เข้าสู่ระบบทันทีที่เอวาริน นางแบบสาวสวยที่มาแรงที่สุดในขณะนี้เดินโชว์ในชุดบิกินีปิดท้ายการแสดงเสร็จแล้วกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวหลังเวที ซินดี้ สาวมั่นวัยยี่สิบเจ็ดปี ดีไซน์เนอร์เจ้าของงานก็รีบวิ่งเข้ามาบอกด้วยสีหน้าลำบากใจ
“ท่านกำธรอยากคุยกับริน ออกไปพบท่านหน่อยนะ”
“ไม่ค่ะ” นางแบบสาวตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแล้วหันไปหยิบเสื้อยืดกับกางเกงยีนสีซีดมาสวมทับชุดว่ายน้ำที่ซินดี้ออกปากว่ายกให้เธอตั้งแต่ก่อนขึ้นเดินโชว์บนเวที
“ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าทำให้ท่านโกรธ ไม่งั้นรินจะเดือดร้อนรู้มั้ย ซินดี้เตือนด้วยความหวังดีในฐานะที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและผู้ชักนำเอวารินเข้าสู่วงการนางแบบ อีกทั้งกำลังพยายามผลักดันเธอให้ก้าวไปสู่การเป็นนางแบบระดับอินเตอร์ฯ อย่างที่เธอใฝ่ฝันอีกด้วย
“แค่ทุกวันนี้ที่ ‘ท่าน’ ของพี่ซินดี้คอยตามรังควานรินให้ไปเป็นนางบำเรอ รินก็เดือดร้อนจะแย่อยู่แล้ว ถ้าจะเดือดร้อนเพิ่มอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ” นางแบบสาวเดินไปนั่งบนเก้าอี้มุมห้องแล้วถอดรองเท้าส้นสูงที่ใช้สำหรับเดินแบบออกก่อนจะหยิบรองเท้าผ้าใบคู่โปรดที่มีสภาพมอซอออกมาสวม
“ยอมท่านเอง ดีกว่าถูกบังคับนะริน รินก็รู้ว่าคนอย่างท่านอยู่เหนือกฎหมาย ท่านจะทำอะไรกับรินก็ได้ ที่พี่พูดเพราะพี่เป็นห่วงความปลอดภัยของรินนะ” ซินดี้เดินตามไปเกลี้ยกล่อมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะกลัวเอวารินจะถูกคุกคามและถูก ‘อุ้ม’ หายไปเหมือนดาราและนางแบบหลายคนที่เคยโดนกันมาแล้ว
“ท่านจะไม่มีวันได้ตัวริน!” เอวารินประกาศกร้าวอย่างคนที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตน “รินจะยอมมีอะไรกับคนที่รินรักและเค้าก็รักรินเท่านั้น รินถนอมรักษาความเวอร์จิ้นของตัวเองมาได้ตั้งยี่สิบกว่าปี รินจะไม่ยอมเสียมันให้กับผู้ชายที่รินไม่ได้รักเด็ดขาด”
“เฮ้อ...” ซินดี้ถอนหายใจอย่างหนักอกหนักใจ “แล้วพี่จะออกไปบอกท่านว่ายังไง”
“พี่ซินดี้ก็บอกไปว่ารินเป็นนางแบบไม่ใช่อีตัว คนอย่างรินไม่มีวันยอมขายตัวให้ไอ้แก่ตัณหากลับอย่างมันเด็ดขาด”
“ริน! ทำไมพูดอย่างนั้น เดี๋ยวใครได้ยินเข้าแล้วเอาไปฟ้องท่านก็ได้เดือดร้อนกันหมดหรอก”
“รินพูดความจริง รินไม่กลัว” เอวารินคว้ากระเป๋าเป้มาสะพายขึ้นไหล่อย่างทะมัดทะแมง ผิดกับลุกส์สาวเซ็กซี่ที่เดินแบบในชุดว่ายน้ำบนเวทีเมื่อสักครู่นี้อย่างสิ้นเชิง “เที่ยงคืนกว่าแล้ว รินกลับก่อนนะพี่ซินดี้ ไม่อยากกลับดึกมาก ช่วงนี้ยิ่งรู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามอยู่ด้วย”
“คนของท่านหรือเปล่า” ซินดี้เครียด
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใคร รินก็ไม่กลัว รินไปแล้วนะพี่ซินดี้” นางแบบสาวยกมือไหว้ลาซินดี้แล้วรีบเดินออกไปทางประตูหลัง
เอวารินลงลิฟต์จากชั้น 25 ของโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นสถานที่จัดงานเดินแบบลงมายังชั้นจอดรถ ซึ่งขณะนี้เงียบสงัดจนน่ากลัว หญิงสาวรีบก้าวยาวๆ ไปที่รถของตัวเองอย่างระวังตัว แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนมีคนเดินตามหลังมาจึงหันกลับไปดูแต่ไม่เห็นใคร
“คะ...คน...หรือ...ผี?” เอวารินเริ่มหน้าซีดด้วยความกลัว และเมื่อหันหน้ากลับไปอีกทีก็ต้องช็อกสุดขีด เพราะมีชายชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาถมึงทึงถือปืนเล็งมาที่เธอ ตอนแรกเธอคิดว่าพวกมันเป็นคนของท่านกำธร แต่คิดอีกทีไม่น่าใช่ เพราะลูกน้องของไอ้แก่ตัณหากลับนั่นเธอจำหน้าได้ดีทุกคน
“อย่าทำอะไรฉันนะ ถ้าอยากได้เงินก็เอาไปเลย ฉันให้ทั้งกระเป๋าเลย เอาไป!” หญิงสาวตั้งใจโยนกระเป๋าเป้ใส่หน้าคนร้าย แล้วจะวิ่งหนี แต่คนร้ายที่ตัวใหญ่ราวยักษ์ปักหลั่นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย แถมยังตะคอกกลับด้วยน้ำเสียงดุดันน่ากลัวอีกต่างหาก
“ของที่ไอ้เจสันให้เธอไว้ก่อนตายอยู่ที่ไหน!”
“เจสัน? ใคร?” เอวารินทำหน้างง
“คนที่เธอพยายามจะช่วยชีวิตมันคืนนั้นไง”
เอวารินคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ ‘คืนนั้น’ ก็จำได้ว่า วันนั้นเธอไปปาร์ตี้วันเกิดของซินดี้ร่วมกับเพื่อนนางแบบกลุ่มใหญ่ที่ผับหรูแห่งหนึ่ง แล้วอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้นหลายนัด ทำให้นักร้องและนักดนตรีที่กำลังทำการแสดงอยู่บนเวทีหยุดชะงักทั้งวง ลูกค้าในร้านต่างพากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง แล้วชายชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ถูกยิงจนเลือดท่วมตัวก็กระเสือกกะสนหนีตายมาล้มลงตรงหน้าเธอแล้วขอร้องให้ช่วย
เอวารินพาเขาหนีมาที่รถ ชายคนนั้นพูดอะไรบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ และไม่รู้ว่ามันสำคัญอย่างไรว่า ‘มาร์คัส พี่ชายผม มีคนจะฆ่าเขา’ เขาฝืนพูดกระท่อนกระแท่นเสียงเบาจนฟังแทบไม่ได้ยิน จากนั้นก็หยิบพวงกุญแจรูปตุ๊กตาหมีที่ทำด้วยโลหะรมควันดำอันเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วจับยัดใส่มือเธอ “ฝากให้พี่ชายผมด้วย” เขาจับมือเธอให้กำพวงกุญแจไว้แน่น วิงวอนเธอด้วยสายตาแล้วสิ้นใจในวินาทีต่อมา
เมื่อคิดได้ดังนั้น เอวารินก็เหลือบตามองกระเป๋าเป้ที่ตกอยู่ที่พื้นข้างเท้าของคนร้าย ที่กระเป๋ามีพวงกุญแจรูปตุ๊กตาหมีที่เจสันให้เธอไว้ก่อนเสียชีวิตห้อยอยู่ หญิงสาวรีบเบนสายตาออกจากกระเป๋าเพื่อไม่ให้มีพิรุธทันที
“ของที่ไอ้เจสันให้เธออยู่ไหน!” คนร้ายเค้นเสียงถามอย่างน่ากลัว
“ฉันไม่รู้ อย่ามายุ่งกับฉัน” เธอปฏิเสธเสียงสั่น
“ถ้าไม่อยากตายก็บอกมา” คนร้ายกระชับปืนในมือแน่นเตรียมเหนี่ยวไกยิง
“กรี๊ด!!! อย่ายิงฉันนะ” หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ เธอได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด นาทีนั้นคิดว่าคงไม่รอดแน่ แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่ามีชายชาวต่างชาติคนหนึ่งมาช่วยเธอเอาไว้ และเสียงปืนที่เธอได้ยินก็คือเสียงยิงต่อสู้กันของทั้งสองฝ่าย
ผู้ชายคนนั้นคือมาร์คัสนั่นเอง!
คนร้ายคนหนึ่งพุ่งตัวเข้ามาหาเอวาริน มาร์คัสกระโดดเข้ามาถีบคนร้ายกระเด็นไปแล้วดึงตัวหญิงสาวเข้ามาหลบที่หลังเสา เขากอดเธอไว้แนบอกแล้วยื่นหน้าออกไปยิงต่อสู้กับคนร้ายพร้อมกับถามเธอด้วยความห่วงใยไปด้วย
“คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ” เอวารินเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อจัดของชายหนุ่มชาวต่างชาติในชุดสูทสีดำที่กำลังปกป้องเธออยู่อย่างพิจารณาราวกับจะจดจำใบหน้าของผู้มีพระคุณเอาไว้ให้ขึ้นใจ อกกว้างของเขาอบอุ่น วงแขนที่กอดกระชับเธอไว้ให้ความรู้สึกปลอดภัย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ลอยมาจากร่างกายกำยำนั้นหอมละมุน ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายแม้อยู่ท่ามกลางดงกระสุนที่เสียงดังจนแก้วหูแทบแตก
มาร์คัสยิงต่อสู้กับคนร้ายจนกระสุนหมดแม็กซ์ เอวารินได้ยินเขาสบถอย่างหัวเสียก่อนจะรวบตัวเธอไปหลบอีกด้านของเสาสี่เหลี่ยมที่มีหน้ากว้างมากพอจะกำบังร่างของทั้งคู่จากกระสุนปืนของคนร้ายที่ยิงเข้าใส่รัวๆ แบบไม่ยั้ง
“ทำไงดี ฉันยังไม่อยากตาย” หญิงสาวกดร่างสั่นเทาของตัวเองแนบกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างหวาดกลัว
“วิ่ง!” มาร์คัสโอบไหล่เอาตัวบังกระสุนให้เอวารินแล้วพาเธอวิ่งหนีคนร้ายออกไปทางด้านหลังของโรงแรม คนร้ายสองคนวิ่งตามทั้งคู่ไป ส่วนอีกคนวิ่งตามโทนี่ที่ฉีกตัวล่อพวกมันออกไปอีกทาง
“น้ำไม่แต่งค่ะ! คุณพ่อจะบังคับให้น้ำแต่งงานกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้ไม่ได้ นี่ชีวิตนี้ น้ำจะเลือกเอง” หญิงสาวประกาศกร้าว “ไม่ลองฟังก่อนเหรอ ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” ผู้เป็นบิดาต่อรองกับบุตรสาว “ไม่ค่ะ น้ำมีคนที่น้ำรักแล้ว น้ำจะแต่งงานกับเขาคนเดียวเท่านั้น” “ใคร!” นทีถามเสียงเข้ม “พี่ก้องค่ะ” กองพัชร์เดินเข้ามายืนเคียงคู่กับน้ำค้างและจับมือเธอบีบกระชับไว้แน่น นทีมองหน้าบุตรสาวและบอดี้การ์ดหนุ่มของเธอด้วยสีหน้าและแวว-ตาอึ้งๆ แบบคาดไม่ถึง “ผมรู้ว่ามันอาจจะไม่เหมาะสม แต่เราสองคนรักกันจริงๆ” กองพัชร์ยืดอกสารภาพกับนทีอย่างลูกผู้ชาย “เรารักกัน ให้เราแต่งงานกันนะคะ ถ้าคุณพ่อบังคับให้น้ำแต่งกับคนอื่น น้ำจะหนีคุณพ่อไปอยู่ที่อื่น ชาตินี้คุณพ่อจะไม่ได้เห็นหน้าน้ำอีกเลย” นทีหัวเราะลั่นห้องกับคำขู่ของบุตรสาว “คุณพ่อขำอะไรคะ น้ำไม่ได้พูดเล่นนะคะ น้ำจะทำจริงๆ” “พ่อไม่ได้ขำ พ่อแค่ดีใจที่ทุกอย่างมันง่ายกว่าที่พ่อคิดไว้เยอะ
ในที่สุดวันที่กองพัชร์ไม่อยากให้มาถึงก็มาถึงจนได้ นั่นคือวันที่เขาต้องพาน้ำค้างกลับมาหานทีที่กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังเรื่องสำคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาและน้ำค้างไปตลอดกาล กองพัชร์คิดไว้แล้วว่าจะสารภาพกับนทีไปตามตรง ว่าเขากับน้ำค้างรักกัน และตอนนี้น้ำค้างก็เป็นภรรยาของเขาแล้ว “พี่ก้องเป็นอะไรหรือเปล่าคะ น้ำเห็นพี่ก้องขับรถหน้าเครียดมาตลอดทาง ตั้งแต่ออกจากไร่” น้ำค้างถามเมื่อกองพัชร์ขับรถเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์ของเธอที่กรุงเทพในเวลาพลบค่ำ “ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วนะคะ คนร้ายก็จับได้แล้ว” “พี่ไม่ได้เครียดเรื่องนั้น” “หรือว่าพี่ก้องเครียดเรื่องคุณพ่อ” กองพัชร์ใช้ความเงียบแทนคำตอบ หญิงสาวเริ่มหน้าเสีย “พี่ก้องสัญญากับน้ำนะ ไม่ว่าคุณพ่อจะว่ายังไง พี่ก้องจะไม่ทิ้งน้ำ” “ถ้าน้ำพร้อมจะสู้ไปกับพี่ พี่จะทำให้คุณพ่อของน้ำยอมรับพี่ให้ได้” กองพัชร์รวบมือเล็กทั้งสองข้างไปกุมไว้แทนคำสัญญา ว่าเขาจะไม่ปล่อยมือเธอเด็ดขาด “ถ้าคุณพ่อไม่ให้เราแต่งงานกัน น้ำจะหนีตามพี่ก้องไปเลย”
“เดี๋ยวพี่สอน” กองพัชร์เด้งตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วใช้มือทั้งสองข้างรั้งบั้นท้ายกลมกลึงของหญิงสาวเข้ามาใกล้ก่อนจะจับส่วนปลายจรดเข้ากับปากทางอ่อนนุ่มแล้วผลักดันเข้าไปทีละนิดจนจมหาย “โอเคมั้ย”น้ำค้างพยักหน้ารับพลางส่งเสียงครวญครางเมื่อรับรู้ถึงตัวตนทั้งหมดของเขาที่แทรกลึกอยู่ภายในร่างกายชายหนุ่มทิ้งหลังลงนอนบนเตียงตามเดิมแล้วบอกด้วยน้ำเสียงแหบห้าว ลมหายใจขาดเป็นห้วง “ขยับขึ้น...ลง...”น้ำค้างแนบฝ่ามือเล็กนุ่มนิ่มลงบนหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามหนั่นแน่นของเขาแล้วยกสะโพกขึ้นจนเกือบสุดแล้วกดตัวกลับลงมาใหม่อย่างเชื่องช้าในครั้งแรก แล้วเร่งจังหวะขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มคุ้นชิน ในขณะเดียวกันชายหนุ่มที่นอนทอดกายหายใจหอบสะท้านอยู่ใต้ร่างเธอก็แอ่นสะโพกขึ้นสอดรับกับจังหวะที่เธอทิ้งตัวลงมาเป็นจังหวะที่ลงตัวและเพิ่มการเติมเต็มให้ล้ำลึกมากยิ่งขึ้นทั้งคู่เร่งจังหวะสอดประสานขึ้นลงถี่กระชั้นมากขึ้น จนพุ่งทะยานไปสู่จุดสูงสุดในวินาทีเดียวกัน น้ำค้างกรีดร้องเสียงหวานแล้วทิ้งกายลงนอนซบบนแผงอกอบอุ่นอย่างหมดเรี่ยวแรง“เก่งมาก” กองพัชร์จูบขมับชื้นเหงื่อของน้ำค้างแล้วจับร่างบางพลิกลงมานอนเคียงข้างกันบนเตียงนุ่มแ
“หนักแค่ไหนคะ” น้ำค้างถามยิ้มๆ แล้วทำเป็นแกล้งจะลุกหนีออกจากเตียง แต่ถูกกองพัชร์จับตัวกดให้นอนลงตามเดิมแล้วจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบไว้เหนือศีรษะด้วยมือใหญ่ของเขาเพียงข้างเดียว “จะหนีไปไหน มาให้พี่จูบซะดีๆ” “จูบตรงไหนบ้างคะ” เธอถามเสียงสั่นพร่าพลางยกขาข้างหนึ่งให้ตั้งชันขึ้นแล้วใช้หน้าขาถูไถแก่นกายของชายหนุ่มที่ชันเข่าคร่อมอยู่เหนือร่างเธออย่างยั่วยวน กองพัชร์สูดลมหายใจเข้าลึก กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งเกร็งและความเป็นชายก็เริ่มเหยียดขยาย ชาย-หนุ่มมองสบตาหญิงสาวเซ็กซี่ขี้ยั่วที่นอนทอดกายอยู่ใต้ร่างเขาด้วยสายตาคาดโทษที่เธอกล้าปลุกปั่นอารมณ์เขาถึงขนาดนี้ “จะจูบก็จูบสักทีสิคะ...น้ำรอนานแล้วนะ” หญิงสาวยังคงยั่วไม่เลิก“วันนี้จะจัดการคนขี้ยั่วให้ขาดใจตายเลยคอยดู”น้ำค้างยิ้มรับริมฝีปากหยักสวยที่แนบลงบนริมฝีปากของเธออย่างแนบแน่น เขากดย้ำเชื่องช้าสลับกับดูดดึงอย่างช่ำชอง แล้วความอบอุ่นจากสัมผัสอ่อนโยนของเขาก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเคยถูกเขาจูบมาหลายครั้งแล้วแต่ก็แปลกที่เธอไม่เคยเบื่อเลยน้ำค้างครางฮือ
“พี่อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ อยากอยู่กับน้ำแค่สองคนแบบนี้ไปนานๆ ยังไม่อยากกลับกรุงเทพเลย” เขาเดินเข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้จากทางด้านหลังแล้วกดปลายจมูกลงบนแก้มนุ่มเพื่อสูดกลิ่นหอมละมุนชวนลุ่มหลงเข้าไปจนเต็มที่ ในขณะที่ฝ่ามือข้างหนึ่งก็กดหน้าท้องเธอเพื่อรั้งร่างบอบบางให้เข้ามาแนบชิดกับลำตัวก่อนจะบดเบียดความเป็นชายเข้ากับบั้นท้ายกลมกลึงผ่านเนื้อผ้า“อย่าทำแบบนี้ค่ะ”“ทำไมล่ะ” “เดี๋ยวน้ำทนไม่ไหว” น้ำค้างบอกเสียงแผ่วหวานกองพัชร์กลั้นหัวเราะไว้แทบไม่อยู่เมื่อได้ยินคำตอบตรงไปตรงมาจากคนในอ้อมกอด ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยปิดบังความต้องการของตัวเอง นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอขอให้เขาจูบจนกระทั่งถึงตอนนี้“แล้วทำไมน้ำจะต้องทนด้วย” เขากระซิบถามขำๆ ที่ข้างหูเธอแล้วต่อด้วยคำวิงวอนแผ่วเบาทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเข้มข้น “ทำกันนะ”“ทำอะไรคะ” เธอแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาชวนทำอะไร“ทำแบบที่น้ำชอบ” เขาตอบพึมพำพลางลากริมฝีปากและปลายลิ้นลงมาตามลำคอขาวนวล ในขณะที่มือใหญ่ก็นวดคลึงทรวงอกเต่งตึงไม่ว่างเว้นน้ำค้างเอียงคอหนูจูบที่ชวนให้วาบหวิวก่อนจะพลิกตัวอยู่ภายในวงแขนที่โอบรัดอยู่รอบตัวเพื่อ
“อืม...” เขาครางเสียงทุ้มต่ำในลำคออย่างพึงพอใจกับการตอบสนองของภรรยาผู้เร่าร้อน ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นนวดคลึงทรวงอกนุ่มหยุ่นขนาดเต็มไม้เต็มมือ ก่อนที่กองพัชร์จะจับน้ำค้างลอกคราบกลางห้องรับแขกแม่เลี้ยงดาวก็โผล่พรวดเข้ามา ทำให้น้ำค้างรีบดีดตัวออกจากอ้อมกอดของสามีแทบไม่ทัน “แม่มาผิดจังหวะใช่มั้ย แม่กลับก่อนดีกว่า ตามสบายเลยลูก” แม่เลี้ยงดาวทำท่าจะเดินกลับออกไป แต่ถูกกองพัชร์เรียกไว้ “กลับมาก่อนเลยแม่ มาขัดจังหวะผมแล้วจะหนีไปดื้อๆ อย่างนี้ได้ยังไง” แม่เลี้ยงดาวหันมาต่อว่าบุตรชายแบบไม่จริงจังนัก “ใครจะไปคิดว่าแกจะทำอะไรกลางวันแสกๆ แบบนี้” “อ้าว ก็แม่อยากได้หลานเร็วๆ ผมก็เลยต้องเร่งทำให้ทั้งวันทั้งคืนไง” “ดีมาก” ผู้เป็นมารดายิ้มพอใจ “นี่แม่ก็ทำอาหารบำรุงกำลังมาให้แกกับหนูน้ำกินเหมือนกัน จะได้มีลูกกันเร็วๆ สมใจแม่” แม่เลี้ยงดาวเดินกลับเข้ามานั่งแล้ววางตะกร้าบรรจุกล่องใส่อาหารลงตรงหน้าหน้ากองพัชร์ จากนั้นจึงสังเกตเห็นว่าน้ำค้างเอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบกริบท่าทางเขินอาย “หนูน้ำนั่งเงียบเ






![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
