Se connecterบ้านของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอนัก เซียวลี่ถิงใช้เวลาแค่เพียงไม่นานก็เดินไปถึงหน้าบ้านของเฉินซีห่าวแล้ว ก่อนหน้าที่เฉินซีห่าวจะประสบความสำเร็จพ่อและแม่ของเขาเป็นแค่เพียงชาวสวนชาวไร่ธรรมดา แต่หลังจากที่กิจการของเฉินซีห่าวก้าวหน้าพวกเขาก็ย้ายบ้านเข้าไปในเมืองแล้วขายที่ดินทั้งหมดทิ้งไป
ก่อนแต่งงานพวกเขามองว่าเซียวลี่ถิงลดตัวลงไปแต่งงานกับลูกชายของพวกเขา พวกเขาจึงปฏิบัติต่อเซียวลี่ถิงอย่างให้เกียรติ ต่อมาเมื่อเฉินซีห่าวประสบความสำเร็จพวกเขาก็พลันเปลี่ยนสีหน้ากลายเป็นพ่อแม่สามีที่ทั้งเอาแต่ใจและหยิ่งผยอง พวกเขามองว่าเซียวลี่ถิงโชคดีที่ได้แต่งงานกับลูกชายที่เก่งกาจของพวกเขา ตอนนี้ไม่ว่าพวกเขาจะมองเซียวลี่ถิงด้วยสายตาเช่นไร เซียวลี่ถิงก็ไม่คิดจะสนใจสายตาของพวกเขาแล้ว
“อ้าว! ทำไมวันนี้หนูถึงมาที่นี่ได้ละจ๊ะ” เสียงทักของคุณแม่เฉินทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมา หญิงวัยกลางคนตรงหน้ากำลังส่งมอบรอยยิ้มแห่งความมีเมตตามาให้เธอแตกต่างไปจากหญิงชราอารมณ์ร้ายที่เซียวลี่ถิงคุ้นเคย
“วันนี้หนูตั้งใจว่าจะมาชวนคุณป้าและน้องซีหลันเข้าเมืองไปด้วยกัน ห้องเสื้อที่หนูสั่งตัดชุดเอาไว้มีเสื้อผ้าสำเร็จรูปเข้ามาใหม่ ทั้งสวยทั้งทันสมัยหนูอยากจะซื้อให้คุณป้าและน้องซีหลัน แต่ก็กังวลว่าจะไม่พอดีตัวก็เลยตั้งใจว่าจะมาชวนคุณป้าและน้องซีหลันเข้าเมืองไปด้วยกันจะได้เลือกซื้อตามความชอบของคุณป้าและน้องซีหลัน อีกทั้งยังจะได้ลองชุดเพื่อจะได้เลือกชุดที่พอดีตัวด้วยค่ะ” เมื่อได้ยินว่าเซียวลี่ถิงจะซื้อชุดให้สีหน้าของคุณแม่เฉินก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างปิดบังเอาไว้ไม่มิด แต่คำพูดที่เอ่ยออกมากลับเต็มไปด้วยความเกรงอกเกรงใจอย่างไม่จริงใจนัก
“อั๊ยหยา ป้าไม่กล้ารบกวนให้หนูซื้อให้หรอก ป้ากับซีหลันสวมใส่อะไรก็ได้ถึงอย่างไรก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหน วันๆ ก็หมกตัวอยู่แต่ที่บ้านและไร่นา” คำพูดของคุณแม่เฉินทำให้เฉินซีหลันรีบส่งเสียงคัดค้านในทันที
“แม่ไม่อยากได้แต่หนูอยากได้ พี่ลี่ถิงคะฉันอยากได้ชุดใหม่ค่ะ” เฉินซีหลันพูดพลางเดินมาคล้องแขนของเซียวลี่ถิงเอาไว้ สายตาที่เต็มไปด้วยความละโมบของเฉินซีหลันทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมา ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่เคยได้เป็นพี่สะใภ้ของเฉินซีหลันทำให้เซียวลี่ถิงรู้ดีว่าเฉินซีหลันซื้อใจได้ง่ายขอแค่เพียงมีเงินมากพอก็สามารถจูงจมูกเฉินซีหลันได้แล้ว
“แน่นอน สำหรับน้องซีหลันแล้วไม่ใช่แค่เพียงเสื้อผ้า ยังมีกระเป๋าและรองเท้า พี่รับรองเลยว่าขอเพียงน้องซีหลันชอบพี่ก็ยินดีที่จะซื้อให้” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้ เฉินซีหลันก็รีบหันไปพูดกับแม่ของเธอในทันที
“แม่! พวกเราเข้าเมืองไปกับพี่ลี่ถิงกันเถิด อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานแต่งของพี่ใหญ่กับพี่ลี่ถิงแล้ว พวกเราจะแต่งตัวมอซอไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นพี่ใหญ่คงได้ขายหน้าคนอื่นแน่” แม้ว่าเฉินซีหลันจะสามารถจูงจมูกได้ง่าย แต่ก็ไม่ใช่คนที่ไร้สมองเสียทีเดียวจุดอ่อนของคุณแม่เฉินล้วนอยู่ในกำมือของลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านหมดแล้ว สิ่งที่คุณแม่เฉินคำนึงถึงมากที่สุดก็คือความมีหน้ามีตาของลูกชายคนโตอย่างเฉินซีห่าว และสิ่งที่คุณแม่เฉินรู้สึกยอมรับไม่ได้มากที่สุดก็คือการปล่อยลูกชายถูกคนอื่นมองด้วยสายตาดูแคลน
“ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นวันนี้พวกเราเข้าเมืองกันเถิด ดีเลยแม่จะได้แวะเข้าไปที่บ้านของพี่ใหญ่ของแกสักหน่อย บ้านที่จะใช้เป็นเรือนหอสมควรจะต้องจัดเตรียมเอาไว้ให้ดี จะได้ไม่ขายหน้าลี่ถิงและครอบครัว” คำพูดของคุณแม่เฉินทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมา
เซียวลี่ถิงมั่นใจว่าคำพูดของหม่าชิงอีเป็นความจริง หม่าชิงอีเคยพักอาศัยอยู่กับเฉินซีห่าวในบ้านที่ใช้เป็นเรือนหอ ตอนที่แต่งงานกันใหม่ๆ เซียวลี่ถิงเคยพบร่องรอยของหม่าชิงอี ไม่ว่าจะเป็นชุดชั้นในที่หม่าชิงอีจงใจทิ้งไว้หรือว่าของใช้เล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นว่าหม่าชิงอีเคยพักอยู่ในนั้นหลังนั้นล้วนปรากฏให้เห็น
แต่เพราะตอนนั้นเซียวลี่ถิงยังเป็นแค่เพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่ยอมรับความเป็นจริงไม่ได้ เธอไม่อยากจะยอมรับว่าสิ่งที่พ่อ แม่และพี่ชายพูดคือสิ่งที่ถูกต้อง เธอเลือกแต่งงานกับคนไม่ดี อีกทั้งในตอนนั้นเธอไม่อยากจะยอมรับว่าเฉินซีห่าวมีคนอื่นและเธอไม่อยากให้ชีวิตการแต่งงานที่พึ่งจะเริ่มต้นของเธอต้องเผชิญกับความล้มเหลว เซียวลี่ถิงจึงแสร้งหลับหูหลับตาเชื่อคำแก้ตัวของเฉินซีห่าวในตอนที่เขาบอกว่าของใช้ของผู้หญิงที่วางอยู่ในบ้านคือของใช้ของแม่และน้องสาวของเขาที่หลงลืมเอาไว้ เธอไม่รู้เลยสักนิดว่าความโง่เขลาของเธอในตอนนั้นจะทำให้ชั่วชีวิตหลังจากนั้นของเธอราวกับตกอยู่ในขุมนรก
เซียวลี่ถิงพาแม่และน้องสาวของเฉินซีห่าวนั่งรถประจำทางเข้าไปในตัวเมือง นอกจากจะพาไปตัดชุดใหม่ในห้องเสื้อที่เธอใช้บริการเป็นประจำแล้ว เธอยังพาคนทั้งสองไปซื้อของกินของใช้อีกจำนวนหนึ่งใช้ข้ออ้างว่าจะนำของที่เธอซื้อไปมอบให้เฉินซีห่าว สองแม่ลูกที่ในมือยังถือเสื้อผ้าที่เซียวลี่ถิงซื้อให้รีบตอบตกลงในทันที แล้วหลังจากนั้นคนทั้งหมดก็หอบหิ้วข้าวของเดินทางไปที่บ้านในเมืองของเฉินซีห่าว
“พี่ใหญ่จะต้องดีใจมากแน่ๆ ที่พี่ลี่ถิงแวะมาหาเขาเช่นนี้ แถมยังซื้อของมาให้เขาอีกตั้งหลายอย่าง” คำพูดของเฉินซีหลันทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมา สาเหตุที่เธอสิ้นเปลืองเงินทองซื้อของติดมือมาด้วยก็เพื่อใช้ข้าวของเหล่านี้แสดงให้ทุกคนเห็นว่าเธอจริงใจและทุ่มเทกับเฉินซีห่าวมากขนาดไหน อีกทั้งข้าวของเหล่านี้ยังจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้ทุกคนคิดว่าวันนี้เธอตั้งใจจะพาคุณแม่เฉินและเฉินซีหลันมาจับชู้จนถึงบ้าน
“พี่ซีห่าวบอกกับฉันว่าเขาจะรีบสะสางงานให้เสร็จให้หมดก่อนหน้าจะถึงงานแต่ง หลังแต่งไปแล้วเขาจะได้มีเวลาอยู่กับฉันให้มากสักหน่อย ฉันกลัวว่าเขาจะหักโหมทำงานมากจนเกินไป ก็เลยคิดว่าควรจะซื้อของบำรุงมามอบให้เขา” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้คุณแม่เฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปลาบปลื้มใจ
“ซีห่าวกำลังจะได้แต่งงานกับคนที่เอาใจใส่เขามากถึงขนาดนี้ นับว่าเป็นวาสนาที่ดีของเขา” เมื่อได้ยินประโยคนี้ของคุณแม่เฉินเซียวลี่ถิงก็ยิ้มออกมาพลางภาวนาอยู่ในใจว่าขอให้หม่าชิงอีอยู่ในบ้านของเฉินซีห่าวอย่างที่เธอคาดการณ์เอาไว้ เธอจะได้สามารถสลัดคนอย่างเฉินซีห่าวไปจากชีวิตของเธอได้เสียที วาสนาของเฉินซีห่าวจะเป็นเช่นไรเซียวลี่ถิงไม่สนใจ เธอรู้แค่เพียงว่าเมื่อได้ย้อนกลับมาแล้วแบบนี้เธอไม่ต้องการจะผูกวาสนากับสามีชั่วช้าอย่างเฉินซีห่าวอีกแล้ว
“คุณแม่มีกุญแจบ้านพี่ซีห่าวไหมคะ ฉันอยากให้พี่เขารู้สึกประหลาดใจที่เห็นฉันค่ะ” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้คุณแม่เฉินหันมามองเซียวลี่ถิงด้วยความประหลาดใจเซียวลี่ถิงจึงได้แสร้งทำสีหน้าเขินอายแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเก้อเขิน
“พี่เขาจะต้องคิดไม่ถึงแน่ๆ ว่าฉันจะมาหาก่อนหน้าวันแต่งงานไม่กี่วันเช่นนี้” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้คุณแม่เฉินก็ยิ้มออกมาในทันที
“อยากจะสร้างความประหลาดใจหรือก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเขามานานแล้ว” คุณแม่เฉินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจแล้วคว้ากุญแจบ้านมาถือเอาไว้ เมื่อถึงหน้าประตูบ้านของเฉินซีห่าวก็ลงมือไขกุญแจด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“เข้ามาในบ้านก่อนเถิด” คุณแม่เฉินพูดพลางเดินเข้าไปในบ้าน สิ่งที่สะดุดสายตาของทุกคนก็คือรองเท้าหนังสีแดงสดคู่หนึ่งถูกถอดวางคู่กับรองเท้าหนังสีดำของเฉินซีห่าว เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของเฉินซีห่าวและผู้หญิงคนหนึ่งทำให้ทุกคนหน้าเสีย เซียวลี่ถิงไม่ยอมทิ้งโอกาสอันดีรีบก้าวเท้าแซงหน้าคุณแม่เฉินและเฉินซีหลันเดินตรงไปที่บันไดในทันที
“พี่ลี่ถิง!” เฉินซีหลันส่งเสียงร้องเรียกชื่อเธอทำให้เสียงหัวเราะของคนที่อยู่ด้านบนพลันเงียบเสียงลง แต่เซียวลี่ถิงไม่สนใจในชีวิตก่อนของเธอเคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้มานานหลายปี ห้องนอนของเธอและเฉินซีห่าวอยู่ตรงไหนเธอย่อมรู้ เสียงหัวเราะที่เธอได้ยินดังลงมาจากห้องนั้นมันทำให้เธอรีบเร่งฝีเท้าขึ้นไปให้เร็วขึ้นเพื่อจะไม่พลาดโอกาสดีๆ ในการจับชู้รักของว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ
“พี่ซีห่าว” ประตูห้องนอนที่เปิดอยู่ทำให้เธอเห็นว่าในห้องมีผู้ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยและผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่มีสีหน้าประหลาดใจ
“ลี่ถิง!” เฉินซีห่าวส่งเสียงเรียกชื่อเธอพลางพยายามกลัดกระดุมเสื้อของตนเอง แต่เซียวลี่ถิงไม่สนใจเสียงเรียกของเขาสิ่งที่เธอทำก็คือการเดินตรงหาเขาแล้วเงื้อฝ่ามือขึ้นแล้วตบลงบนใบหน้าของเขาด้วยแรงทั้งหมดที่เธอมี
เมื่อขึ้นไปบนรถแล้วทุกคนก็ต่างไม่มีใครกล้าเปิดปากพูด คราวนี้กู้ชิงโจวเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับอย่างเซียวหลิง ส่วนสวีเฟยแม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรแต่มือที่ทั้งเรียวบางและอบอุ่นของเธอกลับกุมมือของเซียวลี่ถิงเอาไว้แน่น“นายไปส่งคุณสวีก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันนั่งรถกลับมาเอง” กู้ชิงโจวพูดเมื่อเห็นว่าเซียวหลิงใจลอยจนรับรถเลยเส้นทางที่จะเข้าบ้านของเขาแล้ว“โอ๊ะ ขอโทษทีเดี๋ยวฉันวนรถกลับไปส่งนายก่อน” เซียวหลิงพูดพลางหาเส้นทางกลับรถเพื่อวนรถกลับไปทางเดิม ท่าทีของคนในรถทำเซียวลี่ถิงเม้มปากแน่นแล้วสุดท้ายก็พูดออกมาตามตรง“ฉันไม่เป็นไร ทุกคนเชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ถ้าจะมีก็มีแค่เพียงความเกลียดชังเพียงเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าฉันจะเสียใจ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็หันมาจ้องมองเธอแล้วสุดท้ายเขาจึงได้พูดออกมาตามตรง“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คนแบบนั้นไม่มีค่าคู่ควรที่จะทำให้คุณเสียใจ” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาเธอหันไปมองสวีเฟยแล้วพูดกับสวีเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะเฟยเฟย ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วดังนั้นตอนนี้ฉันไม่ได้เศ
สีหน้าของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งเซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็หันไปมองยังทิศทางที่เฉินซีห่าวนั่งอยู่ โต๊ะของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่เซียวลี่ถิงนั่งเท่าใดนักทำให้สีหน้าของทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นกู้ชิงโจวที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน“พวกเรากินข้าวกันเถอะ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของพวกเราเลย” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้ทุกคนพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรับรู้ว่าอาหารของภัตตาคารแห่งนี้มีรสชาติอร่อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกินข้าวได้ฝืดคอยิ่งนักแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ยังฝืนกลืนข้าวลงคอไปเธอจำได้ดีว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินซีห่าวคือหุ้นส่วนทางธุรกิจในชาติที่แล้วของเขา ตอนนี้เซียวลี่ถิงรู้แล้วว่าต่อให้เธอทำลายชื่อเสียงของเขาในโรงงานแต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายการร่วมมือกันระหว่างเฉินซีห่าวและหุ้นส่วนของเขาได้ แต่เมื่อเธอคิดว่าหลี่ฉยงคือคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าความประพฤติส่วนตัวของหุ้นส่วนทางการค้าเซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกม
เมื่อเฉียวอวี้หรานและเซียวจิ่งประชุมเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เซียวลี่ถิงรีบรายงานเรื่องที่เฉียวซูหลันต้องการพบเซียวจิ่งในทันที เซียวจิ่งเข้าไปสะสางงานของตนเองในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้รีบไปหาเฉียวซูหลัน ส่วนเฉียวอวี้หรานกำลังนั่งตรวจสอบงานที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยทำเสร็จแล้ว ตรวจงานได้แค่เพียงครู่หนึ่งเธอก็รีบโบกมือไล่เด็กสาวทั้งสองในทันที“พวกเธอทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ ดูฉันสิ! พอได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมายืนที่หน้าห้องเช่นนี้มันทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำงานเลย” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงและสวีเฟยหัวเราะออกมาพร้อมกัน เซียวหลิงเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งก็จริงแต่คนที่กำลังเริ่มต้นคบหากับหนุ่มหล่ออย่างซ่งซีไป๋พูดว่าตนเองไม่มีสมาธิทำงานเพราะเซียวหลิง มันทำให้คนที่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ“แฟนของพี่คือซ่งซีไป๋เชียวนะ คนหน้าตาอย่างพี่ชายของฉันยังสามารถทำให้พี่เสียสมาธิได้ด้วยหรือ” คำถามของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาอย่างขัดเขินแล้วพูดออกมาตามตรง“ก็บอกแล้วว่าเขายังไม่ได้เริ่มต้นจีบเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนก็คงจะเร็วเกินไป ส่วนพี่ชายของเธอน่ะ เธอไม่เห็นหรือว่าสาวๆ ท
เฉินซีห่าวพ้นคดีออกจากคุกมาแล้วเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกกังวล เซียวลี่ถิงเข้าใจความกังวลของคนในครอบครัวดีจึงมักจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปไหน สถานที่เดียวที่เธอไปก็คือโรงงานเพียงเท่านั้น ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่เคยออกนอกเส้นทางระหว่างบ้านและโรงงานเลย พี่ชายของเธอลงทุนซื้อรถยนต์ก็เพียงเพื่อคอยรับส่งเธอด้วยตนเอง แม้ว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขาจะหมดไปแต่เขาก็ไม่เคยบ่นให้เธอได้ยินเลยสักคำ“ฉันก็เลยมีบุญได้นั่งรถของพี่ชายของเธอไปด้วย” สวีเฟยพูดออกมาพลางดื่มกาแฟที่เฉียวอวี้หรานซื้อมาฝากจากร้านที่อยู่นอกโรงงาน“แล้วไม่ดีหรือไง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเธอจะได้มีเงินเหลือเก็บเอาไว้ใช้ลงทะเบียนเรียนในอนาคต อีกทั้งเธอยังจะได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันด้วย” เซียวลี่ถิงพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากินโดยไม่ลืมหันไปขอบคุณเฉียวอวี้หรานโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าขัดเขินของเพื่อนสนิทของตนเอง“ขอบคุณพี่อวี้หรานนะคะที่ซื้อขนมกับกาแฟมาฝากฉันกับเฟยเฟย”“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกับเฟยเฟยมาช่วยงาน ฉันก็คงจะไม่ได้มีเวลาพักเพียงพอจนสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งสวีเฟยและเซียวลี่ถิงก็
สีหน้าและแววตาของสวีเฟยในตอนนี้แตกต่างจากสวีเฟยที่เธอเคยจดจำได้ในชาติก่อน ในชาติก่อนสวีเฟยแต่งงานกับคุณหมอคนหนึ่ง แรกเริ่มสวีเฟยก็ยังติดต่อกับเธออยู่บ้าง แต่แล้วสวีเฟยก็ขาดการติดต่อไป จนเมื่อได้พบกันอีกครั้งก็คือที่โรงพยาบาล ใบหน้าอันบอบช้ำรวมไปถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวีเฟยทำให้เธอสามารถคาดเดาความเป็นอยู่ของสวีเฟยได้เพราะตอนนั้นเธอเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันกับสวีเฟยจนเมื่อได้พูดคุยกันสวีเฟยจึงได้เล่าให้เซียวลี่ถิงฟังว่าชีวิตของสวีเฟยก็ไม่ต่างจากเธอมากนัก ถูกสามีทุบตีแถมยังถูกสามีนอกใจ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเธอถูกสามีข่มขู่จึงไม่อาจจะเลิกรากับสามีได้ แต่สวีเฟยนั้นเป็นเพราะสามีอยากหย่าแต่สวีเฟยไม่ยอมเขาจึงได้ลงไม้ลงมือทุบตี สาเหตุที่สวีเฟยไม่ยอมหย่าข้อแรกเป็นเพราะสวีเฟยกังวลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก ส่วนข้อสองก็คือถ้าหย่าขาดกันไปสวีเฟยไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงตนเองและลูกได้อย่างไร สุดท้ายสวีเฟยก็ทนใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นจนลูกโตเพียงพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว สวีเฟยจึงได้จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายเซียวลี่ถิงจดจำได้ดีว่ามีช่วงหนึ่งตอนที่เคยนั่งพูดคุยปรับทุกข์กัน สวีเฟยเคยบอกกับเธอ
เซียวลี่ถิงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันแถมยังถูกอดีตเจ้าบ่าวเข้ามาทำร้ายร่างกายจนถึงบ้านอีก เรื่องราวของเธอถูกทุกคนเอาไปพูดถึงอย่างถึงพริกถึงขิง บางคนเห็นใจแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกสมเพช ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ เธอไม่อยากจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านแล้ว จึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่คิดจะสนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง“จำเอาไว้นะลูก เวลาจะเลือกผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยต้องดูให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นจะมีจุดจบที่ไม่ดีอย่างลูกสาวบ้านเซียว” ถ้อยคำสั่งสอนประโยคนี้ทำให้เซียวลี่ถิงหันไปมองยังต้นเสียงในทันที แล้วเธอก็เห็นคุณแม่คนหนึ่งกำลังนั่งสั่งสอนและพร่ำบ่นบุตรสาวด้วยสีหน้าจริงจัง เซียวลี่ถิงทำได้แค่เพียงทอดถอนใจออกมาแล้วหันกลับมากินข้าวต่อ“เธอไม่โกรธหรือที่เขาพูดถึงเธอเช่นนั้น” สวีเฟยกระซิบถามเซียวลี่ถิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย สวีเฟยและเซียวลี่ถิงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างคนก็ต่างรู้นิสัยของกันและกันดี เมื่อได้เห็นว่าเซียวลี่ถิงไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกโกรธยามที่มีคนพูดถึงแถมยังก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีส







