Share

บทที่ 8 กู้ชิงโจว

Auteur: BigM00N
last update Date de publication: 2026-03-16 14:06:45

หลังจากทำแผลที่โรงพยาบาลแล้วเซียวลี่ถิงก็มาให้ปากคำที่สถานีตำรวจ เฉินซีห่าวโวยวายว่าตนเองถูกใส่ร้าย แต่เพราะมีพยานอย่างกู้ชิงโจวและเซียวหลิงทำให้เฉินซีห่าวถูกดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายในทันที เฉินซีห่าวทั้งโวยวายและด่าทออย่างหยาบคายแต่เซียวลี่ถิงไม่คิดจะสนใจ เธอรู้ดีว่าหลังจากที่เฉินซีห่าวถูกดำเนินคดีแล้วหน้าที่การงานของเขาจะต้องได้รับผลกระทบแต่เธอไม่คิดจะสนใจ ชาติก่อนเฉินซีห่าวทำร้ายเธอและลูกชาตินี้เธอก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้เขาได้มีชีวิตดีๆ อยู่แล้ว

“พวกเรากลับบ้านกันเถิด” สุ่ยเหมยพูดพลางลุกขึ้นมาประคองร่างของเซียวลี่ถิงขึ้นบาดแผลที่ต้นแขนแม้ว่าจะไม่ร้ายแรงแต่ก็ทำให้เซียวลี่ถิงเสียเลือดไปไม่น้อย

“ลี่ถิง! ป้าขอคุยกับหนูได้ไหม” เสียงเรียกของคุณแม่เฉินทำให้เซียวลี่ถิงหยุดชะงักเธอหันไปมองคุณแม่เฉินตั้งใจว่าจะปฏิเสธหากคุณแม่เฉินร้องขอให้เธอถอนแจ้งความ แต่เมื่อเธอเห็นว่าหม่าชิงอียืนอยู่ทางด้านหลังของคุณแม่เฉินเธอก็พลันยิ้มออกมาอย่างเย็นชา

“คุณแม่ไม่ต้องพูดอะไรกับเธอหรอกค่ะ พี่ซีห่าวก็บอกแล้วว่าเธอจงใจใส่ร้ายพี่ซีห่าว ต่อให้คุณแม่คุกเข่าขอร้องเธอก็คงจะไม่ยอมถอนแจ้งความหรอกค่ะ” หม่าชิงอีพูดออกมาพลางสบสายตากับเซียวลี่ถิงอย่างจงใจท้าทาย

“ก็ไม่แน่นะ ถ้าเธอยอมคุกเข่าบนพื้นฉันอาจจะยอมถอนแจ้งความก็ได้” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้หม่าชิงอีก็พลันถลึงตาใส่เซียวลี่ถิงในทันที

“ฉันกับพี่ซีห่าวเรารักกัน ฉันกำลังจะมีลูกกับเขาแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องไปบังคับข่มขู่เธอให้เธอยินยอมคืนดีกับเขา เป็นเธอต่างหากที่ทนรับความอับอายจากการถูกทิ้งไม่ไหวก็เลยจงใจทำให้ร่างกายของตนเองเกิดบาดแผลแล้วโยนความผิดให้พี่ซีห่าว” คำพูดของหม่าชิงอีทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้าแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา

“อ้อ! ที่แท้ก็กำลังจะมีลูกกันแล้ว ยินดีกับคุณป้าด้วยนะคะที่กำลังจะได้หลานชายแล้ว” คำพูดของเซียวลี่ถิงตรงคำว่าหลานชายทำให้สีหน้าที่เต็มไปด้วยความรังเกียจหม่าชิงอีของคุณแม่เฉินพลันดีขึ้นส่วนหม่าชิงอีเชิดหน้าขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เธอกำลังเป็นต่อเซียวลี่ถิงอยู่

“แต่ที่คุณหม่าพูดมาว่าฉันจงใจทำร้ายตัวเองเพื่อใส่ร้าย มันเป็นการหมิ่นประมาทฉันนะคะ ขอให้คุณหม่าคิดถึงเรื่องนี้ดีๆ ระวังจะต้องไปอยู่ในกรงขังทั้งๆ ที่ตนเองกำลังตั้งครรภ์อยู่” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้หม่าชิงอีหน้าซีดไปในทันที เซียวลี่ถิงจึงได้พูดต่อด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“พี่ซีห่าวของคุณตั้งใจมาที่บ้านของฉันเพื่อมาง้อขอคืนดีหรือไม่เรื่องนี้คุณไปถามเขาอีกครั้ง น่าสงสารนะคะ ตัวเองมานั่งแก้ต่างให้เขาอีกทั้งยังคิดจะหาทนายมาสู้คดีความให้เขาอีก โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาไม่เคยคิดจะยกย่องเธอ ทั้งที่เธอท้องแล้วอย่างนี้เขาก็ยังมาที่บ้านของฉันเพื่อขอให้ฉันให้โอกาสเขาอีกครั้ง คุณหม่าชิงอี ฉันขอแนะนำคุณนะคะว่าถ้าคุณอยากจะมีชีวิตดีๆ คุณควรจะไปจากคนคนนี้เสีย คุณจะได้มีเวลาไปอบรมบ่มเพาะนิสัยให้ลูกของคุณที่กำลังจะเกิดมา วันหน้าลูกของคุณจะได้เป็นคนที่มีคุณภาพไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดจบก็ทำท่าว่าจะเดินจากไปแต่หม่าชิงอีกลับตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“แกพูดอย่างนี้ตั้งใจจะหมายความว่าอย่างไร”

“รบกวนให้เกียรติสถานที่ด้วย อยากได้เขา! เชิญเลยฉันยกให้แล้ว พอได้ไปแล้วก็เกาะเขาเอาไว้ให้ดีล่ะ จงอย่าลืมว่าเขานอกใจฉันได้เขาก็สามารถนอกใจคุณได้เหมือนกัน” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดจบก็หันไปทางคุณแม่เฉินค้อมกายให้คุณแม่เฉินอย่างสุภาพแล้วเดินออกจากสถานีตำรวจโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่น เฉินซีห่าวจะแค้นเธอหรือไม่เธอไม่สนใจแต่สิ่งที่เธอให้ความสนใจก็คือ หลังจากวันนี้ไปเขากับเธอนับว่าตัดขาดกันได้อย่างสมบูรณ์แล้ว สิ่งเดียวที่จะพอเชื่อมโยงกันได้ก็มีแค่เพียงความเกลียดชังเท่านั้น

กู้ชิงโจวขับรถมาส่งเธอและครอบครัวที่บ้าน เธอเห็นสายตาที่มองมาของเขาแต่เธอไม่อยากจะพูดอะไร ยังมีสายตาของพี่ชายของเธออีกเธอรู้ดีว่าหลังจากนี้เธอจะต้องหาคำพูดดีๆ เพื่ออธิบายให้เขาฟัง แต่กับกู้ชิงโจวที่ถือว่าเป็นคนนอกในครอบครัวเธอคิดว่าเธอควรจะอธิบายให้เขาฟังก่อน ดังนั้นหลังจากที่จบมื้ออาหารค่ำของครอบครัวแล้วตอนที่กู้ชิงโจวขอตัวกลับเธอเป็นฝ่ายขออาสามาส่งเขาที่รถด้วยตนเอง คนในครอบครัวของเธอล้วนไม่มีใครห้ามด้วยรู้ดีว่าเธอต้องการจะขอบคุณเขา อีกทั้งยังแอบหวังว่าเธอกับเขาจะคบหาดูใจกัน แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรู้สึกขบขันกับความคิดนี้ของคนในครอบครัวแต่ก็ไม่กล้าต่อต้านพวกเขาอย่างรุนแรงดังเช่นเมื่อก่อนแล้ว

“วันนี้ขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่ได้คุณช่วยฉันคงจะทำให้กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้ไม่ได้” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็ส่ายหน้าในทันที

“ต่อให้ไม่มีผมคุณก็สามารถทำให้กลายเป็นเรื่องได้แน่” คำพูดของเขาทำให้เซียวลี่ถิงหัวเราะออกมาเบาๆ

เดิมทีเธอไม่ได้คิดจะทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ มีดพกที่เธอแอบพกพามาด้วยเธอตั้งใจจะพกเอาไว้เพื่อใช้ป้องกันตัวเพียงเท่านั้น แต่ทันทีที่เธอเห็นว่ากู้ชิงโจวและพี่ชายกำลังเดินตรงมาหาเธอกับเฉินซีห่าว สีหน้าของคนทั้งสองทำให้เธอรู้ว่าจะต้องมีการลงไม้ลงมือกันแน่ เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอจึงคิดได้ว่าแทนที่จะปล่อยให้พี่ชายของเธอชกตีกับเฉินซีห่าวไม่สู้ให้เธอทำให้เฉินซีห่าวกลายเป็นผู้ร้ายที่มาข่มขู่อดีตคู่หมั้นอย่างเธอน่าจะเป็นการดีกว่า เมื่อคิดได้เช่นนั้นเซียวลี่ถิงจึงได้ดึงมีดพกออกมาแล้วจงใจทำร้ายตนเองเพื่อใส่ร้ายเฉินซีห่าวต่อหน้าพี่ชายของเธอและกู้ชิงโจว

“แต่เพราะมีคุณฉันจึงสามารถลงมือได้ง่ายขึ้น” เซียวลี่ถิงพูดออกมาพลางคิดถึงตอนที่กู้ชิงโจวล็อกคอเฉินซีห่าวแล้วจัดการทำให้เฉินซีห่าวถูกกดลงไปนอนบนพื้นโดยไม่สามารถลุกขึ้นมาตอบโต้เขาได้ ถ้าเป็นพี่ชายของเธอเขาคงจะไม่มีทางจัดการกับเฉินซีห่าวได้เช่นนี้

“คุณคงจะแค้นเขามากสินะถึงได้ลงทุนทำถึงขั้นนี้” กู้ชิงโจวถามพลางมองที่ต้นแขนของเธอที่ในตอนนี้ยังมีผ้าพันแผลพันรอบต้นแขนอยู่

“ทั้งแค้นใจและกังวลว่าเขาจะไม่ยอมเลิกราแต่โดยดีค่ะ ฉันรู้นิสัยเฉินซีห่าวดี คนอย่างเขาจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ ฉันก็เลยทำเรื่องที่ทำให้เขาไม่คิดจะมาง้องอนขอคืนดีกับฉันอีก”

“เขาอาจจะไม่ขอคืนดีแล้วก็จริง แต่เขาอาจจะตั้งตัวเป็นศัตรูคู่แค้นกับคุณก็ได้นะ” เมื่อกู้ชิงโจวพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็พยักหน้า

“ต่อให้ฉันไม่ทำเช่นนี้ ฉันกับเขาก็ยากที่จะทำตัวเป็นมิตรต่อกันได้แล้วล่ะค่ะ” เซียวลี่ถิงพูดพลางยิ้มออกมา

“ถึงอย่างไรก็ขอบคุณมากนะคะ ที่คุณช่วยให้ฉันดำเนินการตัดขาดความสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็พยักหน้าแล้วพูดออกมาตามตรง

“นับเป็นครั้งแรกที่ผมต้องเอาตัวมาเสี่ยงคุกด้วยการให้การเท็จเพื่อช่วยคุณ...แต่ผมก็ยินดีที่จะช่วย ขอเพียงแค่วันหน้าถ้าคุณจะเล่นงานคน คุณควรมาปรึกษาผมก่อน รับรองได้เลยว่าผมจะไม่แนะนำให้คุณใช้แผนเจ็บตัวเช่นนี้แน่” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงหัวเราะ หึหึ ออกมา

“แค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นค่ะ แต่ก็ขอบคุณที่จะให้คำปรึกษานะคะ ฉันก็ได้แต่หวังว่าวันหน้าฉันไม่ต้องมานั่งวางแผนทำร้ายใคร” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้ใบหน้าที่มักจะเย็นชาอยู่เสมอของเขาพลันมีรอยยิ้มปรากฏให้เห็น

“คุณจะเล่นงานใครผมยินดีให้คำปรึกษาและก็หวังว่าคนที่คุณอยากจะเล่นงานในวันหน้าจะไม่ใช่ผม” เมื่อกู้ชิงโจวพูดจบก็ยิ้มให้เธออีกครั้ง

“ผมคงต้องขอตัวก่อน ฝากบอกคุณน้าด้วยว่าอาหารอร่อยมาก วันหน้าผมจะมารบกวนขอข้าวคุณน้ากินอีก” เมื่อเขาพูดจบก็โบกมือให้เธอแล้วเดินไปที่รถของเขาแล้วขับรถจากไป ทิ้งให้เซียวลี่ถิงยืนมองท้ายรถที่หายลับไปของเขาแล้วก็พึมพำออกมา

“เวลายิ้มก็ดูดีนี่ น่าจะยิ้มบ่อยๆ จะได้ไม่ต้องกลายเป็นคนไร้คู่” เซียวลี่ถิงคิดถึงเรื่องราวก่อนที่เธอจะได้ย้อนเวลากลับมา กู้ชิงโจวเป็นศาสตราจารย์อาวุโสที่ไม่ได้แต่งงาน ความเคร่งขรึมและความเย็นชาของเขาทำให้ผู้คนไม่อยากจะเข้าใกล้ มีแค่เพียงพี่ชายของเธอเพียงเท่านั้นที่กล้าไปมาหาสู่กับเขา เมื่อคิดถึงว่าตอนที่เธอจัดพิธีศพให้เฉินอวิ๋นกู้ชิงโจวก็ยังร่วมแสดงความเสียใจพร้อมกับพี่ชายของเธอ ในสายตาของเซียวลี่ถิงเธอมองว่ามิตรภาพระหว่างกู้ชิงโจวและพี่ชายของเธอคือมิตรภาพที่เต็มไปด้วยความจริงใจและยาวนานอย่างแท้จริง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 14 เซี่ยเหวินหยาง

    เมื่อขึ้นไปบนรถแล้วทุกคนก็ต่างไม่มีใครกล้าเปิดปากพูด คราวนี้กู้ชิงโจวเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับอย่างเซียวหลิง ส่วนสวีเฟยแม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรแต่มือที่ทั้งเรียวบางและอบอุ่นของเธอกลับกุมมือของเซียวลี่ถิงเอาไว้แน่น“นายไปส่งคุณสวีก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันนั่งรถกลับมาเอง” กู้ชิงโจวพูดเมื่อเห็นว่าเซียวหลิงใจลอยจนรับรถเลยเส้นทางที่จะเข้าบ้านของเขาแล้ว“โอ๊ะ ขอโทษทีเดี๋ยวฉันวนรถกลับไปส่งนายก่อน” เซียวหลิงพูดพลางหาเส้นทางกลับรถเพื่อวนรถกลับไปทางเดิม ท่าทีของคนในรถทำเซียวลี่ถิงเม้มปากแน่นแล้วสุดท้ายก็พูดออกมาตามตรง“ฉันไม่เป็นไร ทุกคนเชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ถ้าจะมีก็มีแค่เพียงความเกลียดชังเพียงเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าฉันจะเสียใจ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็หันมาจ้องมองเธอแล้วสุดท้ายเขาจึงได้พูดออกมาตามตรง“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คนแบบนั้นไม่มีค่าคู่ควรที่จะทำให้คุณเสียใจ” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาเธอหันไปมองสวีเฟยแล้วพูดกับสวีเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะเฟยเฟย ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วดังนั้นตอนนี้ฉันไม่ได้เศ

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 13 คิดผิด

    สีหน้าของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งเซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็หันไปมองยังทิศทางที่เฉินซีห่าวนั่งอยู่ โต๊ะของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่เซียวลี่ถิงนั่งเท่าใดนักทำให้สีหน้าของทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นกู้ชิงโจวที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน“พวกเรากินข้าวกันเถอะ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของพวกเราเลย” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้ทุกคนพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรับรู้ว่าอาหารของภัตตาคารแห่งนี้มีรสชาติอร่อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกินข้าวได้ฝืดคอยิ่งนักแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ยังฝืนกลืนข้าวลงคอไปเธอจำได้ดีว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินซีห่าวคือหุ้นส่วนทางธุรกิจในชาติที่แล้วของเขา ตอนนี้เซียวลี่ถิงรู้แล้วว่าต่อให้เธอทำลายชื่อเสียงของเขาในโรงงานแต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายการร่วมมือกันระหว่างเฉินซีห่าวและหุ้นส่วนของเขาได้ แต่เมื่อเธอคิดว่าหลี่ฉยงคือคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าความประพฤติส่วนตัวของหุ้นส่วนทางการค้าเซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกม

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 12 โลกกลม

    เมื่อเฉียวอวี้หรานและเซียวจิ่งประชุมเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เซียวลี่ถิงรีบรายงานเรื่องที่เฉียวซูหลันต้องการพบเซียวจิ่งในทันที เซียวจิ่งเข้าไปสะสางงานของตนเองในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้รีบไปหาเฉียวซูหลัน ส่วนเฉียวอวี้หรานกำลังนั่งตรวจสอบงานที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยทำเสร็จแล้ว ตรวจงานได้แค่เพียงครู่หนึ่งเธอก็รีบโบกมือไล่เด็กสาวทั้งสองในทันที“พวกเธอทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ ดูฉันสิ! พอได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมายืนที่หน้าห้องเช่นนี้มันทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำงานเลย” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงและสวีเฟยหัวเราะออกมาพร้อมกัน เซียวหลิงเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งก็จริงแต่คนที่กำลังเริ่มต้นคบหากับหนุ่มหล่ออย่างซ่งซีไป๋พูดว่าตนเองไม่มีสมาธิทำงานเพราะเซียวหลิง มันทำให้คนที่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ“แฟนของพี่คือซ่งซีไป๋เชียวนะ คนหน้าตาอย่างพี่ชายของฉันยังสามารถทำให้พี่เสียสมาธิได้ด้วยหรือ” คำถามของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาอย่างขัดเขินแล้วพูดออกมาตามตรง“ก็บอกแล้วว่าเขายังไม่ได้เริ่มต้นจีบเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนก็คงจะเร็วเกินไป ส่วนพี่ชายของเธอน่ะ เธอไม่เห็นหรือว่าสาวๆ ท

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 11 ประธานเฉียว

    เฉินซีห่าวพ้นคดีออกจากคุกมาแล้วเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกกังวล เซียวลี่ถิงเข้าใจความกังวลของคนในครอบครัวดีจึงมักจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปไหน สถานที่เดียวที่เธอไปก็คือโรงงานเพียงเท่านั้น ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่เคยออกนอกเส้นทางระหว่างบ้านและโรงงานเลย พี่ชายของเธอลงทุนซื้อรถยนต์ก็เพียงเพื่อคอยรับส่งเธอด้วยตนเอง แม้ว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขาจะหมดไปแต่เขาก็ไม่เคยบ่นให้เธอได้ยินเลยสักคำ“ฉันก็เลยมีบุญได้นั่งรถของพี่ชายของเธอไปด้วย” สวีเฟยพูดออกมาพลางดื่มกาแฟที่เฉียวอวี้หรานซื้อมาฝากจากร้านที่อยู่นอกโรงงาน“แล้วไม่ดีหรือไง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเธอจะได้มีเงินเหลือเก็บเอาไว้ใช้ลงทะเบียนเรียนในอนาคต อีกทั้งเธอยังจะได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันด้วย” เซียวลี่ถิงพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากินโดยไม่ลืมหันไปขอบคุณเฉียวอวี้หรานโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าขัดเขินของเพื่อนสนิทของตนเอง“ขอบคุณพี่อวี้หรานนะคะที่ซื้อขนมกับกาแฟมาฝากฉันกับเฟยเฟย”“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกับเฟยเฟยมาช่วยงาน ฉันก็คงจะไม่ได้มีเวลาพักเพียงพอจนสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งสวีเฟยและเซียวลี่ถิงก็

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 10 เริ่มเปลี่ยนแปลง

    สีหน้าและแววตาของสวีเฟยในตอนนี้แตกต่างจากสวีเฟยที่เธอเคยจดจำได้ในชาติก่อน ในชาติก่อนสวีเฟยแต่งงานกับคุณหมอคนหนึ่ง แรกเริ่มสวีเฟยก็ยังติดต่อกับเธออยู่บ้าง แต่แล้วสวีเฟยก็ขาดการติดต่อไป จนเมื่อได้พบกันอีกครั้งก็คือที่โรงพยาบาล ใบหน้าอันบอบช้ำรวมไปถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวีเฟยทำให้เธอสามารถคาดเดาความเป็นอยู่ของสวีเฟยได้เพราะตอนนั้นเธอเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันกับสวีเฟยจนเมื่อได้พูดคุยกันสวีเฟยจึงได้เล่าให้เซียวลี่ถิงฟังว่าชีวิตของสวีเฟยก็ไม่ต่างจากเธอมากนัก ถูกสามีทุบตีแถมยังถูกสามีนอกใจ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเธอถูกสามีข่มขู่จึงไม่อาจจะเลิกรากับสามีได้ แต่สวีเฟยนั้นเป็นเพราะสามีอยากหย่าแต่สวีเฟยไม่ยอมเขาจึงได้ลงไม้ลงมือทุบตี สาเหตุที่สวีเฟยไม่ยอมหย่าข้อแรกเป็นเพราะสวีเฟยกังวลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก ส่วนข้อสองก็คือถ้าหย่าขาดกันไปสวีเฟยไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงตนเองและลูกได้อย่างไร สุดท้ายสวีเฟยก็ทนใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นจนลูกโตเพียงพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว สวีเฟยจึงได้จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายเซียวลี่ถิงจดจำได้ดีว่ามีช่วงหนึ่งตอนที่เคยนั่งพูดคุยปรับทุกข์กัน สวีเฟยเคยบอกกับเธอ

  • ย้อนเวลามาเริ่มต้นใหม่ในยุค 80   บทที่ 9 สวีเฟย

    เซียวลี่ถิงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันแถมยังถูกอดีตเจ้าบ่าวเข้ามาทำร้ายร่างกายจนถึงบ้านอีก เรื่องราวของเธอถูกทุกคนเอาไปพูดถึงอย่างถึงพริกถึงขิง บางคนเห็นใจแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกสมเพช ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ เธอไม่อยากจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านแล้ว จึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่คิดจะสนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง“จำเอาไว้นะลูก เวลาจะเลือกผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยต้องดูให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นจะมีจุดจบที่ไม่ดีอย่างลูกสาวบ้านเซียว” ถ้อยคำสั่งสอนประโยคนี้ทำให้เซียวลี่ถิงหันไปมองยังต้นเสียงในทันที แล้วเธอก็เห็นคุณแม่คนหนึ่งกำลังนั่งสั่งสอนและพร่ำบ่นบุตรสาวด้วยสีหน้าจริงจัง เซียวลี่ถิงทำได้แค่เพียงทอดถอนใจออกมาแล้วหันกลับมากินข้าวต่อ“เธอไม่โกรธหรือที่เขาพูดถึงเธอเช่นนั้น” สวีเฟยกระซิบถามเซียวลี่ถิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย สวีเฟยและเซียวลี่ถิงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างคนก็ต่างรู้นิสัยของกันและกันดี เมื่อได้เห็นว่าเซียวลี่ถิงไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกโกรธยามที่มีคนพูดถึงแถมยังก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีส

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status