Masukณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...
ต่อ....
พัตรรู้ดีว่าน้องสาวติดกาแฟอย่างหนักนับตั้งแต่ตรีภพต้องโทษติดคุก... และเมื่อนึกถึงชายชู้คนนั้น เขาก็ยิ่งรู้สึกสงสารจับใจ ตรีภพลงมือกระทืบชายคนนั้นจนกลายเป็นคนพิการ ต้องเดินขากะเผลกไปตลอดชีวิต ยิ่งนึกถึงผลกระทบอันบานปลาย ความโกรธก็ยิ่งตีกระพือจนเขาอยากจะยื่นมือไปตบหน้าน้องสาวตัวเองซ้ำๆ อีกสักหลายๆ หน
พิมพ์เดินถือแก้วกาแฟมาวางลงบนโต๊ะไม้หน้าโซฟา ก่อนจะเดินไปหยิบเบาะรองนั่งมาวางบนพื้น แล้วหย่อนตัวนั่งลงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
“พี่พัตรจะด่าพิมพ์อีกเหรอคะ...” เธอถามเสียงเบาหวิว
พัตรพ่นลมหายใจยาวออกทางจมูก “พิมพ์... แกจะทำตัวแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน? สิบปีที่แล้ว ผู้ชายดีๆ อนาคตไกลต้องกลายเป็นคนขากะเผลกเพราะแก แกเคยคิดจะไปเยี่ยมเขาบ้างไหม? ทำไมแกถึงเห็นแก่ตัวขนาดนี้!”
พิมพ์รดาเบือนหน้าหนี ท่าทางของเธอย้อนกลับไปเป็นเหมือนเด็กหญิงไร้ความมั่นใจในอดีตอีกครั้ง “ขะ... เขาแต่งงานแล้ว... ครอบครัวเขาไม่ต้องการเห็นหน้าพิมพ์อีก พิมพ์... พิมพ์เลยไม่กล้าไปเยี่ยม”
พัตรจ้องมองน้องสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความขื่นขม “ห้ามไปยุ่งกับตรีภพอีก... ปล่อยให้เขามีชีวิตที่ดีเถอะ คนดีๆ แบบเขาควรจะได้เจอคู่ชีวิตที่ดี ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวแบบแก!”
พิมพ์พยักหน้ารับคำจำยอม ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสู้สายตาพี่ชาย ดวงตาที่แดงก่ำพยายามกักเก็บน้ำตาไม่ให้ไหลรินลงมาอีก
“แล้วก็อย่าเสนอหน้าเอาอาหารไปส่งให้เขาอีก มันทุเรศ... ความผิดของแกมีแต่จะทำให้ตรีภพรู้สึกขยะแขยง” พูดจบ พัตรก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่ประตู “เย็นนี้ไปตักขนมจีนน้ำเงี้ยวที่บ้านมากินด้วย แล้วก็เงินค่าทำศพของลุงปันกับป้าคำ อย่าลืมเอาไปคืนตรีภพซะ นั่นไม่ใช่เงินของแก”
“พิมพ์รู้แล้วค่ะ... พิมพ์จะรีบคืน” หญิงสาวทอดสายตามองตามแผ่นหลังของพี่ชายจนกระทั่งลับขอบรั้วบ้านไป... ทันใดนั้น หยาดน้ำตาที่เพียรสะกดกั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาจห้ามได้
*** ***
ยามดึก...
เมื่อความมืดมิดโรยตัวลงมากลืนกินทุกสิ่ง พิมพ์รดายังคงนั่งอยู่หน้าจอแล็ปท็อป เธอระบายความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด และคำขอโทษในใจผ่านตัวอักษรลงในบทนิยายเรื่องใหม่ แม้เย็นนี้เธอไม่ได้เดินไปตักน้ำเงี้ยวที่บ้านใหญ่ตามที่พี่ชายบอก แต่พี่สะใภ้ก็ยังอุตส่าห์ตักใส่หม้อใส่ตะกร้าเดินมาส่งให้ถึงบ้าน ทว่าเธอกลับไม่มีกะจิตกะใจจะลุกไปแตะต้องมันเลยแม้แต่น้อย
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นกลางความเงียบ พิมพ์รดากะพริบตาถี่รัวด้วยความสงสัย เธอตะโกนตอบออกไปโดยไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอ เพราะคิดว่าเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านที่รู้จักกันดี “เปิดเข้ามาเลยค่ะไม่ได้ล็อก!”
บานกระจกถูกเลื่อนออก... ตรีภพก้าวเข้ามาในบ้าน สายตาคมกวาดมองแก้วกาแฟที่เย็นชืด บนโต๊ะอาหารใกล้ๆ ยังคงมีตะกร้าขนมจีนและหม้อน้ำเงี้ยวขนาดเล็กวางทิ้งไว้โดยไม่มีการแตะต้อง “เธอไม่คิดจะระมัดระวังตัวเองบ้างเลยหรือไงพิมพ์”
หญิงสาวชะงักนิ้วที่กำลังเคาะแป้นพิมพ์ พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างแสบร้อน เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเรือนร่างสูงใหญ่ตรงหน้า “พี่ภพ... มะ... มีอะไรหรือเปล่าคะ”
ตรีภพทอดสายตาสำรวจใบหน้าหวาน นัยน์ตาของเธอฉายแววหวาดกลัวและไหวระริก ยามที่เธอรีบหดแขนลงใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์อย่างลุกลี้ลุกลน เขาก็มั่นใจได้ทันทีว่า... ผู้หญิงตรงหน้าถูกผลแห่งความอวดดีย้อนกลับมาทำลายความมั่นใจจนหมดสิ้น เธอได้กลับไปเป็นเพียงเด็กสาวขี้กลัวคนเดิม คนที่เคยแอบไปนั่งร้องไห้กอดเข่าอยู่หลังต้นไม้ใหญ่เพียงเพราะถูกคนอื่นล้อเลียนเรื่องรูปร่าง
ตรีภพเดินไปหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะชี้มือไปทางชุดน้ำเงี้ยวบนโต๊ะ “ฉันกินได้ไหม”
“เอ่อ... อ้อ! กินได้... กินได้สิคะ เดี๋ยวพิมพ์ไปหยิบถ้วยหลังบ้านมาให้!” ร่างอวบอัดรีบลุกออกจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ สาวเท้าไปหลังบ้านอย่างลนลาน เธอจัดแจงหยิบชาม ช้อน และตะเกียบออกมาด้วยความรวดเร็ว
ยามที่เธอยกชามตราไก่ใบเก่าออกมาวางตรงหน้า หัวใจของตรีภพก็บีบรัดจนปวดหนึบ... ชามใบนี้คือของใช้ในบ้านไม้หลังเก่าของเขาที่สูญหายไป บัดนี้มันกลับถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในบ้านหลังนี้
ชายหนุ่มทอดมองหญิงสาวที่กำลังคีบเส้นขนมจีนใส่ชามให้เขาอย่างตั้งอกตั้งใจ “ขอบใจ”
พิมพ์รดากะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความแสบร้อนรอบดวงตา เธอรีบตักน้ำเงี้ยวราดลงบนเส้น แล้วยกชามไปวางไว้ตรงหน้าเขา ก่อนจะเลี่ยงเดินกลับไปล้างมือที่หลังบ้านอีกครั้ง หญิงสาวพยายามเงยหน้าขึ้นมองเพดาน สะกดกั้นไม่ให้น้ำตาไหลรินลงมา ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินกลับไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเองตามเดิม
*** ***
ตรีภพทอดสายตามองชามเปล่าที่เขากินขนมจีนจนหมด... ชามเซรามิกพวกนี้ เขากับเธอเคยเดินทางไปเลือกซื้อด้วยกัน พิมพ์รดาชอบเครื่องเซรามิกเป็นพิเศษ เพราะมันล้างคราบมันออกได้ง่าย ดังนั้น ของใช้ส่วนใหญ่ในห้องนอนชั้นล่างของเขาจึงเต็มไปด้วยงานเซรามิก แม้ในอดีตเขาจะทำแตกบ่อยๆ แต่หญิงสาวก็มักจะมีสำรองเก็บไว้ในกล่องเสมอ และพร้อมจะหยิบออกมาเปลี่ยนใหม่ให้เขาได้ตลอดเวลา ประคบประหงม... ใส่ใจ... เหมือนที่เธอเก็บรักษาของพวกนี้ไว้จนถึงวันนี้
ชายหนุ่มเค้นยิ้มขื่น ก่อนจะเอ่ยปากประชดประชันด้วยน้ำเสียงดุดัน “ทำไมต้องเอาจานชามที่บ้านฉันมาใช้? หรือสามีใหม่ของเธอไม่มีปัญญาซื้อให้ใหม่ เลยต้องระเห็จไปขโมยของใช้ผัวเก่าที่เป็นขี้คุกมาใช้!”
พิมพ์รดาลนลานยกมือขึ้นปฏิเสธพัลวันด้วยความร้อนรน “มะ... ไม่ใช่นะคะ! ไม่ใช่แบบนั้นเลย... ฉัน... ฉันไม่มีสามี... และ... และพี่ภพก็ไม่ใช่ขี้คุก! ทั้งหมด... ทั้งหมดมันเป็นเพราะฉันเอง”
Vortex Innovationต่อ...“เด็กอายุยี่สิบสี่... แม่งเอ้ย! ถ้าเกิดเจอเรื่องส้นตีนแบบมึงขึ้นมากูจะทำยังไงวะ เด็กอายุยี่สิบสี่... แม่งนั่งคุยกับกู แต่กูฟังอะไรจากเธอไม่รู้เรื่องเลยสักอย่าง! กูไม่ชอบเลยว่ะ” นทีหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา พลางรัวนิ้วพิมพ์ข้อความส่งตรงถึงผู้เป็นแม่ทันที[ “แม่ครับ... ผมไปเจอเธอมาแล้วนะ เราสองคนคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ผมบอกซ้ายเธอจะไปขวา ผมไม่ชอบ! ผมชอบคนที่คุยกันรู้เรื่อง รู้จักคิด ผมต้องการคู่ชีวิตไม่ใช่ภาระ เด็กสาวน่าเบื่อแบบนั้นหาที่ไหนก็เจอ ผมไม่เอา! ถ้าแม่บังคับอีก ผมจะย้ายกลับสวิตเซอร์แลนด์แล้วจะไม่กลับเมืองไทยอีกเลย คราวนี้ต่อให้แม่ไปตามหา ผมก็จะหนีเข้าป่าไปหาทางตายในที่ที่พ่อแม่หาไม่เจอ อย่ามาบังคับผมอีก!” ]พิมพ์รดามองตรีภพด้วยความสงสัย พลางหันมาเอ่ยกับนที “พี่ทีคะ… มันอาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ”นทีถอนหายใจยาวออกมาอีกเฮือก “ไม่จริงหรอกน้องพิมพ์... อันดับแรกเลยนะ อายุน้อยกว่าพี่ แน่นอนว่าพี่ชอบ แต่... ก็อย่าเอาเรื่องอายุน้อยมากดดันให้พี่ต้องวิ่งไล่ตามเอาใจทุกอย่างสิ มันไม่ใช่ชีวิตคู่! สักวันพี่ก็ต้องเหนื่อย ต้องเครียด แต่กลับบ้านไปต้องไปนั่งเอาใจเมียที
ณ บ้านหลังเล็กสีเทาเข้ม…ต่อ..“อื้อ… พี่ภพคะ… อ้า… มันลึกเกินไปค่ะ อ๊า…” หญิงสาวครางหวานพลางร้องขอ เมื่อแก่นกายขนาดยักษ์บดกระแทกกระทบจุดเดิมซ้ำๆ ทว่าท่อนเนื้อขนาดมหึมาที่ขยับครูดครัดภายในร่องรักอย่างเนิบนาบ กลับทำให้เธอสัมผัสได้ถึงทุกอณูของความร้อนระอุ และเส้นเลือดปูดโปนรอบความยิ่งใหญ่ที่เต้นตุบตามจังหวะหายใจของร่างหนา ฝ่ามืออวบอิ่มจิกเกร็งผ้าปูที่นอนไว้แน่นจนแทบขาดวิ่น เพราะความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วตัวตรีภพขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ความอุ่นร้อนภายในกายเมียรักสร้างความรัญจวนใจ ชายหนุ่มเปลี่ยนจังหวะเนิบนาบมาถาโถมกระหน่ำแรงเข้าไปในร่างอวบ ตอกอัดความเป็นชายเข้าไปในผนังเนื้อนุ่มอุ่นอย่างดิบเถื่อน พลางขยับโน้มกายไปด้านหน้า ทำให้ขาอวบสวยย้ายลงมาอยู่ที่แขน เขาเท้าแขนลงกับเบาะพลางโหมกระหน่ำความเป็นชายอันทรงอำนาจเข้าไปด้วยความเร็วแรง จนเรือนร่างอวบอัดสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกดุดัน“อ๊ะ… เบาค่ะ… อ๊า… เบา เบา” ใบหน้างามเหยเกด้วยความเจ็บจุก เมื่อก่อนตรีภพไม่ค่อยทำเช่นนี้กับเธอเพราะกลัวเธอเจ็บ แต่ยามนี้เขากำลังกระแทกกระทั้นแก่นกายมโหฬารเข้าใส่เธอไม่ยั้ง แรงตอกอัดดิบเถื่อนทำเอาร่างกายของเธอสั่น
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…กลางดึก…ตรีภพเดินกลับมาจากบ้านไม้หลังเก่า เขารู้สึกโชคดีที่ตนเองได้ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและสายไฟต่างๆ ไว้จนเรียบร้อย เพราะไม่อย่างนั้นคงมีปัญหาเรื่องที่พักเวลานทีเมาหัวราน้ำแบบนี้ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน พลางทอดสายตามองดูร่างอวบอิ่มที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น รัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์เพื่อแต่งนิยายอย่างตั้งอกตั้งใจ “พิมพ์… พี่อยากมีลูกแล้ว”พิมพ์รดาชะงักมือที่กำลังกดแป้นพิมพ์ทันที เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าเขา “ขอเวลาพิมพ์สักปีได้ไหมคะ... พิมพ์อยากใช้เวลาอยู่กับพี่ให้หายคิดถึงก่อน”ตรีภพถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่งลงข้างกายของเธอ พลางก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และแชมพูจากเรือนร่างอวบอิ่มอย่างแสนรัก “ได้สิ… พี่เองก็อยากอยู่กับพิมพ์ให้หายคิดถึงเหมือนกัน”พิมพ์รดายิ้มออกมาอย่างงดงาม เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจากหัวใจ “พี่ภพไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ ตัวเหม็นกลิ่นเหล้ามากๆ เลย”ฝ่ามือหนาเอื้อมไปลูบศีรษะภรรยาอย่างอ่อนโยน “เหม็นมากเลยเหรอครับ”พิมพ์รดาพยักหน้ารับทันที “เหม็นมากจริงๆ ค่ะ”ตรีภพยิ้มขำพลางส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยอมลุกขึ
Vortex Innovation…ต่อ...“เวรกรรม… เวรกรรม… คำว่าเวรกรรมสะกดยังไง ให้ตามมาดูไอ้สองตัวที่นั่งกอดกันกลมตรงนี้ได้เลย! เชี่ยเอ้ย! ไอ้ภพ... แม่ง... มึงนี่มันควายถวายเจ้าที่ของแท้ล้วนๆ ไม่มีวัวผสมเลยสักนิด!” นทีนั่งบ่นงึมงำอย่างเอือมระอาหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวพรรณนิภาออกไปแล้ว เขาก็ได้แต่นั่งอึ้ง ทึ่ง ตะลึง... เพราะต่อให้คิดอย่างไรเขาก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่ายัยนั่นไปเอาความคิดมาจากไหนว่าตรีภพเคยยื่นมือเข้าไปช่วยตอนโดนแกล้ง เพราะลำพังแค่ไอ้ภพเดินผ่านแล้วยอมหันไปมองหน้าใครสักคนได้ ก็นับว่าที่สุดของมันแล้ว จะเอาอารมณ์ที่ไหนไปช่วยคนอื่น!ตรีภพกอดกระชับร่างอวบอิ่มของภรรยาไว้ในอ้อมอก “ส้นตีนเถอะไอ้ที! กูบอกมึงแล้วว่าอย่าเอาตัวเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น สุดท้ายผลกรรมมึงทำไว้ มันเลยตกมาลงที่กูเนี่ย!”“แต่กูก็ต้องยอมรับเลยนะว่ายัยนั่นฉลาดมากจริงๆ” นทีถอนหายใจยาว “มึงคิดดูสิ... วางแผนเล่นงานมึงได้อย่างแยบยวนสุดๆ อาศัยจังหวะและรอยร้าวในใจของพวกมึงจนจัดฉากได้แนบเนียนขนาดนี้ เสียดายความสามารถชะมัดที่เอาไปใช้ผิดทาง” นทีเอ่ยขึ้นเรียบๆ... โดยปกติเขาเป็นคนเคารพคนเก่งเสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใ
นทียกมือขึ้นนวดขมับตัวเองแรงๆ ด้วยความเหนื่อยหน่าย เพราะตัวเขากับตรีภพสนิทกันจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว ขนาดเวลาพาผู้หญิงไปเปิดห้องนอนยังต้องเปิดห้องติดกัน แล้วการที่ตรีภพจะแยกตัวไปนั่งกับเธอเพียงลำพังมันจะเป็นไปได้อย่างไร... “พรรณนิภา... เธอตั้งสติแล้วคิดดูดีๆ มองหน้าฉันสิ! เธอไม่เห็นฉันตอนที่ไอ้ภพเข้าใกล้เธอจริงๆ เหรอ”ตรีภพส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่พรรณนิภาพูด แต่ก็ยังคงกอดร่างอวบอิ่มของภรรยาไว้แน่น พยายามเค้นนึกถึงช่วงเวลาเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ทว่ากลับไม่มีความทรงจำเหล่านั้นอยู่ในหัวเลย “พรรณนิภา... ฉันไม่รู้จักเธอจริงๆ เรื่องที่บอกว่าฉันช่วยเธอจากการโดนแกล้ง ฉันไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน และฉันมั่นใจว่าไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น แล้วเรื่องที่บอกว่าฉันเข้าไปนั่งใกล้เธอตามลำพัง ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่! เพราะฉันกับไอ้นทีอยู่ติดกันตลอดเวลาที่อยู่ในมหาวิทยาลัย!”พรรณนิภาจ้องมองภาพสองสามีภรรยาที่กอดกันกลมด้วยความอิจฉาริษยาที่ปะทุขึ้นในอก “ฮ่าๆ นั่งกอดเมียที่แสนรัก... เมียที่แสนน่ารังเกียจ! แล้วจะกล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าเคยหรือไม่เคย! ฮ่าๆ ผู้หญิงที่ยอมคุณทุกอย่าง ไม่เถียง ไม่ตอบโต้ ยอมใ
Vortex Innovation…ต่อ...“ก็ใช่นะสิ!” นทีสบถกร้าว “ส่วนไอ้ควายตัวนี้… ก็เอาแต่ปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่ยอมรับฟังความจริงอะไรเลยตอนที่อยู่ในคุกตั้งสิบปี! ถ้ามันรู้จักใช้สมองเปิดใจรับฟังเรื่องราวรอบตัวสักนิด มันก็คงคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่ต้องปล่อยให้เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้หรอก!” นทีทิ้งตัวลงนั่งกระแทกกับโซฟาด้วยความหัวเสียและโกรธแค้นแทนเพื่อน“สรุปก็คือ... ทั้งตัวกู พิมพ์ และไอ้ตาม... ตกเป็นเหยื่ออยู่ในเกมของผู้หญิงจิตวิปริตคนนั้นสินะ” ตรีภพแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันตัวเอง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความใจร้อนและทิฐิของเขาเองที่ไม่ยอมรอบคอบให้ดีเสียก่อน“ก็เออนะสิ!” นทีตอกกลับทันควัน “ยัยนั่นเฝ้าสังเกตชีวิตมึงมาหลายปี ตั้งใจเล็งจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของมึง คอยกวนตะกอนอารมณ์ให้มึงเดือดดาลแล้วลงมือทำลายทิ้ง แถมยังจงใจทรมานคนที่มึงรัก ที่สามารถครอบครองมึงให้แหลกคามือเล่นอีก... เรื่องเล่าตลกบ้าบอคอแตกอะไรตั้งสิบปี เวรจริงๆ! มึงคอยดูนะไอ้ภพ เรื่องตลกเหี้ยๆ แบบนี้น่ะ กูจะเก็บเอาไว้เล่ากรอกหูยันทายาทลูกหลานของมึง! กูจะบังคับให้มันเล่าสืบทอดต่อไปยันโคตรเหง้าศักราชของหลานมึงโน่นเลยคอยดู!”นทีส







