Mag-log inเสียงไก่ขันที่ไม่ได้ยินมานานแล้วทำให้เซียวลี่ถิงลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอจ้องมองหลังคากระเบื้องอันคุ้นเคยแล้วก็พระพริบตาเพื่อขับไล่น้ำตาแห่งความคิดถึงที่ไหลลงมาเมื่อจำได้ว่าสถานที่แห่งนี้คือห้องนอนส่วนตัวของเธอในตอนที่เธอยังอยู่กับพ่อและแม่ในบ้านหลังเก่าของครอบครัว เสียงความเคลื่อนไหวที่อยู่ภายนอกห้องทำให้เธอหลับตาลงอีกครั้งเพื่อซึมซับบรรยากาศเก่าๆ ที่เกือบจะเลือนหายไปจากความทรงจำของเธอไปแล้ว
“ลี่ถิง ทำไมยังไม่ตื่นอีก วันนี้ลูกจะเข้าเมืองไปรับชุดที่สั่งตัดเอาไว้ไม่ใช่หรือ” เสียงเรียกที่ดังเข้ามาในห้องทำให้เซียวลี่ถิงขยับตัวในทันที
“แม่!” เธออุทานออกมาพลางขยับตัวลุกขึ้นแล้วเซียวลี่ถิงก็นิ่วหน้าในทันทีเมื่อรู้สึกว่าร่างกายของเธอไม่เหมือนเมื่อก่อน
“ลี่ถิง ลูกไม่ได้ยินที่แม่เรียกหรือ” สุ่ยเหมยเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจ้องมองเซียวลี่ถิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“อ้าว! ก็ตื่นแล้วนี่นาทำไมถึงไม่รีบลุกออกมา วันนี้ลูกจะเข้าไปในเมืองไม่ใช่หรือ” คำถามของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้า เธอขยับตัวลุกขึ้นก้มมองร่างของตนเองแล้วจึงได้เดินเข้ามาหาสุ่ยเหมยอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้พบ
“แม่คะ” เซียวลี่ถิงพูดพลางค่อยๆ ยื่นมือของตนเองไปแตะที่มือของสุ่ยเหมยเบาๆ
“ลูกเป็นอะไรไป ไม่สบายหรือเปล่า” คำถามของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้า แต่ฝ่ามืออันอบอุ่นของสุ่ยเหมยก็ยังยื่นมาแตะที่หน้าผากของเธอเพื่อทดสอบอุณหภูมิอยู่ดี
“ก็ไม่ได้ตัวร้อนนี่นา ลี่ถิงแม่ทำอาหารเช้าเอาไว้แล้ว พ่อกับพี่ชายของลูกก็ออกไปทำงานกันทั้งคู่แล้ว ลูกเป็นอะไรไปหรือยังโกรธที่พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยเรื่องการแต่งงานของลูก” เมื่อสุ่ยเหมยพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ส่ายหน้า หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอแล้วไหลลงมาของเธอทำให้สุ่ยเหมยเอ่ยปากถามมาด้วยความประหลาดใจในทันที
“ลูกเป็นอะไร”
“หนูคิดถึงแม่เหลือเกิน” เซียวลี่ถิงเอ่ยออกมาแล้วโถมร่างเข้ามาโอบกอดสุ่ยเหมยเอาไว้ ไม่ว่าตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้นแต่การที่เธอได้พบกับแม่ของเธออีกครั้งเช่นนี้มันทำให้เซียวลี่ถิงรู้สึกยินดีมากเหลือเกิน ชั่วชีวิตของเธอสิ่งที่เธอรู้สึกเสียใจมากที่สุดไม่ใช่เพราะการเลือกแต่งงานกับคนชั่วอย่างเฉินซีห่าว แต่เธอเสียใจที่ความอ่อนแอของเธอทำให้เธอไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่ของเธอในช่วงวาระสุดท้ายในชีวิตของพวกเขา
“แม่คะหนู...” เซียวลี่ถิงพูดพลางจ้องมองสุ่ยเหมยแล้วก็ก้มลงมาจ้องมองการแต่งกายของตนเอง เซียวลี่ถิงเดินไปที่กระจกที่ตั้งอยู่ในห้องจ้องมองใบหน้าที่สะท้อนกลับมา เธอยกมือขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าของตนเองหลับตาแล้วตั้งสติอีกครั้งแล้วจึงได้ลืมตาขึ้นมาจ้องมองใบหน้าที่ยังคงอ่อนเยาว์ของเธออีกครั้ง
“ลี่ถิงลูกเป็นอะไรไป” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงหันไปส่งมอบรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความยินดีของตนเองในทันที
“หนูไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ ก็แค่รู้สึกยินดีที่หนูสามารถหลุดพ้นจากชีวิตอันน่าเศร้าของตนเองได้แล้ว และตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่หนูจะเริ่มต้นใหม่ค่ะ” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้สุ่ยเหมยพลันส่ายหน้าในทันที
“ถ้าลูกยังนอนไม่เต็มอิ่มจะกลับไปนอนต่อก็ได้นะ แม่ผิดเองที่ปลุกลูกขึ้นมาจนทำให้ลูกพูดจาเลื่อนลอยเช่นนี้” คำพูดของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงหัวเราะออกมาในทันที
“หนูไม่นอนแล้วค่ะหนูอยากอยู่กับแม่มากกว่า” เซียวลี่ถิงพูดพลางคล้องแขนของสุ่ยเหมยเอาไว้แล้วพูดกับสุ่ยเหมยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“แม่ทำอาหารเช้าเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือคะ หนูไปกินอาหารเช้าฝีมือของแม่ดีกว่าเพราะอาหารเช้าของแม่อร่อยที่สุดในบรรดาอาหารเช้าที่หนูเคยกินมาแล้ว” เซียวลี่ถิงพูดตามความรู้สึกจากหัวใจแต่สุ่ยเหมยกลับคิดแค่เพียงว่าลูกสาวของเธอกำลังพูดจาเอาอกเอาใจเธอเท่านั้น
“ปากหวานก็เป็นนี่นา ก่อนหน้านี้ถ้าลูกรู้จักพูดจาดีๆ กับพ่อเขา เขาก็คงจะไม่โกรธเคืองจนไม่ยอมพูดกับลูกเช่นนี้หรอก” สุ่ยเหมยพูดพลางส่ายหน้าแต่ก็ยอมให้ลูกสาวของเธอคล้องแขนพาเธอไปที่ห้องอาหารแต่โดยดี
หลังกินมื้อเช้าเสร็จเซียวลี่ถิงก็อาสาช่วยสุ่ยเหมยเก็บกวาดและทำความสะอาดจานชามอย่างกระตือรือร้นแล้วหลังจากนั้นเธอจึงกลับเข้าห้องส่วนตัวเพื่อทบทวนสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญอยู่อีกครั้ง
“ฉันตายไปแล้วไม่ใช่หรือ” เซียวลี่ถิงพึมพำออกมาเธอจำได้ว่าตอนที่ร่างของเธอล้มลงไปตรงหน้าหลุมศพของเฉินอวิ๋นมีคนหันมาช่วยประคองร่างของเธอเอาไว้ เสียงเรียกชื่อเธอด้วยความเป็นห่วงรวมไปถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เธอรับรู้ได้ว่ามีหลายคนตะโกนเรียกชื่อเธอและรับรู้ได้ว่ามีคนกำลังพยายามช่วยกู้ชีพให้เธอ แต่ร่างกายของเธอกลับไม่สนองตอบต่อสิ่งใดแล้ว สุดท้ายสติของเธอก็ดับมืดลง พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเธอก็ได้ย้อนเวลากลับมาในตอนที่เธอยังอยู่ในบ้านเก่ากับพ่อแม่และยังไม่ได้แต่งงานกับเฉินซีห่าว
“นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ฉันได้ย้อนเวลากลับมาในตอนที่ฉันยังไม่ได้แต่งงานกับเฉินซีห่าว” เซียวลี่ถิงพึมพำออกมาแล้วก็ขยับตัวลุกขึ้น เธอจ้องมองเงาร่างของตนเองที่สะท้อนออกมาจากกระจกแล้วก็ยิ้มออกมา เธอจำได้แล้วว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่เธอกำลังรอให้ถึงวันแต่งงานของเธอและเฉินซีห่าวอย่างใจจดใจจ่อ โดยไม่เคยคาดคิดสักนิดว่าชีวิตแต่งงานที่เธอเฝ้ารอคือการที่เธอกำลังเดินเข้าสู่กับดักแห่งความล้มเหลวในชีวิตของตนเอง
“อีกสามวัน จะถึงงานแต่งงานของฉัน” เซียวลี่ถิงพูดพลางจ้องมองปฏิทินบนโต๊ะเขียนหนังสือของเธอ เธอจดจำได้ดีว่าแต่ละวันที่ผ่านไปเธอใช้ดินสอขีดทับลงบนปฏิทินด้วยความสุข อีกสามวันก็จะถึงวันที่เธอวงกลมเอาไว้เธอจำได้ว่าเธอเฝ้ารอคอยให้ถึงวันที่เธอวงกลมเอาไว้มาโดยตลอดและเธอก็คาดหวังว่าเฉินซีห่าวจะคิดเช่นเดียวกันกับเธอ
“พี่ซีห่าวกับฉันมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ก่อนเธอกับเขาจะแต่งงานกันแล้ว บ้านที่เธอกับเขาใช้เป็นเรือนหอเคยเป็นที่พักของฉันกับเขามาก่อน ฉันพึ่งจะย้ายออกก่อนหน้าวันแต่งงานของเธอกับเขาแค่เพียงวันเดียวเท่านั้น” อยู่ๆ ถ้อยคำประโยคนี้ของหม่าชิงอีก็ลอยเข้ามาในหัว เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาแล้วจึงได้พึมพำออกมาเสียงเบา
“หม่าชิงอี ฉันจะช่วยให้เธอสมหวังก็แล้วกัน”
เซียวลี่ถิงรีบแต่งเนื้อแต่งตัวใหม่เดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของตนเองขึ้นแล้วเดินออกจากห้องพักของตนเอง ตอนนี้เฉินซีห่าวยังเป็นแค่เพียงรองหัวหน้าฝ่ายในโรงงานที่พ่อของเธอทำงานอยู่ เขายังไม่มีพรรคพวกและยังไม่มีเส้นสาย ไม่มีอิทธิพลมากเพียงพอที่จะทำลายคนในครอบครัวของเธอได้ เมื่อคิดถึงจุดนี้เซียวลี่ถิงก็ยิ้มออกมาแล้วรีบออกจากบ้านเดินตรงไปยังท้ายหมู่บ้านซึ่งเป็นบ้านเดิมของเฉินซีห่าวในทันที
‘เฉินซีห่าวคุณเคยใช้คนในครอบครัวของฉันมาข่มขู่ฉัน วันนี้ฉันจะใช้คนในครอบครัวของคุณไปข่มขู่คุณบ้าง’ เซียวลี่ถิงคิดพลางยิ้มออกมาเมื่อคิดได้ว่าเธอจะต้องหาพยานให้มากสักหน่อย ตอนที่เธอขอยกเลิกงานแต่งงานกับเฉินซีห่าวจะได้ทำได้ง่ายดายขึ้น
กู้เยว่ชิวคือนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง บริษัทของเขาเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่มีใครไม่รู้จักประธานกู้ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยน้องสาวของเขาคือกู้เยว่อวิ๋น นักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ไฟแรงทายาทอย่างเป็นทางการของกลุ่มโรงงานเฉียวกรุ๊ป เธอเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของเฉียวซูหลันจึงได้รับสืบทอดมรดกทั้งหมดของเฉียวซูหลัน ส่วนกู้เยว่ชิวสืบทอดมรดกทั้งหมดของกู้เหยียนผู้เป็นคุณปู่ของเขาเรื่องมรดกนี้ทั้งพ่อและแม่อย่างกู้ชิงโจวและเซียวลี่ถิงต่างก็ไม่ได้เข้ามาข้องเกี่ยว มรดกที่คุณปู่และคุณย่ามอบให้พวกเขาจะบริหารจนได้ดีหรือว่าบริหารจนล้มเหลวก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวพวกเขาเองแล้ว“พี่เยว่ชิว วันนี้พี่ช่วยไปส่งเจียวเจียวแทนฉันได้ไหม เธอเมามากและไม่ได้พาคนขับรถมา” เสียงของน้องสาวทำให้กู้เยว่ชิวที่กำลังนั่งดื่มอยู่หันไปมองเธอด้วยสายตาหวาดระแวงในทันทีคนนอกอาจจะมองว่าเขาเป็นคนคอยควบคุมและติดตามความประพฤติของน้องสาว แต่พวกเขาสองคนต่างรู้ดีว่าที่จริงแล้วคนที่เฝ้าติดตามเขาไม่ห่างก็คือน้องที่แสนดีอย่างกู้เยว่อวิ๋น ไม่เพียงเฝ้าติดตามเขาเพียงเท่านั้นยังพาเพื่อนสาวที่มีค
ช่วงนี้เซียวลี่ถิงมักจะฝันถึงเฉินอวิ๋นอยู่บ่อยครั้ง ในความฝันเฉินอวิ๋นมักจะมากอดเธอและออดอ้อนเธออยู่เป็นประจำ ภาพความฝันและความจริงในชาติที่แล้วซ้อนทับกันจนทำให้เซียวลี่ถิงอดมีความหวังไม่ได้“อวิ๋นอวิ๋น หนูกำลังจะมาอยู่กับแม่จริงหรือเปล่า” เซียวลี่ถิงพึมพำออกมาพลางยกมือขึ้นมาลูบหน้าท้องที่โป่งนูนของเธอ ตอนนี้เธอตั้งครรภ์ได้สามสิบเก้าสัปดาห์แล้ว อีกไม่กี่วันเธอก็จะได้เห็นหน้าของลูกคนนี้แล้ว“คุณเป็นอะไร ปวดท้องหรือ” กู้ชิงโจวถามพลางขยับตัวลุกขึ้นมาเปิดโคมไฟหัวเตียงแล้วชะโงกหน้ามาจ้องมองเธอ“เอ๋ คุณร้องไห้หรือ เป็นอะไรไป” กู้ชิงโจวถามพลางยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้เธอ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของเขาทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้า“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ก็แค่ฝันร้ายเพียงเท่านั้น” คำพูดของเธอทำกู้ชิงโจวทอดถอนใจออกมาแล้วจึงได้ล้มตัวลงนอนแล้วดึงร่างอวบอิ่มของเธอมาโอบกอดเอาไว้“ไม่ต้องกังวลนะ ฝันร้ายมักจะกลายเป็นดี ช่วงนี้ใกล้คลอดแล้วพยายามทำใจให้สบายเถอะ” เขาพูดพลางยื่นฝ่ามือไปช่วยนวดแผ่นหลังให้เธออย่างอ่อนโยน ช่วงนี้เซียวลี่ถิงมักจะปวดเมื่อยเนื้อตัวโดยเฉพาะแผ่นหลังที่ปวดเมื่อยมากเป็นพิเศษ กู้ชิงโจว
“เฉินซีหลัน เธอมันผู้หญิงชั่วเอาเงินที่ฉันให้ไปปรนเปรอไอ้แมงดาหลี่ฉยงนั่นจนหมด แล้ววันนี้ยังกล้ามาทำร้ายภรรยาของฉันอีก” เสียงของเซี่ยเหวินหยางดังเข้ามาก่อนตัว เขาเดินเข้ามากระชากผมของเฉินซีหลันแล้วลงมือตบหน้าเธอในทันที กู้เยว่ชิวโผเข้ามากอดแม่ของเขาไว้ เซียวจิ่งสิงและเซียวจิ่งหานก็กอดสวีเฟยด้วยความหวาดหวั่น“คุณหมอเซี่ย! คุณปล่อยเธอเถิดครับมีอะไรก็ค่อยๆ พูดกัน” เซียวหลิงพูดออกมาพลางตบแผ่นหลังลูกสาวที่เขากำลังอุ้มอยู่ด้วยความปลอบโยน“คุณเซียว” เซี่ยเหวินหยางพึมพำออกมาแล้วก็จ้องมองคนในห้อง ตอนที่สายตาของเขามองเห็นร่างของสวีเฟยดวงตาของเขาก็พลันมีความสั่นไหวแล้วสุดท้ายจึงได้พูดออกมา“ผู้หญิงคนนี้ทำให้ภรรยาของผมแท้งลูก วันนี้เธอต้องชดใช้” คำพูดของเซี่ยเหวินหยางทำให้เฉินซีหลันหัวเราะออกมาในทันที“เป็นฉันคนเดียวหรือคะที่ต้องชดใช้ ที่จริงแล้วเป็นคุณไม่ใช่หรือที่ทำผิดต่อพวกเราทั้งคู่ คุณรับปากว่าจะแต่งงานกับฉันแต่สุดท้ายกลับหันไปแต่งงานกับแม่นั่น พอฉันจะเลิกกับคุณ คุณกลับไม่ยอมเลิก ให้คำสัญญาลมๆ แล้งๆ หลอกให้ฉันหลงเป็นเมียน้อยคุณมาตั้งหลายปี วันนี้ฉันก็แค่ตั้งใจจะมาบอกความจริงกับนังนั่นเพียงเท
งานเลี้ยงฉลองก่อนแต่งงานของเฉียวอวี้หรานดำเนินไปอย่างอบอุ่น แม้ว่าก่อนหน้านี้เฉียวอวี้หรานจะพูดว่าเธอจะมุ่งมั่นทำแต่งานเพียงเท่านั้น แต่ตอนนี้เธอกลับสวมแหวนที่ต่งซือเฉิงมอบให้แล้ว อีกทั้งยังกำหนดวันแต่งงานเร็วๆ นี้อีกด้วย“พี่สาว! อีกไม่นานพวกเราก็จะได้ใช้ชีวิตด้วยกันและมีลูกเป็นของตัวเองแล้วนะ” อยู่ๆ ต่งซือเฉิงก็พูดขึ้นมาทำให้ทั้งกู้ชิงโจวและเซียวหลิงรีบขยับตัวลุกขึ้นแล้วลากตัวเขาไปอีกโต๊ะในทันที“ไม่ต้องมาทำตัวเป็นลูกหมาขี้อ้อนอยู่ตรงนี้เลย นายทำให้พวกฉันดูแย่ มาเลยมาช่วยพวกฉันดูแลเด็กๆ เลย ปล่อยให้สาวๆ เขาคุยกัน” พอพูดจบกู้ชิงโจวก็ลากต่งซือเฉิงไปทิ้งให้ทั้งสี่สาวนั่งหัวเราะออกมา“ดูเหมือนว่าวันนี้กลุ่มเพื่อนสาวของพวกคุณจะหายไปหนึ่งคนนะคะ” พอต่งซือหรานพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็พยักหน้า“แม่สามีของฉันไปเที่ยวพักผ่อนกับคุณแม่ของฉันที่ต่างจังหวัดค่ะ ช่วงนี้สุขภาพของท่านไม่ค่อยจะเหมือนเดิมแล้วก็เลยหันไปเที่ยวกับคนอายุรุ่นเดียวกัน” น้ำเสียงกลั้วหัวเราะของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาเบาๆ“ไปเที่ยวต่างจังหวัดที่ไหนกัน ไม่ใช่ว่าไปเยี่ยมเยียนอาเขยของฉันที่โรงพยาบาลหรอกหรือ คนแก่ปาก
สำหรับเซียวลี่ถิงแล้วชีวิตแต่งงานที่ได้รับการแก้ไขคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเซียวลี่ถิง กู้ชิงโจวไม่เพียงเป็นสามีที่ดีแต่ยังเป็นพ่อที่ดีสำหรับลูกของเธอด้วย หลังจากแต่งงานมาได้สิบเดือนเธอก็คลอดลูกชายออกมาคนหนึ่ง สร้างความยินดีให้แก่คนในครอบครัวทั้งคนบ้านเฉียวและคนบ้านเซียวเป็นอย่างมากเฉียวซูหลันชมกู้ชิงโจวว่าน้ำยาดีได้ลูกชายทันทีในคืนเข้าหอ แต่สำหรับเซียวลี่ถิงและกู้ชิงโจวแล้วพวกเขาไม่แน่ใจว่าลูกชายมาจากคืนแรกของการแต่งงานไหม เพราะคืนถัดมาที่กู้ชิงโจวเมามายจากบรั่นดีเขาก็ละทิ้งความเป็นสุภาพบุรุษตักตวงความสุขจากเพศรสอย่างตะกละตะกลาม ตอนเช้ามานอกจากจะต้องเผชิญกับอาการปวดหัวแล้ว เขายังต้องติดตามงอนง้อภรรยาที่ไม่พอใจในความเอาแต่ใจของเขาตอนที่เขามึนเมา“กู้เยว่ชิว” คือชื่อของลูกชายคนโตของเซียวลี่ถิง เธอทุ่มเทเวลาเลี้ยงดูลูกชายอย่างเต็มที่ภายใต้การบริหารงานโรงงานต่อจากแม่สามี ช่วงเวลาที่เธอตั้งครรภ์นอกจากจะเรียนต่อจนจบระดับอนุปริญญาแล้วเธอยังรับช่วงต่อการดูแลกิจการต่อจากเฉียวซูหลันด้วย พอเซียวลี่ถิงคลอดกู้เยว่ชิวออกมาเฉียวซูหลันก็เกษียณอายุเป็นการถาวรภายใต้ข้ออ้างที่ว่าต้องการพัก
รอยยิ้มของกู้เหยียนทั้งอบอุ่นและน่ามองเหมือนกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงอดรู้สึกดีต่อพ่อสามีของเธอไม่ได้ ถ้าไม่มีเรื่องที่เขาเคยทำผิดพลาดไปในกาลก่อนเซียวลี่ถิงเชื่อว่าเขาเองก็คงจะสามารถเป็นพ่อที่ดีให้แก่กู้ชิงโจวได้ แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีเขากู้ชิงโจวก็ถูกเฉียวซูหลันเลี้ยงดูมาอย่างดี ส่วนคนที่โชคดีมากที่สุดในตอนนี้ก็คงจะเป็นเธอที่ได้ย้อนกลับมาอีกครั้งแล้วได้เป็นภรรยาของกู้ชิงโจว“ไม่เคยคิดเลยว่าสุดท้ายจะได้เกี่ยวดองกับเหล่าเซียว เดิมทีคิดว่าจะอยู่ที่เมืองนี้อีกหลายวันจึงได้นัดเหล่าเซียวเอาไว้ แต่ที่ปักกิ่งกลับโทรมาเรียกตัวกลับด่วนคงรั้งอยู่ที่นี่อีกไม่ได้ ฉันโทรไปยกเลิกนัดกับเหล่าเซียวแล้วแต่ถ้าเธอได้พบเขาก็ฝากเธอขอโทษเขาแทนฉันอีกครั้งนะ” กู้เหยียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทำให้เซียวลี่ถิงพึ่งจะจำได้ว่าพ่อของเธอและกู้เหยียนเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน“ได้ค่ะ ถ้าหนูได้พบพ่อหนูจะบอกให้นะคะ” เซียวลี่ถิงพูดพลางยิ้มออกมา กู้เหยียนพยักหน้าให้กู้ชิงโจวแล้วจึงได้หันไปบอกลาเฉียวซูหลัน“ผมต้องไปแล้ว คุณก็ดูแลสุขภาพด้วยล่ะ” เมื่อเขาพูดจบก็หันไปส่งยิ้มให้เฉียวอวี้หรานและต่งซือเฉิง คนทั้งสองก็ต่างพูดออกมาพร้อม
เซียวลี่ถิงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันแถมยังถูกอดีตเจ้าบ่าวเข้ามาทำร้ายร่างกายจนถึงบ้านอีก เรื่องราวของเธอถูกทุกคนเอาไปพูดถึงอย่างถึงพริกถึงขิง บางคนเห็นใจแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกสมเพช ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ เธอไม่อยากจะหลบซ่อน
หลังจากทำแผลที่โรงพยาบาลแล้วเซียวลี่ถิงก็มาให้ปากคำที่สถานีตำรวจ เฉินซีห่าวโวยวายว่าตนเองถูกใส่ร้าย แต่เพราะมีพยานอย่างกู้ชิงโจวและเซียวหลิงทำให้เฉินซีห่าวถูกดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายในทันที เฉินซีห่าวทั้งโวยวายและด่าทออย่างหยาบคายแต่เซียวลี่ถิงไม่คิดจะสนใจ เธอรู้ดีว่าหลังจากที่เฉินซีห่าวถูกดำเนิ
การยกเลิกงานแต่งงานก่อนหน้าวันพิธีสองวันย่อมจะต้องกลายเป็นที่พูดถึงของผู้คน บรรดาเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องต่างก็วนเวียนมาที่บ้านของเธอเพื่อสอบถามว่าเพราะอะไรถึงยกเลิกงานแต่ง ทั้งๆ ที่เรื่องที่เกิดขึ้นหน้าบ้านในเมืองของเฉินซีห่าวถูกคนพูดถึงกันถ้วนหน้าแล้ว ไม่ใช่แค่คนแถวบ้านในเมืองของเฉินซีห่าว แต่ทั้
สิ่งที่เซียวลี่ถิงคาดไม่ถึงก็คือเธอยังไม่ทันจะเดินพ้นบ้านของเฉินซีห่าวดี เธอก็พบว่าในกลุ่มคนที่มายืนดูเรื่องสนุกของเธอและเฉินซีห่าวอยู่มีกู้ชิงโจวยืนอยู่ด้วย เมื่อคิดได้ว่าทั้งชีวิตในชาติก่อนและชีวิตในชาตินี้ของเธอ เพื่อนสนิทของพี่ชายของเธอคนนี้ล้วนอยู่ในทุกเหตุการณ์อันน่าอับอายของเธอ แม้กระทั่งวัน







