เข้าสู่ระบบชาติก่อนเพราะความโง่เขลา จ้าวหลินอีจึงยอมเสียสละส่งคนรักอย่างกู้เหวินเฟยเรียนต่อเพราะหวังจะสร้างครอบครัวด้วยกัน โดยให้เขาดูแลตนเองยอมเป็นภรรยาที่คอยเพียงเขา ทว่าสุดท้ายสามีกลับนำผู้หญิงคนอื่นกลับมาและหย่าขาดกับเธอ เพราะว่าเธอไม่มีอะไรเหมาะสมกับเขา แม้แต่ลูกสาวของตนเองก็ปกป้องไม่ได้ สุดท้ายลูกสาวของเธอก็ทนรับความบอบซ้ำทางใจไม่ไหวจึงได้ฆ่าตัวตาย เธอมีชีวิตอยู่อย่างละอายใจ ทว่าร่างกายที่ทำงานหนักมาตั้งแต่เยาว์วัยเสื่อมโทรม จึงได้ตายตามบุตรสาวไปเพียงไม่นาน แต่แล้วด้วยโชคชะตาหรือสิ่งใดก็ไม่อาจทราบได้ จ้าวหลินอีได้ย้อนเวลากลับมาในตอนที่เธออายุได้สิบเจ็ดปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่เธอจะตัดสินใจไม่เรียนต่อ และแน่นอนเธอจะต้องสร้างชีวิตใหม่ของตนเองให้ได้ ด้วยความหวังอันแน่วแน่ว่า ลูกสาวที่เธอไม่อาจปกป้องได้ในชาติก่อน มาชาตินี้เธอจะไม่มีวันปล่อยให้ลูกสาวที่จะเกิดมาถูกรังแกได้อีก ตัวอย่างในเล่ม “ลูกชายฉันทั้งเป็นคนดีอีกทั้งเรียนเก่งขนาดนี้ ยอมแต่งลูกสาวบ้านหล่อนก็บุญเท่าไหร่แล้ว” คำพูดของอดีตแม่สามีทำให้จ้าวหลิงอีหลุดหัวเราะเบา ๆ ลูกชายฉันเป็นคนดี? ช่างน่าขำเสียจริง แล้วลูกคนอื่นไม่ใช่คนดี
ดูเพิ่มเติม“เดี๋ยวลูกไปเล่นที่หลังร้านก่อนนะ เดี๋ยวบ่ายๆ เรากลับบ้านกันจะได้ไปเตรียมอาหารเย็น”“ได้ค่ะ” เด็กหญิงตอบรับก่อนจะลากน้องชายไปด้วย ครั้งนี้เธอยอมเล่นฟันดาบกับเขา ทำให้ใบหน้าบูดบึ้งของน้องชายยิ้มออกมาได้ ยิ่งรู้ว่าตอนเย็นมีของชอบด้วยยิ่งทำให้สองฝาแฝดเล่นกันอย่างสนุกสนานจ้าวหลินอีรีบตัดเย็บชุดครอบครัวอย่างรวดเร็วเธอไม่ได้ให้ลูกจ้างคนอื่นช่วยเพราะอยากทำด้วยตนเอง ตอนนี้ร้านค้าทั้งสามสาขาของเธอกิจการดีมากและยังได้ผลกำไลเยอะขึ้นทุกปีและได้การตอบรับจากลูกค้ามากยิ่งขึ้น ยิ่งได้ดาราดังมาช่วยเป็นนางแบบทำให้ร้านลี่หรงถังโด่งดังทั่วปักกิ่งเลยทีเดียว และเธอเคยส่งงานเข้าร่วมประกวดจนได้รางวัลการออกแบบดีเด่นมาประดับร้านอีกด้วยหลังจากตัดเย็บจนได้เวลาทำอาหารจ้าวหลินอีจึงได้เดินทางกลับบ้าน ส่วนวัตถุดิบเธอให้เด็กที่ร้านออกไปซื้อเตรียมไว้ให้แล้ว ซึ่งเธอก็ได้มอบทิปน้ำใจให้เป็นการตอบแทนด้วย และการกระทำแบบนี้ทำให้ลูกจ้างที่ร้านลี่หรงถังต่างชอบนายจ้างแบบเธอมากและไม่มีใครลาออกจากงานสักคนเดียว งานดี เงินดีและยังมีเจ้านายที่แสนดีพวกหล่อนจึงกอดขาทองคำไ
ฉึก!!กู้เหวินเฟยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาก้มมองภรรยาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แต่กลับมองเห็นแววตาแห่งความบ้าคลั่งของตู่จื่อเฟยถึงกลับทำให้เขาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เมื่อก้มมองตรงอกข้างซ้ายของตัวเองที่มีมีดปลายแหลมคมปักอยู่ ซึ่งเป็นมีดที่ตู่จื่อหย่าพกติดตัวตลอดตั้งแต่ถูกกู้เฉินฮุ่ยลวนลามเมื่อครั้งก่อน เธอเอาไว้ป้องกันตัวไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้ใช้มันกับคนที่เธอรักมากปึก!กรี๊ดดดด ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นลั่นบ้าน จากนั้นก็เกิดความวุ่นวายขึ้นแต่น่าเสียดายที่ยุคสมัยนี้ยังไม่พัฒนาเรื่องการแพทย์และไม่มีรถส่วนตัวที่จะหามส่งโรงพยาบาลได้ทัน เวลาต่อมากู้เหวินเฟยจึงได้เสียชีวิตลง เรื่องนี้ทำให้ชาวบ้านที่มาพบเห็นเหตุการณ์ต่างตื่นตระหนกหลังจากที่มีเหตุการณ์ฆ่ากันตายตู่จื่อหย่าไม่ได้หนีความผิด เธอเดินกลับเข้าห้องไปอย่างสงบและสุดท้ายก็จบชีวิตลูกน้อยด้วยน้ำตา ดวงตาที่มีแต่ความแค้นและความเกลียดชังมองไปยังบ้านกู้ก่อนจะจุดไฟเผาด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็จบชีวิตตัวเองตามไปด้วย เพราะรู้ดีว่าหากเธอไม่ตายก็ต้องติดคุ
แต่ชาตินี้เธอท้องกลับมีคนดูแลแทบจะไม่ได้เดินเองเลย ร้านค้าก็มีคนช่วยดูแลและนำเอกสารการเงินมาให้ดูถึงบ้าน และมาเล่ารายงานให้ฟังสองสามวันต่อครั้ง ความแตกต่างกันนี้ทำให้เธอรู้สึกอยากขอบคุณสวรรค์ที่ให้ย้อนเวลากลับมาเธอจะใช้ชีวิตนี้ให้คุ้มค่ากับการที่ได้มาเลยทีเดียวขณะที่จ้าวหลินอีถูกประคบประหงมราวกับไข่ในหิน ทางด้านตู่จื่อหย่าถูกคนบ้านตระกูลกู้จิกหัวใช้ราวกับทาส คลอดลูกออกมาก็เป็นลูกสาวยิ่งทำให้แม่สามีชิงชังมากกว่าเดิมทุกวันนี้ร่างกายเธอผอมแห้งดวงตามีแต่ความเครียดแค้นชิงชัง ไม่รู้ว่าทำไมชีวิตที่ดีของเธอต้องมาลงเอ่ยแบบนี้ พ่อที่เคยตามใจและหนุนหลังกลับติดคุก แม่ที่เคยตามใจเธอกลับหนีตามผู้ชายคนใหม่พี่ชายก็ไม่รู้หนีหายไปไหนสุดท้ายเธอจึงเหลือตัวคนเดียวทำให้คนบ้านกู้ต่างดูถูกต่าง ๆ นา ๆ อีกทั้งยังมีผู้ชายสารเลวอย่างกู้เฉินฮุ่ยที่คอยแอบเข้าหาและลวนลามเธอเวลาไม่มีคนอยู่ ทำให้เธอน้ำท่วมปากไม่สามารถป่าวตะโกนออกไปได้ส่วนสามีที่เธอคิดฝากฝังชีวิตกลับไม่ได้มาที่บ้านตั้งแต่รู้ว่าเธอคลอดลูกสาวแล้ว เมื่อก่อนเป็นเธอและครอบครัวที่ส่งเสียเ
ทว่าเวลาต่อมาจ้าวหลินอีจึงได้รู้ซึ้งแล้วว่า มาเก๊าเป็นสถานที่กินคนอย่างแท้จริง พวกคนงานถูกใช้งานยิ่งทาส ค่าครองชีพก็สูงเป็นอย่างมาก อีกทั้งผู้หญิงที่มาที่นี่ก็ถูกจับเข้าซ่องโสเภณีเสียส่วนใหญ่ หากไม่มีคนหนุนหลัง แม้กระทั่งคู่รักที่รักปานจะกลืนกินเมื่อมาที่มาเก๊าความรักก็จางหายมีแต่ความเห็นแก่ตัวให้เห็นเท่านั้น เพราะพวกเขาแม้กระทั่งขายผู้หญิงที่ตัวเองบอกว่ารักมากให้กับชายอื่นเพื่อเงินเพื่อมีชีวิตต่อไปสิ่งที่เห็นในมาเก๊าทำให้จ้าวหลินอีรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก อยู่ปักกิ่งดีที่สุดแล้ว เมืองใหญ่ที่การแข่งขันสูงแต่ก็หาเงินได้คล่องและไม่ได้เบียดเบียนชีวิตใครแต่ถึงมาเก๊าจะมีสิ่งไม่ดีให้เห็นแต่ก็มีสิ่งสวยงามที่เย้ายวนให้ผู้คนเดินทางมามากมาย ที่นี่เหมือนไม่มีเวลากลางคืน มีแสงสว่างตลอดเวลาและมีความครึกครื่นเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคาสิโนที่มีนักพนันมากมายมาเสี่ยงดวงที่นี่ บางคนเล่นหนักถึงกับเสียมือเสียเท้าไปเลยทีเดียวแต่นั่นเป็นความละโมบของพวกเขา จ้าวหลินอีเริ่มมองผู้คนด้วยความสงบนิ่งมากขึ้นไม่ได้มีแววตาตื่นตระหนกเหมือนวันแรกที่มาเยือน อีกทั้งข้างกายมีสามีอย่างเย่คุนข่
พวกเขานั่งเล่นและทานอาหารกันจนตะวันเริ่มตกดิน ทุ่งดอกไม้ที่ผลิบานในปีละครั้งเหมือนแสดงความยินดีให้ความรักของจ้าวหลินอีจึงได้เริ่มบานในเวลานี้ พวกเขาต่างซึมซับบรรยากาศแสนหวานก่อนจะพากันกลับบ้าน วันนี้พวกเขาเที่ยวเล่นในป่าทั้งวันพอตกเย็นจึงได้พากันนอนแต่หัวค่ำ คงจะมีคนที่มีความรักเท่านั้นที่มานั่งคุย
“พี่ใหญ่พี่กลับมาแล้ว หอบอะไรมาเยอะแยะคะ” จ้าวหลินอียิ้มกว้างเมื่อเห็นพี่ชายกลับมาพร้อมหอบข้าวของมาเยอะแยะ “วันนี้พี่ได้ของดีมาฝากพ่อ” เจ้าตัวยิ้มกริ่มก่อนจะนำของดีที่ว่าออกจากถุงผ้า เมื่อเห็นสิ่งนั้นจ้าวหลินอีก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “ของแบบนี้กินให้น้อยๆ หน่อยๆ ค่ะอันตรายกับชีวิตทั้งนั้น”
“เอาอีกถังหรือไม่” เย่คุนข่ายถามคนรักอย่างเอาใจใส่ เป็นการบอกทุกคนว่าเขาพร้อมสนับสนุนจ้าวหลินอีอย่างเปิดเผย ซึ่งชาวบ้านต่างก็ถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว “นิสัยร้ายกาจอย่างนี้ใครอยากจะแต่งหล่อนเป็นสะใภ้กัน” หนึ่งในนั้นพูดขึ้นมาอย่างโมโห เมื่อก่อนจ้าวหลินอีไม่ใช่คนแบบนี้ ทว่าตั้งแต่ไปเรียนมหาวิทยาลัยกล
“บะหมี่อายุยืนครับ กินให้หมดอย่ากัดขาดนะครับ” จ้าวหลินอีมองชามบะหมี่ตรงหน้าแล้วน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่ได้กินบะหมี่อายุยืนนานมากแล้วและไม่เคยมีใครใส่ใจเธอมากขนาดนี้มาก่อน “หมี่ซั่วชามนี้พี่ชายฉันเป็นคนลงมือทำเองเลยนะ” เย่ซินหรานรีบเอ่ยบอกความดีงามของพี่ชาย เธอมองสหายด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ซึ่





