Se connecterหลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ทำร้ายจิตใจมาอย่างหนัก บวกกับถูกตบจนหน้าบวมช้ำทศวรรษก็ผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น สืบสานเองได้แต่ยืนนิ่งโอบกอดร่างที่หลับใหลไม่ได้สติก่อนจะอุ้มไปวางบนเตียงกว้าง เตียงนี้…ที่เจ้าตัวใฝ่ฝันว่าจะได้มานอนตลอด มากกว่านั้นคือการได้รับการยอมรับในฐานะคนรักของสืบสาน ยอมรับการมีอยู่ของคู่สมรสเพศเดียวกันของสืบสานจากสมาชิกทุกคนในบ้านคุณาปกร สืบสานนั่งมองใบหน้าที่ขาวซีด แพขนตาที่เปียกชุ่ม เหมือนว่าทศวรรษตรงหน้าไม่ได้เข้มแข็งและปากดีเหมือนอย่างก่อนหน้า ตัวตนในตอนนี้แตกต่างจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในรั้วบ้านคุณาปกรเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีชีวิตชีวามากกว่านี้ ไม่รู้ว่าเขาคิดผิดหรือคิดถูกที่ให้เจ้าตัวมาอยู่ที่นี่ด้วย
พื้นเพเดิมสืบสานเองก็ไม่ได้เป็นคนใจไม้ไส้ระกำ ยิ่งคนตรงหน้าอ่อนข้อให้เขามากเท่าไหร่ น้ำหนักความสงสารที่มีในใจก็มากขึ้นเท่านั้น
ทศวรรษตรงหน้า…น่าสงสารและน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน
คำถามของเจ้าตัววนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่สิ้นสุด
“แล้วผมไม่น่าสงสารตรงไหน…”
“จริงสิ…คนจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างอย่างคุณจะผิดได้ยังไง…จริงไหม การรอคอยโดยไม่รู้เวลาสิ้นสุดมันก็ไม่ต่างอะไรกับการกอดระเบิดเวลา หล่อเลี้ยงความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าสักวันนึงคุณจะจดจำเรื่องราวระหว่างเราได้ คุณไม่ใช่ผมคุณก็พูดได้ทุกอย่าง ถูกทิ้งขว้างโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร ถูกย่ำยีความรู้สึกครั้งแล้วครั้งเล่า ก็อย่างที่คนอื่นเคยพูดไว้…ยังไงเราสองคนก็ต้องมีวันนี้ แต่ผมดันทุรังเองทั้ง ๆ ที่ไม่คู่ควรกับคุณเลยสักอย่าง!”
สีหน้าและแววตาที่แสดงออกมานั้นเสียดแทงความรู้สึกของเขามากกว่าคำพูดพวกนั้นเสียอีก สืบสานลูบหน้าอกที่เปียกชื้นนั้นป้อย ๆ ด้วยความรู้สึกอึดอัดในใจ ภาพจำทั้งหลายหลั่งไหลประเดประดังเข้ามาดั่งสายน้ำ เขาข่มอาการเจ็บจี๊ดในสมองก่อนจะเคาะเบา ๆ สองสามครั้ง ลุกขึ้นไปกินยาก่อนจะขังตัวเองเอาไว้ในห้องหนังสือชั้นล่างของบ้านตลอดทั้งคืน
เพราะมีเรื่องราวเกิดขึ้นในบ้านคุณาปกรมากมาย งานวันเกิดของคุณหญิงพรรณพิลัยเลยเลื่อนออกไปหนึ่งเดือน รวมไปถึงความคืบหน้าของคดีอุบัติเหตุของสืบสานที่ทางตำรวจได้ทำงานอย่างลับ ๆ ทศวรรษที่ไม่อยากเป็นส่วนเกินก็บอกกล่าวกับท่านเจ้าสัวว่าจะกลับบ้านเกิด กลับไปเยี่ยมครอบครัว และให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่ร่วมงานวันเกิดของพรรณพิลัย ทศวรรษรู้ทั้งรู้ว่างานวันเกิดนั้นอาจจะเป็นหลุมพราง แต่เขาก็ยังกระโจนลงไปให้พวกเขาเหล่านั้นดึงทึ้งจนกว่าจะพอใจ จะได้จบ ๆ กันไป และที่เขาห่วงหามากที่สุดก็คือคุณนายนอร่า ที่เปรียบเสมือนลูกสาวของเขากับสืบสาน ตั้งแต่ลงเครื่องข้ามน้ำข้ามทะเลมาก็ไม่ได้เป็นอย่างหวัง สามคนพ่อแม่ลูกอย่างใจนึก เพราะว่าตัวเองมีลูกไม่ได้อีกทั้งสืบสานยังชอบแมว ทศวรรษเลยตัดสินใจจะเลี้ยงเจ้าแมวเหมียวสักตัวเอาไว้เป็นลูกสาว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองแพ้ขนสัตว์ หลังจากเลิกงานเขาเรียนรู้ที่จะขึ้นรถเมล์ ขึ้นรถไฟฟ้า เดินทางมาไหนไปไหนเอง ไม่ยอมติดรถตู้ไปทำงานกับสืบสานตลอดสามวันที่ผ่านมา เหมือนว่าอ้อมกอดในคืนนั้นเป็นกับดัก ทั้งสองแม้จะใช้ชีวิตในห้องนอนเดียวกัน แต่ทศวรรษสามารถจัดสรรเวลาโดยแทบจะไม่เดินสวนกับสืบสานเลย
ทศวรรษหวาดกลัวสายตา ไม่ใช่สายตาของสืบสาน แต่เป็นสายตาของเขาเอง กลัวว่าสืบสานจะรู้ความนัย ความอาลัยอาวรณ์ในนั้น อีกทั้งเขากำลังพยายามจะตัดใจและยอมรับความจริง
ทศวรรษไม่ได้หมดรักสืบสาน แต่หมดแรงที่จะวิ่งแล้วต่างหาก
ดูเหมือนว่าเขาจะถอดใจเร็วไป แต่ความจริงคือทนไม่ได้สักเสี้ยววินาทีที่เห็นความเย็นชาของสืบสานตรงหน้ามากกว่า ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนต่างฝ่ายต่างติดการสัมผัส การกอด การหอม ตัวติดกันแทบจะตลอดเวลา หนึ่งปีที่ว่าอาจทำให้สืบสานยุ่งยากและลำบากใจเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ตรงข้ามกับทศวรรษ ระเบิดเวลาลูกนี้อานุภาพรุนแรง ยิ่งเขากอดและหวงแหนมันเอาไว้กับตัวมากเท่าไหร่ ความเสียหายก็มากขึ้นเท่านั้น อยู่ในสายตาดีกว่าไม่เห็นแม้แต่เงา
ยิ่งเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสี่คนพ่อลูกดีขึ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งเบาใจมากเท่านั้น เหลือเพียงแต่พรรณพิลัย ที่ต้องให้เวลาอีกหน่อย ยังไงครอบครัวก็คือครอบครัว ผัวเมียเลิกกันก็กลายเป็นคนอื่นดังเช่นเขากับสืบสาน ทศวรรษยืนมองเหม่ออยู่หน้ารั้วบ้านคุณาปกรก่อนจะเรียกแกรปมารับ เขาไม่ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวเพราะกลัวว่าจะเหตุการณ์จะซ้ำรอย ผู้บงการที่แท้จริงยังไม่ถูกจับ และนี่เป็นอีกหนึ่งในสาเหตุที่ทศวรรษอยากจะรั้งอยู่ที่นี่
วันไหนที่คนร้ายตัวจริงถูกจับ
วันไหนหากสืบสานพบเจอคนที่ถูกใจ
วันนั้นคงเป็นวันที่ทศวรรษก้าวเดินออกมาด้วยความเต็มใจ
รอไม่นานรถที่เรียกก็มารับ ทศวรรษเดินขึ้นรถไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง แผ่นหลังที่งองุ้มเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ แม้ไม่เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำ แต่สีหน้าและท่าทางเหมือนมีเมฆครึ้มก้อนใหญ่ลอยอยู่เหนือศีรษะ ข้าวปลากินนับคำได้ ทศวรรษไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองแสดงสีหน้าและท่าทางแบบไหน อิริยาบถทุกอย่างอยู่ในสายตาของใครอีกคนที่มองอยู่หลังหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนอน
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







