Share

1.1 | หนีตาย

last update Last Updated: 2026-01-24 13:12:09

ทันทีที่เอวาริน นางแบบสาวสวยที่มาแรงที่สุดในขณะนี้เดินโชว์ในชุดบิกินีปิดท้ายการแสดงเสร็จแล้วกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวหลังเวที ซินดี้ สาวมั่นวัยยี่สิบเจ็ดปี ดีไซน์เนอร์เจ้าของงานก็รีบวิ่งเข้ามาบอกด้วยสีหน้าลำบากใจ

               “ท่านกำธรอยากคุยกับริน ออกไปพบท่านหน่อยนะ”

               “ไม่ค่ะ” นางแบบสาวตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแล้วหันไปหยิบเสื้อยืดกับกางเกงยีนสีซีดมาสวมทับชุดว่ายน้ำที่ซินดี้ออกปากว่ายกให้เธอตั้งแต่ก่อนขึ้นเดินโชว์บนเวที

“ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าทำให้ท่านโกรธ ไม่งั้นรินจะเดือดร้อนรู้มั้ย ซินดี้เตือนด้วยความหวังดีในฐานะที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและผู้ชักนำเอวารินเข้าสู่วงการนางแบบ อีกทั้งกำลังพยายามผลักดันเธอให้ก้าวไปสู่การเป็นนางแบบระดับอินเตอร์ฯ อย่างที่เธอใฝ่ฝันอีกด้วย

               “แค่ทุกวันนี้ที่ ‘ท่าน’ ของพี่ซินดี้คอยตามรังควานรินให้ไปเป็นนางบำเรอ รินก็เดือดร้อนจะแย่อยู่แล้ว ถ้าจะเดือดร้อนเพิ่มอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ” นางแบบสาวเดินไปนั่งบนเก้าอี้มุมห้องแล้วถอดรองเท้าส้นสูงที่ใช้สำหรับเดินแบบออกก่อนจะหยิบรองเท้าผ้าใบคู่โปรดที่มีสภาพมอซอออกมาสวม

“ยอมท่านเอง ดีกว่าถูกบังคับนะริน รินก็รู้ว่าคนอย่างท่านอยู่เหนือกฎหมาย ท่านจะทำอะไรกับรินก็ได้ ที่พี่พูดเพราะพี่เป็นห่วงความปลอดภัยของรินนะ” ซินดี้เดินตามไปเกลี้ยกล่อมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะกลัวเอวารินจะถูกคุกคามและถูก ‘อุ้ม’ หายไปเหมือนดาราและนางแบบหลายคนที่เคยโดนกันมาแล้ว

               “ท่านจะไม่มีวันได้ตัวริน!” เอวารินประกาศกร้าวอย่างคนที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตน “รินจะยอมมีอะไรกับคนที่รินรักและเค้าก็รักรินเท่านั้น รินถนอมรักษาความเวอร์จิ้นของตัวเองมาได้ตั้งยี่สิบกว่าปี รินจะไม่ยอมเสียมันให้กับผู้ชายที่รินไม่ได้รักเด็ดขาด”

               “เฮ้อ...” ซินดี้ถอนหายใจอย่างหนักอกหนักใจ “แล้วพี่จะออกไปบอกท่านว่ายังไง”

               “พี่ซินดี้ก็บอกไปว่ารินเป็นนางแบบไม่ใช่อีตัว คนอย่างรินไม่มีวันยอมขายตัวให้ไอ้แก่ตัณหากลับอย่างมันเด็ดขาด”

               “ริน! ทำไมพูดอย่างนั้น เดี๋ยวใครได้ยินเข้าแล้วเอาไปฟ้องท่านก็ได้เดือดร้อนกันหมดหรอก”

               “รินพูดความจริง รินไม่กลัว” เอวารินคว้ากระเป๋าเป้มาสะพายขึ้นไหล่อย่างทะมัดทะแมง ผิดกับลุกส์สาวเซ็กซี่ที่เดินแบบในชุดว่ายน้ำบนเวทีเมื่อสักครู่นี้อย่างสิ้นเชิง “เที่ยงคืนกว่าแล้ว รินกลับก่อนนะพี่ซินดี้ ไม่อยากกลับดึกมาก ช่วงนี้ยิ่งรู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามอยู่ด้วย”

               “คนของท่านหรือเปล่า” ซินดี้เครียด

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใคร รินก็ไม่กลัว รินไปแล้วนะพี่ซินดี้” นางแบบสาวยกมือไหว้ลาซินดี้แล้วรีบเดินออกไปทางประตูหลัง

เอวารินลงลิฟต์จากชั้น 25 ของโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นสถานที่จัดงานเดินแบบลงมายังชั้นจอดรถ ซึ่งขณะนี้เงียบสงัดจนน่ากลัว หญิงสาวรีบก้าวยาวๆ ไปที่รถของตัวเองอย่างระวังตัว แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนมีคนเดินตามหลังมาจึงหันกลับไปดูแต่ไม่เห็นใคร

               “คะ...คน...หรือ...ผี?” เอวารินเริ่มหน้าซีดด้วยความกลัว และเมื่อหันหน้ากลับไปอีกทีก็ต้องช็อกสุดขีด เพราะมีชายชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาถมึงทึงถือปืนเล็งมาที่เธอ ตอนแรกเธอคิดว่าพวกมันเป็นคนของท่านกำธร แต่คิดอีกทีไม่น่าใช่ เพราะลูกน้องของไอ้แก่ตัณหากลับนั่นเธอจำหน้าได้ดีทุกคน

               “อย่าทำอะไรฉันนะ ถ้าอยากได้เงินก็เอาไปเลย ฉันให้ทั้งกระเป๋าเลย เอาไป!” หญิงสาวตั้งใจโยนกระเป๋าเป้ใส่หน้าคนร้าย แล้วจะวิ่งหนี แต่คนร้ายที่ตัวใหญ่ราวยักษ์ปักหลั่นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย แถมยังตะคอกกลับด้วยน้ำเสียงดุดันน่ากลัวอีกต่างหาก

               “ของที่ไอ้เจสันให้เธอไว้ก่อนตายอยู่ที่ไหน!”

               “เจสัน? ใคร?” เอวารินทำหน้างง

               “คนที่เธอพยายามจะช่วยชีวิตมันคืนนั้นไง”

               เอวารินคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ ‘คืนนั้น’ ก็จำได้ว่า วันนั้นเธอไปปาร์ตี้วันเกิดของซินดี้ร่วมกับเพื่อนนางแบบกลุ่มใหญ่ที่ผับหรูแห่งหนึ่ง แล้วอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้นหลายนัด ทำให้นักร้องและนักดนตรีที่กำลังทำการแสดงอยู่บนเวทีหยุดชะงักทั้งวง ลูกค้าในร้านต่างพากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง แล้วชายชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ถูกยิงจนเลือดท่วมตัวก็กระเสือกกะสนหนีตายมาล้มลงตรงหน้าเธอแล้วขอร้องให้ช่วย

เอวารินพาเขาหนีมาที่รถ ชายคนนั้นพูดอะไรบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ และไม่รู้ว่ามันสำคัญอย่างไรว่า ‘มาร์คัส พี่ชายผม มีคนจะฆ่าเขา’ เขาฝืนพูดกระท่อนกระแท่นเสียงเบาจนฟังแทบไม่ได้ยิน จากนั้นก็หยิบพวงกุญแจรูปตุ๊กตาหมีที่ทำด้วยโลหะรมควันดำอันเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วจับยัดใส่มือเธอ “ฝากให้พี่ชายผมด้วย” เขาจับมือเธอให้กำพวงกุญแจไว้แน่น วิงวอนเธอด้วยสายตาแล้วสิ้นใจในวินาทีต่อมา

เมื่อคิดได้ดังนั้น เอวารินก็เหลือบตามองกระเป๋าเป้ที่ตกอยู่ที่พื้นข้างเท้าของคนร้าย ที่กระเป๋ามีพวงกุญแจรูปตุ๊กตาหมีที่เจสันให้เธอไว้ก่อนเสียชีวิตห้อยอยู่ หญิงสาวรีบเบนสายตาออกจากกระเป๋าเพื่อไม่ให้มีพิรุธทันที

“ของที่ไอ้เจสันให้เธออยู่ไหน!” คนร้ายเค้นเสียงถามอย่างน่ากลัว

“ฉันไม่รู้ อย่ามายุ่งกับฉัน” เธอปฏิเสธเสียงสั่น

“ถ้าไม่อยากตายก็บอกมา” คนร้ายกระชับปืนในมือแน่นเตรียมเหนี่ยวไกยิง

“กรี๊ด!!! อย่ายิงฉันนะ” หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ เธอได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด นาทีนั้นคิดว่าคงไม่รอดแน่ แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่ามีชายชาวต่างชาติคนหนึ่งมาช่วยเธอเอาไว้ และเสียงปืนที่เธอได้ยินก็คือเสียงยิงต่อสู้กันของทั้งสองฝ่าย

ผู้ชายคนนั้นคือมาร์คัสนั่นเอง!

คนร้ายคนหนึ่งพุ่งตัวเข้ามาหาเอวาริน มาร์คัสกระโดดเข้ามาถีบคนร้ายกระเด็นไปแล้วดึงตัวหญิงสาวเข้ามาหลบที่หลังเสา เขากอดเธอไว้แนบอกแล้วยื่นหน้าออกไปยิงต่อสู้กับคนร้ายพร้อมกับถามเธอด้วยความห่วงใยไปด้วย

               “คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

               “ไม่ค่ะ” เอวารินเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อจัดของชายหนุ่มชาวต่างชาติในชุดสูทสีดำที่กำลังปกป้องเธออยู่อย่างพิจารณาราวกับจะจดจำใบหน้าของผู้มีพระคุณเอาไว้ให้ขึ้นใจ อกกว้างของเขาอบอุ่น วงแขนที่กอดกระชับเธอไว้ให้ความรู้สึกปลอดภัย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ลอยมาจากร่างกายกำยำนั้นหอมละมุน ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายแม้อยู่ท่ามกลางดงกระสุนที่เสียงดังจนแก้วหูแทบแตก

               มาร์คัสยิงต่อสู้กับคนร้ายจนกระสุนหมดแม็กซ์ เอวารินได้ยินเขาสบถอย่างหัวเสียก่อนจะรวบตัวเธอไปหลบอีกด้านของเสาสี่เหลี่ยมที่มีหน้ากว้างมากพอจะกำบังร่างของทั้งคู่จากกระสุนปืนของคนร้ายที่ยิงเข้าใส่รัวๆ แบบไม่ยั้ง

“ทำไงดี ฉันยังไม่อยากตาย” หญิงสาวกดร่างสั่นเทาของตัวเองแนบกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างหวาดกลัว

               “วิ่ง!” มาร์คัสโอบไหล่เอาตัวบังกระสุนให้เอวารินแล้วพาเธอวิ่งหนีคนร้ายออกไปทางด้านหลังของโรงแรม คนร้ายสองคนวิ่งตามทั้งคู่ไป ส่วนอีกคนวิ่งตามโทนี่ที่ฉีกตัวล่อพวกมันออกไปอีกทาง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status