Se connecterทอฝันที่ไม่เข้าใจกับสถานการณ์ก่อนหน้าเอ่ยถาม หลายเหตุการณ์ประเดประดังเข้ามา พริบตาเดียวบ้านคุณาปกรที่เงียบสงบเหมือนมีคลื่นขนาดใหญ่ถาโถมเข้ามาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทุกคนต่างซัดเซ บ้างเปียกปอน บ้างเหน็บหนาวไปตาม ๆ กัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ” สี่พ่อลูกกำลังนั่งคุยกันในห้องชาของท่านเจ้าสัว ทั้งสี่นั่งคุกเข่าหันหน้าชนกัน มีโต๊ะชาคั่นกลาง ส่วนสืบสานนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นบิดาที่มีใบหน้าอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมสีดอกเลาที่แซมออกมายิ่งขับให้ท่านเจ้าสัวดูแก่ลงชั่วพริบตา แววตาที่นั่งมองหน้าลูกทุกคนล้วนมีความทุกข์ใจแฝงอยู่ในนั้น
“คุณาปกรที่มั่งคั่ง มั่งคงเป็นปึกแผ่นคงกลายเป็นอดีตในวันวาน” ท่านเจ้าสัวถอนหายใจก่อนจะยกชาขึ้นมาจิบด้วยท่าทีที่สงบ แต่หัวใจกลับเต้นระรัว
“บริษัทมีปัญหาเหรอคะ” สานฝันเลียบเคียงถาม แม้ว่าข่าวตามเพจลงทุนต่าง ๆ จะเริ่มแชร์เกี่ยวกับเรื่องประชุมผู้ถือหุ้นคราวก่อนบ้างแล้ว สามคนที่เหลือต่างก็มีสีหน้าแตกต่างกันออกไป
“แล้วลูก ๆ คิดยังไง ถ้าพ่อจะวางมือ” เกิดความเงียบเข้าปกคลุม กลับเป็นคนเล็กอย่างสานฝันที่เอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ อีกอย่างสานฝันก็ไม่ได้อยู่ในส่วนการบริหารธุรกิจเครื่องดื่มของที่บ้านแต่แรก
“คุณพ่อเหนื่อยมามากแล้ว วางได้ก็วางเถอะค่ะ เท่าที่เรามีก็ไม่ได้ลำบากอะไร…จริงไหมคะ” สานฝันยิ้มให้
“หนูก็คิดเหมือนน้องค่ะ ในเมื่อคุณลุงเขาอยากจะบริหารก็ปล่อยให้เขาบริหารไปเถอะ” ทอฝันเองก็เห็นด้วยกับน้องสาว
“แล้วแกล่ะ” ท่านเจ้าสัวหันมาถามสืบสานที่ปิดปากเงียบมาตั้งแต่แรก ตอนที่เดินเข้ามาในห้องนี้เหมือนลูกชายคนโตมีเรื่องราวอะไรอยู่ในใจ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“แล้วคุณพ่อไม่เสียดายบริษัทที่คุณปู่อุตส่าห์ปลุกปั้นมาเหรอครับ”
“จะเสียดายมากกว่านี้ถ้ารักษาครอบครัวเอาไว้ไม่ได้”
“คุณพ่อ” สานฝันน้ำตาคลอเบ้า
“ตลอดเวลาที่พ่อไม่เข้าไปยุ่มย่ามหลังบ้านเพราะแม่เขาเคยขอไว้ ยี่สิบปีที่แล้วพ่อเคยปันใจให้ผู้หญิงคนหนึ่งตอนที่เริ่มไปบุกเบิกหาตลาดที่นั่น แม่เขาจับได้…ระหว่างพ่อกับเขาไม่ได้มีอะไรกันเกินเลย ตอนกำลังท้องเราพอดีสานฝัน…เพราะความรู้สึกผิดพ่อเลยไม่ก้าวก่ายเรื่องที่แม่เขาขอเอาไว้ แต่ลูกทุกคนอยู่ในสายตาของพ่อมาตลอดนะ”
ท่านเจ้าสัวรำพึงรำพันในใจถ้าลูกทุกคนจะโกรธจะเกลียดเขา ก็สมควร…
“แล้วผู้หญิงคนนั้นละคะ” ทอฝันถามต่อ
“เสียชีวิตไปนานแล้ว ต่อให้เขามีชีวิตอยู่พ่อก็ไม่คิดที่จะสานต่อ” ท่านเจ้าสัวกวาดสายตามองหน้าลูกทุกคนก่อนจะก้มหน้าถอนหายใจกับเรื่องราวในอดีต ผิดพลาดครั้งเดียวชนักติดหลังตลอดไป
“เพราะเหตุนี้คุณแม่กับคุณพ่อเลยแยกกันอยู่ใช่ไหมคะ” สานฝันเอ่ยถาม ท่านเจ้าสัวพยักหน้าน้อย ๆ
“ไม่รู้ว่าพ่อพูดตอนนี้จะสายไปไหม พ่อรักลูกและอยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ลูกทุกคนโตพอที่จะรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้ว ที่ผ่านมาพ่อรู้ว่าพวกเราถูกกดอยู่ในกรอบของแม่เขามาตลอด และบางทีเรื่องราวอาจไม่บานปลายมาถึงขั้นนี้ถ้าพ่อไม่นอกใจแม่เขาแต่แรก”
“คุณพ่อ” ทอฝันจับมือท่านเจ้าสัว สานฝันเองก็เอื้อมมือมาจับหลังมือที่เหยี่ยวย่นไปตามกาลเวลานั้น นานแล้วที่ที่พ่อลูกไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันเปิดอกอยู่อย่างนี้
หลายปีที่ผ่านมานี้ทอฝันเองก็เห็นว่าพ่อของเธอทำงานหนักมาตลอด เธอเติบโตมากับแม่และพี่เลี้ยง ตั้งแต่จำความได้พ่อก็ไม่เคยโอบอุ้มเธอ ถามไถ่บ้างเป็นครั้งคราวพอโตขึ้นช่องว่างนั้นก็ใหญ่ขึ้นกลับกลายเป็นห่างเหิน เห็นกันทุกวันแต่กลับไม่มีเรื่องราวอะไรให้พูดคุยแบ่งปันกัน ทริปครอบครัวก็ไม่ได้สุขสันต์อย่างที่ใครหลายคนได้เห็นจากรูปถ่าย หรืองานสังคม
“แล้วพ่อก็ดีใจที่พวกเราเติบโตมาอย่างดี และต้องขอโทษด้วยที่สร้างบาดแผลทางใจให้กับพวกเราทั้งสามคน พ่อผิดเอง”
“คุณพ่อ” เป็นครั้งแรกที่ลูก ๆ ได้เห็นน้ำตาของท่านเจ้าสัวผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้งสามคนต่างเข้าไปโอบกอด ปลอบประโลมอ้อมกอดแต่ละวงแขนที่โอบกอดเข้ามาถ่ายทอดความอบอุ่น ความขุ่นข้องหมองใจ ตะกอนที่ขุ่นมัวอยู่ภายในใจเหมือนได้ถูกชะล้างออกไปด้วยหยาดน้ำตาและอ้อมกอดที่โอบกอดลงมาในแต่ละชั้น
ความรักระหว่างพี่น้อง
ความรักระหว่างพ่อลูก
เส้นใยความสัมพันธ์ที่ขาดวิ่นได้ถูกถักทอขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด พ่อแม่เองก็เช่นกัน และบางครั้งหลาย ๆ การกระทำอาจสร้างบาดแผลทางใจให้กับเด็กคนหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว และการเอ่ยคำขอโทษก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย พ่ออย่างท่านเจ้าสัวเองก็เช่นกัน เขาบริหารงานที่มีลูกจ้างหลายสิบหลายร้อยคนที่ให้ความเคารพนับถือยำเกรง มีผู้คนนับหน้าถือตาอยู่มากมาย แต่กลับเป็นพ่อที่บางทีลูก ๆ แต่ละคนอาจไม่ได้มีความภูมิใจและไม่ได้นับถือมากมายอะไรนัก เพราะเขาไม่ได้อยู่ทำหน้าที่พ่อให้ดีมาตั้งแต่แรก และเขาไม่อยากจะเสียใครไปอีกแล้ว เงินทองที่มีก็ไม่ได้ทำให้ครอบครัวอบอุ่นขี้นแต่อย่างใด กลับกัน…เพราะเงินทองเองเช่นกันที่ทำให้พี่น้องที่คลานตามกันออกมาต้องห้ำหั่นกันเพราะผลประโยชน์ทับซ้อนมหาศาล บางครั้งการเอ่ยคำว่าขอโทษก็ไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีที่มีลดน้อยลงไปแต่อย่างใด แค่คำขอโทษคำเดียวที่เอ่ยออกไปจากใจจริงกลับได้ลูกทั้งสามกลับคืนมา
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







