LOGINอนุสกุลหลิว บทที่ 3
“ป้าฉีหมายถึงอะไร”
หวางชิงก้าวข้ามธรณีเข้าไปในห้อง กลิ่นไอน้ำร้อนกรุ่นระคนกลิ่นดอกไม้
“ทุกครั้งที่มีร่วมเสพสังวาส จะมีการแขวนโคมเพื่อแจ้งแก่คนในเรือนเจ้าค่ะ”
“แจ้งคนในเรือน ทำไมต้องแจ้ง ข้ากับท่านพี่จะนอนด้วยกันต้องบอกคนในเรือนหรือ?”
“เจ้าค่ะ ทุกครั้งจะมีผู้บันทึกการร่วมสังวาส วัน เวลายามนายท่านหลั่งน้ำพิสุทธิ์”
มาถึงตรงนี้หวางชิงถึงเข้าใจ พวงแก้มของนางทั้งสองข้างเห่อร้อนแดงซ่าน
“อนุชิงคงสงสัย นั่นเพราะสกุลหลิวต้องการบุตรชายเพื่อสืบสกุลเจ้าค่ะ การนับวันเวลาที่พอเหมาะจะช่วยให้ได้ลูกเร็วขึ้น”
“แล้วนายท่านรอง”
“นายท่านรอง? อนุชิงหมายถึง...”
“นายท่านรองยังไม่แต่งงานหรือ เหตุใดไม่เป็นเขา”
“อนุชิงพูดน่าขัน บุตรที่เกิดจากนายท่านรองจะสืบเชื้อสายรับช่วงต่อไปอย่างไรกันเจ้าคะ มาเถิดเจ้าค่ะ อาบน้ำพรมน้ำหอมกลิ่นดอกไม้เสียหน่อย นายท่านจะได้หลงใหล”
ขั้นตอนทำความสะอาดไม่มากเท่าไร แต่การมีข้ารับใช้คอยขัดถู หวางชิงยอมรับว่าช่วยให้นางผ่อนคลายจากความเครียดของการเข้าห้องหอคืนแรก
ห้องหอ...
ริมฝีปากกระจับยิ้มหยัน นางมีสิทธิ์เรียกคำนั้นหรือ ในเวลานี้นางเป็นเพียงอนุ ถ้านายท่านถูกใจชื่นชอบถือว่าเป็นบุญวาสนา ยิ่งได้บุตรชายยิ่งถือเป็นมหาลาภให้นางได้อยู่อย่างสุขสบายไปตลอดชีวิต
“อันนี้น้ำมันหอม เยาะใส่น้ำจะทำให้ตัวท่านลื่นเรียบ ที่สำคัญเวลาถึงตอนที่นายท่านนำเสาค้ำแท่งใหญ่สอดใส่ อนุชิงจะไม่เจ็บมากนัก”
นางก้มหน้าสะเทิ้นอาย เมื่อหัวค่ำสังเกตว่านายท่านหลิวซางรูปร่างสูงใหญ่ ตรงส่วนนั้นคงอลังการไม่น้อย
ตัวนางเกิดในสกุลต่ำกว่า การพูดจาย่อมโผงผาง ซ้ำช่วยบิดามารดาค้าขาย พบเห็นผู้คนมากมาย เรื่องเพศอย่างว่าการสังวาสย่อมเคยได้ยินมาบ้าง
“แล้วนายท่านชื่นชอบแบบใด ป้าฉีรู้หรือไม่” นางถามเสียงค่อย
“ท่านอย่าได้กังวล ครั้งแรกนายท่านจะเป็นฝ่ายนำเอง”
เพียงคิดกายสตรีแรกรุ่นพลันซ่านเสียวสะท้านไม่รู้สาเหตุ หรือเพราะส่วนผสมในน้ำ หรืออาจเพราะนางต้องใจนายท่านไปแล้ว ก็ไม่รู้แน่ชัด
รับรู้เพียงว่าในเวลานี้ร่างกายของนางกำลังฉ่ำชื้นเปียกหน้าขา เนินน้อยเต้นตุบ ๆ
นางลุกขึ้นจากอ่างน้ำแล้วสวมอาภรณ์สีแดงเนื้อบางมองเห็นทุกส่วนสัดกระทั่งยอดหัวนมเล็กแหลม นางพาร่างอรชรเล็กแต่อวบอิ่มเยื้องย่างไปนั่งยังปลายเตียง
บ่าวรับใช้ต่างค่อย ๆ ทยอยออกจากห้องปิดประตูมิดชิด เหลือเพียงนางผู้เดียว
ดวงตาดอกท้อเริ่มหรี่ปรือ เพิ่งสังเกตเห็นกระถางกำยานมุมห้อง ส่งกลิ่นแปลกประหลาดทว่าละมุน นางลุกเดินไปใกล้ชะโงกหน้ามอง
แอ๊ด....
พลันประตูห้องนอนถูกเปิดด้วยชายคนเดิมเมื่อหัวค่ำ นายท่านหลิวซาง
“ท่านพี่”
ร่างเล็กสวมใส่ผ้าเนื้อบางยืนท่ามกลางเสียงแรงเทียนหลายเล่ม มองเห็นส่วนสัดชัดเจน ผมเหยียดยาวสลวยดำขลับ ริมฝีปากกระจับเล็กทาสีแดงระเรื่อ
ภาพของนางคงทำให้เกิดอาการบางอย่างจากบุรุษ เพราะปลายจมูกนายท่านสกุลหลิวแดงขึ้นหลายส่วน
“นั่นกำยานสำหรับช่วยให้เจ้าผ่อนคลาย ไปขึ้นเตียงแล้วถอดเสื้อออก”
“เดี๋ยวนี้งั้นหรือเจ้าคะ”
“แล้วจะรอถึงเมื่อไรกัน เวลาไม่คอยท่า คืนหนึ่งพี่หลั่งได้ถึงสองน้ำ”
หวางชิงกะพริบตาถี่อย่างไม่เข้าใจแต่ยังพาร่างมากเสน่ห์ไปทางเตียงแล้วถอดสายรัดคาดเอวออก
“เอาสายรัดวางไว้ด้านข้าง ส่วนเสื้อคลุมโยนลงพื้น”
นางทำตามสั่งไม่เกี่ยงงอน
“ขึ้นไปนั่งชันเข่าแล้วหันหน้ามาถ่างขา พี่อยากจะเห็นโยนี”
หวางชิงสะอึกเล็กน้อย แต่นางเป็นเพียงอนุฉะนั้นจึงคลานขึ้นเตียงแล้วหันหน้าไปทางนายท่านหลิวซาง เอนกายไปด้านหลังเล็กน้อยใช้ข้อศอกยันตัวไว้ ชันเข่าแล้วเปิดขา
“อืม...ออกอีกให้กว้าง”
หลิวซางพูดพลางขยับไปใกล้พร้อมเปลื้องเสื้อคลุมสีเข้มออกจากเรือนร่าง
ดวงตาดอกท้อคราแรกหรี่ปรือ บัดนี้เบิกกว้างเพราะท่อน หยางกลางหว่างขาของนายท่านดั่งกระบองแข็งโด่ กลุ่มขนดกดำยังมิอาจปกปิดขนาดพวงสวรรค์ทั้งยวงใหญ่ย้อยจนนางลอบกลืนน้ำลาย
“อยากกินหรือ คืนนี้ชิงชิงของพี่จะได้ทั้งเลีย ชิมและกินจนอิ่มหนำสำราญ”
ท่ามกลางแสงสีเหลืองนวลของแรงเทียนหลายเล่ม บังเกิดเงาดำบนฉากหลัง เงาดำทะมึนของชายร่างสูงใหญ่พาดอยู่บนผนังในห้องนอนเรือนหลังแรก
กลิ่นกำยานยังกรุ่นกำจายโดยรอบห้องในคืนแรกของสาวรุ่นดั่งคืนเข้าห้องหอ เสียแต่ว่านางเป็นอนุ
ร่างกายของนางค่ำนี้อ่อนระทวยจากพิษกลิ่นกำยานเสียสาว ร้อนเร่าขึ้นหลายส่วนเพียงเอนกายเปิดขาอ้าออกกว้าง น้ำหยาดทิพย์พลันหลั่งไหลต้องการโดนเสียบแทง
“ท่านพี่”
หวางชิงเรียกเสียงสั่นเครือ ยื่นมือยาวเหยียดตรงอ้อนขอบางสิ่งจากชายดวงหน้าคมสันตรงหน้า
“ชิงชิงอยากได้เจ้านี้หรือ”
หลิวซางจับแท่งยาวตนเองขึ้นให้ตั้งตรง แล้วรูดจนหนังเนื้อเปิดหัวมองเห็นร่องเล็กผ่ากลางหยาดน้ำ
“เจ้าค่ะ”
นางยังส่งเสียงแหบพร่า ความต้องการอัดแน่นในทรวงรวดร้าวลงหน้าขาพาให้เปียกชื้น
“พี่มองเห็นร่องของเจ้าเปียก อ่า...น้ำไหลลงฟูกที่นอน”
“ท่านพี่”
หวางชิงยังเรียกด้วยน้ำเสียงเว้าวอน มือเริ่มสั่นสะท้าน ใจนางรับรู้ทุกสิ่งแต่มิอาจห้ามตนเองได้ มือเล็กสั่นเทา
นายท่านสกุลหลิวคุกเข่าบนเตียง เดินด้วยเข่าเข้าไปใกล้พาร่างสูงใหญ่คุกเข่ากลางหว่างขา แต่หยุด..
“ท่านพี่! น้อง อื้ออออ”
ยังไม่ทันได้แตะต้องเสียงหวานแหลมสูงใกล้ขาดใจพลันดังขึ้น นางเอนกายทิ้งตัวลงนอนแล้วเหยียดขาข้างหนึ่งขึ้นเหยียบหน้าอกแกร่งมัดกล้ามไว้
“เจ้าร่าน ร่านอยากให้พี่เข้าไปเช่นนี้”
หวางชิงแหงนศีรษะจนลำคอแอ่นโค้ง อ้าปากหอบหายใจยามหลิวซางวางฝ่ามือลงเนินสาว เนินเนื้ออวบอูมขนอุย จุดที่มิมีบุรุษใดเคยได้ลิ้มลอง
“เจ้าขนน้อยนัก แต่พี่ยังมิใคร่พอใจ คราวหน้าจะให้ป้าฉีโกนออก”
“เจ้าค่ะ” หวางชิงหลับตาพริ้ม ในเวลานี้จะให้นางทำอะไรย่อมยอมทั้งสิ้น ขอเพียงให้ท่อนเนื้ออุ่นได้ชำแรกแทรกสมสู่จนนางกรีดร้อง
นิ้วเรียวยาวหยาบกร้านเริ่มสอดใส่ นิ้วกลางขยับลึกเลื่อนเข้าออกเชื่องช้าก่อนจะถี่ขึ้นจนรัว กระแทกสันมือตรงติ่งสวาทจนเกิดเสียง
“อื้อออ ท่านพี่ อ่า”
“พรหมจารียังแน่น อา...ดียิ่ง พี่จะกระแทกร่องรูเจ้าจนช้ำ จนเจ้าร้องครางและแตกน้ำ ดีหรือไม่”
“อื้อ....”
หวางชิงส่ายหน้าแอ่นเนินสาวขึ้นสู้ ให้เนื้ออวบอูมสัมผัสรับแรงกระแทกของสันมือ ปลายนิ้วเรียวรูดจุดกระสันภายในร่องนิ่ม ทางขรุขระทว่าเปียกชื้น
“น้ำไหลออกมาแล้วชิงชิง พี่อยากดูด”
เวลานี้ท่านพี่เลื่อนนิ้วออกมาจากถ้ำน้อย เขาปาดน้ำเหนียวใสจนทั่วโหนกเนื้อก่อนจะกวักขึ้นแล้วเอาเข้าปากกดยิ้มมุมปาก
“ท่านพี่ อ่า”
หลิวซางเคลื่อนร่างโน้มลงเข้าหาหน้าอกอวบอิ่ม กอบมือบีบนมจนยอดหัวตั้งชัน ครอบปากดูดแล้วกัดกิน
“อ่า ท่านพี่ ข้าเจ็บ อื้อออ”
เสียงร้องหวีดแหลมจากความเจ็บปวดระคนสุขสันต์ยิ่งทำให้นายท่านลงฟันแรงขึ้น ปากใหญ่หนาดูดเนื้อก้อนขาวจนทั่วเป็นรอยจ้ำสีแดง รอยฟันกัดกินเริ่มปรากฏให้เห็น
เขาไถลเลื่อนร่างสูงใหญ่ลงพร้อมพรมปากลากลิ้นสากตามลงเรื่อย ๆ ถึงเนินหน้าท้อง วนลิ้นรอบสะดือ แล้วมุดหน้าเข้ากลางหว่างขา
“อ้าออก ถ่างขาชิงชิง”
คำสั่งระคนสั่นพร่าทำให้หวางชิงรับรู้ว่านายท่านกำลังตกลงในบ่วงเสน่หาเช่นกัน นางขยับเท้าเหยียบบ่าเขาไว้ทั้งสองข้างแอ่นเนินสาวขึ้นสู่ปาก
“เลียน้อง ท่านพี่ กินน้องให้หมด น้องอยากให้พี่ลงลิ้น”
เสียงหัวเราะในลำคอดังกระหึ่มจากนั้นจึงตามมาด้วยความหฤหรรษ์จนนางต้องหวีดร้อง
“อ่า อ๊าชชช์”
อนุสกุลหลิว บทที่ 10กลางร่องเนื้อนิ่มแยกรอยปริอ่อนไหวและบวมช้ำ ต้องการให้เขากระแทกกระทั้นแรงขึ้น จึงโน้มกายไปด้านหน้าแล้วเป็นฝ่ายกระแทกไปด้านหลังจนนายท่านรองหัวเราะชอบใจเขาจับเอวนางไว้ส่งแรงทั้งกระทุ้งกระแทก ส่วนนางดันไปด้านหลัง จะเกิดเสียงดังแล้วอย่างไรเพราะในเวลานี้ในหัวสมองของทั้งคู่ขาวโพลน มีเพียงความซาบซ่านเสียวอวัยวะเพศเท่านั้นที่พวกเขารับรู้โยนีแดงก้ำบานออกรองรับแท่งค้ำกลางหว่างขา โหนกเนื้อราวกำลังถูกปริแยกด้วยของแข็งขนาดใหญ่ตลอดเวลาที่เขาเสียบคา ทั้งถี่รัวและบดแน่นพวงสวรรค์ใหญ่ย้อยกระแทกเสียดสีและแกว่งไกว บางคราวหลิวเทียนงัดขึ้นแล้วหยุดสูดปาก มือกำขยำนมแรงเสียวสะท้านจนยากจะอดกลั้น บางคราวกระทั้นจนถี่รัวราวต้องการทำโทษนางทั้งที่เป็นเขาเองที่ห่างหายไปหลายวัน“ซี้ดดด..”นางรู้ว่านายท่านรองอดกลั้นให้นางได้เสร็จสม เขาร้องครางกลั้นหายใจหลายครั้ง หยุดนิ่งจนท่อนเนื้อกระตุกแรงภายใน แล้วกระแทกต่อกระทุ้งจนนางกระดอนฉับพลันนายท่านรองถอดถอนแท่งสวรรค์ออกแล้วเดินถอยหลังหอบหายใจ หวางชิงหันตัวกลับมามอง
อนุสกุลหลิว บทที่ 9กึก!เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวใจของนางที่รัวแรงดั่งกลองศึก ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต คิดหาวิธีแก้ตัว คำพูดที่จะใช้เพื่อเอาตัวรอด“อนุชิง”ทว่า...เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาจากลำคอหนาของบุรุษตรงหน้าคือ นายท่านรองหวางชิงมิรู้ว่าตนเองจะถอนหายใจโล่งอกดีหรือหวั่นเกรงมากกว่ากัน“นายท่านรอง!”ครืด.... ตึง!ประตูห้องเก็บฟืนถูกปิดลงพร้อมเงาทะมึนด้านหลังจางหายจึงทำให้หวางชิงมองเห็นดวงหน้าคมสันของนายท่านรองถนัดชัดตา“ทะ ท่าน กลับมาแล้ว” นางทำเสียงอึกอักในลำคอ“วันนี้อนุชิงทำเสียงตะกุกตะกัก ทำอะไรผิดไว้หรือ”บุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มสวมกว้านหยกสีเขียวรวบผมตึง ใบหน้าเหมือนนายท่านหลิวซาง ทว่าความเข้มข้นแห่งบุรุษเพศชัดเจนยิ่งกว่า“ขะ ข้า หลงทาง”ดวงตานางล่อกแล่กกลอกไปด้านซ้ายที่ซึ่งจะมองไม่เห็นใบหน้าคมสัน ลมหายใจยังส่งเสียงฟืดฟาดระงับอาการตื่นเต้น
อนุสกุลหลิว บทที่ 8ร่างเล็กอรชรของหวางชิงบอบช้ำจากบทรักในทุกค่ำคืนจนนางจับไข้จริง นางนอนซมหนาวสั่น“เมิ่งหลัว แค่ก ๆ”“เจ้าคะ คุณหนูนอนก่อนนะเจ้าคะ นายท่านให้คนไปตามท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าหนาวยิ่งนัก แต่สักพักกลับร้อนดั่งไฟ”เสียงแหบแห้งพร้อมไอโคลกดังจนตัวโยนทำให้เมิ่งหลัวรีบถลาเข้าไปประคอง“คุณหนูดื่มชาเสียหน่อยนะเจ้าคะ ป้าฉีกำลังให้เด็กต้มโจ๊กคงอีกสักประเดี๋ยว”“ข้าไม่หิว อยากนอน”“โธ่ คุณหนู แล้วนี่นายท่านรองก็ไม่อยู่เสียด้วย”“เกี่ยวอันใดกับเขากัน แค่ก ๆ”“คุณหนูเจ้าคะ เมิ่งหลัวไปสืบความมา ยังไม่ทันได้เล่าให้คุณหนูฟัง”“สืบความเรื่องนายท่านรองใช่หรือไม่ เกือบสามอาทิตย์แล้วนะ ข้านึกว่าเจ้าลืมไปเสียแล้ว”“โธ่! คุณหนู คนรับใช้ในเรือนล้วนกลัวนายท่านรองทั้งสิ้น ข้าทะเล่อทะล่าโพล่งถามออกไปคงไม่เหมาะ จึงตะล่อมมาเรื่อย ๆ แล้วจับความสำคัญเอา”
อนุสกุลหลิว บทที่ 7“เมื่อครู่เจ้าว่าไม่อาบน้ำใช่หรือไม่”“ใช่ ท่านพี่เป็นอะไรไป เมื่อหัวค่ำท่านยังอ่อนโยนต่อข้า”หลิวซางไม่ตอบซ้ำยังลากนางไปทางอ่างน้ำ จับนางเปลื้องผ้าด้วยแรงชายจนอาภรณ์ขาดวิ่นแล้วโยนนางลงน้ำโครม! ซ่า! แค่ก ๆ ๆนางทะลึ่งตัวพรวดขึ้นสำลักน้ำ ลูบน้ำออกจากใบหน้า“ข้าอาบน้ำมาแล้ว เตรียมพร้อมสมสู่เสพกาม แต่ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าอาบอีกครั้ง ย่อมได้”“ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น ท่านพี่”หลิวซางกระชากเสื้อคลุมตนเองออกโยนทิ้ง แล้วก้าวลงไปในอ่าง แต่ยังไม่ลืมหยิบของบางอย่างมาด้วย สร้อยกระดิ่งร้อยเป็นตุ้มเล็ก ๆ ราวเจ็ดแปดตุ้ม ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งคล้ายกระดิ่ง“อะไร ท่านพี่เอาอะไรมา”“เหมี่ยนหลิง”“เหมี่ยนหลิง?”หลิวซางชูสูงตรงหน้าแล้วแกว่งจนเกินเสียงกังวานด้วยรอยยิ้มที่นางเห็นว่าช่างเหมือนกับหลิวเทียนไม่มีผิด อาจเพราะพวกเขาเป็นฝาแฝดกันใช่หรือไม่ทว่านางยังไม่กระจ่างข้อกังขา ท่านพี่พลันจับนางหั
อนุสกุลหลิว บทที่ 6มือนางครูดแผ่นหิน รวมไปถึงใบหน้าและนางคาดว่าคงแดงเห่อ“ซี้ดดด ร่องเจ้าดูดลำ อ่า อนุน้อย ข้าจะแตกใส่เจ้า”“อยะ อย่านะ อย่า”ดวงตาหวานดอกท้อเริ่มหวั่นเกรง เมื่อคืนนี้นายท่านมิได้หลั่งน้ำพิสุทธิ์ในกาย หากนางตั้งครรภ์นายท่านย่อมต้องรู้แน่ว่านางมีชู้กับชายอื่น“ซี้ดด อ่า เสียว อา ดี เด้าให้แรงเลย อ่า”นายท่านร่องย่อเข่าลงแล้วเฝ้าเอาแต่กระทุ้งสะโพกเสือกใส่ลำเอ็นเข้าถ้ำรัก จับขานางข้างหนึ่งขึ้นสูงเปิดอ้า เลื่อนมือลงด้านล่างถูบี้ติ่งเนื้อ“ตรงนี้ อ่า ซี้ดด แตกเลย อนุน้อย แตกน้ำให้ข้าได้เห็น”“อื้อออ อย่า ไม่ อ่า”ปากว่าไม่ แต่กายกลับเรียกร้อง ร่างของนางเคลื่อนไหวสอดรับนายท่านรอง เขากระทุ้งนางกดลงรับ เขาถอยห่าง นางดึงตัวยืดให้คล้ายหลุดแต่ไม่แล้วกระแทกลงตับ ตับ ตับเสียงเนื้อสองเนื้อกระทบแรงทุกคราวยามบรรจบกัน น้ำในร่องเปียกไหลลงนิ้วแกร่ง เขาส่งลิ้นชอนไชในรูหูบี้ติ่งแล้วซอยถี่“ซี้ดด อ่
อนุสกุลหลิว บทที่ 5“อ้าปาก”นางทำตามอย่างว่าง่าย รับเนื้อใหญ่เข้าปากเลียกินน้ำพิสุทธิ์จนหมดเกลี้ยง“น้องชิงชิงช่างร่านสมเป็นอนุ พี่ชอบ”“ปลดน้องได้หรือยังเจ้าคะ”“ยัง”“ยัง!”“อีกน้ำ”“แต่น้องช้ำไปหมด เจ็บแสบ”“พี่มีขี้ผึ้ง”พูดจบนายท่านกระโดดลงจากเตียงตรงไปยังสิ่งของที่เตรียมมาด้วยบนโต๊ะเล็ก หยิบตลับยาอันเล็กออกมาแล้วบางสิ่งที่ทำให้นางตื่นตระหนก“ท่านพี่ นั่นคือสิ่งใด”ในมือของหลิวซางคือห่วงหยกอันหนึ่งมีเชือกผูกปลายทั้งสองข้าง“แหวนหยก” เขายกชูพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย รอยยิ้มที่ทำให้นางเข่าอ่อนจนตัวยวบยาบ“ท่านพี่” น้ำเสียงสั่นเครือระคนสะท้าน“เวลาพี่สวมใส่ท่อนลึงค์ยาวนี้ ผูกเชือกไว้กับเอวจนแน่น ยามพี่กระแทกรูชิงชิง ตรงส่วนนี้” นิ้วชี้ยังเปื้อนน้ำวางลงตรงกลางแหวนหยก “จะกระแทกติ่งเม็ดกระสัน จุดที่ทำให้น้องชิงชิงแตกน้ำ”“ไม่ ไม่”นายท่านหลิวซางไม่ฟังเสียงทัดทาน ผูกเชือกรัดคาดเอวแล้วเข้าไปซ้อนด้านหลัง แต่ไม่ได้นั่งลง กลับดึงจนนางก้นโด่งขึ้นคล้ายท่า