เข้าสู่ระบบอวิกามองภาพที่วสนต์ส่งมาให้ มันเป็นรูปที่คิมหันต์อุ้มน้องเอื้อ และเด็กน้อยเอามือจับที่ใบหน้าของบิดา เธอนิ่งไปเมื่อเห็นภาพนี้ จนพีรยาที่นั่งใกล้กันถามขึ้น
“มีอะไรเหรออ้อม”
หญิงสาวจึงส่งโทรศัพท์ให้เพื่อนดู พีรยารับไปดูแล้วก็เงียบ ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ก็ยังรู้จักดูลูกนะ นึกว่าจะไม่มีความเป็นคนเหลืออยู่”
“ภาพเดียวบอกอะไรไม่ได้หรอกมด แต่อย่างน้อยถ้ามองว่าน้องเอื้อมีคนเอ็นดูเพิ่มขึ้นสักคน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร ก็คงไม่มีอะไรเสียหาย” อวิกาพูดอย่างวางใจเป็นกลางที่สุด
“นอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นตั้งแต่ตีสาม” พีรยาชวนเมื่อบรรยากาศเริ่มเครียด คืนนี้พวกเธอจะนอนค้างที่บ้านเจ้าสาว ส่วนไอยเรศไปคุยกับนาวิน และคงค้างที่คอนโดของนาวินเลย ก่อนจะไปรับน้องเอื้อตอนเช้า
#########################
เช้ามืดวันนั้น ที่บ้านเจ้าสาวมีแต่ความวุ่นวาย ลดาวัลย์ตื่นตั้งแต่ตีสาม เพื่อมาอาบน้ำแต่งตัวรอช่างแต่งหน้าและทำผม เจ้าสาวสวมชุดไทยบรมพิมานสีกลีบบัว ห่มสไบทอง ผ้านุ่งผ้าไหมลำพูนทอยกใหญ่ทอพิเศษยกดิ้นทอง “ลายดอกพิกุลโบราณ” ซึ่งเป็นผ้าผืนพิเศษที่ไอยเรศสั่งทอเพื่อให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของเพื่อนสนิทภรรยา และช่างก็ตัดออกมาได้สวยงามสมกับผ้าจริงๆ
ส่วนเพื่อนเจ้าสาวสองคนแต่งกายด้วยชุดไทยบรมพิมานสีเดียวกันแต่เฉดอ่อนกว่าและไม่ห่มสไบ แต่งหน้าทำผมโดยทีมช่างที่จ้างเหมามาทั้งวัน
เพื่อนเจ้าบ่าวคือไอยเรศและ นพ.ศศินเพื่อนสนิทของเจ้าบ่าว ซึ่งไอยเรศไปรับน้องเอื้อและมาแต่งตัวที่บ้านเจ้าสาวเช่นกัน ส่วนศศินเพื่อนสนิทของวสนต์แต่งตัวที่บ้านเจ้าบ่าว และจะร่วมเดินทางมาในขบวนเจ้าบ่าวพร้อมกัน
เก้านาฬิกาขบวนเจ้าบ่าวมาพร้อมกันที่ปากทางเข้าบ้านเจ้าสาว เป็นระยะทางประมาณห้าสิบเมตรเพราะวสนต์ไม่อยากให้บิดามารดาเดินไกล ขบวนถูกจัดตามแบบโบราณ เจ้าบ่าวถือพานดอกไม้ธูปเทียน ตามด้วยเฒ่าแก่ผู้ใหญ่ตัวแทนฝ่ายเจ้าบ่าว คู่ต้นกล้วย ต้นอ้อย, ขันหมากเอก บิดามารดาถือ คู่พานขันหมากพลู, คู่พานขันหมากสินสอด คิมหันต์เป็นผู้ถือ, พานแหวนหมั้น พานธูปเทียน, ขันหมากโท, พานไก่ต้มพานหมูนอนตอง, คู่พานวุ้นเส้น, คู่พาน กล้วยน้ำว้า ส้ม, คู่พานขนมเสน่ห์จันทร์, คู่พานทองหยิบทองหยอดฝอยทอง และขบวนรำ
เมื่อมาถึงหน้าบ้านเจ้าสาว จะเปลี่ยนลำดับเป็นเฒ่าแก่นำหน้าเจ้าบ่าว และทางฝ่ายเจ้าสาวจะมี พานเชิญขันหมาก 1 พานโดยจะให้เด็กผู้หญิง ฝ่ายเจ้าสาวถือต้อนรับขันหมาก นำขันหมากเจ้าบ่าว
จากนั้นจึงเป็นการผ่านประตูเงินประตูทอง อันได้แก่การกั้นประตูจะต้องทำโดยเพื่อนสนิทญาติพี่น้องหรือคนในครอบครัวเจ้าสาว ส่วนใหญ่มักทำกัน 3 ครั้ง ครั้งแรกใช้ผ้ากางกั้นไว้เรียกว่าประตูชัย ประตูที่สองใช้ผืนแพรเรียกว่า ประตูเงิน สุดท้ายกั้นด้วยสายสร้อยทองเรียกว่า ประตูทอง
ซึ่งงานของวสนต์พิเศษตรงที่ประตูทองมีถึง 7 ชั้นตามที่พีรยาบอกไว้จริง โดยที่ชั้นสุดท้ายผู้ถือเข็มขัดทองแท้คือพีรยาและอวิกาซึ่งอุ้มน้องเอื้อให้คอยจับประตูช่วงที่อาหนุ่มมาถึงนั่นเอง
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







