Masukณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...
ยามเย็น...
พิมพ์รดาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย หลังจากพยายามข่มตานอนพักผ่อนมาตลอดทั้งวัน กว่าเธอจะหลับลงได้เวลาก็เลยจนเกือบเที่ยงวัน ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะกลิ่นกายอบอุ่นคุ้นเคยของใครบางคนที่ยังคงตกค้างอยู่ในห้องน้ำ มันลอยอบอวลวนเวียนจนทำให้จิตใจเธอว้าวุ่นและปั่นป่วนจนนอนไม่หลับ
หญิงสาวเค้นยิ้มสมเพชตัวเองในใจ พลางยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา
“พิมพ์รดา... เธอมันคนเห็นแก่ตัว” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความขื่นขม
ร่างอวบอัดค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะหันกลับไปมองผืนผ้าห่มที่ยังคงยับย่น... ผ้าห่มผืนนี้คือสิ่งเดียวในห้องนอนอันเป็นระเบียบเรียบร้อยของเธอที่ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จัดเก็บ เพียงเพราะเธออยากเก็บมันไว้เพื่อเตือนให้นึกถึงใครบางคน คนที่ไม่เคยพับผ้าห่มเลยสักครั้งยามตื่นนอน
แต่แล้ว ความทนทานอันน้อยนิดก็พังทลายลง...
เรือนร่างอวบสั่นสะท้านก่อนจะทรุดลงไปกองกับพื้น หยาดน้ำตาที่อั้นไว้ทะลักไหลออกมาไม่ขาดสายราวกับเขื่อนแตก พิมพ์รดาปล่อยโฮออกมาอย่างกักเก็บไว้ไม่อีกต่อไป เธอสะอื้นไห้อย่างหมดสภาพราวกับเด็กน้อยที่กำลังหลงทางอยู่ในความมืด
“ทำไม... ทำไมต้องกลับมาอยู่ที่นี่ด้วย!” เสียงหวานพร่าสั่นเอ่ยตัดพ้อกลางความเงียบงัน “ทำไมไม่อยู่กับเพื่อนต่อไป... ทำไมไม่ขายบ้านไม้หลังนั้นทิ้งไปซะ... กลับมาทำไมกัน!”
*+*+*+*
ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน...
พัตรกำลังช่วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านอีกสองสามคนขุดดินวางท่อน้ำ เพื่อติดตั้งมิเตอร์น้ำประปาอันใหม่ให้ตรีภพ ชาวบ้านในแถบนี้ล้วนเห็นใจตรีภพและไม่มีใครรังเกียจที่เขาเคยติดคุกเลยสักคน เพราะทุกคนต่างรับรู้ถึงต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวในอดีตดี ยามเมื่อตรีภพกลับมา ทุกคนจึงพร้อมใจกันมายื่นมือช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ
ทว่า ท่ามกลางเสียงขุดดินและเสียงพูดคุย... เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจก็ลอยมาจากบ้านหลังเล็กสีเทาข้างๆ
ผู้ใหญ่บ้านชะงักมือ ช้อนสายตามองไปทางบ้านหลังนั้น ก่อนจะหันมามองหน้าพัตร... เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่านั่นคือบ้านของพิมพ์รดา
“ไม่ต้องไปสนใจเธอหรอก... รีบทำกันให้เสร็จเถอะ” พัตรรีบตัดบท เสียงแผ่วเบาแต่เจือไปด้วยความขื่นขม
จนถึงทุกวันนี้ พัตรยังคงผิดหวังในตัวน้องสาวคนเดียวอย่างไม่อาจลบเลี่ยง...
ในอดีต ยามที่น้องสาวโดนคนอื่นกลั่นแกล้งและล้อเลียนว่าอีอ้วน เขาคือพี่ชายที่คอยปกป้อง คอยปลอบขวัญ ไม่เคยยอมให้น้องต้องคิดมาก คอยประคบประหงมและเอาอกเอาใจเธอทุกอย่าง แม้กระทั่งยามที่ตรีภพเข้ามาคบหา เขาก็ต้องแน่ใจเสียก่อนว่าน้องสาวสบายใจและได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดถึงยอมเปิดทางให้คบกัน…
หรือแม้แต่ตัวเขาเองจะคบหาใคร ก็ยังต้องพามาเจอเธอก่อน ให้เธอมั่นใจว่าแล้วเปิดใจยอมรับ เขาถึงจะมีแฟนและยอมคบกัน
แต่แล้ว หัวใจของคนเป็นพี่ก็แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
เมื่อความจริงปรากฏว่าน้องสาวผู้แสนบริสุทธิ์ในสายตาเขา แอบไปคบชู้กับชายต่างหมู่บ้าน... ในวันที่เขาตามไปเจอ ภาพที่เห็นคือตรีภพกำลังจะคลั่งและเกือบจะกระทืบผู้ชายคนนั้นจนดับคาเท้า เพราะจับได้ว่าทั้งคู่อยู่บนเตียงด้วยกัน กว่าพัตรจะกระชากตัวตรีภพออกมาได้ เขาก็สติหลุดจนคว้าตัวน้องสาวมาตบหน้าเป็นครั้งแรกในชีวิต แล้วลากตัวกลับบ้านอย่างหมดสภาพ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา... ไม่เคยมีวันไหนเลยที่พัตรจะถอนหายใจได้อย่างเต็มปอด เมื่อนึกถึงสิ่งที่น้องสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจเคยทำไว้
*** ***
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่...
ตรีภพเดินทางกลับมาจากสำนักงานการไฟฟ้า หลังจากไปแจ้งขอติดตั้งหม้อไฟดวงใหม่ เขาเดินตรงไปยังจุดที่ทุกคนกำลังช่วยกันติดตั้งมิเตอร์น้ำประปาให้ตน แต่แล้ว ชายหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นไห้กระซิกที่ยังคงดังลอดออกมาจากบ้านหลังเล็กสีเทา
ตรีภพเบือนสายตาไปมองพัตร ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “นายจะไม่สนใจเธอหน่อยหรือไงพัตร... จะดีจะร้ายยังไง เธอก็เป็นน้องสาวที่นายทะนุถนอมประคบประหงมมากับมือไม่ใช่หรือ”
พัตรที่กำลังใช้ประแจขันนอตชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความขื่นขม “ปล่อยให้เธอร้องไห้ไปเถอะ... นั่นคือสิ่งที่เธอสมควรได้รับแล้ว”
ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจออกมาด้วยอีกคน ด้วยความหนักใจ เรื่องความสัมพันธ์และบาดแผลในอดีตของครอบครัวนี้เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกว่าคนนอกอย่างเขาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือตัดสินได้ เขาจึงเอ่ยตัดบทเปลี่ยนเรื่องทันที “เอาละตรีภพ... พรุ่งนี้เช้าโน่นแหละถึงจะเปิดใช้น้ำประปาได้ เย็นนี้นายก็ไปขออาบน้ำบ้านคนอื่นไปก่อนแล้วกันนะ”
“พี่ตรีภพครับ! เอาน้ำดื่มมาส่งครับ!”
เสียงตะโกนเรียกดังขึ้นมาจากหน้าบ้าน เมื่อ แบงค์ ขับรถบรรทุกน้ำดื่มเข้ามาจอด ตรีภพขมวดคิ้วแน่น ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าเสียงร้องไห้จากบ้านสีเทาข้างๆ เริ่มเงียบลงไปแล้ว... เขาจึงตัดใจ หันหลังเดินออกไปทางหน้าบ้านเพื่อจ่ายค่าน้ำดื่ม
*+*+*+*
ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...
พิมพ์รดาพยุงร่างกายอันรวยระรินเข้าไปในห้องน้ำ เธอเปิดฝักบัวหวังให้สายน้ำช่วยชำระล้างคราบน้ำตา แต่มันกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย หยาดน้ำตามากมายกลับยิ่งไหลทะลักออกมาปะปนกับสายน้ำเย็นฉ่ำมากกว่าเดิม
จนกระทั่งแต่งตัวเสร็จและก้าวเท้าออกจากห้องนอนเพื่อตรงไปชงกาแฟ หญิงสาวก็ต้องตกใจจนเกือบส่งเสียงกรี๊ด มือบางยกขึ้นลูบอกตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกขวัญ... เมื่อเห็นว่า พัตรผู้เป็นพี่ชายกำลังนั่งรออยู่บนโซฟา
บ้านหลังนี้นอกจากเธอแล้ว ก็มีเพียงพี่ชายคนเดียวที่มีกุญแจสำรองสำหรับเปิดเข้ามา เหตุเพราะในอดีต เธอเคยคิดสั้นกรีดข้อมือตัวเองเนื่องจากทนรับแรงกดดันและตราบาปไม่ไหว นับตั้งแต่นั้น พัตรจึงถือถือสิทธิ์เก็บกุญแจบ้านเธอไว้เสมอ
พิมพ์เดินเลี่ยงไปทางหลังบ้านเพื่อชงกาแฟ “พี่พัตรเอาน้ำโค้กหรือแป๊บซี่ไหมคะ...”
“ไม่... รีบชงกาแฟแล้วมานั่งคุยกันหน่อย” พัตรเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยไม่ยอมหันมามองหน้าน้องสาว
Vortex Innovationต่อ...“เด็กอายุยี่สิบสี่... แม่งเอ้ย! ถ้าเกิดเจอเรื่องส้นตีนแบบมึงขึ้นมากูจะทำยังไงวะ เด็กอายุยี่สิบสี่... แม่งนั่งคุยกับกู แต่กูฟังอะไรจากเธอไม่รู้เรื่องเลยสักอย่าง! กูไม่ชอบเลยว่ะ” นทีหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา พลางรัวนิ้วพิมพ์ข้อความส่งตรงถึงผู้เป็นแม่ทันที[ “แม่ครับ... ผมไปเจอเธอมาแล้วนะ เราสองคนคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ผมบอกซ้ายเธอจะไปขวา ผมไม่ชอบ! ผมชอบคนที่คุยกันรู้เรื่อง รู้จักคิด ผมต้องการคู่ชีวิตไม่ใช่ภาระ เด็กสาวน่าเบื่อแบบนั้นหาที่ไหนก็เจอ ผมไม่เอา! ถ้าแม่บังคับอีก ผมจะย้ายกลับสวิตเซอร์แลนด์แล้วจะไม่กลับเมืองไทยอีกเลย คราวนี้ต่อให้แม่ไปตามหา ผมก็จะหนีเข้าป่าไปหาทางตายในที่ที่พ่อแม่หาไม่เจอ อย่ามาบังคับผมอีก!” ]พิมพ์รดามองตรีภพด้วยความสงสัย พลางหันมาเอ่ยกับนที “พี่ทีคะ… มันอาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ”นทีถอนหายใจยาวออกมาอีกเฮือก “ไม่จริงหรอกน้องพิมพ์... อันดับแรกเลยนะ อายุน้อยกว่าพี่ แน่นอนว่าพี่ชอบ แต่... ก็อย่าเอาเรื่องอายุน้อยมากดดันให้พี่ต้องวิ่งไล่ตามเอาใจทุกอย่างสิ มันไม่ใช่ชีวิตคู่! สักวันพี่ก็ต้องเหนื่อย ต้องเครียด แต่กลับบ้านไปต้องไปนั่งเอาใจเมียที
ณ บ้านหลังเล็กสีเทาเข้ม…ต่อ..“อื้อ… พี่ภพคะ… อ้า… มันลึกเกินไปค่ะ อ๊า…” หญิงสาวครางหวานพลางร้องขอ เมื่อแก่นกายขนาดยักษ์บดกระแทกกระทบจุดเดิมซ้ำๆ ทว่าท่อนเนื้อขนาดมหึมาที่ขยับครูดครัดภายในร่องรักอย่างเนิบนาบ กลับทำให้เธอสัมผัสได้ถึงทุกอณูของความร้อนระอุ และเส้นเลือดปูดโปนรอบความยิ่งใหญ่ที่เต้นตุบตามจังหวะหายใจของร่างหนา ฝ่ามืออวบอิ่มจิกเกร็งผ้าปูที่นอนไว้แน่นจนแทบขาดวิ่น เพราะความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วตัวตรีภพขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ความอุ่นร้อนภายในกายเมียรักสร้างความรัญจวนใจ ชายหนุ่มเปลี่ยนจังหวะเนิบนาบมาถาโถมกระหน่ำแรงเข้าไปในร่างอวบ ตอกอัดความเป็นชายเข้าไปในผนังเนื้อนุ่มอุ่นอย่างดิบเถื่อน พลางขยับโน้มกายไปด้านหน้า ทำให้ขาอวบสวยย้ายลงมาอยู่ที่แขน เขาเท้าแขนลงกับเบาะพลางโหมกระหน่ำความเป็นชายอันทรงอำนาจเข้าไปด้วยความเร็วแรง จนเรือนร่างอวบอัดสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกดุดัน“อ๊ะ… เบาค่ะ… อ๊า… เบา เบา” ใบหน้างามเหยเกด้วยความเจ็บจุก เมื่อก่อนตรีภพไม่ค่อยทำเช่นนี้กับเธอเพราะกลัวเธอเจ็บ แต่ยามนี้เขากำลังกระแทกกระทั้นแก่นกายมโหฬารเข้าใส่เธอไม่ยั้ง แรงตอกอัดดิบเถื่อนทำเอาร่างกายของเธอสั่น
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…กลางดึก…ตรีภพเดินกลับมาจากบ้านไม้หลังเก่า เขารู้สึกโชคดีที่ตนเองได้ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและสายไฟต่างๆ ไว้จนเรียบร้อย เพราะไม่อย่างนั้นคงมีปัญหาเรื่องที่พักเวลานทีเมาหัวราน้ำแบบนี้ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน พลางทอดสายตามองดูร่างอวบอิ่มที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น รัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์เพื่อแต่งนิยายอย่างตั้งอกตั้งใจ “พิมพ์… พี่อยากมีลูกแล้ว”พิมพ์รดาชะงักมือที่กำลังกดแป้นพิมพ์ทันที เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าเขา “ขอเวลาพิมพ์สักปีได้ไหมคะ... พิมพ์อยากใช้เวลาอยู่กับพี่ให้หายคิดถึงก่อน”ตรีภพถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่งลงข้างกายของเธอ พลางก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และแชมพูจากเรือนร่างอวบอิ่มอย่างแสนรัก “ได้สิ… พี่เองก็อยากอยู่กับพิมพ์ให้หายคิดถึงเหมือนกัน”พิมพ์รดายิ้มออกมาอย่างงดงาม เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจากหัวใจ “พี่ภพไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ ตัวเหม็นกลิ่นเหล้ามากๆ เลย”ฝ่ามือหนาเอื้อมไปลูบศีรษะภรรยาอย่างอ่อนโยน “เหม็นมากเลยเหรอครับ”พิมพ์รดาพยักหน้ารับทันที “เหม็นมากจริงๆ ค่ะ”ตรีภพยิ้มขำพลางส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยอมลุกขึ
Vortex Innovation…ต่อ...“เวรกรรม… เวรกรรม… คำว่าเวรกรรมสะกดยังไง ให้ตามมาดูไอ้สองตัวที่นั่งกอดกันกลมตรงนี้ได้เลย! เชี่ยเอ้ย! ไอ้ภพ... แม่ง... มึงนี่มันควายถวายเจ้าที่ของแท้ล้วนๆ ไม่มีวัวผสมเลยสักนิด!” นทีนั่งบ่นงึมงำอย่างเอือมระอาหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวพรรณนิภาออกไปแล้ว เขาก็ได้แต่นั่งอึ้ง ทึ่ง ตะลึง... เพราะต่อให้คิดอย่างไรเขาก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่ายัยนั่นไปเอาความคิดมาจากไหนว่าตรีภพเคยยื่นมือเข้าไปช่วยตอนโดนแกล้ง เพราะลำพังแค่ไอ้ภพเดินผ่านแล้วยอมหันไปมองหน้าใครสักคนได้ ก็นับว่าที่สุดของมันแล้ว จะเอาอารมณ์ที่ไหนไปช่วยคนอื่น!ตรีภพกอดกระชับร่างอวบอิ่มของภรรยาไว้ในอ้อมอก “ส้นตีนเถอะไอ้ที! กูบอกมึงแล้วว่าอย่าเอาตัวเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น สุดท้ายผลกรรมมึงทำไว้ มันเลยตกมาลงที่กูเนี่ย!”“แต่กูก็ต้องยอมรับเลยนะว่ายัยนั่นฉลาดมากจริงๆ” นทีถอนหายใจยาว “มึงคิดดูสิ... วางแผนเล่นงานมึงได้อย่างแยบยวนสุดๆ อาศัยจังหวะและรอยร้าวในใจของพวกมึงจนจัดฉากได้แนบเนียนขนาดนี้ เสียดายความสามารถชะมัดที่เอาไปใช้ผิดทาง” นทีเอ่ยขึ้นเรียบๆ... โดยปกติเขาเป็นคนเคารพคนเก่งเสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใ
นทียกมือขึ้นนวดขมับตัวเองแรงๆ ด้วยความเหนื่อยหน่าย เพราะตัวเขากับตรีภพสนิทกันจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว ขนาดเวลาพาผู้หญิงไปเปิดห้องนอนยังต้องเปิดห้องติดกัน แล้วการที่ตรีภพจะแยกตัวไปนั่งกับเธอเพียงลำพังมันจะเป็นไปได้อย่างไร... “พรรณนิภา... เธอตั้งสติแล้วคิดดูดีๆ มองหน้าฉันสิ! เธอไม่เห็นฉันตอนที่ไอ้ภพเข้าใกล้เธอจริงๆ เหรอ”ตรีภพส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่พรรณนิภาพูด แต่ก็ยังคงกอดร่างอวบอิ่มของภรรยาไว้แน่น พยายามเค้นนึกถึงช่วงเวลาเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ทว่ากลับไม่มีความทรงจำเหล่านั้นอยู่ในหัวเลย “พรรณนิภา... ฉันไม่รู้จักเธอจริงๆ เรื่องที่บอกว่าฉันช่วยเธอจากการโดนแกล้ง ฉันไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน และฉันมั่นใจว่าไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น แล้วเรื่องที่บอกว่าฉันเข้าไปนั่งใกล้เธอตามลำพัง ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่! เพราะฉันกับไอ้นทีอยู่ติดกันตลอดเวลาที่อยู่ในมหาวิทยาลัย!”พรรณนิภาจ้องมองภาพสองสามีภรรยาที่กอดกันกลมด้วยความอิจฉาริษยาที่ปะทุขึ้นในอก “ฮ่าๆ นั่งกอดเมียที่แสนรัก... เมียที่แสนน่ารังเกียจ! แล้วจะกล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าเคยหรือไม่เคย! ฮ่าๆ ผู้หญิงที่ยอมคุณทุกอย่าง ไม่เถียง ไม่ตอบโต้ ยอมใ
Vortex Innovation…ต่อ...“ก็ใช่นะสิ!” นทีสบถกร้าว “ส่วนไอ้ควายตัวนี้… ก็เอาแต่ปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่ยอมรับฟังความจริงอะไรเลยตอนที่อยู่ในคุกตั้งสิบปี! ถ้ามันรู้จักใช้สมองเปิดใจรับฟังเรื่องราวรอบตัวสักนิด มันก็คงคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่ต้องปล่อยให้เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้หรอก!” นทีทิ้งตัวลงนั่งกระแทกกับโซฟาด้วยความหัวเสียและโกรธแค้นแทนเพื่อน“สรุปก็คือ... ทั้งตัวกู พิมพ์ และไอ้ตาม... ตกเป็นเหยื่ออยู่ในเกมของผู้หญิงจิตวิปริตคนนั้นสินะ” ตรีภพแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันตัวเอง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความใจร้อนและทิฐิของเขาเองที่ไม่ยอมรอบคอบให้ดีเสียก่อน“ก็เออนะสิ!” นทีตอกกลับทันควัน “ยัยนั่นเฝ้าสังเกตชีวิตมึงมาหลายปี ตั้งใจเล็งจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของมึง คอยกวนตะกอนอารมณ์ให้มึงเดือดดาลแล้วลงมือทำลายทิ้ง แถมยังจงใจทรมานคนที่มึงรัก ที่สามารถครอบครองมึงให้แหลกคามือเล่นอีก... เรื่องเล่าตลกบ้าบอคอแตกอะไรตั้งสิบปี เวรจริงๆ! มึงคอยดูนะไอ้ภพ เรื่องตลกเหี้ยๆ แบบนี้น่ะ กูจะเก็บเอาไว้เล่ากรอกหูยันทายาทลูกหลานของมึง! กูจะบังคับให้มันเล่าสืบทอดต่อไปยันโคตรเหง้าศักราชของหลานมึงโน่นเลยคอยดู!”นทีส







