LOGINมาร์คัสฉวยจังหวะที่เอวารินกำลังวุ่นวายอยู่กับการควบคุมสาวใช้ให้ขนย้ายของใช้ส่วนตัวของเธอจากห้องนอนสีชมพูไปไว้ที่ห้องนอนของเขาหลบมาคุยกับโทนี่ในห้องทำงาน
“งานที่นิวยอร์กมีปัญหาอะไรมั้ย”
“ไม่มีครับ ทุกบริษัทในเครือมีคณะผู้บริหารที่ไว้ใจได้อยู่แล้ว” ลูกน้องคนสนิทรายงานแล้วส่งกระเป๋าเป้ของเอวารินที่เก็บมาจากลานจอดรถของโรงแรมในคืนเกิดเหตุให้ผู้เป็นนาย “กระเป๋าของคุณรินครับ ส่วนรถของเธอผมให้คนเอามาจอดไว้ที่นี่แล้ว”
นักธุรกิจหนุ่มรับกระเป๋าเป้มาเปิดดู ในนั้นมีเพียงของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นจำพวก กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเครื่องสำอาง กุญแจรถ กุญแจคอนโดฯ และของใช้จุกจิกของผู้หญิงอีกสองถึงสามชิ้น พวงกุญแจที่เจสันฝากไว้ก่อนเสียชีวิตยังห้อยอยู่ที่เดิมแต่มาร์คัสไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนักเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็น ‘ของสำคัญ’
“ผมไปค้นคอนโดฯ ของคุณรินจนทั่วแล้ว ไม่มีเบาะแสเกี่ยวกับคุณเจสันหรือว่าพวกคนร้ายเลย เห็นแต่ผู้หญิงที่ชื่อซินดี้ไปตามหาคุณรินที่คอนโดฯ ท่าทางเธอร้อนใจมากที่คุณรินหายตัวไป ผมว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่เธอจะแจ้งตำรวจ”
มาร์คัสคิดนิดหนึ่งแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือของเอวารินขึ้นมากดส่งข้อความไปบอกซินดี้ว่า ‘อยู่ต่างจังหวัด ปลอดภัยดี ไม่ต้องเป็นห่วง’ แล้วกดปิดเครื่อง จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นถามลูกน้องคนสนิทด้วยแววตาแข็งกระด้าง
“ไอ้เซบาสเตียนมีความเคลื่อนไหวอะไรมั้ย”
“เก็บตัวเงียบครับ คิดว่าพวกมันคงรอให้เรื่องเงียบก่อนค่อยลงมืออีกครั้งเพราะเหตุการณ์ไล่ยิงกันกลางดึกคืนนั้นนักข่าวให้ความสนใจกันมาก ตำรวจก็กำลังตามหาตัวคนก่อเหตุกันให้ควั่ก”
“ก็ดี...ช่วงที่มันเก็บตัว ฉันจะเร่งฟื้นความทรงจำให้ริน จะได้รู้สักทีว่าของที่เจสันฝากไว้อยู่ที่ไหน” มาร์คัสเอากระเป๋าเป้ของเอวารินไปเก็บไว้ในตู้เซฟแล้วกลับไปหาเธอที่ห้องนอน แต่ให้ตายเถอะ แค่คิดว่าคืนนี้จะต้องนอนเตียงเดียวกับเธอทั้งคืนแต่สอดแทรกมักกรยักษ์เข้าไปในตัวเธอไม่ได้ แค่นี้เขาก็รู้สึกรวดร้าวจนแทบขาดใจ
ไม่รู้ว่าเขาจะทนกับความทรมานแบบนี้ไปได้สักกี่คืน
มาร์คัสเดินมาถึงหน้าห้องนอนแล้วหยุดสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมสติก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป
“หายไปไหนมาตั้งนานคะมาร์ค” เอวารินที่นั่งทาแฮนด์ครีมอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งหันมาถามผู้ที่เธอเข้าใจว่าเป็นสามีด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“คุณอาบน้ำ...แล้วเหรอคะ” มาร์คัสถามอึกอัก ลมหายใจขาดห้วงเหมือนคนหายใจไม่ออกเมื่อเห็นชุดนอนแสนเซ็กซี่ที่เธอสวมอยู่
มันเป็นชุดนอนสายเดี่ยวคอคว้านลึกจนเห็นทรวงอกเต็มอิ่มเกือบครึ่ง สีแดงสดของเนื้อผ้าซาตินเนื้อนุ่มลื่นมันวาวขับให้สีผิวที่ขาวละเอียดของเธอยิ่งผุดผ่องดั่งมีออร่าเปล่งประกาย ชายกระโปรงที่มีความยาวเลยสะโพกลงมาเพียงแค่ปกปิดบั้นท้ายมิดนั้นเผยให้เห็นขาเรียวยาวสมกับที่เป็นนางแบบ
“ตอนแรกก็ว่าจะรออาบพร้อมคุณ แต่ฉันเริ่มง่วงแล้วก็เลยอาบก่อน” เธอเดินเข้ามาสวมกอดเขาทางด้านหน้าด้วยแขนทั้งสองข้าง ทำให้หน้าท้องแบนราบกดแนบลงบนความเป็นชายที่เพิ่งสงบลงได้ด้วยน้ำมือเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ แต่แล้วเธอก็กำลังจะทำให้มันตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความออดอ้อนอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวว่ามันเป็นปลุกเร้าเขาอย่างร้ายกาจ
“ถ้าคุณง่วงก็นอนก่อนได้เลย ไม่ต้องรอผม” มาร์คัสจับต้นแขนทั้งสองข้างของหญิงสาวดันตัวเธอออกห่าง “ผมขอไปอาบน้ำแป๊บนึง”
“ให้ฉันช่วยอาบให้มั้ยคะ คุณเจ็บแผลอยู่คงอาบไม่ถนัด”
“ไม่เจ็บเท่าไหร่แล้วละ ผมอาบเองได้” เขารีบปฏิเสธเพราะไม่อยากเพิ่มความทรมานให้ตัวเองไปมากกว่านี้
“ถ้าอย่างนั้นก็อาบเร็วๆ นะคะ ฉันอยากนอนกอดคุณ แล้วก็อยากให้คุณเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวฉันให้ฟังด้วย เผื่อฉันจะจำอะไรได้บ้าง” หญิงสาวเดินไปส่งเขาที่หน้าห้องน้ำแล้วกลับมานอนรอที่เตียง
มาร์คัสระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อเข้ามาอยู่ตามลำพังในห้องน้ำ เพราะถ้ายืนให้เธอกอดนานกว่านั้นอีกสักนาทีเดียวมังกรยักษ์ของเขาต้องพ่นไฟใส่เธอแน่
ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าแล้วเข้าไปยืนเปลือยกายใต้ฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์ขนาดใหญ่แล้วเปิดน้ำให้รินรดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพื่อดับความร้อนรุ่ม เขาไม่เคยมีอาการแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน นี่ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นคนดีและความจำเสื่อมอยู่ เขาก็คงจะไม่อดทนกับเธอขนาดนี้
มาร์คัสใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำเกือบชั่วโมงเพื่อถ่วงเวลาให้เอวารินหลับก่อนแล้วค่อยออกไปและก็เป็นไปตามที่คิด หญิงสาวนอนรอเขาจนเผลอหลับไปไม่รู้ตัว เธอห่มผ้ามิดจนถึงคอปกปิดเรือนร่างเซ็กซี่เอาไว้มิดชิด ซึ่งนับเป็นผลดีต่อมังกรยักษ์จอมพยศของเขาเป็นอย่างมาก
ชายหนุ่มรีบแต่งตัวแล้วปิดไฟทุกดวงในห้องจากนั้นก็คลานขึ้นเตียงไปสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธออย่างเบาเสียงที่สุดเพราะเกรงจะทำให้หญิงสาวจอมยั่วตื่นขึ้นมาป่วนความรู้สึกเขาอีก คิดแล้วเขาก็นึกสมเพชตัวเองที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพหวาดระแวงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ ถ้าโทนี่รู้จะต้องหัวเราะเยาะเขาจนท้องแข็งแน่นอน
“น้ำไม่แต่งค่ะ! คุณพ่อจะบังคับให้น้ำแต่งงานกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้ไม่ได้ นี่ชีวิตนี้ น้ำจะเลือกเอง” หญิงสาวประกาศกร้าว “ไม่ลองฟังก่อนเหรอ ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” ผู้เป็นบิดาต่อรองกับบุตรสาว “ไม่ค่ะ น้ำมีคนที่น้ำรักแล้ว น้ำจะแต่งงานกับเขาคนเดียวเท่านั้น” “ใคร!” นทีถามเสียงเข้ม “พี่ก้องค่ะ” กองพัชร์เดินเข้ามายืนเคียงคู่กับน้ำค้างและจับมือเธอบีบกระชับไว้แน่น นทีมองหน้าบุตรสาวและบอดี้การ์ดหนุ่มของเธอด้วยสีหน้าและแวว-ตาอึ้งๆ แบบคาดไม่ถึง “ผมรู้ว่ามันอาจจะไม่เหมาะสม แต่เราสองคนรักกันจริงๆ” กองพัชร์ยืดอกสารภาพกับนทีอย่างลูกผู้ชาย “เรารักกัน ให้เราแต่งงานกันนะคะ ถ้าคุณพ่อบังคับให้น้ำแต่งกับคนอื่น น้ำจะหนีคุณพ่อไปอยู่ที่อื่น ชาตินี้คุณพ่อจะไม่ได้เห็นหน้าน้ำอีกเลย” นทีหัวเราะลั่นห้องกับคำขู่ของบุตรสาว “คุณพ่อขำอะไรคะ น้ำไม่ได้พูดเล่นนะคะ น้ำจะทำจริงๆ” “พ่อไม่ได้ขำ พ่อแค่ดีใจที่ทุกอย่างมันง่ายกว่าที่พ่อคิดไว้เยอะ
ในที่สุดวันที่กองพัชร์ไม่อยากให้มาถึงก็มาถึงจนได้ นั่นคือวันที่เขาต้องพาน้ำค้างกลับมาหานทีที่กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังเรื่องสำคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาและน้ำค้างไปตลอดกาล กองพัชร์คิดไว้แล้วว่าจะสารภาพกับนทีไปตามตรง ว่าเขากับน้ำค้างรักกัน และตอนนี้น้ำค้างก็เป็นภรรยาของเขาแล้ว “พี่ก้องเป็นอะไรหรือเปล่าคะ น้ำเห็นพี่ก้องขับรถหน้าเครียดมาตลอดทาง ตั้งแต่ออกจากไร่” น้ำค้างถามเมื่อกองพัชร์ขับรถเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์ของเธอที่กรุงเทพในเวลาพลบค่ำ “ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วนะคะ คนร้ายก็จับได้แล้ว” “พี่ไม่ได้เครียดเรื่องนั้น” “หรือว่าพี่ก้องเครียดเรื่องคุณพ่อ” กองพัชร์ใช้ความเงียบแทนคำตอบ หญิงสาวเริ่มหน้าเสีย “พี่ก้องสัญญากับน้ำนะ ไม่ว่าคุณพ่อจะว่ายังไง พี่ก้องจะไม่ทิ้งน้ำ” “ถ้าน้ำพร้อมจะสู้ไปกับพี่ พี่จะทำให้คุณพ่อของน้ำยอมรับพี่ให้ได้” กองพัชร์รวบมือเล็กทั้งสองข้างไปกุมไว้แทนคำสัญญา ว่าเขาจะไม่ปล่อยมือเธอเด็ดขาด “ถ้าคุณพ่อไม่ให้เราแต่งงานกัน น้ำจะหนีตามพี่ก้องไปเลย”
“เดี๋ยวพี่สอน” กองพัชร์เด้งตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วใช้มือทั้งสองข้างรั้งบั้นท้ายกลมกลึงของหญิงสาวเข้ามาใกล้ก่อนจะจับส่วนปลายจรดเข้ากับปากทางอ่อนนุ่มแล้วผลักดันเข้าไปทีละนิดจนจมหาย “โอเคมั้ย”น้ำค้างพยักหน้ารับพลางส่งเสียงครวญครางเมื่อรับรู้ถึงตัวตนทั้งหมดของเขาที่แทรกลึกอยู่ภายในร่างกายชายหนุ่มทิ้งหลังลงนอนบนเตียงตามเดิมแล้วบอกด้วยน้ำเสียงแหบห้าว ลมหายใจขาดเป็นห้วง “ขยับขึ้น...ลง...”น้ำค้างแนบฝ่ามือเล็กนุ่มนิ่มลงบนหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามหนั่นแน่นของเขาแล้วยกสะโพกขึ้นจนเกือบสุดแล้วกดตัวกลับลงมาใหม่อย่างเชื่องช้าในครั้งแรก แล้วเร่งจังหวะขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มคุ้นชิน ในขณะเดียวกันชายหนุ่มที่นอนทอดกายหายใจหอบสะท้านอยู่ใต้ร่างเธอก็แอ่นสะโพกขึ้นสอดรับกับจังหวะที่เธอทิ้งตัวลงมาเป็นจังหวะที่ลงตัวและเพิ่มการเติมเต็มให้ล้ำลึกมากยิ่งขึ้นทั้งคู่เร่งจังหวะสอดประสานขึ้นลงถี่กระชั้นมากขึ้น จนพุ่งทะยานไปสู่จุดสูงสุดในวินาทีเดียวกัน น้ำค้างกรีดร้องเสียงหวานแล้วทิ้งกายลงนอนซบบนแผงอกอบอุ่นอย่างหมดเรี่ยวแรง“เก่งมาก” กองพัชร์จูบขมับชื้นเหงื่อของน้ำค้างแล้วจับร่างบางพลิกลงมานอนเคียงข้างกันบนเตียงนุ่มแ
“หนักแค่ไหนคะ” น้ำค้างถามยิ้มๆ แล้วทำเป็นแกล้งจะลุกหนีออกจากเตียง แต่ถูกกองพัชร์จับตัวกดให้นอนลงตามเดิมแล้วจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบไว้เหนือศีรษะด้วยมือใหญ่ของเขาเพียงข้างเดียว “จะหนีไปไหน มาให้พี่จูบซะดีๆ” “จูบตรงไหนบ้างคะ” เธอถามเสียงสั่นพร่าพลางยกขาข้างหนึ่งให้ตั้งชันขึ้นแล้วใช้หน้าขาถูไถแก่นกายของชายหนุ่มที่ชันเข่าคร่อมอยู่เหนือร่างเธออย่างยั่วยวน กองพัชร์สูดลมหายใจเข้าลึก กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งเกร็งและความเป็นชายก็เริ่มเหยียดขยาย ชาย-หนุ่มมองสบตาหญิงสาวเซ็กซี่ขี้ยั่วที่นอนทอดกายอยู่ใต้ร่างเขาด้วยสายตาคาดโทษที่เธอกล้าปลุกปั่นอารมณ์เขาถึงขนาดนี้ “จะจูบก็จูบสักทีสิคะ...น้ำรอนานแล้วนะ” หญิงสาวยังคงยั่วไม่เลิก“วันนี้จะจัดการคนขี้ยั่วให้ขาดใจตายเลยคอยดู”น้ำค้างยิ้มรับริมฝีปากหยักสวยที่แนบลงบนริมฝีปากของเธออย่างแนบแน่น เขากดย้ำเชื่องช้าสลับกับดูดดึงอย่างช่ำชอง แล้วความอบอุ่นจากสัมผัสอ่อนโยนของเขาก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเคยถูกเขาจูบมาหลายครั้งแล้วแต่ก็แปลกที่เธอไม่เคยเบื่อเลยน้ำค้างครางฮือ
“พี่อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ อยากอยู่กับน้ำแค่สองคนแบบนี้ไปนานๆ ยังไม่อยากกลับกรุงเทพเลย” เขาเดินเข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้จากทางด้านหลังแล้วกดปลายจมูกลงบนแก้มนุ่มเพื่อสูดกลิ่นหอมละมุนชวนลุ่มหลงเข้าไปจนเต็มที่ ในขณะที่ฝ่ามือข้างหนึ่งก็กดหน้าท้องเธอเพื่อรั้งร่างบอบบางให้เข้ามาแนบชิดกับลำตัวก่อนจะบดเบียดความเป็นชายเข้ากับบั้นท้ายกลมกลึงผ่านเนื้อผ้า“อย่าทำแบบนี้ค่ะ”“ทำไมล่ะ” “เดี๋ยวน้ำทนไม่ไหว” น้ำค้างบอกเสียงแผ่วหวานกองพัชร์กลั้นหัวเราะไว้แทบไม่อยู่เมื่อได้ยินคำตอบตรงไปตรงมาจากคนในอ้อมกอด ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยปิดบังความต้องการของตัวเอง นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอขอให้เขาจูบจนกระทั่งถึงตอนนี้“แล้วทำไมน้ำจะต้องทนด้วย” เขากระซิบถามขำๆ ที่ข้างหูเธอแล้วต่อด้วยคำวิงวอนแผ่วเบาทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเข้มข้น “ทำกันนะ”“ทำอะไรคะ” เธอแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาชวนทำอะไร“ทำแบบที่น้ำชอบ” เขาตอบพึมพำพลางลากริมฝีปากและปลายลิ้นลงมาตามลำคอขาวนวล ในขณะที่มือใหญ่ก็นวดคลึงทรวงอกเต่งตึงไม่ว่างเว้นน้ำค้างเอียงคอหนูจูบที่ชวนให้วาบหวิวก่อนจะพลิกตัวอยู่ภายในวงแขนที่โอบรัดอยู่รอบตัวเพื่อ
“อืม...” เขาครางเสียงทุ้มต่ำในลำคออย่างพึงพอใจกับการตอบสนองของภรรยาผู้เร่าร้อน ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นนวดคลึงทรวงอกนุ่มหยุ่นขนาดเต็มไม้เต็มมือ ก่อนที่กองพัชร์จะจับน้ำค้างลอกคราบกลางห้องรับแขกแม่เลี้ยงดาวก็โผล่พรวดเข้ามา ทำให้น้ำค้างรีบดีดตัวออกจากอ้อมกอดของสามีแทบไม่ทัน “แม่มาผิดจังหวะใช่มั้ย แม่กลับก่อนดีกว่า ตามสบายเลยลูก” แม่เลี้ยงดาวทำท่าจะเดินกลับออกไป แต่ถูกกองพัชร์เรียกไว้ “กลับมาก่อนเลยแม่ มาขัดจังหวะผมแล้วจะหนีไปดื้อๆ อย่างนี้ได้ยังไง” แม่เลี้ยงดาวหันมาต่อว่าบุตรชายแบบไม่จริงจังนัก “ใครจะไปคิดว่าแกจะทำอะไรกลางวันแสกๆ แบบนี้” “อ้าว ก็แม่อยากได้หลานเร็วๆ ผมก็เลยต้องเร่งทำให้ทั้งวันทั้งคืนไง” “ดีมาก” ผู้เป็นมารดายิ้มพอใจ “นี่แม่ก็ทำอาหารบำรุงกำลังมาให้แกกับหนูน้ำกินเหมือนกัน จะได้มีลูกกันเร็วๆ สมใจแม่” แม่เลี้ยงดาวเดินกลับเข้ามานั่งแล้ววางตะกร้าบรรจุกล่องใส่อาหารลงตรงหน้าหน้ากองพัชร์ จากนั้นจึงสังเกตเห็นว่าน้ำค้างเอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบกริบท่าทางเขินอาย “หนูน้ำนั่งเงียบเ







