Share

บทที่ 14 ก่อกบฏ 2

Author: DILEMMA 28
last update Last Updated: 2026-02-27 15:39:02

ทศวรรษ : “ก็หลังจากที่เจอกล้องที่ซ่อนไว้ตรงกรอบรูป จู่ ๆ กูก็คิดยังไงไม่รู้ลองก้มดูใต้เตียง ตอนแรกกูคิดว่าตัวเองตาฝาดด้วยซ้ำเพราะว่ามันอยู่ในห่อผ้าสีขาวอีกทีนึงที่ถูกเย็บกับแม็กซ์ขึงไว้คนละด้าน”

มะเดี่ยว : “อีห่าฟังแล้วขนลุก เห็นอย่างนี้แล้วไม่กล้ากินอะไรในบ้านนั้นเลยค่ะ” มะเดี่ยวว่าก่อนจะชะงักเมื่อเห็นสานฝันนั่งก้มหน้า

“คือ…” มะเดี่ยวกำลังจะหาข้อแก้ตัวแต่สานฝันกลับเงยหน้าขึ้นมาตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน

“หนูก็คิดเหมือนพี่ค่ะ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมากินอะไรแปลก ๆ เข้าไปบ้าง”

“เชี่ย!” ปลายฟ้าอุทาน

“หนูกับแม่ยืนกันคนละฝั่ง” เกิดความเงียบเข้าปกคลุม แม้แต่คนช่างพูดช่างจาอย่างมะเดี่ยวก็ไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาปลอบใจดี หากเป็นคนอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันก็คงจะสุมหัวกันบุกตบให้หายแค้นกันไปข้างจะได้รู้ดำรู้แดง แต่นี่…นั่นก็แม่บังเกิดเกล้า นี่ก็แม่ผัว แม่ผัวยังว่าเป็นแม่คนอื่นนะ แต่อย่างสานฝันมันก็น้ำท่วมปากจริง ๆ นั่นแหละ

ต้นตาล : “แล้วมึงจะทำยังไงต่อไปอีทศ ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงยิ่งนัก”

ปลายฟ้า : “สละค่ายบางระจันเสียเถอะ ปืนใหญ่แตกฉิบหายหมดแล้ว” แล้วสายตาทุกคนก็จ้องไปที่ปลายฟ้าเป็นตาเดียว ก่อนจะหลุดขำออกมาทั้งโต๊ะ

ต้นตาล : “อีปลายเล่นไม่ดูเวล่ำเวลา” ก่อนจะคว้าน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ มาขว้างใส่ปลายฟ้าที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะด้านขวาถัดจากมะเดี่ยวไปอีกทอด

ปลายฟ้า : “ก็มันจริง มึงก็ดูแต่ละเรื่องแต่ละราว”

ต้นตาล : “เออ”

มะเดี่ยว : “ว่าแต่…มึงว่าอีพี่สืบจะยอมมาที่วัดเหรอ ปกติฮีก็ไม่เคยเชื่อเรื่องอะไรพวกนี้อยู่แล้ว”

ปลายฟ้า : “นั่นสิอีทศ ไม่แน่ว่าที่เขาความจำเสื่อมอาจมาจากหุ่นนั่นด้วยก็ได้ พูดถึงแล้วก็ขนลุก ว่าแต่คุณหญิงแม่ไปเอามาจากที่ไหนวะ ตอนโยนลงไปในกระถางกูได้กลิ่นเหม็นเหมือนเนื้อที่ถูกไฟไหม้ด้วยซ้ำ” ปลายฟ้าพูดพร้อมกับลูบแขนทั้งสองข้างไปด้วย เห็นตุ่มหนาวขึ้นอย่างชัดเจน

สานฝัน : “หนูก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณแม่ไปเอามาจากไหน แล้วแกรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง”

ทศวรรษ : “ไม่ใช่ว่าคุณแม่เองพื้นเพก็มาจากเชียงใหม่ไม่ใช่เหรอ”

สานฝัน : “ใช่ค่ะ” สานฝันตบเข่าตัวเอง แต่ก็มิวายหันมามองทศวรรษ “แต่คุณแม่ไม่ได้กลับไปเชียงใหม่เลยตั้งแต่หนูจำความได้นะคะ”

ต้นตาล : “ไม่ได้ไปแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะฝากใครทำไม่ได้นะจ๊ะหนู” สานฝันพยักหน้า ก่อนจะถามด้วยความไม่รู้

“ของพวกนี้ไม่ใช่ว่าต้องมีของแทนตัวอีกฝ่ายไม่ใช่เหรอคะ”

ต้นตาล : “บางทีอาจมีเพียงรูปถ่ายและวันเดือนปีเกิดก็เพียงพอแล้ว”

สานฝัน : “ไม่อยากจะเชื่อ”

มะเดี่ยว : “ว่าแต่อีต้น…มึงไปรู้จักกับหลวงพ่อท่านได้ไง แม่นอย่างกะตาเห็น กูกลัวท่านทักอะไรไม่ดี ๆ ขึ้นมาเกี่ยวกับกูมาก” ต้นตาลถอนหายใจเหลือกตาใส่ก่อนจะตอบแกน ๆ

“แล้วมึงไปทำอะไรไม่ดี ๆ ที่ว่านั่นมาละฮะ? ไม่ทักคือไม่มีอะไรก็ดีแล้วไง”

มะเดี่ยว : “เอ้าอีนี่ ถามดี ๆ กัดกันเฉย”

ต้นตาล : “มึงเคยเห็นชีวิตแต่ด้านดี ๆ ของกูใช่ป่ะ ก่อนกูจะมาจับธุรกิจขายวิกผมปลอมอย่างทุกวันนี้ชีวิตกูก็ผ่านดราม่าบททดสอบจากเบื้องบนมาก่อนเหมือนกัน อีห่าตอนนั้นก็เหมือนเจอทางตัน โดนไอ้โจทิ้งไม่พอมันยังขโมยสร้อยกูไปขาย แถมกูยังโดนพ่อซ้อมอีก ตอนนั้นพวกเราก็เรียนจบกันใหม่ ๆ กูไม่อยากจะบากหน้าไปพึ่งใคร ตอนนั้นในหัวกูคิดแต่จะตาย…นั่นแหละชีวิตคนเรามันก็มีเรื่องราวห่าเหวมากมายแวะเวียนเข้ามาทดสอบ จนไปเจอรุ่นพี่แวดวงกะเทยด้วยกันคนหนึ่งแกกำลังจะไปหาหลวงพ่อพอดี อีกอย่างกูยังไม่ถึงคราวตายด้วยละมั้ง ก็อย่างที่พวกมึงเห็น พอหลวงพ่อท่านทักขึ้นมาหนึ่งประโยคเหมือนเจอแสงสว่างในชีวิตเลยค่ะ” ต้นตาลพูดพลางพนมมือยกมือไหว้เหนือหัวลูบหัวตัวเองสองสามที ก่อนจะจ้องหน้าเพื่อนรัก

“อีทศ กูผ่านมาได้มึงก็ต้องผ่านได้เช่นกัน ไม่แน่ว่าพอผ่านเรื่องราวห่าเหวนี่ไปได้มึงกับพี่สืบอาจจะรักกันมากกว่าเดิมก็ได้” ทศวรรษยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก

“ไม่รู้สิ จากที่หลวงพ่อท่านทักเหมือนให้กูปล่อยวางมากกว่าจะยึดติด สืบสานคนเดิมอาจจะตายจากไปแล้วจริง ๆ ก็ได้ แต่ตอนนี้กูหวังเพียงจะส่งสืบสานคนนี้ให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย บ้านที่ไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นผู้คนที่ยอมรับนับถือเขาได้ต่างหาก บ้านที่เขาจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างตามที่ใจต้องการ”

มะเดี่ยว : “มึงคิดแต่เรื่องของพี่สืบ แล้วตัวมึงเองคิดเผื่ออนาคตตัวเองเอาไว้หรือยัง อนาคตที่มึงไม่มีพี่เขาน่ะ มึง…อยู่ได้เหรอ”

ทศวรรษ “ได้ไม่ได้ก็ต้องหยัดยืนอยู่ให้ได้ กูเสียเขาไปแล้ว แต่กูไม่ยอมเสียบริษัทที่ร่วมสร้างมาด้วยกันกับเขาหรอก”

ต้นตาล “นี่สิถึงจะเป็นอีทศคนดีคนเดิม” สานฝันเองก็เข้ามาโอบกอดทศวรรษด้วยเช่นกัน

“ไม่ว่าพี่ทศกับพี่สืบจะลงเอยกันยังไง แต่มิตรภาพพี่น้องของเรายังคงอยู่นะคะ”

“ขอบใจมากนะสานฝัน” ทศวรรษยกมือลูบหัวของอีกฝ่ายเบา ๆ เพื่อนทั้งสามเองก็ส่งยิ้มให้กำลังใจเขาเช่นกัน อาหารที่สั่งไว้ทยอยมาเสิร์ฟพอดี

ต้นตาล : “ตอนนี้แดกห่าก่อนค่ะ เรื่องอื่นค่อยคิด”

อาหารมื้อนั้นแม้ว่าจะเรียบง่ายและบ้าน ๆ เมื่อเทียบกับอาหารบนโต๊ะในรั้วบ้านคุณาปกรแต่สานฝันกลับเจริญอาหารได้มากกว่าปกติ อาจเป็นเพราะบรรยากาศและเพื่อนร่วมโต๊ะที่มีท่าทีสบาย ๆ พูดหัวเราะกันได้อย่างสบายใจ แล้วเธอก็คิดอิจฉาผู้คนเหล่านี้ที่อยู่รอบข้างพี่สะใภ้ของเธอ เราไม่อาจตัดสินคนคนหนึ่งเพียงเพราะอัตลักษณ์ภายนอกของพวกเขา พี่สาวทั้งสามชวนให้น่าคบหามากกว่าลูกหลานนักธุรกิจที่มักจะสวมหน้ากากเข้าหากัน เวลาร่วมพบปะสังสรรค์เหมือนแขวนป้ายนามสกุลใหญ่ติดตัว ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างใจนึก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักคุณไปอีก...ทศวรรษ (BL)   บทส่งท้าย 6 (จบ)

    ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส

  • รักคุณไปอีก...ทศวรรษ (BL)   บทส่งท้าย 5

    เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ

  • รักคุณไปอีก...ทศวรรษ (BL)   บทส่งท้าย 4

    งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื

  • รักคุณไปอีก...ทศวรรษ (BL)   บทส่งท้าย 3

    “ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต

  • รักคุณไปอีก...ทศวรรษ (BL)   บทส่งท้าย 2

    เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม

  • รักคุณไปอีก...ทศวรรษ (BL)   บทส่งท้าย

    ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status