrap things up here. Do you miss me?" Matthew smiled affectionately at me, full of love. "I'll try to come home as soon as possible. It's getting late. Go to bed early, okay? I still have things to attend to. Bye!"

He blew a kiss to me and then hung up the call.

I held my phone, stunned and annoyed at myself for being suspicious. Matthew was an extraordinary, handsome, and doting husband, even though he was just a pauper when we first met.

Although he was from an ordinary family with a sickly younger sister from the city, I chose him among my many admirers because of his looks.

After graduation, I used my parents’ house as collateral to start a supply company with him and stayed by his side. Matthew was responsible for sourcing while I tirelessly dealt with clients to the point I almost suffered from gastric bleeding. Fortunately, the company grew and began thriving.

When I got pregnant, I decided to stop and entrusted the company to my husband while I focused on raising our child and managing our home.

Ava, our daughter, had turned four. We led a comfortable and well-off life as a family of three, which people were envious of.

Matthew felt so guilty that we didn’t have a wedding ceremony that he promised to provide for me and make up for any grievances I suffered.

How could such a husband cheat?

I pursed my lips and smiled, realizing I had watched too many TV shows that evoked such ridiculous thoughts. When I laid back in bed, I still thought about the fleeting figure on the TikTok live.

I must have been thinking about Matthew too much. Also, the windbreaker looked familiar as it was the one I had ironed for him before his business trip. That meant the man in the live stream wore the same one, which confused me.

Matthew returned early the following day and brought many delicious treats for Ava. He hugged us both affectionately, creating a heartwarming atmosphere. I rushed to the kitchen happily to prepare several of his favorite dishes as a reward.

Matthew glanced at me as we sat to eat and casually said, "There's a strong smell of oil here. Why don't you go take a shower?"

I calmly sniffed, then smiled proudly, saying, "That's the smell of good food. Don’t you like the smell of food?"

He chuckled as he lovingly ruffled my hair. Then he stuffed some food into my mouth and gave Ava a piece too. "All right, my sweethearts. Let's all eat!"

After dinner, I quickly put Ava to bed and then showered. I inched closer to Matthew and flirtatiously asked, "Do I still smell like oil?"

Matthew smiled and affectionately pinched me. "I've missed you so much, sweetheart!"

He pulled me toward the bed right away without giving me a chance to respond. Also, he seemed particularly enthusiastic today.

When we finished, I smiled and watched his tall figure approach the bathroom. As I was about to clean up, his phone on the bedside table flashed, indicating he had received a WhatsApp message.

I glanced at it and froze.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
53
ความเสียใจที่ไม่อาจหวนคืน 1
จ้าวหลินอีไอสำรอกเลือดสีแดงเข้มออกมาจนถ้าเช็ดหน้าสีขาวเปลี่ยนเป็นสีชาด ใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งกาลเวลาขณะนี้ซีดเผือด ดวงตาของเธอกลับไร้ประกายสดใสมันมีแต่เพียงความเจ็บปวดและความเสียใจ แม้จะเสียใจแค่ไหนแต่กลับไร้กำลังที่จะแก้แค้นให้บุตรสาวอันเป็นที่รัก มือหยาบกร้านที่ทำงานมาหลายปีพยายามเช็ดป้ายสุสานของลูกสาวอย่างถนุถนอม แต่มือที่เปื้อนเลือดกลับทำให้ป้ายสุสานที่ฝังร่างบุตรสาวแปดเปื้อนสีแดงเข้มนี้ไปด้วยจนเธอต้องหยุดมือแค่ก ๆ ๆ จ้าวหลินอีไออีกครั้งและไอติดต่อกันหลายครั้งจนแทบหายใจไม่ทัน พร้อมสำรอกก้อนเลือดสีแดงเข้มออกไปทางดำคล้ำออกมาอีกครั้ง เธอพิงศีรษะกับป้ายสุสานอย่างอ่อนแรง ความเสียใจกับการเดินเส้นทางผิดทำให้เธอเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งหัวใจ เพราะหลงเชื่อคารมคนรักจนต้องพบจุดจบที่น่าอนาถเช่นนี้ อยากตายก็ไม่สามารถตายได้ หากเธอตายใครเล่าจะมาปัดกวาดเช็ดถูให้สุสานให้กับหย่าหลิงของเธอ จ้าวหลินอีเหม่อมองท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอย เธอหวนคิดถึงอดีตที่ผิดพลาด เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างสมเพชตัวเอง เพราะความอ่อนแอและโง่เขลาทำให้เธอหลงเชื่อคนผิด เธอเป็นคนเรียนเก่งและมีอนาคตสดใสรออยู่ แต่เพราะชอบพอกับกู้เหวิ
อ่านเพิ่มเติม
ความเสียใจที่ไม่อาจหวนคืน 2
จ้าวหลินอี้ยิ้มอย่างสมเพชตัวเองที่อ่อนแอจนถูกใครต่อใครรังแกขนาดนี้ หากย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไปเรียนต่อให้จบและเป็นคุณนายทหาร เหยียบย่ำตระกูลกู้ที่ทำลายเธอกับลูก ทว่านั่นทำได้แต่คิดเท่านั้น เพราะไม่มีคำว่าหาก... “หย่าหลิงลูกแม่ ชาติหน้ามาเกิดเป็นลูกแม่อีกนะ แม่สัญญาชาติหน้าแม่จะรักและปกป้องลูกให้ได้ หย่าหลิง แม่กำลังไปหาลูก แม่ขอโทษที่แม่อ่อนแอและไม่สามารถปกป้องลูกได้ หากชาติหน้ามีจริงแม่จะหาพ่อที่ดีให้กับลูก พ่อชั่วๆ อย่างกู้เหวินเฟยอย่าได้มีมันเลย แค่ก ๆ ๆ” จ้าวหลินอีลูกป้ายสุสานบุตรสาวด้วยความอ่อนโยน เธอเค้นเสียงพูดออกมาด้วยความเจ็บแค้นใจ แต่เธอรู้ดีว่าเวลาเธอกำลังจะหมดแล้ว ผ้าเช็ดหน้าสีขาวมีแต่เลือดสีเข้มอีกทั้งดวงตาที่พร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด ลมหายใจเริ่มติดขัดยิ่งไอยิ่งทำให้รู้สึกทรมานมากขึ้นกว่าเดิม โรคที่รุมเร้านี้ไม่ใช่โรคร้ายอะไรแต่เพราะเธอทำงานหนักจนอวัยวะภายในถูกทำลายหมดแล้ว จ้าวหลินอีพิงป้ายสุสานอย่างอ่อนแรง ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยงดงามสดใสเวลานี้ดับแสงลงพร้อมลมหายใจสุดท้ายที่ขาดห้วง ทว่าในความคิดก่อนที่จะลาโลกใบนี้ไปอย่างเดียวดาย มีแต่ความเสียดาย เสียดายชีวิตที่ผ่า
อ่านเพิ่มเติม
เธอกลับมาแล้ว
“ค่ะ ทุกคนไปนอนเถอะค่ะฉันไม่เป็นไร” จ้าวหลินอีบอกทุกคนด้วยรอยยิ้มหวังให้พวกเขาสบายใจ ทุกคนมองเธออย่างเป็นห่วงก่อนจะแยกย้ายกันไป โดยเฉพาะพี่ชายก่อนจากยังขยี้ผมเธออย่างห่วงใย เธอเงยหน้ามองพี่ชายด้วยรอยยิ้ม ปกติเธอจะหนีออกจากฝ่ามือเขาเพราะกลัวผมจะยุ่ง แต่ความอบอุ่นนี้ทำให้เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เป็นเธอเองที่หันหลังให้ครอบครัวที่ดีของเธอแบบนี้ “ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกพี่ได้” “ค่ะ พี่ไปนอนเถอะดึกแล้วพรุ่งนี้ต้องกลับไปทำงานอีก” จ้าวหลินอีบอกพี่ชายอย่างเป็นห่วง เพราะเขาต้องทำงานหนักเลี้ยงครอบครัวและยังต้องส่งเธอเรียน ชาติก่อนเธอทำให้พวกเขาผิดหวังจริง ๆ เมื่อเห็นเขาเดินกลับห้องตัวเองเธอจึงปิดประตูใส่กลอนอีกครั้ง จ้าวหลินอีเดินไปจดสมุดโน๊ตที่เคยจดไว้ แล้วยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง ความจริงคืนนี้เธอต้องไปตามนัดของกู้เหวินเฟยผู้ชายหน้าตัวเมียคนนั้น โชคดีที่เธอย้อนกลับตอนอายุ17ปีและเป็นวัยที่กำลังสดใส อีกทั้งเธอสอบติดมหาลัยชื่อดังได้ ซึ่งเป็นช่วงกู้เหวินเฟยจะมาขอเธอไม่ให้เรียนต่อและให้ส่งเขาเรียนแทนเป็นช่วงชีวิตที่ถูกทำลาย ชาตินี้เธอจะไม่ยอมเด็ดขาด ชาตินี้เธอจะเรียนมหาลัยให้จบและใช้ชีวิตที่ดี
อ่านเพิ่มเติม
อดีตแม่สามีมาก่อกวนถึงบ้าน 1
“หลินอีเราตกลงกันแล้วว่าเราจะแต่งงานกันแล้วระหว่างนี้เธอก็จะส่งฉันเรียนจนจบ ฉันสัญญาว่าเรียนจบแล้วเธอจะต้องได้ดีเป็นภรรยาของฉันอย่างสมเกียรติอย่างแน่นอน” จ้าวหลินอีวางหนังสือไว้บนโต๊ะนั่งแล้วขยับหนีมือที่ยื่นมาหมายจะจับมือเธอ ชาติก่อนเขาก็พูดอย่างนี้ไม่ใช่หรือ แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไร อย่าคิดว่าเธอจะโง่งมในความรักเหมือนชาติก่อนอีก “ฉันไปตกลงกับนายตอนไหน อีกอย่างฉันจะไปเรียนต่อ ส่วนนายก็ให้พ่อกับแม่นายส่งเองซิ” จ้าวหลินอีปฏิเสธเสียงแข็งไม่ว่าอย่างไรเธอจะไม่เป็นคนหัวอ่อนให้คนชักจูงจมูกเหมือนชาติก่อนแน่ ๆ ประสบการณ์ชีวิตสอนเธอมาตั้งหนึ่งชาติภพแล้ว หากยังโง่งมหลงเชื่อคนอย่างกู้เหวินเฟยอีก เอาหัวโขกกำแพงตายไปเลยไม่ดีกว่าหรือ“หลินอี เธอก็รู้ว่าพ่อแม่ฉันไม่มีเงิน หากเธอเสียสละให้ฉันฉันจะรักและดูแลเธอตลอดไป เธอคิดดูสิฉันเรียนเก่งหากเรียนจบมาต้องได้งานที่ดีเป็นหน้าเป็นตาให้เธออย่างแน่นอน” “ฉันเรียนเอง จบเองได้ไม่ต้องให้นายมาเป็นหน้าเป็นตาให้ฉัน” “หลินอีเธอเป็นอะไร เธอถูกแม่กับพ่อเธอบังคับใช่ไหม ฉันจะไปบอกพวกเขาให้ว่าเรารักกันจะแต่งงานกัน” กู้เหวินเฟยพยายามจับตัวจ้าวหลินอีและพยายามหว่านล้
อ่านเพิ่มเติม
อดีตแม่สามีมาก่อกวนถึงบ้าน 2
ระหว่างรอเดินทางไปมหาวิทยาลัยที่จะเปิดอีกสามเดือนข้างหน้า จ้าวหลินอีเปลี่ยนแปลงตนเองให้สวยกว่าเดิมเพราะประสบการณ์จากชาติก่อนทำให้เธอรู้ว่าคนหน้าตาดีจะสามารถทำให้คนรักและเอ็นดูได้มาก ชาติก่อนเธอทำงานตรากตรำจนตัวดำไม่เคยได้บำรุงใบหน้าหรือร่างกายเลย สุดท้ายก็ถูกต่อว่าไม่เหมาะสมกับกู้เหวินเฟย และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาครอบครัวกู้เหวินเฟยต่างก็มาที่บ้านของเธอพร้อมตัดเพ้อต้องการให้เธอส่งเขาเรียน จนทำให้ชาวบ้านต่างรู้กันเกือบทุกบ้านแล้วว่าคนบ้านกู้ต้องการให้เธอเสียสละตัวเอง บ้างก็เห็นดีด้วยเพราะผู้หญิงเรียนสูงไปก็ไร้ประโยชน์ บางคนก็ไม่เห็นด้วยเพราะไม่ใช่ญาติพี่น้องกันเสียหน่อยทำไมต้องส่งเสียลูกชายบ้านอื่นเรียนด้วย และตลอดเวลาจ้าวหลินอีหลบหน้าหลบตากู้เหวินเฟยตลอด เพราะกลัวว่าจะอดใจไม่ไหววิ่งเอามีดไปแทงอีกฝ่ายตายด้วยความแค้น ชาติที่แล้วเพราะอีกฝ่ายอยู่ตำแหน่งที่สูง ผู้คนรุมล้อมทำให้ไม่มีโอกาสแม้จะเข้าใกล้ แต่เวลานี้เขาเป็นเพียงชายหนุ่มที่ยังไม่มีประสบการณ์อะไร และไม่ได้มีอำนาจอะไร เธอกลัวจะเผลอไปทำร้ายเขาจนตัวเองถูกโทษประหาร เวลาไม่เห็นเขาทำให้จ้าวหลินอีใจเย็นมากขึ้น และช่วงหลังมานี้เขาไม่ได
อ่านเพิ่มเติม
การเปลี่ยนแปลงของจ้าวหลินอี
“เข้าบ้านกันเถอะ” จ้าวเผิงเฉิงบอกภรรยากับลูกสาว หน้าบ้านของพวกเขาตอนนี้ต่างก็มีชาวบ้านมามุงดูและแทะเมล็ดแตงโมชมเรื่องสนุกกัน เขาเข้าใจว่ายุคสมัยนี้ด้อยค่าผู้หญิงและเพราะแบบนี้เขาถึงอยากให้ลูกสาวเรียนจบให้สูงมีการงานทำที่ดี ไม่ใช่เป็นเพียงชาวไร่ชาวนาหาเช้ากินค่ำเหมือนตนเอง “หนูจะตั้งใจเรียนและไม่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังค่ะ” จ้าวหลินอีกอดแขนพ่อกับแม่เข้าบ้านพร้อมเอ่ยบอกให้พวกเขามั่นใจว่าจะไม่เสียใจแน่นอนที่สงลูกสาวอย่างเธอเรียนให้จบ ตอนนี้พี่ชายทำงานในเมืองวันหยุดถึงจะกลับมาเธอจะไม่ทำให้พวกเขาต้องเสียหยาดเหงื่อแรงกายฟรี ๆ “เด็กดี” อินเยว่เจียลูบศีรษะลูกสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู เธอเลี้ยงลูกสาวมาอย่างถนุถนอมแล้วบ้านตระกูลกู้คิดว่าตนเองเป็นใครถึงคิดจะเหยียบย่ำลูกสาวของเธอแบบนี้ จ้าวหลินอีมองพ่อกับแม่ด้วยหัวใจอบอุ่น ชาติที่แล้วเพราะความโง่งมถึงมองไม่เห็นความรักและความห่วงใยของพวกท่าน แต่ไม่เป็นไรเธอได้ย้อนกลับมาแล้ว เธอจะทำให้พ่อกับแม่มีความสุขและมีชีวิตที่สุขสบาย... หลังจากที่วันนั้นครอบครัวบ้านตระกูลกู้ไม่ได้มารังคราญครอบครัวจ้าวหลินอีอีก ซึ่งทำให้ชีวิตเธอสุขสงบขึ้นมาก เวลาที่พ่อกับแม่ไปไร
อ่านเพิ่มเติม
สหายใหม่ในต่างเมือง 1
“เดี๋ยวพี่จะทำงานเพิ่ม ไว้มีเงินแล้วพี่จะซื้อโทรศัพท์ให้” “ไม่ต้องหรอกค่ะ พี่ดูแลสุขภาพตัวเองอย่าหักโหมมากเกินไปค่ะ มันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นไว้ฉันจะใช้โทรศัพท์สาธารณะแทนได้ค่ะ” จ้าวหลินอีเอ่ยบอกอย่างหนักแน่น ราคาโทรศัพท์ในยุคสมัยนี้แพงมากเงินหนึ่งพันหยวนสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปี อีกอย่างเธอไม่อยากทำให้เขาทำงานหนักจนอวัยวะภายในเสื่อมโทรมเหมือนเธอชาติที่แล้ว ก่อนจะตายมันทรมานมากการไอออกมาเป็นเลือดมันเจ็บไปทั้งตัวจนแทบขยับตัวแทบไม่ไหว เธอจึงไม่อยากให้เขาเป็นอย่างเธอชาติก่อน อีกอย่างเธอวาดรูปเสื้อผ้าไว้หลายแบบหากหาคนที่น่าเชื่อถือได้น่าจะขายได้เงินสำหรับเล่าเรียนได้ ปู๊นนนน~~~ “รถไฟมาแล้ว พี่ดูแลตัวเองแล้วก็ดูแลพ่อกับแม่ด้วยนะคะ” จ้าวหลินอีบอกพี่ชายพร้อมเดินขึ้นรถไฟด้วยความหวัง ท่าทางมั่นอกมั่นใจของเธอทำให้จ้าวเทียนอี้รู้สึกวางใจ หลายเดือนมานี้จ้าวหลินอีเปลี่ยนไปมาก และเปลี่ยนไปในทางที่ดี บางครั้งเขายังรู้สึกว่าหล่อนมีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเขาเสียอีก ร่างบอบบางหันกลับมามองพร้อมโบกมือลาก่อนจะหายลับไปกับรถไฟที่เขาใช้เงินเกือบทั้งหมดที่มีจองแบบตั๋วนอนให้น้องสาว หวังว่าเธอจะได้ไม่ต้
อ่านเพิ่มเติม
สหายใหม่ในต่างเมือง 2
จ้าวหลินอีเรียนบริหารคนเดียวส่วนคนอื่นเรียนต่างสาขาเวลาเจอกันคือเวลานอน ในช่วงวันหยุดถ้าจะออกจากมหาวิทยาลัยต้องมีคนเซ็นรับ และจ้าวหลินอีต้องการออกไปติดต่อหาคนซื้อแบบเสื้อผ้าทำให้ต้องหาคนมาเซ็นชื่อให้ ซึ่งคนที่สามารถทำเรื่องออกจากมหาลัยได้เป็นพี่ชายของเย่ซินหราน “พี่ชายทางนี้ค่ะ” เย่ซินหรานส่งเสียงเรียกพร้อมโบกไม้โบกมือให้พี่ชายอย่างร่าเริง จ้าวชิงหรานมองตามสายตาเพื่อนสาวจึงได้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งใบหน้าหล่อเข้มรูปร่างสูงใหญ่ดูมีสง่าราศีเป็นอย่างมาก ดวงตาคู่คมมองเธออย่างสำรวจจ้าวหลินอีก้มหน้าหลบสายตาอย่างเก้อเขินใบหน้าแดงระเรื่อราวกับสาวน้อยริเริ่มมีความรัก “พี่ชายนี่สหายคนสนิทฉันชื่อจ้าวหลินอี หลินอีนี่พี่ชายฉันชื่อเย่คุนข่ายพี่เขาเป็นทหาร” “สวัสดีค่ะพี่ใหญ่เย่” จ้าวหลินอีทักทายอย่างมีมารยาท เธอยิ้มอ่อนหวานอย่างเขินอาย ดวงตาคู่คมมองเธอราวกับกำลังจ้องจับผิดยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหม่ามากขึ้น ไม่ใช่ว่าเธอแสดงไม่เหมือนสาวน้อยเหมือนสหายหรอกนะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอกับเขาได้พบกันคงไม่คิดว่าแปลกประหลาดไปจากสหายรุ่นเดียวกันหรอกกระมัง แต่ทำอย่างไรได้ชาติก่อนเธอตายตอนอายุสามสิบเก้าปี ช่
อ่านเพิ่มเติม
ขายแบบเสื้อผ้า 1
  จ้าวหลินอีไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีคนอิจฉาเธออยู่เบื้องหลัง เธอนั่งรถมาด้วยความตื่นเต้นนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเธอที่ได้นั่งรถยนต์แบบนี้ แม้จะพยายามระงับอาการแต่ดวงตาก็พอประกายสดใสทำให้เย่คุนข่ายรู้สึกว่าเธอเหมือนสาวน้อยวัยสิบเจ็ดสิบแปดปีขึ้นมาหน่อยหนึ่ง ทั้งสามคนนั่งรถมาครึ่งชั่วโมงก็มาย่านการค้าขนาดใหญ่ “นั่นร้านแม่ฉัน แม่ฉันไม่ชอบเป็นคุณนายทหารอบยู่บ้านเฉย ๆ เหมือนผู้หญิงคนอื่นจึงได้มาเปิดร้านเป็นของตัวเอง” เมื่อจอดรถที่หน้าร้าน เย่ซินหรานก็ได้ชี้นิ้วแนะนำเพื่อนสาวอย่างภาคภูมิใจ มารดาของเธอทั้งสวยและเก่งไม่ยอมนั่งเล่นไพ่เดินช้อปปิ้งเหมือนคุณนายบ้านอื่น “แม่เธอเก่งมาก” จ้าวหลินอีกล่าวชมจากใจจริง เธอมองดูร้านขายเสื้อขนาดใหญ่แล้วรู้สึกอยากเปิดร้านแบบนี้บ้าง ไว้ให้เธอเก็บเงินสักระยะก่อน หลังเรียนจบค่อยออกมาทำตามความฝัน ระหว่างนี้ก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปก่อน “เข้าไปเถอะ” เย่คุนข่ายบอกทั้งคู่ก่อนจะก้าวนำเข้าไปในร้านอย่างคุ้นเคย พนักงานในร้านต่างมองไปที่ลูกชายเจ้านายอย่างเขินอาย และมองหญิงสาวแปลกหน้าที่เพิ
อ่านเพิ่มเติม
ขายแบบเสื้อผ้า 2
 “ได้สิ” โจวซินหยู่เรียกเด็กในร้านให้นำอุปกรณ์มาวางไว้ที่โต๊ะให้ จ้าวหลินอีหยิบดินสอพร้อมร่างภาพในหัวออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะชาติก่อนเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านกับการจากไปของลูกสาว เธอจึงได้ฝึกวาดจนชำนาญหลังย้อนเวลากลับมาเธอก็ฝึกวาดอยู่เป็นประจำทำให้เพียงครึ่งชั่วโมงเธอก็ได้รูปกี่เพ้าที่ทันสมัยและลวดลายหงส์ร่อนมังกรอย่างรวดเร็ว “หลินอีหนูมีพรสวรรค์มาก”  “ว้าว สหายรักเธอเก่งมาก ๆ เลย”  ทั้งคู่เอ่ยชมด้วยความตื่นเต้น พวกเขาไม่เคยเห็นใครวาดรูปได้รวดเร็วขนาดนี้และยังสมบูรณ์แบบมาก จ้าวหลินอียื่นรูปให้ทั้งสองดู ความจริงชาติก่อนเธอออกแบบได้มากกว่านี้ เพียงแต่เธอไม่มีเส้นสายและยังถูกกู้เหวินเฟยกับตู่จื่อหย่าขัดขวางทางเดินจนแทบไม่มีที่ให้เธอไป ทำให้เธอไม่มีโอกาสฟื้นกลับมาแก้แค้นให้ลูกสาวได้ “ชุดนี้ฉันให้หนึ่งร้อยหยวน และชุดที่วาดเมื่อครู่ฉันให้หนึ่งร้อยห้าสิบหยวนหนูคิดว่าไง” โจวซินหยู่เอ่ยถามอย่างระวัง การค้าขายต้องมีความเสี่ยงแต่เห็นว่าหล่อนมีความตั้งใจอีกทั้งบุตรสาวบุตรชายเป็นคนพา
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status