แชร์

9.2 | ถ้าไม่ตอบ...จูบนะ

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 10:31:27

               มาร์คัสยิ้มกริ่ม เขาแน่ใจว่าเธอกำลังอายมากกว่าโกรธและนั่นหมายความว่าเธอน่าจะเชื่อในสิ่งที่เขาเล่าบ้างไม่มากก็น้อย

               หญิงสาวเห็นสายตาที่เขามองมาแล้วใบหน้าร้อนผ่าวรีบเอียงตัวหันข้างให้เขาแล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ “เรามีอะไรกับกับผู้ชายคนนี้จริงเหรอ บ้าสิ...ไม่จริงหรอก!”

               “จริงครับ”

               “ว้าย!” เธอหันขวับมาด้วยความตกใจเมื่ออยู่ๆ น้ำเสียงนุ่มน่าฟังของเขาก็ดังขึ้นชิดใบหู ไม่รู้ว่าเขาแอบมานั่งข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่และด้วยความที่เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้มากเลยทำให้ปลายจมูกของเธอฝังลงบนแก้มของเขาและสูดเอากลิ่นหอมเข้าไปจนเต็มปอดโดยไม่ตั้งใจ

               “กลิ่นสามีหอมชื่นใจมั้ยครับ” เขาถามยิ้มๆ

               “กลิ่นสามี...?” เอวารินพึมพำแผ่วเบาแล้วหลับตาสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ บนแก้มเขาอีกครั้งอย่างเผลอไผล “กลิ่นนี้...”

               “กลิ่นสามีคุณไง...กลิ่นที่คุณเคยบอกว่าชอบ...คุณลองดมดูสิ...ที่แก้ม...ที่ซอกคอ...ที่หน้าอก...” มาร์คัสฉวยจังหวะที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มพูดกล่อมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นจังหวะสม่ำเสมอคล้ายสะกดจิต

               “กลิ่นนี้...คุ้นมาก...หอม...ชื่นใจ...” หญิงสาวหลับตาพริ้มพลางลากปลายจมูกจากแก้มลงมาตามแนวสันกรามแล้วฝังใบหน้าลงที่ซอกคอหนาแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งก่อนจะเลื่อนลงมายังฐานคอแล้วไล้เรื่อยมาตามแนวกระดูกจนถึงกลางอกแล้วซุกหน้านิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน

               แผงอกกว้างของเขาทั้งอบอุ่นและหอมละมุนจนเธอเผลอเบียดตัวเข้าหาและกอดเขาโดยไม่รู้ตัว

มาร์คัสกอดตอบและก้มหน้าลงจูบที่ขมับเธอแผ่วเบา “จำผมได้หรือยัง”

หญิงสาวค่อยๆ ดันตัวเองออกจากอกกว้างแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่เป็นมิตรมากขึ้น เธออยากเชื่อคำพูดของเขา แต่มันก็ยากที่จะทำใจให้เชื่อได้ “ฉันขอโทษนะ ฉันจำไม่ได้จริงๆ ว่าเราเคยเป็นสามีภรรยากัน”

ชายหนุ่มรับฟังนิ่งๆ อย่างทำใจ

“ฉันขอเชื่อคุณแค่ครึ่งนึงก่อนนะคะ ถึงคุณจะมีหลักฐานยืนยัน แต่ฉันยังไม่รู้สึกว่าฉันเคยรักคุณมาก่อน”

คราวนี้เขาหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะระบายออกเบาๆ อย่างพยายามทำใจ แค่คำพูดที่ตีความได้ว่า ‘ไม่รัก’ จากปากเธอ ทำไมมันถึงทำให้เจ็บได้มากขนาดนี้

“คุณยังจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ผมขอแค่คุณอย่าเกลียด อย่ากลัวผมก็พอ ผมขอแค่นี้คุณให้ผมได้มั้ย”

               เอวารินพยักหน้ารับพลางมองที่แก้มทั้งสองข้างของเขาซึ่งยังมีรอยแดงเป็นปื้นให้เห็นเด่นชัดอยู่ “ตอนนี้ฉันไม่กลัวคุณแล้ว แต่ตอนที่ตื่นมาแล้วเห็นคุณนอนอยู่ข้างๆ ฉันตกใจมากจริงๆ ก็เลยตบคุณไม่ยั้ง” เธอบอกอย่างรู้สึกผิด ปกติเธอไม่คนที่ชอบใช้ความรุนแรง และไม่เคยลงไม้ลงมือกับใครมาก่อนด้วย

               “ไม่ใช่แค่ตบนะ คุณถีบผมกระเด็นตกเตียงด้วย นี่ผมยังเจ็บก้นกบไม่หายเลย” เขาแกล้งทำหน้าน่าสงสารพลางเอามือลูบก้นตัวเองไปด้วย

               “ฉันขอโทษ”

               “คุณต้องทายาให้ผมนะ”

               “ทายาที่ก้นเนี่ยนะ!?” เธอทำตาโตถามเสียงดัง

               “ใช่”

               “ม่ายยย” เธอส่ายหน้าพรืด

               “แหม...นึกว่าจะหลงกล” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ บรรยากาศระหว่างเธอกับเขาเริ่มผ่อนคลายขึ้น “ผมก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกันที่จูบคุณแรงไป” เขาประคองใบหน้าเธอให้เงยขึ้นแล้วไล้ปลายนิ้วโป้งไปตามกลีบปากที่ยังแดงเจ่อ “เจ็บมั้ยครับ”

เอวารินเผลอจ้องลึกเข้าไปในด้วงตาสีเทาอมฟ้าอันมีเสน่ห์ล้ำลึกของเขาโดยไม่รู้ตัว แล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับดวงตาคู่นี้เหลือเกิน

               “ว่าไงครับ เจ็บมั้ย ถ้าไม่ตอบผมจูบนะ” เขาพูดพลางโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเกือบชิด

               “มะ...ไม่...ไม่เจ็บค่ะ...ไม่เจ็บ” หญิงสาวรีบตอบตะกุกตะกักแบบไม่เป็นตัวของตัวเองแล้วรีบขยับตัวหนีทันที

               “ไหนว่าไม่กลัวผมแล้วไง”

               “ไม่ได้กลัว แค่ระวังตัวนิดหน่อย”

ชายหนุ่มยิ้มขำพลางยกจานอาหารเช้าแบบอเมริกันเบรกฟาสต์และข้าวต้มทะเลชามโตไปวางไว้ตรงหน้าเธอ

“กินอาหารเช้าก่อนดีกว่า คุณไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานเที่ยงแล้ว ผมกลัวคุณไม่อิ่มเลยทำมาให้สองอย่างเลย มีน้ำส้มคั้นสดๆ ที่คุณชอบด้วยนะ”

               แววตาเขินอายเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นแววตาของเด็กน้อยผู้หิวโหยขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นอาหารน่ากินกลิ่นหอมฉุยตรงหน้า “น่ากินมาก คุณทำเองหมดนี่เลยเหรอ”

               “ครับ” เขาตอบรับเสียงนุ่ม “กินก่อนแล้วค่อยคุยกัน ผมมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับเจสันที่อยากถามคุณด้วย”

               เอวารินพยักหน้ารับแล้วก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วทุกอย่างหมดเรียบภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที

               “เอาอีกมั้ย” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นเธอมองมาที่จานอาหารของเขาเหมือนยังไม่อิ่ม

               “ฉันอยากได้ข้าวต้มอีก ยังมีเหลืออยู่มั้ยคะ”

               “มีครับ เดี๋ยวผมไปตักมาให้” เขายิ้มแล้วหยิบชามเปล่าของเธอเดินหายเข้าไปในบ้านครู่หนึ่งแล้วกลับออกมาพร้อมข้าวต้มที่เน้นกุ้งตัวโตและปลาหมึกชิ้นใหญ่เต็มชามจนแทบมองไม่เห็นข้าว “มาแล้วครับ”

               “ปกติฉันไม่ได้กินจุขนาดนี้นะ แต่เช้านี้หิวมากจริงๆ หิวเหมือนไม่ได้กินอะไรมาเจ็ดวันเจ็ดคืนเลย”

               “ไม่หิวโซก็แปลกแล้ว คุณไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวาน แถมเมื่อคืนก็บ้าพลังไม่ยอมหลับยอมนอนอีก”

               “ฉันหื่นขนาดนั้นเลยเหรอ” เอวารินอดสงสัยไม่ได้เพราะปกติเธอไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้เลยแล้วเธอจะไปทำอย่างที่เขาพูดได้ยังไง

               “จะให้ผมเล่าต่อมั้ยว่าหลังจากที่ผมเข้าไปในตัวคุณแล้วเป็นยังไงต่อ”

               “ไม่เอาๆๆ ไม่ต้องเล่านะ ฉันไม่อยากฟัง” หญิงสาวรีบปฏิเสธแล้วก้มหน้าเขี่ยกุ้งและปลาหมึกในชามข้าวต้มแก้เขิน

               “คุณน่าจะฟังต่อนะ เผื่อว่าความทรงจำระหว่างเราจะกลับมาเร็วขึ้น”

เขาขยับตัวเข้ามาใกล้เธออีกนิด วางแขนข้างหนึ่งพาดไว้บนพนักเก้าอี้ด้านหลังคล้ายเป็นการโอบกอดกลายๆ แล้วมันทำให้เธออดนึกถึงภาพที่เธอกับเขาจูบกันในคลิปนั่นไม่ได้

ในคลิปเธอกับเขานั่งอยู่ด้วยกันตรงตำแหน่งตอนนี้เป๊ะ แถมเธอยังบอกรักเขา พูดจาหวานเลี่ยนกับเขาแบบที่ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าพูดแบบนั้นกับใครอีกด้วย

แค่คิดก็ใจสั่น ลมหายใจติดขัด ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงจุดกึ่งกลางร่างกายและกลิ่นน้ำหอมที่ผสมกับกลิ่นกายของเขาที่โชยมาก็ยั่วเย้าให้เธออยากโผเข้าไปซบอกกว้างของเขาอีกรอบและอยากให้เขาจูบเธออีกครั้ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status