Masukแต่ก่อนจะออกรบก็ต้องแวะไปเติมพลังกับบรรดาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง
“อีทศมาแล้ว” หนึ่งในบรรดาเพื่อนสาวเอ่ยเมื่อทศวรรษเดินเข้ามาในร้านชานมแห่งหนึ่ง
ทศวรรษ : “ใครเลือกร้านเนี่ย”
มะเดี่ยว : “จะใครอีกล่ะ” ทุกสายตาจับจ้องไปที่ต้นตาลที่สวมวิกผมบ๊อบ แถมสวมเกาะอกสีมะนาวแสบตามาแต่ไกล
ปลายฟ้า : “จะไหวเหรอวะอีทศ ดูท่าแม่ผัวนี่ร้ายใช่เล่น”
ทศวรรษ : “ทำไงได้” ทศวรรษถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงตรงกลางระหว่างมะเดี่ยวและปลายฟ้าที่เว้นที่นั่งให้
ต้นตาล : “แดกก่อนค่อยคิด” อีกฝ่ายพูดพร้อมกับยื่นเมนูมาตรงหน้า เมื่อสั่งเครื่องดื่มเสร็จก็หันมาเม้ามอยต่อ
ทศวรรษ : “ว่าแต่อีขนมไปไหน” ทุกคนกลอกตาที่ได้ยินคำถามนี้
มะเดี่ยว : “ตั้งแต่มีผัวหายหัวไปเลยค่ะ”
ปลายฟ้า : “จะว่าไปโลกนี้มันมหัศจรรย์พันลึกกว่าที่เราคิดไว้อีก มึงว่าเกย์คือชายชายใช่ปะ แต่อีขนมกับผัวมันก็สุดติ่งกระดิ่งแมวเหมือนกัน” ทุกคนเริ่มเอาหัวมาสุมกันเมื่อได้ยินเรื่องราวที่น่าสนใจ
ปลายฟ้า : “ก็อีขนมกะผัวมันน่ะ รสนิยมตรงกันเหมือนฟ้าถีบส่งลงมาจุติเลยต่างหาก”
มะเดี่ยว : “มึงจะลีลาอีกนานไหม”
ปลายฟ้า : “เอ้า ต้องปูเรื่องก่อนสิคะ…อรรถรส!!!” ทศวรรษยังคงกลอกตากับคารมของเพื่อนสาวที่จีบปากจีบคอปูเรื่องเสียยืดยาว
ปลายฟ้า : “ก็อย่างแม่ผัวอีทศรังเกียจที่อีพี่สืบชอบพอเพศเดียวกันใช่ปะ แต่อย่างอีขนมที่เป็นผู้หญิงมีกีมีมดลูกก็เล่นก้นกับผัวค่ะ”
ทุกคน : “อุ๊ยตาย/ว่าบาป/เลิศเกิน”
ปลายฟ้า : “สิ่งที่กูจะสื่อคือเรื่องเซ็กซ์มันก็คือรสนิยม อีขนมประกาศสามบ้านแปดบ้านว่าจะไม่มีลูก สองผัวเมียเข้าใจและยอมรับกันได้ในเรื่องบนเตียง อีกทั้งยังจับมือเข้าร่วมปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่อยู่บ่อยครั้ง จนตอนนี้ผันตัวมาเป็นเจ้าแม่อีเว้นปาร์ตี้ที่ว่า โดยมีสมาชิกหลายร้อยคน มีการตรวจเลือด และที่สำคัญไม่มียา ต่างก็รวมตัวกันเพื่อหาความสำราญล้วน ๆ”
ต้นตาล : “เชี่ย!!! แฟนตาซีกว่าเก้งกวางอย่างพวกเราอีก”
“มะเดี่ยว : “กูก็เคยได้ยินมาว่าผับแถวยุโรปสำหรับพวกเฟติซ ก็จะมีคนไปยืนบนกรงข้างบนแล้วฉี่ลงมาราดตัวอะไรทำนองนี้ ไม่ก็…พวกคลั่งถุงเท้า ถุงน่อง แต่มึง…เรื่องพวกนี้มันคือรสนิยมไง อีกอย่างถ้ายินยอมพร้อมใจกันสองฝ่ายก็วิน-วิน” ต้นตาลพยักหน้าเห็นด้วย
มะเดี่ยว : “ถ้าอีคุณหญิงแม่พี่สืบได้มาฟังรายการหงี่ เหลา เป่า ติ้วของน้าเน็ก มีหวัง…เป็นลมสามตลบ”
ปลายฟ้า : “อีทศ…ถ้าแม่ผัวไม่เปิดใจเรื่องนี้ต่อให้มึงเป็นโอเมก้ามีลูกให้อีพี่สืบได้เขาก็ไม่ยอมรับอยู่ดี” ปลายฟ้าพูดพลางตบไหล่ทศวรรษที่นั่งฟังเป็นหมาหงอย
มะเดี่ยว : “ครอบครัวคนรวยนี่ซับซ้อนจริง ๆ อีพี่สืบดมดากอีทศมาเป็นสิบปีจะให้แต่งงานมีลูก กูยังขนลุกแทนเลย”
ต้นตาล : “เอ้าอีนี่ปากไม่มีหูรูด ดูหน้าเพื่อนสาวมึงด้วยค่ะ”
ทศวรรษได้แต่เม้มปาก ใบหน้าจืดเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ทศวรรษ : “แม่เขาก็คงอยากให้ลูกชายแต่งงานมีลูกมีหลานสืบสกุลจริง ๆ นั่นแหละ แทบจะประเคนแม่คาที่นั่นเข้าปากอยู่แล้ว เมื่อก่อนต่อให้ฟ้าจะถล่มก็ยังมีสืบช่วยแบก แต่พอมาตอนนี้เหมือนกูสู้กับบ้านเขาเพียงลำพัง” ทศวรรษขอบตาร้อนผ่าว
ทุกคน : “อีทศยังมีพวกกูค่ะ”
ปลายฟ้า : “ตอนนี้ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน วันหน้า…ค่อยว่ากัน”
มะเดี่ยว : “ว่าแต่คดีล่ะอีต้น”
ต้นตาล : “เออ เกือบลืม…” ต้นตาลหยิบเอกสารที่แอบถ่ายเอกสารเอาไว้ก่อนจะวางบนโต๊ะพูดเสียงเบา “งานนี้ถ้าพ่อกูรู้ไม่ตายก็ต้องพิการกันไปข้าง แต่เพื่อมึงกูเลยต้องทำผิดถึงขั้นอมของหลวง” ต้นตาลพูดก่อนจะขยิบตาให้ทศวรรษอย่างเจ้าเล่ห์
มะเดี่ยว : “ตัวแม่ตัวมัม ตัวสูตินารี อมของหลวงก็มา” ต้นตาลพูดอย่างอารมณ์ดีพลางสะบัดผมบ๊อบของตัวเองใส่หน้าเพื่อนสาวทั้งหลาย แต่พอทศวรรษกวาดสายตาอ่านเอกสารตรงหน้าแล้วสีหน้ากลับเคร่งเครียดมากกว่าเดิม
ต้นตาล : “งานนี้งานช้างค่ะอีทศ”
ทุกคนจ้องไปยังต้นตาลที่พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ไม่มีความหยอกเย้าอยู่ก่อนหน้า ทศวรรษเองก็ชาไปทั้งร่างกายเหมือนกัน และบางทีเรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุในวันฝนตกธรรมดา
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







![เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)