Mag-log inณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน...
ต่อ....
พิมพ์พยักหน้ารับคำอย่างสงบ เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับออกไป แต่ก่อนที่ส้นเท้าจะก้าวพ้นขอบประตู หญิงสาวก็ชะงัก แล้วเอ่ยประโยคที่ติดค้างอยู่ในใจออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ… “แม่ของคุณ ป้าคำบอกว่าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด... คนผิดคือฉันที่ไม่รู้จักพอ”
เธอหยุดสูดหายใจลึก ก่อนพรั่งพรูความจริงที่กัดกินใจมาตลอดสิบปี “แม่บอกว่าคุณทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว... มีแต่ฉันเองที่ทำร้ายคุณ”
สิ้นเสียง พิมพ์ก็ออกวิ่งกลับบ้านไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลทะลัก คำพูดสุดท้ายของ ป้าคำ แม่ของตรีภพ แม้จะกรีดลึกจนหัวใจเธอแหลกสลาย แต่มันคือความจริงที่เธอต้องก้มหน้ารับ ทั้งหมดมันเป็นเพราะเธอเองที่ไม่รู้จักพอ ทั้งที่เสพสุขอยู่บนความรักอันทุ่มเทของตรีภพ แต่กลับยังเสือกไสตัวเองไปหาความตื่นเต้นชั่วครู่ชั่วคราวจากคนอื่นข้างนอก...
เพล้ง!
แก้วเบียร์ในมือของตรีภพถูกขว้างอัดข้างฝาจนแตกกระจายเศษแก้วเกลื่อนพื้น!
ชายหนุ่มขบฟันแน่นจนสันหมากนูน... สิ่งที่แม่พูดกับพิมพ์ในวันนั้น มันขัดแย้งกับคำพูดสุดท้ายยามที่แม่ไปเยี่ยมเขาในคุกอย่างสิ้นเชิง วันนั้นแม่กลับบอกว่า ‘เขาใจร้อนเกินไป และไม่ยอมรับฟังใคร’
ตรีภพทบทวนคำพูดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเฝ้าถามตัวเองในใจอยู่เสมอ... เขาเคยใจร้อนใส่เธออย่างนั้นหรือ? คำตอบที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด คือ ไม่เลย… ตลอดเวลาที่คบกัน พิมพ์รดาคือข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขามาโดยตลอด!
*+*+*+*
ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...
เมื่อแสงอาทิตย์ของวันใหม่สาดส่องเข้ามา พิมพ์ยกมือขึ้นนวดขมับแรงๆ เพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งเขียนนิยายตลอดทั้งคืน เธอมีนิสัยชอบเขียนงานลงในโปรแกรมให้จบทั้งเรื่องเสียก่อน แล้วค่อยนำไปทยอยอัปเดตลงระบบออนไลน์ทีละตอน จากนั้นจึงค่อยเปิดขายอีบุ๊กหลังจากลงรายตอนไปได้ห้าตอน
ใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง...
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มสมเพชให้ตัวเอง ในตอนที่สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา เหตุผลเดียวก็คือเพื่อให้อยู่ใกล้พอที่จะดูแลป้าคำและลุงปัน ผู้เป็นพ่อแม่ของตรีภพ ซึ่งต้องตรอมใจอย่างหนักหลังจากลูกชายเพียงคนเดียวต้องโทษติดคุก หน้าต่างบานนี้จึงมักถูกเปิดทิ้งไว้ตลอดคืน เพื่อที่เธอจะได้สังเกตความผิดปกติของพวกท่านได้ทันท่วงที จนกลายเป็นความเคยชินที่ติดเป็นนิสัยมาจนถึงทุกวันนี้
จังหวะนั้น คำพูดตอกย้ำจากพี่สะใภ้ร่วมรุ่นก็แว่วดังเข้ามาในหัวอีกครั้ง… ‘พี่ภพมันผิดอะไร? ชอบความแปลกใหม่... ตลกสิ้นดี! ทำไมเธอไม่ลองบอกให้พี่เขาล่ะ ว่าเธอกลัว ไม่บอกเขาไปล่ะว่าใจเย็นลงหน่อย เธอมันก็แค่คนไม่รู้จักพอเท่านั้นแหละพิมพ์ อย่าเอาความผิดไปโทษคนอื่น เธอมันเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจ!’
หยาดน้ำตาใสไหลรินเลอะแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้ ยามที่สายตาปะทะเข้ากับเรือนร่างสูงใหญ่ของตรีภพซึ่งกำลังเปิดประตูบ้านไม้ออกมา ชายหนุ่มพยายามหมุนเปิดวาล์วน้ำข้างบ้าน แต่ไร้ซึ่งหยดน้ำไหลออกมา เพราะเขายังไม่ได้ไปติดต่อผู้ใหญ่บ้านเรื่องขอเดินสายน้ำประปา
พิมพ์เช็ดน้ำตากล้ำกลืนความรู้สึกทั้งหมดลงคอ แล้วก้าวเดินไปหยุดที่ขอบหน้าต่าง ก่อนจะส่งเสียงเรียกร้องบอกเขาออกไป
“มาอาบน้ำที่บ้านนี้ก่อนสิ... สายๆ ค่อยไปทำเรื่องน้ำประปาที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน”
พูดจบ โดยไม่รอคำตอบ เธอรีบวิ่งไปที่หน้าประตูบ้านเพื่อปลดล็อก ให้ชายหนุ่มได้เข้ามาใช้ห้องน้ำตามที่เธอเสนอ
*+*+*+*
ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...
ร่างสูงใหญ่ก้าวผ่านประตูรั้วหน้าบ้านเข้ามา สายตาคมกวาดมองเรือนร่างอวบอัดตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะถอดรองเท้าแล้วเดินตรงเข้าไปในบ้านเพื่อจะอาบน้ำ แต่แล้วเขากลับต้องชะงักส้นเท้า หมุนตัวกลับมามองพิมพ์รดาที่กำลังเอื้อมมือไปจับขอบประตูมุ้งลวดเตรียมจะเลื่อนปิด “ห้องน้ำอยู่ที่ไหน...”
“อ้อ... ห้องอาบน้ำอยู่ในห้องนอนค่ะ ส่วนข้างนอกมีแค่ห้องปลดสุข” พิมพ์รีบเดินนำไปเปิดประตูห้องนอนให้ตรีภพ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีแล้วเลี่ยงออกไปทางหลังบ้านทันที เพื่อหลบสายตาคมเข้มคู่เดิมที่ทั้งคุ้นเคยและแสนแปลกหน้าในเวลาเดียวกัน
ตรีภพทอดสายตามองตามแผ่นหลังบางไป ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา แล้วก้าวเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาว
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอน ภาพตรงหน้าก็ทำให้หัวสมองของเขาปวดกระตุกวูบ... เพราะบรรยากาศรอบกายมันเหมือนกับเขากำลังเดินก้าวเข้าสู่ห้องนอนเมื่อสิบปีก่อนอย่างไร้อย่างนั้น การตกแต่งและจัดวางสิ่งของยังคงเหมือนเดิมทุกประการ จะผิดแปลกไปก็เพียงโทนสีชมพูที่เธอเคยโปรดปราน ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสีเทา… ซึ่งเป็นสีที่เขาชอบ
ในอดีต ยามที่พิมพ์รดาย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน เขายอมตามใจให้เธอเปลี่ยนห้องนอนชายหนุ่มของเขาให้กลายเป็นสีชมพูตามใจเธอ แต่ในวันนี้ ห้องนอนของเธอกลับกลายเป็นสีโปรดของเขาเสียอย่างนั้น ชายหนุ่มสะบัดหน้าขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำ
ทันทีที่กดสวิตช์ไฟและก้าวพ้นขอบประตู ตรีภพก็เค้นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ...
ฝ่ามือหนาเอื้อมไปแตะแก้วใส่แปรงสีฟัน แก้วคู่ที่เขากับเธอเคยเลือกซื้อมาด้วยกัน ยามที่เขาเพิ่งเริ่มจีบเธอใหม่ๆ ในตอนนั้น หญิงสาวไร้ซึ่งความมั่นใจในตัวเองเนื่องจากเรื่องรูปร่าง ไม่ว่าเขาจะชวนเธอออกไปไหน เธอมักจะส่ายหน้าปฏิเสธและวิ่งหนีเขาเสมอ ทว่ากลับเป็นเขานี่เองที่เพียรเติมเต็มความมั่นใจให้เธอ จนเธอก้าวข้ามปมด้อยเรื่องรูปร่างและยอมเปิดใจคบหากับเขา... แต่สุดท้าย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เพียรสร้างมากลับพังทลายลงไม่เป็นท่า
ตรีภพแสยะยิ้มสมเพชให้ตัวเอง ก่อนจะรีบจัดการอาบน้ำ ชายหนุ่มนึกหัวเราะเยาะอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง... เพราะข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นในห้องน้ำนี้ยังคงเหมือนเมื่อสิบปีก่อนราวกับหยุดเวลาไว้ เพียงแค่เปลี่ยนขวดใหม่ตามกาลเวลาเท่านั้น กลิ่นสบู่ยังคงเป็นกลิ่นเดิม แชมพูยี่ห้อเดิม แม้กระทั่งโฟมล้างหน้า... ทุกอย่างยังคงเดิม ไม่เคยมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว!
Vortex Innovationต่อ...“เด็กอายุยี่สิบสี่... แม่งเอ้ย! ถ้าเกิดเจอเรื่องส้นตีนแบบมึงขึ้นมากูจะทำยังไงวะ เด็กอายุยี่สิบสี่... แม่งนั่งคุยกับกู แต่กูฟังอะไรจากเธอไม่รู้เรื่องเลยสักอย่าง! กูไม่ชอบเลยว่ะ” นทีหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา พลางรัวนิ้วพิมพ์ข้อความส่งตรงถึงผู้เป็นแม่ทันที[ “แม่ครับ... ผมไปเจอเธอมาแล้วนะ เราสองคนคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ผมบอกซ้ายเธอจะไปขวา ผมไม่ชอบ! ผมชอบคนที่คุยกันรู้เรื่อง รู้จักคิด ผมต้องการคู่ชีวิตไม่ใช่ภาระ เด็กสาวน่าเบื่อแบบนั้นหาที่ไหนก็เจอ ผมไม่เอา! ถ้าแม่บังคับอีก ผมจะย้ายกลับสวิตเซอร์แลนด์แล้วจะไม่กลับเมืองไทยอีกเลย คราวนี้ต่อให้แม่ไปตามหา ผมก็จะหนีเข้าป่าไปหาทางตายในที่ที่พ่อแม่หาไม่เจอ อย่ามาบังคับผมอีก!” ]พิมพ์รดามองตรีภพด้วยความสงสัย พลางหันมาเอ่ยกับนที “พี่ทีคะ… มันอาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ”นทีถอนหายใจยาวออกมาอีกเฮือก “ไม่จริงหรอกน้องพิมพ์... อันดับแรกเลยนะ อายุน้อยกว่าพี่ แน่นอนว่าพี่ชอบ แต่... ก็อย่าเอาเรื่องอายุน้อยมากดดันให้พี่ต้องวิ่งไล่ตามเอาใจทุกอย่างสิ มันไม่ใช่ชีวิตคู่! สักวันพี่ก็ต้องเหนื่อย ต้องเครียด แต่กลับบ้านไปต้องไปนั่งเอาใจเมียที
ณ บ้านหลังเล็กสีเทาเข้ม…ต่อ..“อื้อ… พี่ภพคะ… อ้า… มันลึกเกินไปค่ะ อ๊า…” หญิงสาวครางหวานพลางร้องขอ เมื่อแก่นกายขนาดยักษ์บดกระแทกกระทบจุดเดิมซ้ำๆ ทว่าท่อนเนื้อขนาดมหึมาที่ขยับครูดครัดภายในร่องรักอย่างเนิบนาบ กลับทำให้เธอสัมผัสได้ถึงทุกอณูของความร้อนระอุ และเส้นเลือดปูดโปนรอบความยิ่งใหญ่ที่เต้นตุบตามจังหวะหายใจของร่างหนา ฝ่ามืออวบอิ่มจิกเกร็งผ้าปูที่นอนไว้แน่นจนแทบขาดวิ่น เพราะความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วตัวตรีภพขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ความอุ่นร้อนภายในกายเมียรักสร้างความรัญจวนใจ ชายหนุ่มเปลี่ยนจังหวะเนิบนาบมาถาโถมกระหน่ำแรงเข้าไปในร่างอวบ ตอกอัดความเป็นชายเข้าไปในผนังเนื้อนุ่มอุ่นอย่างดิบเถื่อน พลางขยับโน้มกายไปด้านหน้า ทำให้ขาอวบสวยย้ายลงมาอยู่ที่แขน เขาเท้าแขนลงกับเบาะพลางโหมกระหน่ำความเป็นชายอันทรงอำนาจเข้าไปด้วยความเร็วแรง จนเรือนร่างอวบอัดสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกดุดัน“อ๊ะ… เบาค่ะ… อ๊า… เบา เบา” ใบหน้างามเหยเกด้วยความเจ็บจุก เมื่อก่อนตรีภพไม่ค่อยทำเช่นนี้กับเธอเพราะกลัวเธอเจ็บ แต่ยามนี้เขากำลังกระแทกกระทั้นแก่นกายมโหฬารเข้าใส่เธอไม่ยั้ง แรงตอกอัดดิบเถื่อนทำเอาร่างกายของเธอสั่น
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…กลางดึก…ตรีภพเดินกลับมาจากบ้านไม้หลังเก่า เขารู้สึกโชคดีที่ตนเองได้ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและสายไฟต่างๆ ไว้จนเรียบร้อย เพราะไม่อย่างนั้นคงมีปัญหาเรื่องที่พักเวลานทีเมาหัวราน้ำแบบนี้ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน พลางทอดสายตามองดูร่างอวบอิ่มที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น รัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์เพื่อแต่งนิยายอย่างตั้งอกตั้งใจ “พิมพ์… พี่อยากมีลูกแล้ว”พิมพ์รดาชะงักมือที่กำลังกดแป้นพิมพ์ทันที เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าเขา “ขอเวลาพิมพ์สักปีได้ไหมคะ... พิมพ์อยากใช้เวลาอยู่กับพี่ให้หายคิดถึงก่อน”ตรีภพถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่งลงข้างกายของเธอ พลางก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และแชมพูจากเรือนร่างอวบอิ่มอย่างแสนรัก “ได้สิ… พี่เองก็อยากอยู่กับพิมพ์ให้หายคิดถึงเหมือนกัน”พิมพ์รดายิ้มออกมาอย่างงดงาม เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจากหัวใจ “พี่ภพไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ ตัวเหม็นกลิ่นเหล้ามากๆ เลย”ฝ่ามือหนาเอื้อมไปลูบศีรษะภรรยาอย่างอ่อนโยน “เหม็นมากเลยเหรอครับ”พิมพ์รดาพยักหน้ารับทันที “เหม็นมากจริงๆ ค่ะ”ตรีภพยิ้มขำพลางส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยอมลุกขึ
Vortex Innovation…ต่อ...“เวรกรรม… เวรกรรม… คำว่าเวรกรรมสะกดยังไง ให้ตามมาดูไอ้สองตัวที่นั่งกอดกันกลมตรงนี้ได้เลย! เชี่ยเอ้ย! ไอ้ภพ... แม่ง... มึงนี่มันควายถวายเจ้าที่ของแท้ล้วนๆ ไม่มีวัวผสมเลยสักนิด!” นทีนั่งบ่นงึมงำอย่างเอือมระอาหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวพรรณนิภาออกไปแล้ว เขาก็ได้แต่นั่งอึ้ง ทึ่ง ตะลึง... เพราะต่อให้คิดอย่างไรเขาก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่ายัยนั่นไปเอาความคิดมาจากไหนว่าตรีภพเคยยื่นมือเข้าไปช่วยตอนโดนแกล้ง เพราะลำพังแค่ไอ้ภพเดินผ่านแล้วยอมหันไปมองหน้าใครสักคนได้ ก็นับว่าที่สุดของมันแล้ว จะเอาอารมณ์ที่ไหนไปช่วยคนอื่น!ตรีภพกอดกระชับร่างอวบอิ่มของภรรยาไว้ในอ้อมอก “ส้นตีนเถอะไอ้ที! กูบอกมึงแล้วว่าอย่าเอาตัวเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น สุดท้ายผลกรรมมึงทำไว้ มันเลยตกมาลงที่กูเนี่ย!”“แต่กูก็ต้องยอมรับเลยนะว่ายัยนั่นฉลาดมากจริงๆ” นทีถอนหายใจยาว “มึงคิดดูสิ... วางแผนเล่นงานมึงได้อย่างแยบยวนสุดๆ อาศัยจังหวะและรอยร้าวในใจของพวกมึงจนจัดฉากได้แนบเนียนขนาดนี้ เสียดายความสามารถชะมัดที่เอาไปใช้ผิดทาง” นทีเอ่ยขึ้นเรียบๆ... โดยปกติเขาเป็นคนเคารพคนเก่งเสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใ
นทียกมือขึ้นนวดขมับตัวเองแรงๆ ด้วยความเหนื่อยหน่าย เพราะตัวเขากับตรีภพสนิทกันจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว ขนาดเวลาพาผู้หญิงไปเปิดห้องนอนยังต้องเปิดห้องติดกัน แล้วการที่ตรีภพจะแยกตัวไปนั่งกับเธอเพียงลำพังมันจะเป็นไปได้อย่างไร... “พรรณนิภา... เธอตั้งสติแล้วคิดดูดีๆ มองหน้าฉันสิ! เธอไม่เห็นฉันตอนที่ไอ้ภพเข้าใกล้เธอจริงๆ เหรอ”ตรีภพส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่พรรณนิภาพูด แต่ก็ยังคงกอดร่างอวบอิ่มของภรรยาไว้แน่น พยายามเค้นนึกถึงช่วงเวลาเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ทว่ากลับไม่มีความทรงจำเหล่านั้นอยู่ในหัวเลย “พรรณนิภา... ฉันไม่รู้จักเธอจริงๆ เรื่องที่บอกว่าฉันช่วยเธอจากการโดนแกล้ง ฉันไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน และฉันมั่นใจว่าไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น แล้วเรื่องที่บอกว่าฉันเข้าไปนั่งใกล้เธอตามลำพัง ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่! เพราะฉันกับไอ้นทีอยู่ติดกันตลอดเวลาที่อยู่ในมหาวิทยาลัย!”พรรณนิภาจ้องมองภาพสองสามีภรรยาที่กอดกันกลมด้วยความอิจฉาริษยาที่ปะทุขึ้นในอก “ฮ่าๆ นั่งกอดเมียที่แสนรัก... เมียที่แสนน่ารังเกียจ! แล้วจะกล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าเคยหรือไม่เคย! ฮ่าๆ ผู้หญิงที่ยอมคุณทุกอย่าง ไม่เถียง ไม่ตอบโต้ ยอมใ
Vortex Innovation…ต่อ...“ก็ใช่นะสิ!” นทีสบถกร้าว “ส่วนไอ้ควายตัวนี้… ก็เอาแต่ปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่ยอมรับฟังความจริงอะไรเลยตอนที่อยู่ในคุกตั้งสิบปี! ถ้ามันรู้จักใช้สมองเปิดใจรับฟังเรื่องราวรอบตัวสักนิด มันก็คงคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่ต้องปล่อยให้เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้หรอก!” นทีทิ้งตัวลงนั่งกระแทกกับโซฟาด้วยความหัวเสียและโกรธแค้นแทนเพื่อน“สรุปก็คือ... ทั้งตัวกู พิมพ์ และไอ้ตาม... ตกเป็นเหยื่ออยู่ในเกมของผู้หญิงจิตวิปริตคนนั้นสินะ” ตรีภพแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันตัวเอง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความใจร้อนและทิฐิของเขาเองที่ไม่ยอมรอบคอบให้ดีเสียก่อน“ก็เออนะสิ!” นทีตอกกลับทันควัน “ยัยนั่นเฝ้าสังเกตชีวิตมึงมาหลายปี ตั้งใจเล็งจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของมึง คอยกวนตะกอนอารมณ์ให้มึงเดือดดาลแล้วลงมือทำลายทิ้ง แถมยังจงใจทรมานคนที่มึงรัก ที่สามารถครอบครองมึงให้แหลกคามือเล่นอีก... เรื่องเล่าตลกบ้าบอคอแตกอะไรตั้งสิบปี เวรจริงๆ! มึงคอยดูนะไอ้ภพ เรื่องตลกเหี้ยๆ แบบนี้น่ะ กูจะเก็บเอาไว้เล่ากรอกหูยันทายาทลูกหลานของมึง! กูจะบังคับให้มันเล่าสืบทอดต่อไปยันโคตรเหง้าศักราชของหลานมึงโน่นเลยคอยดู!”นทีส







