แชร์

4.2 | แค่จูบเดียวไม่พอ

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 10:08:34

               “แล้วใครบอกคุณว่าเราจะมาทานข้าวกันอย่างเดียว” เขาจับมือเล็กที่ถือดอกลิลลี่ขึ้นมาระดับอกแล้วก้มหน้าจรดปลายจมูกลงบนกลีบดอกไม้บอบบางสีขาวบริสุทธิ์พลางมองสบตาคนถือด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักลึกซึ้ง มันเป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนตัวเขาเองก็นึกไม่ถึงว่าจะรักเธอมากถึงขนาดไม่อยากเสียเธอไปอย่างนี้ “แต่งงานกับผมนะ”

               “อะไรกันคะมาร์ค” เอวารินทั้งอึ้ง ทั้งงง ทั้งเขิน “เราเป็นสามีภรรยากันอยู่ไม่ใช่เหรอคะ แล้วคุณจะมาขอฉันแต่งงานอีกทำไม”

               “คุณจำอดีตของเราไม่ได้ ผมเลยจะสร้างมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่นน่าฟัง

               “โรแมนติกจัง”

               “คุณจะให้เกียรติแต่งงานกับผมได้มั้ยครับ” เขามองสบตาเธอ วิงวอนขอคำตอบที่จะไม่ทำให้เขาผิดหวังและเสียใจ

“ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะมาร์ค” หญิงสาวตอบรับน้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจ “ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งเคยถูกขอแต่งงานเป็นครั้งแรกเลย”

               “ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกดีขนาดนี้ คุณจะคิดว่ามันเป็นครั้งแรกของคุณก็ได้” มาร์คัสทำเป็นเฉไฉกลบเกลื่อนแล้วหยิบแหวนเพชรที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทออกมาสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ เสร็จแล้วก้มลงจูบที่หลังมือเนียนนุ่มอย่างหนักแน่น “จำไว้ว่าคุณเป็นภรรยาของผม เป็นผู้หญิงของผมคนเดียวเท่านั้น”

               “คุณทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากที่ได้เจอผู้ชายอย่างคุณ”

               มาร์คัสฝืนยิ้มรับด้วยความลำบากใจและแอบภาวนาอยู่ในใจว่า เมื่อความทรงจำของเธอกลับคืนมาแล้วเธอจะยังรู้สึกแบบนี้กับเขาอยู่

               นักธุรกิจหนุ่มส่งสายตาบอกเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตที่ยืนรออยู่มุมหนึ่งให้เอาเอกสารการจดทะเบียนสมรสมาให้เอวารินเซ็น

               “เราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา คุณเอาเวลาที่ไหนไปแอบเตรียมทำเรื่องพวกนี้โดยที่ฉันไม่รู้คะมาร์ค” เอวารินอึ้งอีกรอบ เขาช่างเป็นผู้ชายที่วางแผนเก่งเหลือเกิน แถมยังเก็บความลับได้สนิทอีกต่างหาก ตลอดเวลาที่นั่งรถมาด้วยกันเขาไม่มีพิรุธอะไรให้เธอสงสัยเลย

               “ผมอยากเซอร์ไพร้ส์คุณไง” เขาบอกหน้านิ่ง

               “เซอร์ไพร้ส์มากค่ะ” เธอยิ้มน่ารักเหมือนเคย

               “รีบเซ็นชื่อสิ” เขาเร่งเร้า อยากให้ผ่านช่วงเวลาลุ้นระทึกนี้ไปโดยเร็ว

               เอวารินจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแล้วนิ่งคิดอยู่นานมากจนมาร์คัสที่แอบลุ้นอยู่ในใจถึงกับเหงื่อแตกซิก กลัวเธอสงสัยแล้วไม่ยอมเซ็น

               “ทำไมไม่เซ็นล่ะ หรือว่าคุณไม่อยากจดทะเบียนสมรสกับผม”

               “ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่จำไม่ได้ว่าตัวเองเคยเซ็นลายเซ็นต์แบบไหน” เธอตอบแล้วตัดสินใจเขียนชื่อและนามสกุลตัวบรรจงลงไปแทนการเซ็นลายเซ็นต์โดยไม่ทันสังเกตว่าชายหนุ่มที่ลุ้นจนตัวโก่งแอบปาดเหงื่อด้วยความโล่งอกเมื่อเธอเซ็นชื่อลงในเอกสารครบทุกแผ่น

               หลังจากทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่ก็กลับไป ปล่อยให้คู่บ่าวสาวเฉลิมฉลองกันเป็นการส่วนตัว

               มาร์คัสมองซองทะเบียนสมรสที่เจ้าหน้าที่เขตวางทิ้งไว้ให้บนโต๊ะแล้วแอบยิ้มกริ่มอยู่ในใจ แผนผูกมัดเอวารินสำเร็จไปแล้วหนึ่งขั้น เหลืออีกหนึ่งขั้นคือการมีลูกด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้เขาไม่หนักใจเลยเพราะเป็นงานถนัดอยู่แล้ว

               “คุณไม่ว่าอะไรใช่มั้ยที่ผมไม่ได้จัดงานเลี้ยงใหญ่โต ไม่ได้เชิญแขกมาร่วมงานแต่งงานของเรา” ชายหนุ่มหันไปถามหญิงสาวที่เพิ่งกระดกไวน์อึกสุดท้ายลงคอและกำลังรินแก้วใหม่ให้ตัวเองอยู่

               “มีแค่เราสองคนก็พอแล้วค่ะ” เธอส่งยิ้มหวานให้เขาแล้วชูแก้วไวนท์ขึ้นสูง “ไวน์นี่รสชาติดีมากเลย คุณลองดื่มสิ”

               “รสชาติดีจริงๆ เหรอ” เขาถามยิ้มๆ พลางมองสบตาเธอด้วยแววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์

               “จริงค่ะ ฉันดื่มไปสองแก้วแล้ว”

มาร์คัสยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างมันเขี้ยว ที่แท้รอยยิ้มหวานหยด แววตาฉ่ำเยิ้มและแก้มที่แดงปลั่งนั่นก็เป็นเพราะฤทธิ์ไวน์นี่เอง “งั้นผมขอชิมหน่อยนะ”

“เอาเลยค่ะ ก่อนที่ฉันจะดื่มคนเดียวหมดขวด” เธอหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดีผิดปกติกแล้วจิบไวน์เข้าไปอีกอึกใหญ่แต่ยังไม่ทันได้กลืนลงคอ ริมฝีปากของมาร์คัสก็กดแนบลงบนเรียวปากของเธอก่อนจะแทรกปลายลิ้นเข้ามากวาดไวน์รสเลิศไปจากปากเธอจนหมดสิ้น

“รสชาติดีจริงด้วย” เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองพลางมองสบตาคนที่หายใจหอบลึกด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนา

กับเธอคนนี้แค่จูบเดียวไม่เคยพอจริงๆ

“กลับบ้านกันเถอะ” มาร์คัสกัดฟันบอกด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าแล้วลุกขึ้นฉุดมือเอวารินออกจากห้องอาหารโดยไม่ลืมที่จะหยิบเอกสารสำคัญที่แอบวางแผนอยู่ครึ่งค่อนวันเพื่อให้ได้มันมาติดมือกลับไปด้วย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status